เรื่องของคนที่ปากบอกว่ารักในหลวงแต่...
ตอนก่อนหน้า

เรื่องของคนที่ปากบอกว่ารักในหลวงแต่...
เกริ่นเรื่อง: รู้ว่าเล่าแล้วอาจมีภัยมาถึงตัวเอง แต่ก็อยากเล่า...
7 ธ.ค. 52 , View: 330 , Post : 3


ต้องขอโทษด้วยที่ยังไม่มีรูปอะไรมาให้ดูกัน แต่อยากเล่ามากๆ  เพราะไม่นึกว่าจะได้เห็นความต่างอย่างชัดเจนระหว่างคนที่รักในหลวง กับ คนที่ปากบอกว่ารักในหลวง อย่างชัดเจนในงานบุญครั้งนี้

   เกริ่นเรื่อง...
พระแผนที่ประเทศไทย 5 ภาค 76 จังหวัด ซึ่งหล่อขึ้น ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2552 (ในงานตัดลูกนิมิตของวัดโดยท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม) มีด้วยกันทั้งหมด 157 องค์  สร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ที่จะรักษาความเป็นปึกแผ่นของประเทศไทยทั้ง 76 จังหวัดไว้ และเพื่อให้พระสงฆ์ทั้ง 2 ฝ่าย (มหานิกายกับธรรมยุติ) มีความสามัคคีกันและช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนาและชาติไทยให้คงอยู่ถาวรในแผ่นดินสยามของเราสืบต่อไป

    ซึ่งตามหมายกำหนดการ พระทั้ง 157 องค์ซึ่งได้รับการพุทธาภิเษกในวันที่ 2 ธันวาคม 2552 แล้ว จะถูกมอบให้กับคณะสังฆาธิการจากทั้ง 2 นิกาย ทั้ง 76 จังหวัด เพื่อให้พระพุทธรูปปางพิเศษนี้ได้ไปประดิษฐานในจังหวัดต่างๆของประเทศไทยทั้ง 76 จังหวัด (จังหวัดละ 2 องค์ ตามนิกาย 2 นิกาย) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ทุกๆคนทั่วโลกได้รับทราบว่า " จะอย่างไรก็ตาม ประเทศไทยเรามี 76 จังหวัด และไม่ว่าใครจะพยายามยังไงก็เปลี่ยนแปลงความจริงข้อนี้ไม่ได้ " ประการหนึ่ง และเพื่อความสามัคคีสมานฉันท์ในสงฆ์ทั้ง ๒ ฝ่าย เพื่อสงฆ์ทั้ง 2 ฝ่ายจะได้ช่วยกันทำนุบำรุงพระศาสนาและชาติไทยโดยภราดรภาพต่อไป  
   ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับงานพิธีนี้ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และพระราชทาน สุหร่าย น้ำทิพยมนต์ และผงเจิมผ่านผู้แทนมาให้  โดยตามหมายกำหนดการเดิมงานของเรา จะเป็นไปอย่างเรียบง่ายๆไม่ซีเรียส ตามฤกษ์สะดวกของพระแต่ละจังหวัด (ทั้ง 76 จังหวัด) โดยจะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ช่วง 12.30 -13.00 น. และเริ่มพิธีตั้งแต่ 14.00 - 18.00 น.
  ซึ่งโลมาก็ได้เห็นความจริงมาหลายอย่าง คือ เรื่องของคนที่รักในหลวง เป็นประการแรก ดังนี้

1. ทหารเรือ : พูดได้เต็มปากครับว่า ทหารเรือของเรานอกจากจะสุภาพอ่อนโยน มารยาทดีแล้ว ยังรักในหลวงมากๆด้วย เพราะพวกเขามาถึงพื้นที่ก่อนใครๆเลย และมาช่วยงานทุกอย่าง ทั้งรับลงทะเบียน แจกโบรชัวร์ แจกของที่ระลึก ฯลฯ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม และคำพูดอันสุภาพอ่อนโยน และพวกเขาอยู่ช่วยงานจนตะวันลับขอบฟ้าไปแล้วก็ยังไม่ไปไหน  จึงบอกได้เต็มปากเต็มคำว่า ทหารเรือของเรารักในหลวงจริงๆ


2. ตำรวจ : หลายๆคนอาจจะเคยชิงชังตำรวจ มองว่าตำรวจเป็นโจรเสียเอง จากเรื่องการแจกใบสั่งบ้าง จากคดีต่างๆที่ปรากฏในหน้า นสพ ว่าตำรวจยัดเยียดคดีผู้ต้องหาอย่างนั้นอย่างนี้  แต่ตำรวจเมื่อวานน่ารักมากๆ พวกเขามาถึงทีหลังทหารเรือเล็กน้อย และคอยอยู่ช่วยงานโดยการให้ความสะดวกต่างๆจนถึงเวลา 17.00 น. จึงขอลากลับไปปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองต่อ

3. ทหารบก : ทหารบกก็เข้าถึงพื้นที่ไล่เลี่ยกับทหารเรือครับ (แต่มาน้อยกว่า อย่างไรก็ตามก็มาถึงก่อนตำรวจ [012]) และคอยช่วยบันทึกภาพทั้งรูปถ่าย และวิดิโอ ตลอดจนช่วยประชาสัมพันธ์ ตลอดงานพิธี

4. สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 กลุ่มนี้ยอมรับครับว่าเป็นอีกกลุ่มที่จงรักภักดีจริงๆ เพราะช่วยทำข่าวมาตั้งแต่สมัยงานพระไตรปิฎกซึ่งสมเด็จพระพี่นางยังคงมีพระชนม์ชีพอยู่แล้ว  พี่ๆนักข่าวแต่ละคนก็อัธยาศัยดี ไม่ถือตัว และเป็นกันเองมากๆ

5. สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 กลุ่มนี้ก็เป็นอีกกลุ่มครับที่บอกได้ว่าจงรักภักดีจริงๆ เพราะช่วยทำข่าวมาตั้งแต่สมัยงานพระไตรปิฎกซึ่งสมเด็จพระพี่นางยังคงมีพระชนม์ชีพอยู่เช่นเดียวกับช่อง 3 และพี่ๆนักข่าวและช่างภาพหลายๆคน ยังเอาอาหารกล่องมาแบ่งให้พวกเรากินด้วย และพี่ช่างภาพบางคนยังมาช่วยในงานลงทะเบียน - แจกของที่ระลึก และปราชาสัมพันธ์อีกด้วย

6. และขาดไม่ได้คือคณะสงฆ์ 2 ฝ่าย จากทั้ง 76 จังหวัด บอกได้เลยว่าหลวงพ่อ หลวงพี่ หลวงตา หลวงลุง ทุกๆรูป รักในหลวงมากๆ บางท่านขาไม่ค่อยดีเพราะชราและอาพาธเป็นเบาหวาน แต่ท่านก็อุตส่าห์มาเพื่อในหลวง เพื่อศาสนาพุทธ และเพื่อชาติไทยคงอยู่เป็นปึกแผ่นถาวรครบทั้ง 76 จังหวัดต่อไป  ที่น่าเห็นใจและอดเป็นห่วงไม่ได้คือ หลวงตาจากปัตตานี และอีก 2 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านเดินทางฝ่าอันตรายมาเพื่อในหลวงของเราจริงๆ ซึ่งโลมาก็หวังว่าคณะพี่ๆตำรวจและทหารที่มาช่วยงานทั้งหลาย จะส่งหลวงตา หลวงพ่อ หลวงลุง ทั้ง 6 รูปนี้กลับไปที่วัดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกับพระแผนที่ประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย
  หลวงตาท่านหนึ่งจาก 3 จังหวัดภาคใต้ เป็นพระที่มีอัธยาศัยดีมาก คุยสนุก และมีเมตตา จนดูไม่ออกเลยว่าท่านมาจากปัตตานี และท่านก็ปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะให้แผ่นดินของเรากลับมาสงบร่มเย็นเหมือนเดิม และปรารถนาให้ในหลวงของเรามีพระสุขภาพพลามัยแข็งแรงอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้พสกนิกรต่อไปให้นานที่สุด  ท่านบอกกับโลมาว่า  ในหลวงท่านพระราชทาน สุหร่าย น้ำมนต์ และผงเจิมมาให้แบบนี้ ก็เหมือนกับท่านเสด็จมาเอง  และหากท่านมาได้เอง ท่านก็คงจะเสด็จมาเอง  ฟังหลวงตากล่าวตอนนั้น ก็น้ำตาซึมเลยครับ  รู้สึกอบอุ่นใจที่ประเทศเรามีพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐและจริงใจต่อประชาชนเช่นนี้

   งานก็เริ่มด้วยดีมาจนถึงช่วง 15 นาฬิกาเศษๆ เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น แต่พวกหลวงตา หลวงพ่อ หลวงลุงท่านก็ให้สติโลมากับทุกๆคนว่า " ปล่อยเขาไปเถอะลูก มารไม่มีบารมีไม่เกิด เราตั้งใจทำงานของเราเพื่อในหลวงให้ดีที่สุดกันดีกว่า "
 แต่โลมารู้สึกอยากเล่าเหลือเกิน อยากให้พี่ๆน้องๆได้รู้ถึงพฤติกรรมของคนที่ปากบอกว่ารักในหลวง ว่าเขาทำอะไรกับงานในพระบรมราชูปถัมภ์ของบุคคลอันประเสริฐที่ปากเขาบอกว่ารักบ้าง

      1. พวกเขาคือกลุ่มบุคคล ที่จองสถานที่เดียวกับพวกเราไว้ ด้วยต้องการจะทำบุญผ้าป่าเฉลิมพระเกียรติ และด้วยวิธีการใดไม่ทราบ พวกเขาสามารถขอใช้พื้นที่ดังกล่าว ในระยะเวลาที่ทาบทับ (Overlay) กับงานของพวกเราซึ่งเป็นงานในพระบรมราชูปถัมภ์ได้โดยประหลาด (งานของเราตามหมายกำหนดการคือ 14.00 - 18.00 น. และจะสวดมนต์ให้ในหลวงต่อถึง 4 ทุ่ม  ขณะที่งานของเขาที่มาแทรกกลางคือ 16.00 - 17.00 น. ณ พื้นที่เดียวกัน)
     2. พอใกล้จะถึงเวลา 16.00 น. ซึ่งโลมาก็แน่ใจว่า พวกเขารู้ว่างานนี้คืองานในพระบรมราชูปถัมภ์ และจัดขึ้นเพื่ออะไร เพราะพระผู้แทนสมเด็จพระสังฆราชท่านก็ประกาศออกไมค์อยู่ตั้งแต่แรก และพวกเขาก็อยู่ในเต็นท์ข้างพวกเราเพียงเต็นท์เดียวเอง  แต่ขณะที่งานของเรากำลังดำเนินไปด้วยดีนั้นเอง  เขาก็ส่งคนของเขามากระทำการกดดันข่มเหงพวกเราว่า " เมื่อไหร่จะจบๆไปสักที ท่านรัฐมนตรีมาถึงแล้วนะ งานของพวกฉันมีรัฐมนตรีจากสำนักนายกเป็นประธานให้เกียรติมานะ จะถวายบุญให้ในหลวงด้วย!!!! " ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาใหญ่มาจากไหน ถึงกล้าพูดเช่นนั้นในพื้นที่ของพิธีในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งกำลังมีทั้ง ทหาร ตำรวจ สื่อมวลชน และผู้ใหญ่จากในวัง รวมถึงสงฆ์ 2 ฝ่ายจากทั้ง 76 จังหวัด  ประชุมกันอยู่อย่างสามัคคีด้วยแรงศรัทธาและจงรักภักดีได้...
    3. ทางเราเองก็สงสัยว่าทำไมงานถึงได้ Overlay กันเช่นนี้  และทำไมคนที่บอกว่ารักในหลวงเหมือนเรา ถึงได้ใช้อำนาจบาตรใหญ่มาข่มขู่กลุ่มชนที่มีอุดมการณ์เดียวกันแบบนี้ได้  แต่เรื่องก็จบลงที่คณะสังฆาธิการทั้งหลาย ทั้ง 2 นิกายจาก 76 จังหวัด (ย้ำว่าทั้ง 2 นิกาย) เห็นพ้องว่าให้หลบให้เขา เขาอยากทำอะไรก็ให้ทำไป เพราะยังไงๆก็ทำให้ในหลวงเหมือนกัน  เราจึงถืออหิงสาอยู่เฉยๆไม่ตอบโต้ ทั้งๆที่พี่นักข่าว ตำรวจ ทหารหลายๆคน ก็รู้สึกร้อนๆในอกพอๆกับโลมาในตอนนั้นเช่นกัน แต่หลวงพ่อทั้งหลายก็ให้สติด้วยหลักธรรมอันเมตตา จนพวกเราวางใจให้สงบได้ว่า " คนมันเป็นแบบนี้ เราก็ต้องอุเบกขา เพราะเราไม่มีทางเปลี่ยนอัตตาในตัวเขาได้ "
   4. พิธีของเราจึงต้องรีบเร่งขึ้น เพราะต้องลำเลียงพระแผนที่ประเทศไทยให้คณะสังฆาธิการทั้ง 76 จังหวัดอย่างรวดเร็วกว่าเดิม แต่ทุกๆคนก็ช่วยกันอย่างเต็มที่ ไม่มีใครว่าอะไร เพราะต้องการให้งานพิธีจบลงด้วยดี  และเมื่อถึงเวลา 16.00 น. ทั้งๆที่พวกเรายังขนพระให้คณะสังฆาธิการได้ไม่ครบ (แต่พวกเราก็ได้เคลื่อนขบวนหลบออกมา และเปิดทางให้พวกเขาเข้าไปใช้พื้นที่ในเต็นท์และเวทีได้อย่างอิสระ) ขณะที่พวกเรากำลังขนพระอยู่ต่อไปนั้นเอง  ฝ่ายเขาก็ประกาศออกไมโครโฟนมาว่า
  " ขอเชิญพ่อแม่ พี่น้อง สาธุชนทั้งหลาย และพระภิกษุ สมาเณรทั้งหลายในสถานที่นี้ มาร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่าเพื่อถวายกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับพวกเรานะครับ " ตรงนี้พวกเราไม่ว่าอะไร เพราะตกลงกันแล้วว่าจะยอมถอยให้เขา  เนื่องจากเชื่อคำพระทั้งหลายที่มาชุมนุมกันในงานนั้นว่า  เพื่อในหลวงไม่ควรปะทะกันโดยไม่จำเป็น  เรื่องแบบนี้ถ้าฝ่ายหนึ่งยอมถอยให้ซะ เรื่องก็จบ
แต่ประโยคต่อไปที่เขาพูดออกมา ทำให้โลมาต้องขอเล่า  เพราะเขาบอกว่า
" ญาติโยมท่านใด หรือพระสงฆ์สามเณรท่านใด มีเงินเท่าไหร่ ก็รีบๆมากันนะครับ เพราะตอนนี้ปะรำพิธีของเราเต็มไปด้วยผู้มีจิตศรัทธามากๆเลยครับ ดูสิครับทั้งพระภิกษุ ข้าราชการ ประชาชนมาออกันเต็มไปหมดแล้ว ถ้าท่านช้าจะหมดโอกาสทำบุญให้ในหลวงนะครับ "
  ตอนนั้นโทสะปรี๊ดขึ้นในสมองโลมาเลย และพี่ๆหลายๆคนก็คงรู้สึกเหมือนๆกัน เพราะรู้ๆกันว่า " พระภิกษุ ข้าราชการ ประชาชนที่เขาบอกว่าออกันอยู่มากมายในเขตพื้นที่พิธีของเขา คือพวกเราที่ยังทำงานกันไม่เสร็จ และพวกเราทั้งหมดทั้งพระทั้งฆราวาส ก็ยังไม่มีใครได้ไปมอบเงินทำบุญให้กับผ้าป่าของเขาเลย แต่เขาก็กล้าพูดออกมาแบบนี้อย่างไม่อายฟ้าดิน และไม่อายองค์พระศรีศากยะซึ่งเป็นประธานมองมายังเขตพิธีอยู่ " แต่ประธานสงฆ์และพระผู้ใหญ่หลายๆท่านก็ปรามพวกเรา และให้สติว่า " มารไม่มี บารมีไม่เกิด ฟ้าดินกับสวรรค์ท่านรู้ลูกว่าใครทำอะไร พวกเราทำหน้าที่ของพวกเราต่อไปให้ดีที่สุดเถิด " พวกเราจึงแข็งใจทำจิตเป็นอุเบกขา และอหิงสา ตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเราต่อไป โดยไม่สนว่าพวกที่กล่าวชุบมือเปิบพวกเราเมื่อกี้ และเข้ามาแทรกในเขตพื้นที่ของเราทั้งๆที่งานของตัวไม่ได้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะทำอะไรต่อไปบ้าง  แต่ที่แน่ๆคือพอพวกเขาเสร็จ คือได้เงินผ้าป่าสมใจแล้ว ก็พากันสะบัดก้นลุกจากปะรำพิธีไป  โดยไม่สนใจจะมาช่วยพวกเราขนพระ หรือจะมีจิตสนใจมาร่วมสวดมนต์ให้ในหลวงกับพวกเราต่อเลยแม้แต่น้อย...
   และนั่นคือเรื่องของกลุ่มคนที่ปากบอกว่ารักในหลวง  ซึ่งโลมาอยากนำมาเล่าให้ทุกๆคนฟังครับ [027]


แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 jeut บอกว่า :
    เขียนยาวจัง = =
    เดี๋ยวเจมาอ่านนะ ตอนนี้ต้องปิดคอมแล้วอะ
    9 ธ.ค. 52 / 23:59

    2 pomPuen บอกว่า :
     เฮ้


    จะเขียนอะไรน่ะ

    ก็เกรงใจหลวงพ่อมั้งดิ



    เห็นแก่หลวงพ่อมั่ง
    12 ธ.ค. 52 / 22:35

    3 x ч z` บอกว่า :
    มันเสี่ยงไปหน่อย แต่พออ่านแล้วก็พูดอะไรไม่ออกอะนะ
    15 ธ.ค. 52 / 16:44

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    19
    Comments
    29
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog