หรือว่าฉันบ้าไป?
ตอนก่อนหน้า

หรือว่าฉันบ้าไป?
เกริ่นเรื่อง: ตายแล้ว นี่ฉันฝันอะไรเนี่ย มันจะเป็นจริงไปได้อย่างไรกัน?! + ความสุขจากการให้
23 มี.ค. 53 , View: 334 , Post : 2


จะมีใครไหมที่คิดอย่างเรา
จะมีใครไหมที่ฝันอย่างเรา
บางทีฉันอาจเพ้อมากไป
แต่ฉันอยากทำมันค่ะ
อยากทำให้สำเร็จ!!!

ถ้ามีใครเคยคิดเคยฝันแบบเราก็ช่วยแสดงตัวออกมาทีนะ
เราจะได้มั่นใจว่า...เราไม่ได้ 'บ้า' ฝันไปเพียงผู้เดียว

lllll
lllllllllllll
llllllllllllllllllll
llllllllllllllllllllllllllllll

ความฝันฉันเหมือนพิรามิด...
ฝันชั้นบนสุดคือเป้าหมายสูงสุดในชีวิต
ซึ่งเราไม่บอกใครหรอก..อิอิ

ส่วนฝันชั้นที่สอง คือ ฝันบ้า ๆ เรื่องที่หนึ่ง

ฝันชั้นที่สาม คือ ฝันบ้าๆเรื่องที่สอง

และฝันชั้นสุดท้าย คือ ฝันที่ฉันยังหาไม่พบ...นั่นก็คือ
"ฉันจะเข้าคณะอะไรดี???"
choice... 1.หมอ 2.หมอ 3. หมอ 4.หมอฟัน

เหมือนไม่มีตัวเลือกเลยเนอะ.. ฉันไม่แน่ใจว่าจะเรียนต่อหมอดีไหม?
มันจะช่วยทำให้ฉันไปถึงฝันชั้นที่ 3 และ 2 ได้หรือไม่??



เรามาดูฝันบ้าๆเรื่องแรกกัน
เธออย่าไปบอกใครนะ...เพราะมันบ้ามาก

ฉันอยากตั้งมูลนิธิค่ะ...อยากตั้งมูลนิธิสำหรับขอทาน
ไม่รู้ว่าจะเรียกว่ามูลนิธิได้รึเปล่า...ฉันอยากสร้างเมือง
อาจเป็นตึก อาจเป็นหมู่บ้าน หรืออะไรสักอย่าง.. นั่นแหละค่ะ
....รวมขอทานจากทุกสารทิศในกรุงเทพฯ
มาอยู่ที่นี่
ให้เขาได้ทำประโยชน์... ได้ใช้ความสามารถ
ได้ทำอะไรๆที่เขาสามารถทำได้...ที่นี่

ไม่ว่าเขาจะพิกลพิการ เป็นเด็กหรือคนชรา...
หากได้ทำอะไรสักอย่าง หรือมีหน้าที่สักอย่าง
รวมถึงอยู่ดีกินดี...คือมีอาหารกินครบทุกมื้อ
มีที่ให้นอนที่ไม่ใช่ข้างถนน
แค่ให้พวกเขามีความสุขได้.....
..... จัดกิจกรรมให้พวกเขาได้ทำ
มีการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
ให้พวกเขาได้ประดิษฐ์คิดค้นผลิตภัณฑ์
เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ของพวกเขา
ใครชอบอะไรก็ทำไป
ที่นี่ไม่ต้องพึ่งใครมาก
ขอทานด้วยกัน อย่างน้อยต้องมีสักคนที่ชอบทำอาหาร
สักคนที่ชอบทำสวน
สักคนที่เต็มใจทำงานบ้าน ทำความสะอาดบ้าน
ฯลฯ

อาจมีโรงเรียนเล็กๆ ไว้สอนหนังสือให้เด็กๆ
ไม่ก็ส่งเด็กๆไปเรียนโรงเรียนรัฐบาลใกล้ๆ
ให้เด็กๆขอทานเหล่านี้ ได้มีโอกาสเรียนหนังสือกับเขาบ้าง

ที่สำคัญ.. ณ ที่แห่งนี้
ฉันอยากให้ธรรมะแก่พวกเขาด้วย
ธรรมะแห่งการรู้ตื่น เบิกบาน
ให้พวกเขาได้สัมผัสกับความสุขของธรรมะ...

แต่ก็เหมือนฝันลมๆแล้งๆเนอะ...
ฉันต้องมีบุคคลากรมากมาย
ตั้งแต่นักจิตวิทยา
อาสาสมัครผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสาธารณะ

ฉันอาจสร้างโรงพยาบาลเล็กๆแห่งหนึ่ง
อยู่ใกล้ๆกับเมืองขอทานแห่งนี้
ถ้าฉันเป็นหมอ... ก็เข้าท่าดีเนอะ.. ว่าไง??

มีบริการสาธารณสุข
ใครติดยามาก็ส่งไปที่บำบัดใกล้ๆ ให้เขาหายเสียก่อน

.....
โอ้โห! ฝันไปไกลเลย... :D

ปัญหาคงมีเพียบ
แต่ถ้าจัดระบบไว้อย่างดี
บริหารได้อย่างดี
ก็ไม่น่ามีปัญหาใหญ่โตเนอะ

แต่สิ่งที่ฉันต้องมีก่อนตอนนี้คือ "ที่ดิน" และ "เงิน"

เพราะฉะนั้นอย่ามัวแต่ฝันลมๆแล้งๆนี้เลย...
อ่านหนังสือซะ! สอบหมอให้ติด!
ไว้มีเงินเป็นของตัวเองก่อน...................




ฝันบ้าๆเรื่องที่สองคือ การเข้าไปทำหน้าที่ในงานราชการ
จัดการงานที่คาราคาซังต่างๆซะ!

ตั้งแต่ปัญหายาเสพติด
การค้าขายยาที่ผิดกฏหมายทางอินเทอร์เน็ต... ฯลฯ
แม้ไม่อาจสามารถกำจัดได้หมดสิ้น...
แต่ถ้าเราทำจากใจจริง ตั้งใจจริง
และเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่นที่แท้จริง
ต้องทำได้แน่!!
ไม่ใช่ว่า...แค่จับผู้ต้องหาคดีค้ายาXXXทางอินเทอร์เน็ต
...จับพวกนั้นเข้าคุก 5 ปี 10 ปี แล้วก็ถูกปล่อยออกมา
ไปทำงานแบบเดิมต่อ...
ไม่ได้ๆ
แค่นั้นไม่พอค่ะ
เราไม่ควรจับพวกเขาขัง
แต่เราควรให้ความสุขแก่พวกเขา
ให้งานดีๆแก่พวกเขา
ปลูกจิตสำนึกดีๆให้พวกเขาบ้าง
ให้รู้ผลร้ายของการทำชั่วของพวกเขา...ถ้าเกิดตัวเองหรือลูกหลานโดนขึ้นมา จะเจ็บปวดทรมานขนาดไหน
แล้วหางานดีๆให้พวกเขาทำ...... ให้พวกเขาได้ทำงานสุจริต
นั่นแหละ................
(เฉพาะ กรณีของคนทำเรื่องผิดกฎหมายแนวๆ ค้าขาย เท่านั้นนะ.. กับฆาตกรกลับใจ... แต่ถ้าพวกอำมหิต เปลี่ยนสันดานไม่ได้จริงๆ พวกนั้นก็อีกเรื่อง)

:D

นี่ก็ยิ่งไปใหญ่


ฝันอะไรไม่รู้ 555+



ฉันก็แค่คิดถึงพวกข้าราชการที่กอบโกยประโยชน์ใส่ตัว
ไม่ยอมทำหน้าที่
ไม่ยอมใช้สิทธิ์ในหน้าที่ที่ตนมี ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น
เท่านั้นแหละ.............

ฉันคนเดียวไม่อาจเปลี่ยนได้หรอก
แต่ก็อาจจะทำอะไรสักอย่างได้........
และหวังว่าๆเพื่อนๆชาวโลก ชาวไทย อีกหลายคนก็น่าจะคิดอย่างนี้ได้บ้าง...
เพราะฉันเองก็ได้แรงบันดาลใจมาเหมือนกันนะ

ไม่ว่าจะเป็นจาก หมอสงวน (ดูช่อง ThaiPBS สิ)
ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล
และอีกหลายๆท่าน ที่ปิดทองอยู่หลังพระ
ทำดี แต่ไม่เคยเรียกร้องผลประโยชน์แก่ตน
...คนเหล่านั้นอีกเป็นจำนวนมากที่ฉันต้องขอบคุณ

และหวังว่าวัยรุ่นไทย จะมีสักคนที่คิดอย่างนั้น
อาจไม่ได้ฝันบ้าๆแบบฉัน
แต่เพียงแค่ทำประโยชน์อะไรสักอย่างเพื่อผู้อื่น
ด้วยจิตใจที่กล้าหาญ... ไม่กลัวตัวเองเดือดร้อน...
ก็พอแล้ว


คุณเคยสงสัยไหม
ว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร??
ฉันตอบให้กับตัวเองว่า
ฉันเกิดมาเพื่อชดใช้กรรมเก่า
และสร้างสรรค์กรรมใหม่
แต่เพราะฉันเข้าใจอีกอย่างว่า.. อนัตตา
ตัวเราไม่มีอยู่เลย
เพราะฉะนั้น... จะอยากให้ "ฉัน" ดีไปทำไม
ไม่ว่าจะรวยมาก รวยปานกลาง
จน หรือจนมาก ก็สามารถมีความสุขได้ด้วยกันทั้งนั้น
โดยที่ความสุขอีกความสุขหนึ่งที่คุณอาจนึกไม่ถึง
....ความสุขจากการให้ ที่ทำให้ผู้รับมีความสุขนั่นเอง

ฉันอาจพูดพล่ามยาวไปหน่อย
แต่ฉันก็ยังจะพูดต่อ
คงมีน้อยคนนัก ที่จะอ่านข้อความที่ฉันเขียนมาถึงตรงนี้
ถ้าคุณอ่านมาถึงแล้วก็ขอบคุณ
ฉันแค่ตั้งใจมาระบายความอัดอั้นตันใจเท่านั้นแหละ
ไม่ได้ต้องการให้ใครมาสนใจหรอก

เอาล่ะค่ะ.. ต่อกันเลย

ตอนเด็กๆนะ.. ไม่สิ จนกระทั่งตอนนี้เนี่ยแหละ
ฉันจำมันได้แม่นเลย
เวลาที่ "น้อง" ทั้งน้องแท้ๆและน้องที่รู้จักนั่นแหละ
มาขอสิ่งที่ฉันหวงไปจากฉัน
ฉันมักตอบว่า "ไม่ให้" เพราะวินาทีที่น้องเขาขอ
ฉันรู้สึกว่า 'สิ่งของชิ้นนั้นๆ' เป็นของเรา
เราเพิ่งได้มา
เรื่องอะไรจะให้เขา...
แต่วินาทีหลังจากการพูด
ฉันก็เริ่มรู้สึกอึดอัด ว่าที่จริง
ของพวกนี้ก็ไม่ได้จำเป็น
เมื่อก่อนเราก็ไม่เคยมีมัน
แล้วทำไม... น้องเขาอยากได้ขนาดนั้น
ทำไมเราถึงไม่ให้น้อง???

ฉันต้องประณามในความใจดำของตัวเอง
คิดทีก็เป็นทุกข์ที คิดอีกทีก็เป็นทุกข์อีกที

แล้วในที่สุด
หลายวันผ่านไป
ฉันยื่นสิ่งของนั้นให้กับน้อง
"อ้ะ! พี่ไม่อยากได้แล้วล่ะ แต่น้องต้องรักษามันไว้ดีๆนะ"
น้องพยักหน้า....
ณ วินาทีนั้น ทำไมมันถึงอิ่มเอิบใจนะ?
แม้จะเป็นการให้เล็กๆน้อยๆ แต่ก็รู้สึกอิ่มเอิบใจจริงๆ
เป็นความสุขชั่วครู่...ความสุขจากการให้

แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง ฉันไม่ได้กลับมาให้ของสิ่งนั้นแก่น้อง..
เพราะไม่มีโอกาสจะให้...
นั่นทำให้ฉันรู้สึกแย่ ที่ปล่อยโอกาสงามๆนั้นไป
วินาทีที่ฉันให้น้องไป น้องคนนั้นก็มีความสุข
...สมมตินะ วันนั้นเป็นวันปีใหม่ เราเล่นจับของขวัญกัน
ฉันได้ตุ๊กตาหมาน่ารัก
น้องคนหนึ่งอยากได้ เธอขอตุ๊กตาหมาจากฉัน
ฉันขอโทษน้อง บอกว่าไม่แน่ใจจะให้ดีไหม
ในที่สุดก็ไม่ได้ให้
พอเลยปีใหม่ไป
สมมติว่า จู่ๆเราเปลี่ยนใจ เอาตุ๊กตาหมาตัวนั้นมาให้น้อง
ในวันตรุษจีนแทน
คิดว่าน้องจะดีใจไหม?
ก็คงดีใจ
แต่มันก็ต่างกันมาก... ระหว่างให้ตอนอยากได้ กับให้ตอนไม่ได้อยากได้น่ะนะ!!!

นี่ก็เป็นเพียงอีกตัวอย่างหนึ่งของเรื่องการให้
ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันอยากจะ "ให้"


........................

คุณเคยให้เงินกับขอทานบ้างหรือยัง???

ฉันคิดบ่อยครั้ง เชื่อว่าคุณก็คงเคยคิด
ว่าให้เงินไปก็อาจยิ่งทำให้จำนวนขอทานเพิ่มขึ้น
หรือไม่...ขอทานคนนั้นก็คงไม่ยอมเลิกเป็นขอทาน เพราะยังมีคนให้เงินแก่พวกเขา
ถ้าเราไม่ให้...พวกนั้นคงเลิกเป็นขอทานกันไปเองก็ได้...

หรือไม่ก็.. นึกไปถึงภาพคนจับเด็ก ตัดแขนตัดขาเด็ก แล้วจับมาเป็นขอทาน
...ฮึ! ถึงเราจะให้เงินขอทานเหล่านี้ไป.. พวกนี้ก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรอก! จะมีก็แต่คนที่จับพวกนี้มาเป็นขอทานน่ะสิ!
ยิ่งให้เงินไป พวกนั้นก็จะยิ่งได้ใจใหญ่ บลาๆๆ

มันก็อาจจะจริง
แต่ถ้าเรามองกันอีกแง่
คือ... ถึงแม้เราไม่ให้ ก็ต้องมีบางคนใจอ่อนให้เงินขอทาน เพราะฉะนั้นเราไม่ให้เพียงคนเดียว ก็คงไม่ได้ช่วยลดจำนวนขอทานลงได้เลย รวมถึงจำนวนคนที่จับคนอื่นมาตัดแขนตัดขาเป็นขอทานด้วย!

และฉันก็มีแง่มุมอีกแง่ค่ะ
คือแง่ของ "ความสุข"
มันก็ขึ้นอยู่กับคุณด้วยนะคะ ว่าตอนที่คุณให้เงินกับขอทาน...
คุณรู้สึกอย่างไร
ถ้าให้ด้วยใจบริสุทธิ์จริงๆ ให้เพราะอยากให้จริงๆ
ให้เพราะรู้ว่าผู้รับต้องมีความสุข
นั่นแหละค่ะ.. ความสุขอย่างหนึ่งจะบังเกิดขึ้น

พอเหรียญของคุณดัง "ป๊อก" อยู่ในกระป๋องโลหะของขอทานนั้นแล้ว
ขอทานตาบอดยิ้ม หรือขอทานแก่ๆบอกขอบคุณ พร้อมอวยพรให้คุณเจริญๆยิ่งๆขึ้นไป... ความสุขอีกอย่างหนึ่งก็บังเกิดขึ้นเช่นกัน
เชื่อเลยว่า เมื่อคุณเดินจากไป ทั้งคุณและขอทานต่างก็ยิ้มอย่างมีความสุข ... ทั้งสุขของผู้ให้ และของผู้รับ

อีกเรื่องหนึ่งที่จะไม่พูดถึงนั้นไม่ได้เลย
คือการลด... จำชื่อเรียกไม่ได้ ประมาณว่า ลดความขี้งก นั่นแหละ

จากที่คุณไม่เคยให้เงินขอทานเลย
ถ้าคุณยอมสละเงิน
แม้บาทเดียวของคุณ... นั่นแหละ คุณได้ลดความขี้งกลง
ลด "ตัวกูของกู" ลง (บ้าง)
ต่อไป เมื่อคุณทำบ่อยขึ้นๆ คุณจะเปิดใจกว้างมากขึ้น
วันหลังคุณอาจให้ ห้าบาท สิบบาท ถ้ามันไม่ได้ทำให้คุณเดือดร้อน

ยอมสละเล็กๆ ก็สามารถทำให้คุณเป็นคนเสียสละมากขึ้น


ดีออกจะตายเนอะ :D

นี่เป็นเคล็ดลับความสุขง่ายๆจากการให้

ต้องขออภัยจริงๆค่ะที่นอกเรื่องจนได้
จากความฝันบ้าๆ กลายเป็นเรื่องการให้
.....


"เพราะสำหรับฉันแต่ก่อน ความรักคือการคว้ามา
แต่ในวันนี้ฉันเปลี่ยน ความรักคือการให้ไป
เพิ่งจะรู้และเข้าใจ เมื่อฉันได้มารักเธอ"
 
 

แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 นนท์ บอกว่า :
    ^____^
    4 ก.ย. 54 / 22:52

    2 อาร์เทมิสเทวีแห่งดวงจันทร์ บอกว่า :
     ขอบคุณที่อุตส่าห์เข้ามาอ่านค่ะพี่นนท์ ^^"
    17 ก.ย. 54 / 13:40

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    3
    Comments
    23
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog