|
Min_ DH

หวัดดีจร้า! นานทีกว่าจะได้อัพไอดีก็นานโขจนแห้งเน่าเลยแหละ วันนนี้มาอย่างดีใจสุดๆ เพราะวันนี้กิ่งระลึกชาติแห่งญี่ปุ่นอันเป็นที่รักได้มากที่สุดเลยนำความสดใสและความเป็นมาของญี่ปุ่นมาฝากจร้า!!!!
ชมวิวกันไปก่อนนะ



 มาแว้ววว ขวัญใจ ฮิ้วววว



มาถึงนี่กันแล้วอ่ะจิ นั้นมาดูประวัติไอสองรูปที่รักข้างบนกันดีกว่าจร้า
เมืองหิมะ ซัปโปโร วัน พระที่นั่งจักรีฯ ตระหง่าน
เมืองไทยกำลัง ร้อนระอุ ทั้งภัยบึ้มที่ถึงวันนี้ ยังไม่น่าไว้วางใจ อุณหภูมิการเมืองที่กระทบต่อเนื่องถึงเรื่องเศรษฐกิจ แล้วสภาพอากาศที่ ร้อนจัด ตาม ฤดูกาล ที่ปีนี้ถูกเร่งอุณหภูมิให้ สูงกว่าปกติด้วยภาวะโลกร้อน สถานการณ์เช่นนี้ ดีที่สุดคือ ต้องทำใจให้เย็น-ให้นิ่ง แต่หากใครยังรู้สึกว่ายากที่จะข่มใจ บางทีเรื่องราวของเมืองท่องเที่ยว เมืองหิมะ เมืองนี้ อาจจะพอเป็นตัวช่วยให้ คลายร้อนรุ่ม ลงได้บ้างไม่มากก็น้อย
ประเทศหมู่เกาะน้อยใหญ่ราว 3,900 เกาะ ที่คนไทยเรียกชื่อว่า ญี่ปุ่น นั้น มีเกาะใหญ่ที่สำคัญ ๆ อยู่ 4 เกาะ ซึ่งเกาะที่ใหญ่ที่สุดคือ ฮอกไกโด ที่อยู่เหนือสุด และในบรรดาเมืองสำคัญ ๆ ของเกาะฮอกไกโด ซัปโปโร ก็คือเมืองที่สำคัญที่สุด โดยเป็นทั้งเมืองหลวง-เมืองที่ใหญ่ที่สุดของเกาะ เป็นเมืองศูนย์กลางทั้งด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง เป็นเมืองศูนย์กลางความเจริญที่ใหญ่เป็นลำดับที่ 5 ของญี่ปุ่น แม้ว่าในยุคแรกเริ่ม ราวปี พ.ศ. 2400 จะมีประชากรรุ่นบุกเบิกเพียง 7 คน และในยุคปัจจุบันก็มีประชากร เพียงแค่ประมาณ 2 ล้านคนเศษเท่านั้น
ทางด้านเศรษฐกิจนั้น ซัปโปโร-ฮอกไกโดเป็นเขตอุตสาหกรรมเบาที่ประสบความสำเร็จสูงเขตหนึ่ง ซึ่งทาง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ของไทย ก็มีการไปดูงานเพื่อประสานความร่วมมือ เพื่อนำแนวทางดี ๆ มาปรับใช้ส่งเสริมเอสเอ็มอีในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมด้านอาหารจากผลผลิตการเกษตร-อาหารทะเล อุตสาหกรรมเยื่อกระดาษ และที่น่าสนใจที่สุด ด้านหนึ่งก็คืออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ซัปโปโร ไม่เพียงเป็นเมืองท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม แต่เป็นเมืองสำคัญของฮอกไกโดเกาะใหญ่ที่เมื่อร้อยกว่าปีก่อนเป็นแหล่งที่เหล่า ซามูไร ผู้พ่ายแพ้สงครามอพยพหลบหนีจากเกาะฮอนชูเข้าพักพิง ตั้งหลักปักฐานอยู่อาศัยจนกลืน ชาวไอนุ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองที่อาศัย อยู่ก่อนให้กลายเป็นชาวญี่ปุ่นมาจนทุกวันนี้ อีกเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สำคัญของซัปโปโร ก็คือการเป็น เมืองหิมะ ที่มีหิมะเป็นเครื่องบันเทิงใจหลาย รูปแบบ
ในฤดูหนาวอันเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ อุณหภูมิอยู่ ในระดับติดลบ หรืออย่างสูงสุด ก็ราว ๆ 0 องศาเซลเซียสเท่านั้น ณ เมืองซัปโปโรแห่งนี้จะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งที่เป็น ชาวญี่ปุ่นเอง และนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก บ้าง ก็หมุนตัวเริงร่ากับหิมะที่พรั่งพรู ลงจากฟากฟ้า บ้างก็ลงล้มลุกคลุกเคล้าอยู่กับกองหิมะขาวฟูบนพื้น และบ้างก็หอบหิ้ว-เสาะหาอุปกรณ์การเล่นสกีหิมะมา อวดฝีมือกัน นอกเหนือไปจากการท่องเที่ยวชมเมือง ย้อนไปในปี พ.ศ. 2493 หรือเมื่อ 57 ปีก่อน นักเรียนชั้นมัธยมปลายในเมืองซัปโปโรกลุ่มหนึ่งได้ร่วมกันก่อ รูปปั้นหิมะ ขึ้น 6 ชิ้น ตั้งไว้บริเวณ สวน สาธารณะโอโดริ ใจกลางเมืองซัปโปโร นี่ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ เทศกาลหิมะซัปโปโร และยิ่งโดดเด่นมากขึ้นนับตั้งแต่ พ.ศ. 2498 ที่กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นอาสาร่วมจัดงาน จนกลายเป็นประเพณีท้องถิ่นที่จัดขึ้นทุกปีในช่วงฤดูหนาว ในเดือนกุมภาพันธ์
ไม่น่าเชื่อก็ต้อง เชื่อ งานเล็ก ๆ ที่จุดประกายโดยเด็ก ๆ ได้พัฒนากลายเป็นเทศกาลใหญ่ที่มีชื่อเสียงทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ โดยแต่ละปีจะจัดเพียง 1 สัปดาห์ แต่มีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานถึงประมาณ 2 ล้านคน
สวนสาธารณะโอโดริ ย่านการค้าซูซูกิโน และมาโคมาไน เป็นสถานที่หลักสำหรับการเที่ยวชมประติมากรรมจากหิมะ งานแกะสลักหิมะ-แกะสลักน้ำแข็ง ซึ่งหิมะที่ใช้ในการแกะสลักส่วนใหญ่ถูกขนลงมาจากบนเขาโดยกองกำลังฯของญี่ปุ่น โดยในช่วงเทศกาลหิมะนั้นบริเวณดังกล่าว นี้ และรวมถึงร้านอาหารเด่น ๆ เช่น ย่านโรงเบียร์ซัปโปโรเก่า ที่เนื้อแกะย่างขึ้นชื่อ โรงงาน ช็อกโกแลตอิชิยะที่เป็นหน้า เป็นตาของเมือง จะเนืองแน่นด้วยนักท่องเที่ยว ช่วงการจัดงานเทศกาลหิมะ หากไปตามจุดยอดนิยม ทางการท่องเที่ยวในซัปโปโร แล้ว ตะโกนขึ้นมาดัง ๆ ว่า ใครเป็นคนไทยบ้าง ? ลองสังเกตดี ๆ รับรองว่ามีการตอบรับเพียบ...โดยจะแสดงออกแบบใดเท่านั้นเอง นอกจากคนไทยที่จะ ได้พบในเมืองซัปโปโรในช่วงเทศกาลหิมะจำนวนไม่น้อยแล้ว อีกจุดที่อาจทำให้คนไทยที่ไปที่นั่นหวนคิดถึงเมืองไทยขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวก็คือ หากเป็นการเดินทางต่อจากโตเกียวสู่ซัปโปโรทางเครื่องบิน จะต้องใช้สนามบินภายในประเทศของญี่ปุ่นที่ชื่อ สนามบินฮาเนดะ ไม่ใช่ สนามบินนาริตะ ที่เป็นสนามบินหลักของญี่ปุ่น ในแวบหนึ่งคนไทย อาจคิดถึง สนามบินดอนเมือง กับ สนามบินสุวรรณภูมิ ขึ้นมา...
เพียงแต่อาจเป็นการ คิดถึงแบบน่า เศร้า ? ทั้งนี้ มาถึงบรรทัดนี้หาก จะตั้งคำถามว่า ซัปโปโร เป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจแค่ไหน ? ก็คง ต้องยอมรับให้คนญี่ปุ่นยิ้มร่าว่าซัปโปโรน่าสนใจมากทีเดียว แต่กระนั้นก็มียิ้มสยามของเราแฝงอยู่ด้วย...อย่างเนียน !! หลายปีติดต่อกันมาแล้ว งานเทศกาลหิมะซัปโปโรที่ยุคหลัง ๆ มีกิจกรรม แข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติ ด้วย มีคนไทยไปโชว์ฝีมือแกะสลักอยู่เป็นประจำ บางปีก็คว้าแชมป์มาครอง และในการจัดงานครั้งล่าสุดครั้งที่ 58 ระหว่าง 4-8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากจำนวน 17 ประเทศ นักแกะสลักไทย 3 คนคือ ฤกษ์ชัย แก้วจินดา, กฤษณะ วงศ์เทศ, กุศล บุญกอบส่งเสริม ก็ไปได้รองแชมป์มา จากผลงานแกะสลักหิมะเด็กไทยแต่งกาย ชุดมวยไทยและเด็กญี่ปุ่นในชุด ซูโม่ยืนประสานมือกันด้วยรอย ยิ้ม สานสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นที่จะ ครบรอบ 120 ปี
ไม่เพียงเท่านั้น เทศกาลหิมะซัปโปโรครั้งล่าสุด เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทาง ททท. ร่วมกับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นซัปโปโร และคณะทหารช่าง ของญี่ปุ่น จัดสร้าง พระที่นั่งจักรีมหาปรา สาท จากหิมะขนาดมหึมา กว้าง 30 เมตร สูง 15 เมตร จัดแสดง ณ สวนสาธารณะโอโดริ ซึ่งนัก ท่องเที่ยวชาติอื่น และชาวญี่ปุ่น ให้ความสนใจกันล้นหลาม นี่ย่อมจะส่งผลดีต่อการ ท่องเที่ยวของไทยด้วย.... ....ดึกดื่นคืนหนึ่งหลัง เทศกาลหิมะ ซัปโปโร ปิด ฉากลงแล้ว หลังเที่ยวบินหนึ่งของสายการบินประเทศญี่ปุ่นที่อัดแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นร่อนลงสู่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อชาวญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่กลุ่ม นี้ลากกระเป๋าเดินทางใบโตก้าวเท้าออกจากตัวอาคารสนามบินเป็นก้าวแรก ทั้ง ๆ ที่สภาพอากาศอยู่ในภาวะที่คนไทยรู้สึกว่า ร้อนตับแลบ แต่ชาวญี่ปุ่นกลุ่มนี้กลับยิ้มแย้มหน้าตาสดชื่นรับ ลมร้อนกันอย่างเริงร่า
บรรยากาศ เมืองหิมะซัปโปโร คงช่วยดับร้อนกาย ให้กับคนไทยที่ไปเยือนได้สักระยะ แต่ที่วิเศษกว่าก็คือความสงบเย็นที่เกิดขึ้นในใจ เมื่อ ได้เห็นรอยยิ้มคนเมืองหิมะ... ที่มาเยือนไทย.
ไว้วันไหนเราจะเอาเรื่องราวดีๆของญี่ปุ่นมาฝากอีกนะจ๊ะ เคดิตจร้า lล็Jดีๆ...ใส่มะllร่Jรุe~
|