H E L O ...
T eS T .. T eS T
* ..มีบทความอยากให้อ่านกันนะ
เปนของมือกลอง พี่กบ BIGASS อานนี้ปลื้มส่วนตัว อิอิ ..
||| คอนเสิดมหาสนุก |||
วันนี้ผมจะพาผู้อ่านย้อนอดีตไปทัวร์ คอนเสริต์กับพวกผมกันครับ
พร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วก็กระโดดขึ้นรถไปกันได้เลย ..
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2540 มีเด็กหนุ่มหน้ามัน 5 คน คิดการใหญ่ออกอัลบั้มชุดแรกของตัวเอง ภายใต้ชื่อวงว่า big ass แต่ด้วยความเป็นมือใหม่แล้วแถมยังแต่งเพลงไม่ค่อยเข้าหูชาวบ้าน มิหนำซ้ำยังไปอยู่ค่ายเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรมาโปรโมท ผลตอบรับที่กลับมาอย่าใช้คำว่าเงียบเฉยๆ เลยครับ มันต้องใช้คำว่าโคตรเงียบถึงจะถูก
แต่อย่าเพิ่งคิดว่าเราจะท้อนะครับ แหม...อุตส่าห์ดั้นด้นกันมาขนาดนี้แล้วมีหรือจะยอมง่ายๆ และทางเดียวที่จะทำให้คนรู้จักเราได้ก็คือเราต้องออกไปเล่นคอนเสิร์ตให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้วเราจึงนำความไปบอกบริษัทว่า พี่ครับ!! ไม่ว่าจะมีงานอะไรที่ไหนยังไง ผมขอไปเล่นทุกที่เลยได้ไหมครับ ค่าตัวไม่ได้ไม่เป็นไร ขอให้ผมได้เล่นก็แล้วกัน นะพี่นะ แล้วคำตอบที่ได้รับกลับมาคือ ได้!! เดี๋ยวพี่จัดให้ แล้วความสนุกก็เริ่มขึ้น...
งานแรกในชีวิต มีขึ้นที่จังหวัดเล็กๆ ในภาคกลาง เมื่อรถตู้จอดส่งเราที่หน้าผับแห่งนั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายคัตเอาท์ขนาดย่อมวางแสยะยิ้มอยู่หน้าผับ อ่านข้อความได้ว่า คืนนื้ พบกับห้าหนุ่มนักเรียนนอก!! Big ass
ฉิบหายสิครับท่านผู้ชม!! จะไม่ให้ฉิบหายได้ยังไงล่ะ ก็พวกเราไม่มีใครเรียนจบจากเมืองนอกเลยสักคน แค่เรียนในเมืองไทยมันก็เกือบจะไม่จบกันอยู่แล้ว
แล้วคืนนั้นเราก็เล่นดนตรีกันด้วยความอายอย่างถึงที่สุด โดยมีสายตาของคนดูที่เหมือนจะถามว่า นี่เหรอวะ นักเรียนนอก? และความเงียบของคนดู ก็คือสิ่งตอบแทนที่เราได้ในคืนนั้น...
นี่แค่งานแรกนะครับ ยังมีต่อ ตามผมมาครับ
หลังจากนั้นไม่กี่วัน เราก็ได้รับโทรศัพท์จากบริษัทติดต่อมาว่า มีงานเข้ามา โดยงานนี้มีค่าตัวให้ด้วย 1 หมื่นบาท แต่เป็นงานวัด แบบว่าฝังลูกนิมิต สนใจมั้ย? แหม...ไม่น่าถามเลย สนใจสิครับพี่ หนึ่งหมื่นหารห้าได้ตั้งคนละสองพัน แล้วยังได้ออกไปโปรโมทด้วย ทำไมจะไม่เอาล่ะครับ
แล้วเราทั้งห้าคน ก็มุ่งสู่จังหวัดๆ หนึ่งทางภาคใต้
และเมื่อไปถึงบริเวณงาน เราจึงเพิ่งรู้สึกตัวว่ามันเป็นงานวัดอย่างแท้จริง ก็จะไม่ให้รู้สึกได้ยังไงล่ะครับ ก็เพราะเมื่อสักครู่เราเพิ่งนั่งรถผ่านถนนซึ่งเป็นถนนลูกรัง เต็มไปด้วยฝุ่นฟุ้งกระจายมาตั้งเกือบ 50 กว่ากิโลจากถนนใหญ่ เพื่อที่จะมาพบว่าวัดแห่งนี้ตั้งอยู่กลางหุบเขาซึ่งอยู่ลึกแสนลึก ห่างไกลความเจริญอย่างที่เราคาดไม่ถึง
พวกเราเดินสำรวจรอบๆ งานอยู่สักพัก ก็พบว่าเวทีที่เราจะเล่นมีฉากหลังเป็นภูเขาลูกเบ้อเร่อดูยิ่งใหญ่อลังการ แต่ข้างเวทีดันมีจอหนังกลางแปลงจอเบ้อเร่อยิ่งกว่าตั้งอยู่ข้างๆ อย่างน่าตกใจ
แต่เราก็ใจชื้นขึ้นมานิดหนึ่งเมื่อรู้ว่า คืนนี้เราจะเป็นวงเปิดให้นักดนตรีรุ่นพี่คนหนึ่ง ซึ่งเป็นศิลปินเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงในระดับไม่ธรรมดา เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้เราพอจะอุ่นใจได้ว่า คงจะมีคนดูเราในระหว่างรอศิลปินเพื่อชีวิตในดวงใจของพวกเขา
เมื่อใกล้ถึงเวลาโชว์ พื้นที่หน้าเวทีที่เคยมีแต่เก้าอี้ว่างเปล่า กลับเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ต่างก็มาจับจองที่นั่งกันจนเต็ม และด้านหลังเวทีพวกเราก็เอาแต่ตื่นเต้นเพราะคนดูก็มากันเยอะ ถึงแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นแฟนเพลงของเรา แต่อย่างน้อยคืนนี้แหละ ที่ทุกคนจะได้รู้จักกับเพลงพวกเรา...แต่แล้วทุกอย่างก็ผิดคาด
อยู่ๆ เราได้รับแจ้งจากผู้จัดงานว่า ศิลปินรุ่นพี่ของเราจำเป็นต้องขอเล่นก่อน เพราะต้องวิ่งรอกไปเล่นอีกงานหนึ่งซึ่งอยู่จังหวัดติดกัน แล้วพวกเราก็ได้แต่อ้าปากหวอ ยืนมองดูวงของพี่เขาก้าวขึ้นไปบนเวที ทีละคนสองคน แล้วพวกเขาก็เริ่มบรรเลงเพลงโจ๊ะให้สาวกที่รอคอยอยู่หน้าเวทีกระโดดโลดเต้น เซิ้งกันอย่างสนุกสนานจนจบ และหลังจากนั้นเวลาของพวกเราก็มาถึง...
1 2 3 4 แล้วเพลงแรกของเราก็ดังขึ้น ผมก้มหน้าก้มตาตีกลองด้วยความมัน หวังว่าจะทำให้ทุกสายตาของคนดูประทับใจ แต่พอเล่นมาถึงเพลงที่สาม ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้น เมื่อเพลงจบลงผู้คนนับพันเมื่อตะกี๊ เริ่มทยอยกันเดินออกไปทีละคนสองคน พอจบเพลงถึงได้รู้ว่าเหลือแฟนเพลงอยู่เพียงคนเดียว ยืนกอดขวดเหล้าโอนไปเอนมาตามประสาคนเมา แล้วพวกเราทั้งห้าก็มองหน้ากันเหมือนกับจะส่งสัญญาณว่า กลับบ้านกันเถอะ แต่สุดท้ายเราก็ยังดันทุรังเล่นต่อไปอีกประมาณสองสามเพลง และในที่สุดเราก็ยอมจำนน
คนดูคอนเสริต์เปลี่ยนใจไปดูหนังกลางแปลงกันหมด นั่นยังไม่เท่าไร สักพักผู้จัดยังเดินมาบอกกับพวกเราว่า พี่ขอจ่ายค่าตัวน้องครึ่งหนึ่งก่อนนะ แล้วเดี๋ยวพี่จะโทรไปคุยกับบริษัทเอง ขอบคุณมากนะ
แล้วพวกเราก็นั่งรถตู้กลับกรุงเทพฯ อย่างคนซึมกะทือ แต่เราก็เพิ่งรู้ว่าคนขับรถตู้ของเราเหมือนกับจะซึมกะทือยิ่งกว่า เพราะตลอดทาง รถตู้ที่เรานั่งเอาแต่ส่ายไปส่ายมา จนสุดท้ายผมทนไม่ไหวจึงชะโงกหน้าไปถามคนขับรถว่าเกิดอะไรขึ้น? แล้วคนขับรถก็หันกลับมาตอบด้วยใบหน้าอันครึ่งหลับครึ่งตื่นว่า..
อ๋อ...พี่แค่ไม่ได้นอนมาสามวันเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องห่วง
โอ้!!! ขอบคุณมากครับพี่!!! ชีวิตนักดนตรีนี่มันสนุกจริงๆ เล้ย!!!
ขจรเดช พรมรักษา (กบ บิ๊กแอส)
S o N g แฟนใครไม่มีป้ายติด ดีเจ เต้ย

อิงอิงจ้า..
ถึงเฟินน้า.. มาช่วยอัพล่ะนะขอเปลี่ยนเพลงนะ คงไม่ว่ากัน**
เอาล่ะ//เข้าเรื่องเลยละกัลลล
เรามีบทความดีๆมาให้อ่านกันนะ
เป็นบทความของดีเจ.เต้ย คลื่นฮอตเวฟ
จะอารายก้แล้วแต่ แต่ความแค้นไม่ได้ช่วยให้ชีวิตสวยหรูขึ้นหรอก สิ่งดีๆควรรับและสิ่งร้ายๆควร"ปล่อยวาง" อย่าให้อารมณ์ชั่ววูบพาเราเสีย อย่าให้อามรณ์ไม่ดีพาเราแย่ ยอมรับ และ ปล่อยวาง มันจะดีขึ้นเองครับ เราแมน เราโชว์ให้เค้าเห็นได้เลยว่าเราทำในสิ่งที่เราคิดว่าแมนพอที่จะทำ พี่สาวผมสอนว่าไม่ใช่ผู้ชายฝ่ายเดียวที่จะแมนได้ ผู้หญิงก็แมนได้เช่นกัน ยอมรับครับ แล้วพิจารณาว่าตัวเองเป็นอย่างไร ทบทวนตัวเอง ชีวิตเราก็เหมือนรากแก้วล่ะครับ ถ้าเราตั้งใจรดน้ำ ถ้าเราตั้งใจดูแล มันก็เห็นผลเองแหล่ะครับ ถ้าไม่เห็นผลก็เป็นเพราะตัวเราที่ตั้งใจจริงรึเปล่า อย่าไปโทษรากแก้วมันเลยครับ อย่าไปโทษว่ามันไม่ดีเลยทำให้ความตั้งใจของเราไม่สำเร็จ ถ้าเต็มที่แล้ว อย่าไปเสียใจเลยครับ เพราะครั้งหนึ่งเราเคยเต็มที่ไปแล้ว ถ้าเราไม่เต็มที่ พอมองย้อนกลับมาเราก็จะรู้สึกว่าทำไมเราไม่เต็มที่ไปกับมันซะตั้งแต่ตอนนั้นนะ?
สิ่งที่ผมเขียนมา อย่าใช้กับความรักอย่างเดียว มันใช้ได้กับปัญหาทุกเรื่อง มันใช้ได้กับการเรียนและปัญหาชีวิต ผมเชื่อว่าทุกคนมีปัญหา อย่าเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเลยครับว่าปัญหาของคุณมันเล็กน้อย หรือปัญหาของผมสำคัญกว่า ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับใจตัวเองครับ เกิดเป็นคนมันก็ต้องสู้ปัญหาถูกมะ ปัญหามาปัญญาเราก็มีแก้ครับ แต่อย่างเดียวที่อย่าทำนะครับ อย่าทำให้คนอื่นต้องพลอยเจ็บปวดไปเพราะเรานะครับ ผมรวมไปถึงการเล่นยาแล้วทำให้พ่อแม่เสียใจครับ บางครั้งสิ่งที่เราทำ มันทำให้เราสบายใจ แต่บุคคลที่สามเค้าจะคิดแบบคุณรึเปล่าถ้าเกิดได้ยินเรื่องจากทั้งสองฝ่าย อย่าทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อนเพราะเรา ชีวิตผมเจอปัญหา ผมเคยท้อ แต่ไม่เคยถอย ปัญหาผมมันจะจิ๊บจ๊อยไปเลยถ้าเกิดไปเจอคนที่ขาดพ่อไร้แม่ ขาขาดแต่ยังสู้ชีวิตไม่เคยท้อ มองโลกในแง่ดีตลอด
ขอบคุณที่พระเจ้าส่งผมให้มาเป็นเต้ย ธโนทัย และใช้นามสกุลของตระกูลเอื้ออมรรัตน์ ขอบคุณ ต้น จิ๊ ต่อ ศิ พี่ทั้งสี่ที่นิสัยไม่เหมือนกันเลย หล่อหลอมเต้ยให้เป็นเต้ยจนถึงทุกวัน ผมเชื่อว่าถ้าพวกคุณได้มาเจอครอบครัวของผมคุณจะรู้เลยว่าโลกนี้แม่งยังมีคนดีอย่างงี้อยู่หรอวะ ผมกล้าพูดเพราะผมเป็นลูกคนเดียวของบ้านที่ไม่รักดี ออกมาเช่าอพารต์เมนต์อยู่คนเดียว บ้านช่องไม่กลับ ต่างกับพี่ๆของผมลิบลับ ไม่เที่ยว ไม่เจ้าชู้ ไม่กินเหล้า ไม่เมายา แถมยังขยันไปทำงานที่บริษัทพ่อผมตัวเป็นเหลียวอีกต่างหาก(หนอยแน่ะไอ้พวกเพอร์เฟค!!) ผมเลยมักจะโดน ป๊า ม้า ด่าประจำหล่ะครับ แต่นั่นแหล่ะข้อดีผม มันทำให้ผมรักพวกเค้า เพราะเค้าเป็นห่วงเรามากเลยด่าเราจนได้ดี ถ้าไม่มีพวกเค้า ผมอาจจะไม่ได้เรียนอยู่วิศวะคอมเกษตร(จะจบแว้ว เดือนกุมภา!!) อาจจะไม่ได้สอบอังกิดได้ที่1ของชั้น(ถึงแม้จะครั้งสองครั้งตอนม.ปลายเฉพาะคะแนนสอบเหอะนะ) โอยหลายอย่างงงงง หรือถ้าไม่มีเพื่อนๆเต้น ผมคงไม่ได้ค้นพบสิ่งที่ผมรักนั่นก็คือBBoy เออแต่ขอนอกเรื่องหน่อยเหอะนะ เกลียดจริงๆว่ะพวกที่ไม่ใช่bboy ไม่ใช่breaker ทำได้แต่ ยืนมืเดียว1วิแล้วตก อารายประมาณนี้อะ แล้วดันไปเขียนว่าความสามารถพิเศษคือเต้นbreak ผมหมั่นไส้ชิบ หัดหาstyleของคุณเอง แล้วไปฝึกuprock toprock downrockใหม่นะคุ๊นนนนนน
ชีวิตมีแต่สิ่งดีๆเสมอแหล่ะครับ อย่ามองข้ามตรงนั้นไปนะ ผมรักทุกคนที่อ่านข้อความผมแล้วนำไปใช้ในชีวิตตัวเองนะครับ ขอบคุณทุกคนที่รักกันคร้าบบบบบบบ
ps. ขอบคุณที่ทนอ่านข้อความ"ห่วยๆ"ของผมจนจบครับ ^^ และก็ขออยู่คนเดียวละกันนะครับ ทบทวนตัวเองหน่อย http://www.hi5.com/friend/video/6598975--109760354--0--1----BBoyTanoMV--view-html อันนี้ลิ้งค์MVผมครับ |
อ่านแล้วก้ได้อะไรเยอะเหมือนกัน ฝากด้วยนะ
เอามาจากhi5ของเต้ย ธโนทัย bboytano.hi5.com
Looking on Yourself
ไปดีก่า บายๆ