โฮะๆๆๆI'm come back now!!กลับมาแว้วเจ้าคร่า*0*เด๋วปลายเดือนนี้แม่จาอัพเดทคอมการ์ดจอและต่อเน็ตใฮสปีดให้นะคะทีนี้จาอัพทุกวันเลยล่ะค่ะขอบอกก อิอิ ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ>O<
กฏเหล็กข้อห้ามสำหรับการเข้าชมบอร์ดเรานะคะ^O^
1.เรียวมะ,คิรัวร์,ซาซึเกะ หล่อ เท่ ที่ซู้ดดดดดดดดดดดดด
2.เรียวมะ,คิรัวร์,ซาซึเกะ ทำอะไรในการ์ตูนไม่มีวันผิด
3.ถ้าเรียวมะ,คิรัวร์,ซาซึเกะ ทำผิดให้กลับไปดูข้อ2 อีกที
^-^
ชอบไหมคะไปหามาลงแล้วน้าา^O^
-^w^-ตัวละครหลักHunter X Hunterู-^w^-
กอร์น ฟรีคส์ (ゴン=フリークス - Gon Furikusu; Gon Freecss)
- เด็กหนุ่มจากเกาะปลาวาฬ พ่อของเขาคือหนึ่งในฮันเตอร์อันดับหนึ่งของโลกที่ชื่อจิน ฟรีคส์ ซึ่งได้ออกเดินทางไปทั่วโลกตั้งแต่กอร์นยังเล็ก ทิ้งเขาไว้ในการดูแลของน้าสาวที่ชื่อมิโตะ กอร์นนั้นอยากจะเป็นฮันเตอร์ที่เก่งกาจเพื่อตามหาพ่อของตนให้ได้ เป็นเด็กที่ตรงไปตรงมา คิดอย่างไรก็พูดอย่างนั้น รักความยุติธรรม
เน็นสายเสริมพลัง เกิด 5 พฤษภาคม
คิรัว โซลดิ๊กส์ (キルア=ゾルディック - Kirua Zorudikku; Killua Zoldyck)
- เกิด 7 กรกฏาคม เด็กหนุ่มในตระกูลนักฆ่าที่มีชื่อเสียงเรื่องการลอบสังหาร ถูกเลี้ยงดูมาอย่างนักฆ่าตั้งแต่เล็ก ฝีมือในการลอบสังหารนั้นถือว่าอัจฉริยะ แต่คิรัวร์ไม่ต้องการจะเป้นนักฆ่า เขาอยากใช้ชีวิตในแบบของตนที่ไม่ต้องคอยหลบซ่อน จึงเข้าสมัครสอบฮันเตอร์ และได้พบกับกอร์นจนเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่นั้น คิรัวร์เป็นเด็กที่บางครั้งก็โหดเหี้ยมด้วยนิสัยนักฆ่าที่ติดตัวมา แต่บางครั้งก็เป็นเหมือนเด็กทั่วๆไป เน็นสายเปลี่ยนแปลง
คุราปิก้า (クラピカ=クルタ - Kurapika Kuruta; Curarpikt Curta)
- เป็นหนึ่งในชนเผ่าคูลท์ที่เหลือรอดจากเหตุการณ์สังหารหมู่ในครั้งหนึ่ง เผ่าคูลท์นั้นเป็นเผ่าที่มีลักษณะพิเศษคือเมื่อโกรธดวงตาจะเปล่งประกายเป็นสีแดงสดหรือที่รู้จักกันในนาม "เนตรสีเพลิง" เป็นที่ต้องการของนักสะสมมาก เผ่าคูลท์ถูกฆ่าก็เนื่องด้วยเหตุนี้ คุราปิก้าต้องการจะแก้แค้นให้เพื่อนสนิทที่ถูกควักดวงตาไป โดยพวกที่ควักลูกตาของเผ่าคูลท์ คือกองโจรเงามายา หรือพวกแมงมุม จึงมาสอบฮันเตอร์เพื่อจะไปแก้แค้น แต่จำเป็นต้องหาข่าวสาร คุราปิกก้ามีบุคลิกที่ดูไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชายกันแน่ เป็นคนเอาจริงเอาจัง ฝีมือด้านการต่อสู้ก็เป็นเลิศ และยังมีไหวพริบสติปัญญาเฉียบคมอีกด้วย เน็นสายแปรสภาพ
เลโอรีโอ (レオリオ - Reorio; Leorio)
- เกิด 3 มีนาคม เมื่อเพื่อนสนิทของเขาตายลงเนื่องจากโรคร้าย และค่ารักษาพยาบาลก็แพงจนไม่มีปัญญาจ่าย ทำให้เลโอริโอคิดจะสอบเป็นหมอเพื่อช่วยเหลือคนจนที่ไม่มีเงินรักษา แต่แม้กระทั่งการสอบหมอก็ยังต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เขาจึงตัดสินใจสอบฮันเตอร์เพื่อหาเงินค่าเล่าเรียน มองภายนอกเลโอริโอเป็นคนเห็นแก่เงิน แต่แท้จริงกลับเป็นชายหนุ่มผู้โอบอ้อมอารีเป็นที่สุด แม้ฝีมือด้านการต่อสู้จะไม่มากนัก แต่ก็มีความรู้เรื่องต่างๆดีเยี่ยม คอยเป็นที่ปรึกษาให้กลุ่มเสมอ เน็นสายเสริมพลัง
ฮิโซกะ (ヒソカ - Hisoka; Hyskoa)
- มายากรลึกลับผู้มีจิตใจวิปริต และฝีมือก็ร้ายกาจ ได้พบกับกอร์นตั้งแต่ครั้งสอบฮันเตอร์ เมื่อเห็นว่ายังมีอนาคตอีกไกลก็เลยปล่อยไว้โดยไม่ฆ่าทิ้ง และหวังว่าจะได้ประลองกันในอนาคต
- ชื่อของฮิโซกะ (hyskoa) ในภาษามันจิหมายถึง ความลับ เน็นสายเปลี่ยนแปลง
โจรเงามายา (「幻影旅団」, Genei Ryodan, เกะเนเรียวดัน) หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า ชาโดว์บริเกด (Shadow Brigade) หรือ แฟนทอมโทรป (Phantom Troupe) เป็นชื่อกลุ่มโจรตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์
โจรเงามายา เป็นชื่อกลุ่มโจรที่มีฝีมือสูง มีชื่อเรียกว่า แก๊งแมงมุม เนื่องจากสมาชิกแต่ละคนจะมีรอยสักแมงมุม 12 ขา โดยจะสักหมายเลขสมาชิกไว้ในรอยสัก สมาชิกเงามายาเปลี่ยนหน้ากันไปเรื่อย ด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่ส่วนมากคือ สมาชิกเก่าเสียชีวิตลง แต่หากต้องการเป็นสมาชิกของกลุ่มโจรนี้ก็ต้องโค่นสมาชิกเก่าให้ได้เสียก่อน
สมาชิก
สมาชิกกลุ่มโจรเงามายามีด้วยกัน 13 คน ดังนี้ ชื่อตัวละคร สะกดตามต้นฉบับภาษาไทยของวิบูลย์กิจ ตามโดยชื่อภาษาญี่ปุ่นและโรมะจิ และชื่อภาษาอังกฤษที่ปรากฎในช่วงเล่มแรกๆ และสุดท้ายเป็นชื่อภาษาอังกฤษที่ผู้วาดกำหนดชื่อในคู่มือแนะนำตัวละครของทางจัมป์
คุโรโร่ ลูซิเฟอร์ (ภาษาญี่ปุ่น: クロロ=ルシルフル - โรมะจิ: Kuroro Rushirufuru; ชื่ออังกฤษ: Kuroro/Quoll Lucifer; ชื่อตามคนวาด: Quwrof Wrlccywrlir)
- คุโรโร่ เป็นหัวหน้าของกลุ่มโจรเงามายา สามารถขโมยได้ทุกสิ่งที่ต้องการแม้กระทั่งความสามารถเน็นของผู้อื่น เกิดที่นครดาวตก เป็นผู้ก่อตั้งแก๊งแมงมุม นิสัยสุขุมรอบคอบ
- คำว่า ควอลล์ (quoll) เป็นชื่อของสัตว์กินเนื้อชนิดหนึ่งลำตัวมีสีดำ ส่วนคำว่า "คุโระ" ในภาษาญี่ปุ่นหมายถึง สีดำ และ ลูซิเฟอร์ เป็นเทพองค์หนึ่งในความเชื่อของศาสนาคริสต์
ปาคูโนด้า (ภาษาญี่ปุ่น: パクノダ - โรมะจิ: Pakunoda; ชื่ออังกฤษ: Pakunoda; ชื่อตามคนวาด: Phalcnothdk)
- ปาคูโนด้า หญิงสาวที่มีพลังในการอ่านความคิดของผู้อื่นได้แค่เพียงสัมผัส และยังสามารถสร้างกระสุนปืนความทรงจำเพื่อถ่ายทอดให้กับคนอื่นๆได้ด้วย เป็นคนที่ห่วงใยหัวหน้ากลุ่มมากขนาดที่ยอมสละชีวิตให้ได้ทีเดียว
อุโบกิน (ภาษาญี่ปุ่น: ウボォーギン - โรมะจิ: Ubōgin; ชื่ออังกฤษ: Ubogin; ชื่อตามคนวาด: Wbererguin)
- อุโบกิน เป็นสมาชิกที่มีพลังร่างกายในระดับสูงที่สุดในกลุ่ม มีท่าไม้ตายคือหมัดบิ๊กแบงอิมแพ็คที่มีพลังทำลายเทียบเท่าจรวดสังหาร นิสัยบ้าคลั่ง ชอบลุยเดี่ยว
ฮิโซกะ (ภาษาญี่ปุ่น: ヒソカ - โรมะจิ: Hisoka; ชื่ออังกฤษ: Hisoka; ชื่อตามคนวาด: Hyskoa)
- ฮิโซกะ เป็นตัวละครหลักในเรื่อง ซึ่งเจอ กอนและคิรัวร์ ในช่วงสอบฮันเตอร์ มีท่าไม้ตายที่น่ากลัวอยู่2อย่างคือบันจี้กัมและแท็กเจอร์พิสดาร ฮิโซกะได้ปลอมตัวเข้าแก๊งแมงมุมเพื่อที่จะได้ต่อสู้กับคุโรโร่ ซึ่งภายหลังพอรู้ว่าคุโรโร่เสียท่าคุราปิก้าทำให้ใช้เน็นไม่ได้ ฮิโซกะจึงได้ออกจากแก๊งไป
ฟิงคซ์ (ภาษาญี่ปุ่น: フィンクス - โรมะจิ: Finkusu; ชื่ออังกฤษ: Phinx; ชื่อตามคนวาด: Phynkss)
- ฟิงคซ์ หนึ่งในสมาชิกที่มีความสามารถด้านการต่อสู้สูง แม้จะใช้มือเปล่าก็สามารถจัดการเป้าหมายหลายๆคนได้ในพริบตา นิสัยเลือดร้อน แต่ด้วยฝีมือที่สูงส่งและไหวพริบดีทำให้ไม่เสียท่าศัตรูง่ายนัก ชอบจับคู่กับเฟย์ตัน
เฟย์ตัน (ภาษาญี่ปุ่น: フェイタン - โรมะจิ: Feitan; ชื่ออังกฤษ: Feitan; ชื่อตามคนวาด: Heytun)
- เฟย์ตัน สมาชิกอีกหนึ่งคนที่มีนิสัยเหี้ยมโหดชอบฆ่าคน ฝีมือดีไม่แพ้ฟิงคซ์ จึงชอบจับคู่กันออกลุย
แฟรงคลิน (ภาษาญี่ปุ่น: フランクリン - โรมะจิ: Furankurin; ชื่ออังกฤษ: Franklin; ชื่อตามคนวาด: Fulunkln)
- แฟรงคลิน มีลักษณะคล้ายแฟลงเกนสไตน์ สามารถเปลี่ยนมือให้เป็นปืนกลโดยการตัดนิ้วมือออก เพราะรู้สึกว่าจะทำให้รุนแรงขึ้น
ชิซึคุ (ภาษาญี่ปุ่น: シズク - โรมะจิ: Shizuku; ชื่ออังกฤษ: Shizuku; ชื่อตามคนวาด: Chzzck)
- ชิซึคุ มองภายนอกดูเป็นเด็กสาวน่ารักใสซื่อ แต่ก็มีความโหดเหี้ยมในแบบเด็กๆ รวมถึงฝีมือการต่อสู้ที่ไม่เป็นรองใคร มีท่าไม้ตายเป็นเครื่องดูดฝุ่นชื่อว่า เดเมจัง ซึ่งสามารถดูดสิ่งไม่มีชีวิตใดก็ได้ตามแต่จะสั่ง
มาจิ (ภาษาญี่ปุ่น: マチ - โรมะจิ: Machi; ชื่ออังกฤษ: Machi; ชื่อตามคนวาด: Matiy)
- มาจิ แปรสภาพเน็นให้เป็นเส้นด้าย โดยถ้าเส้นด้ายนี้มีขนาดสั้นมาก ก็จะมีนำหนักเป็นตัน แต่ถ้าปล่อยออกมาหมดก็พันรอบโลกได้หนึ่งรอบ พลังของมาจิ ยังสามารถต่อเส้นด้ายและกล้ามเนื้อที่ขาดได้ โดยได้รักษาให้ฮิโซกะในช่วงการต่อสู้บนหอประลองกลางหาว
กอลโทปี้ (ภาษาญี่ปุ่น: コルトピ - โรมะจิ: Korutopi; ชื่ออังกฤษ: Coltopi; ชื่อตามคนวาด: Colhtophy)
- กอลโทปี้ เป็นผู้มีความสามารถในการก๊อบปี้ ได้ทุกๆอย่าง โดยที่เจ้าตัวเป็นผู้แยกแยะของจริงของปลอมได้เพียงผู้เดียว
ชาร์แนค (ภาษาญี่ปุ่น: シャルナーク - โรมะจิ: Sharunaku; ชื่ออังกฤษ: Shalnark; ชื่อตามคนวาด: Syarnorke)
- ชาร์แนค เป็นผู้มีความสามารถในการใช้โทรศัพท์มือถือควบคุมคู่ต่อสู้
โนบุนากะ ฮาซามะ (ภาษาญี่ปุ่น: ノブナガ=ハザマ - โรมะจิ: Nobunaga Hazama; ชื่ออังกฤษ: Nobunaga Hazama; ชื่อตามคนวาด: )
- โนบุนากะ ใช้ดาบเป็นอาวุธ มีความสามารถ "เอ็น" ที่สามารถปล่อยรัศมีวงกลมรอบตัวเพื่อจับการเคลื่อนไหวของศัตรูได้
- ชื่อโนบุนากะ มาจากอดีตจอมทัพ โอดะ โนบุนากะ ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
โบโนเรนอฟ (ภาษาญี่ปุ่น: ボノレノフ - โรมะจิ: Bonolenofu; ชื่ออังกฤษ: Bonorenolf; ชื่อตามคนวาด: Vonnornoth)
- โบโนเรนอฟ พอต่อสู้ก็จะใส่นวมแล้วถอดเข็มขัดออก มีรูที่ร่างกายเนื่องจากในช่วงวัยเด็กได้ฟังเข็มไว้ และเมื่อโตขึ้นได้ขยายขนาดเข็มเรื่อยๆ
สมาชิกใหม่
คารูโต้ (ภาษาญี่ปุ่น: カルト - โรมะจิ: Karuto; ชื่ออังกฤษ: Kalluto; ชื่อตามคนวาด: Calltt)
- คารูโต้ เป็น คนในตระกูลโซลดิ๊กมีความสามารถเร้นลับ แต่ร้ายกาจ (ไม่บอกความสามารถ) เป็นสมาชิกหมายเลข 4 เข้ามาแทน ฮิโซกะ
ตัวละครอื่นๆ
- จิน ฟรีคส์ - พ่อของกอร์น เป็นฮันเตอร์ที่มีฝีมือติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก แต่ปัจจุบันเดินทางไปที่ใดนั้นไม่มีใครทราบ ทิ้งเบาะแสให้กอร์นไว้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
- มิโตะ - น้าสาวของกอร์น เคยสนิทกันมากกับจินสมัยเด็กๆ ไม่อยากให้กอร์นต้องเสี่ยงอันตรายเหมือนพ่อของเขาจึงพยายามรั้งไว้ แต่ก็มิอาจขวางความมุ่งมั่นของหลานชายได้
- วิงคส์ - อาจารย์สอนวิชาเน็น กอร์นและคิรัวร์ได้พบเมื่อเข้าประลองในหอคอยกลางหาว จึงขอสมัครเป็นลูกศิษย์ให้สอนวิชาให้
- ไคท์ - เป็นเหมือนลูกศิษย์ของจิน ฝีมือในการต่อสู้สูง คอยสอนเรื่องต่างๆให้กอร์น
- คุโรโร่ ลูซิเฟอร์ (クロロ=ルシルフル - Quoll/Kuroro Lucifer; Quwrof Wrlccywrlir) - หัวหน้าของกลุ่มโจรเงามายา กลุ่มโจรซึ่งแย่งชิงดวงตาของเพื่อนร่วมเผ่าคูลท์ของคุราปิก้าไป เป็นคนเยือกเย็นและไหวพริบสติปัญญาดีเทียบเท่าคุราปิก้า อีกทั้งฝีมือด้านการต่อสู้และโจรกรรมก็เป็นเลิศ เขาขโมยได้แม้กระทั่งความสามารถของคู่ต่อสู้ (ชื่อของ คุโรโร หรือ ควอลล์ เป็นชื่อสัตว์กินเนื้อชนิดหนึ่ง)
- บิสเก็ต ครูเกอร์ - ฮันเตอร์ที่มีฝีมือเก่งกาจ เป็นอาจารย์ของวิงคส์อีกทีหนึ่ง ได้เจอกับพวกกอร์นในเกม GI ก็ถูกใจและยอมรับเป็นอาจารย์สอนวิชาเน็นขั้นสูงให้
เน็น
เน็น เป็นความสามารถพิเศษอยู่ภายในร่างกายของมนุษย์ทุกคนจะมีพลังชีวิตที่มีลักษณะเป็นออร่าไหลเวียนอยู่ โดยปกติแล้ว ออร่าจะกักเก็บไหลเวียนอยู่ในร่างกาย แต่เมื่อได้รับการเปิดช่องพลังให้กับออร่าแล้ว คนผู้นั้นก็จะสามารถนำออร่าออกมาใช้งานในรูปแบบต่างๆได้ ซึ่งออร่าที่นำออกมาใช้นี้เรียกว่า 'เน็น' และผู้ที่นำออร่าในร่างกายตนมาใช้งานได้อย่างอิสระจะถูกเรียกว่า 'ผู้ใช้เน็น'
เนื้อเรื่อง
เรื่องราวการผจญภัยนั้นได้เริ่มขึ้น โดยตัวเอกของเรื่องซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 12 ปี ชื่อกอร์น เขาอาศัยอยู่กับน้าสาวชื่อ มิโตะ ในเกาะปลาวาฬ ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ชาวประมงอาศัยอยู่กัน ตัวกอร์นนั้นตั้งแต่เด็กก็เชื่อว่า พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตเนื่องจากอุบัตติเหตุ ตั้งแต่เขายังเด็ก เพราะทุกคนรวมทั้งน้าของเขาบอกอย่างนั้น แต่ทว่าวันหนึ่งกอร์นได้เข้าไปในป่าและถูกหมีจิ้งจอกแม่ลูกอ่อนทำร้าย ขณะที่เข้าตาจนนั้น ฮันเตอร์ชื่อ ไคท์ได้เข้ามาช่วย ซึ่งกำลังตามหาพ่อของกอร์นอยู่พอดี ไคท์ได้เล่าให้กอร์นฟังว่า พ่อของกอร์นนั้นยังไม่ตาย แต่กลับกัน พ่อของกอร์นยังเป็นฮันเตอร์ระดับแนวหน้า และก็เป็นอาจารย์ของเขาด้วย เมื่อกอร์นได้ฟังและรู้ว่าพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ เขาจึงตัดสินใจที่จะออกตามหาพ่อ โดยสิ่งแรกที่เขาตัดสินใจจะทำคือ ต้องเป็นฮันเตอร์ให้ได้
เรื่องราวของ ฮันเตอร์ × ฮันเตอร์ แบ่งออกเป็นช่วงย่อยต่างๆ ได้ดังนี้
การสอบฮันเตอร์
- เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด เมื่อกอร์น ได้สมัครสอบฮันเตอร์ และพบกับเพื่อนคนอื่นที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทในภายหลังทั้งสามคน คือคิรัวร์ คุราปิก้า และเลโอรีโอ เรื่องราวดำเนินจากการสมัครสอบฮันเตอร์ การเดินทางไปยังสนามสอบ การสอบในรอบต่างๆ และได้เจอกับศัตรูคู่แค้นตลอดกาล ฮิโซกะในสนามสอบ และทั้ง 3 คน ยกเว้นคิรัวร์สอบผ่านฮันเตอร์ หลังจากนั้นทั้งสามคน ได้ช่วยกันตรวจสอบเรื่องราวของพ่อกอร์น และได้พบเบาะแสต่อไปคือ เกมชื่อ กรีดไอส์แลนด์ ที่จะมีการประมูลด้วยเงินมหาศาล ภายหลังจากหาข้อมูลเสร็จ ทั้งสามได้ตามคิรัวร์ไปที่บ้านเกิด ยอดเขาคูรูรู และร่วมผจญภัยกันต่อไปโดย กอร์นและคิรัวร์ได้เดินทางมาฝึกฝีมือและหาเงินที่หอประลองกลางหาว คุราปิก้าออกตามหาดวงตาของเพื่อนร่วมเผ่า และเลโอริโอได้มาเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบเข้าเป็นหมอ
การฝึกฝนเน็น
- กอร์นและคิรัวร์ได้เข้าสู่หอประลองกลางหาว เพื่อฝึกฝีมือขณะเดียวกันก็สะสมเงิน โดยในการประลองในหอคอยนี้ ผู้ชนะจะเลื่อนชั้นขึ้นไปและได้รับเงินที่เพิ่มขึ้น กอร์นและคิรัวร์ได้ฝึกวิชาเน็นในหอคอยนี้จากอาจารย์ชื่อ วิงก์ ที่กำลังสอนลูกศิษย์ชื่อ ซูชิ อยู่ ในหอคอยนี้ที่ กอร์นกับคิรัวร์ ได้มาเจอกับฮิโซกะอีกครั้งหนึ่ง ภายหลังจากที่ทั้งสองคน สู้จนถึงชั้นบนสุด ถึงแม้ว่ากอร์นจะแพ้ฮิโซกะที่นี่ แต่ทั้งคู่ตัดสินใจออกจากหอคอย และไปเจอกับคนอื่นที่ี่เมืองยอร์คชิน
- ในช่วงที่ กอร์นและคิรัวร์ได้ฝึกฝนนั้น คุราปิก้า ได้ฝึกฝนเน็นในป่ากับอาจารย์ท่านหนึ่ง และได้สมัครเป็นบอดี้การ์ด ให้กับเศรษฐีตระกูลนอสตาร์ต เพื่อจะตามหาร่องรอยของดวงตาของเพื่อน
การประมูล และ กลุ่มโจรเงามายา
- กอร์น คิรัวร์ คุราปิก้า และ เลโอรีโอ ได้รวมตัวกันอีกครั้งที่เมืองยอร์คชิน โดย กอร์นและคิรัวร์ มีเป้าหมายที่จะมาประมูลเกมกรีดไอส์แลนด์ให้ได้ คุราปิก้ามาเป็นบอดี้การ์ดให้ นีออน ที่มาร่วมงานประมูลดวงตาของเพื่อนร่วมเผ่าและล้างแค้นโจรเงามายา
ขณะเดียวกันโจรเงามายา วางแผนจะปล้นสินค้างานประมูลทั้งหมด หลังจากที่สินค้าในงานประมูลได้ถูกปล้นไปส่วนหนึ่ง ทางผู้จัดงานประมูลได้จ้างนักฆ่าทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับโจรเงามายา และครอบครัวของคิรัวร์ได้เข้าร่วมในกลุ่มนักฆ่าด้วย การประมูลสิ้นดำเนินต่อไป และภายหลังการประมูลสิ้นสุดลง เกมกรีดไอส์แลน์ดได้ถูกประมูลโดยมหาเศรษฐีบัตเทลเลอร์ไปทั้งหมด กอร์นและคิรัวร์จึงได้เปลี่ยนใจไปสมัครเป็นผู้เข้าร่วมเล่นเกม และนำของรางวัลภายในเกมออกมาให้เศรษฐีบัตเทลเลอร์แทน
เกมกรีดไอส์แลนด์ (เล่ม - 17)
- เกมกรีดไอส์แลนด์ (GREED ISLAND) เป็นวีดีโอเกมที่จินและเพื่อนร่วมกันสร้าง โดยชื่อเกมมาจากชื่อคนสร้างทั้ง 11 คน เกมนี้แตกต่างจากเกมอาร์พีจีทั่วไป โดยผู้เล่นต้องเข้าไปอยู่ภายในเกมโดยใช้เน็น และผู้เล่นอื่นไม่สามารถเล่นต่อได้ ถ้าเกมนั้นยังมีผู้เล่นอยู่ เมื่อผู้เล่นในเกมเสียชีวิตลง ผู้เล่นตัวจริงจะเสียชีวิตตามเช่นเดียวกัน ผู้เล่นจะสามารถชนะเกมได้ต่อมือสะสมการ์ดพอคเก็ตจำกัด ได้ครบ 100 ใบ
- กอร์นและคิรัวร์หลังจากที่บัตเทลเลอร์ได้ว่าจ้างเล่นในเกม และได้เข้าสู่เกมแล้ว ได้ฝึกฝนร่างกาย และได้เจอ บิสเกต อาจารย์ของวิงก์ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ฝึกเน็นให้ ได้สอนและฝึกฝนต่างๆ จนในที่สุดทั้งสามคน ร่วมกันสะสมการ์ด ครบ 100 ใบ เป็นทีมแรก และได้ขอของอะไรก็ได้ในเกมออกไปสู่โลกภายนอก 3 ชิ้น โดยของชิ้นแรก บิสเกตเืลือกอัญมณีบลูมาเบิลออกไป และของอีก สองชิ้น กอร์นได้เลือกเวทมนตร์ในเกมที่จะสามารถตามตัวจินได้ เมื่อได้ใช้เวทมนตร์เพื่อตามหาจิน กลับกลายเป็นว่า กอร์นและคิรัวร์ได้บินไปหา ไคท์แทน ซึ่งเป็นแผนของจินที่ตั้งไว้สมัยตอนสร้างเกม
คิเมร่าแอ๊นท์ (เล่ม 17 - ปัจจุบัน)
- กอร์น คิรัวร์ และ ไคท์ ได้ออกตามล่าสัตว์ประหลาด คิเมร่าแอ๊นท์ (เป็นสัตว์ประหลาดคล้ายมด แต่มีลักษณะเด่นแบบคิเมร่า) ที่ออกมาอาระวาดกินคน จนถึง ประเทศ NGL (Neo Green Land) ที่เป็นรังของคิเมร่าแอ๊นท์ ระหว่างที่ต่อสู้ ไคท์ได้เสียสละตัวเองและโดนองครักษ์ของคิเมร่าแอ๊นท์จับตัวไป เพื่อให้กอร์นและคิรัวร์หนีออกมาได้ ต่อมา เนเทโร่ ประธานกลุ่มฮันเตอร์ และฮันเตอร์คนอื่นได้เข้ามาร่วมต่อสู้กับคิเมร่าแอ๊นท์พร้อมกันกอร์นและคิรัวร์
เบ็ดเตล็ด
- ชื่อเรื่อง อ่านว่า "ฮันเตอร์ ฮันเตอร์" แทนที่ "ฮันเตอร์ เอ็กซ์ ฮันเตอร์" ซึ่งผู้วาดได้ไอเดียจากภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ ตำรวจมักจะพูดคำซ้ำสองคำ
- ฮิโซกะมักจะมีอารมณ์ทางเพศสูงขึ้นเมื่อเห็นคนที่มีพลังเน็นสูง ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง
- คัลโต้ น้องของคิรัวร์ เป็นเพศชาย ถึงแม้ว่าจะแต่งตัวเป็นผู้หญิงตลอดเวลา โดยปรากฏใน หนังสือแนะนำของฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ ว่า ครอบครัวโซลดิกมีลูกชาย 5 คน
- เพศของคุราปิก้า ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นชายหรือหญิง โดยภาษาที่คุราปิก้าใช้มีลักษณะของภาษาเพศชาย แต่ผู้พากย์เสียงญี่ปุ่นเป็นผู้หญิง และมีเนื้อเรื่องหลายส่วนที่แสดงให้เห็นว่าคุราปิก้าสามารถเป็นได้ทั้งหญิงและชาย แต่เรายืนยันค่ะว่าคุราปิก้าเป็นผู้ชายเพราะมีตอนนึงในซีดีที่เราดูนะคะเราเป็นรูปร่างคุราปิก้าหมดเลยอ่ะ>////<แถมแผ่นที่มีการสอบแล้วแบ่งห้องพักที่เลโอลีโอได้อยู่ห้องเดียวกะคุราปิก้าอ่ะค่ะมีตอนที่อาบน้ำด้วยเราเห็นเต็มๆว่าม่ายมีหน้าอกเลยซักกะติ๊ดแล้วก็คำพูดในตอนที่คุราปิก้าจับคุโรโร่มาได้แล้วคุโรโร่ก็ได้พูดขึ้นว่า"ไม่ยักรู้ว่าเจ้าคนใช้โซ่เป็นผู้หญิง"คุราปิก้าก็โต้ไปว่า"แล้วใครบอกนายว่าชั้นเป็นผู้หญิงอย่าตัดสินคนที่ภายนอกสิ"(รู้สึกว่า2คนนั้นจาพูดประมาณนั้นค่ะอยากจะไม่ตรงทุกคำพดแต่ความหมายตรงกันนะ)พร้อมกับทำท่าเช็ดลิปสติกออกดังที่เรากล่าวไว้เบื้องต้นนะคะยืนยันได้แน่นอนค่ะว่าคุราปิก้าเป็นผู้ชายแล้วการที่ให้ผู้หญิงเป็นคนภาคเสียงก็ไม่แปลกเลยค่ะเพราะที่ญี่ปุ่นตัวละครผู้ชายเยอะแยะไปที่ใช้ผู้หญิงภาคน่ะค่ะจึงไม่ควรดูที่ตรงนั้นเราขอยืนยันค่ะว่าคุราปิก้าเป็นผู้ชายแน่นอน(โดยเฉพาะที่เราเห็นรูปร่างเนี่ยชัดเจนมากเห็นครั้งแรกแทบช๊อกเลยดีนะคะที่มันเป็นภาพไกลๆเท่านั้นที่เห็นทั้งตัวส่วนพอซูมใกล้ๆจะเห็นแต่ครึ่งท่อนบนค่ะแต่ก็ชัดเจนว่าเป็นแผงอกของผู้ชายนะคะ ....อย่าหาว่าเราลามกนะคะพูดจริงๆและไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดว่าคุราปิก้าเป็นผู้หญิงด้วย--**--)
- ในหนังสือแนะนำตัวละครของเรื่อง ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อ มิถุนายน พ.ศ. 2547 ได้มีชื่ออย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษของตัวละครแต่ละตัวเขียนโดยผู้วาด ซึ่งชื่อแต่ละคนค่อนข้างประหลาด นักแปลหนังสือการ์ตูนหลายประเทศได้คงชื่อเดิมตามต้นฉบับเดิมไว้ ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ตัวอย่างของชื่อตัวละครเช่น
- คุราปิก้า - Kurapika - Curarpikt
- ฮิโซกะ - Hisoka Hyskoa
- อิรุมิ - Illumi - Yellmi
- คุโรโร - Quoll/Kuroro Lucifer Quwrof Wrlccywrlir
- อุโบกิน - Ubogin Wbererguin
- ชิซึคุ - Shizuku Chzzok
- ปาคุโนด้า - Pakunoda Phalcnothdk
- ในช่วงกลางเนื้อเรื่อง ตอนกรีดไอแลนด์ ลายเส้นของการ์ตูนได้ถูกวาดเหมือนภาพร่าง ทำให้มีการวิจารณ์กันอย่างสูง โดยในขณะนั้นผู้วาดได้ป่วยอย่างหนัก
ผู้เขียนเขียนกับภรรยา(โดยภรรยาของผู้เขียนนั้นเป็นคนวาดการ์ตูนเซลเลอร์มูนด้วย)เพียงสองคนโดยไม่มีลูกมือจึงทำให้งานออกมาช้าและบางทีต้องหยุดนานเนื่องจากสุขภาพของผู้เขียนไม่ค่อยจะดีนัก
- ชื่อของพี่น้องตระกูลโซลดิ๊กส์ทั้ง 5 มีการเล่นกับตัวอักษรบางประการ หนึ่งในห้านั้นยังไม่มีการเปิดเผย มีเพียง 4 คนเท่านั้นที่มีบทบาทแล้ว แต่ด้วยการเล่นคำในชื่อนี้เองทำให้ผู้อ่านสามารถเดาชื่อพี่น้องคนที่ 4 ได้ โดยชื่อพี่น้อง 4 คนที่เปิดเผยแล้วคือ (เรียงลำดับความอาวุโส)
- อิรุมิ (Illumi)
- มิลกี้ (Miluki)
- คิลัวร์ (Kilua)
- ???
- คัลโต้ (Kaluto)
สังเกตว่าชื่อของทุกคนจะเป็นการนำเสียงท้ายสุดของผู้ที่อาวุโสมากกว่า มาบวกกับเสียงเริ่มต้นของชื่อผู้อาวุโสน้อยกว่า แล้วคั่นกลางด้วยเสียง Lu ดังนั้นจึงสามารถเดาได้ว่า ชื่อของพี่น้องคนที่สี่ก็คือ Alka (อัลก้า - อารุกะ) นั่นเอง (เรียงลำดับจาก อิลุมิ - มิลุคิ - คิลุอะ - อะลุคะ - คะลุโตะ)
ช่วงการสอบฮันเตอร์
เรื่องราวการผจญภัยนั้นได้เริ่มขึ้น โดยตัวเอกของเรื่องซึ่งเป็นเด็กชายอายุ 12 ปี ชื่อ กอร์น เขาอาศัยอยู่กับน้าสาวชื่อ มิโตะ ในเกาะปลาวาฬ ซึ่งเป็นเกาะเล็ก ๆ ที่ชาวประมงอาศัยอยู่กัน ตัวกอร์นนั้นตั้งแต่เด็กก็เชื่อว่า พ่อและแม่ของเขาเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุ ตั้งแต่เขายังเด็ก เพราะทุก ๆ คนรวมทั้งน้าของเขาบอกอย่างนั้น แต่ทว่าวันหนึ่งกอร์นได้เข้าไปในป่าและถูกหมาจิ้งจอกแม่ลูกอ่อนทำร้าย ขณะที่เข้าตาจนอยู่นั้นก็มีชายลึกลับเข้ามาช่วยกอร์นไว้ ชายคนนั้นเป็น ฮันเตอร์ ชื่อว่า ไคท์ ไคท์ได้เล่าให้กอร์นฟังว่า พ่อของกอร์นนั้นยังไม่ตาย แต่กลับกันพ่อของกอร์นยังเป็นฮันเตอร์ระดับแนวหน้า และก็เป็นอาจารย์ของเขาด้วย เมื่อกอร์นได้ฟังและรู้ว่าพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ เขาจึงตัดสินใจที่จะออกตามหาพ่อ โดยสิ่งแรกที่เขาตัดสินใจจะทำคือ "ต้องเป็น ฮันเตอร์ ให้ได้"
กอร์นได้ตัดสินใจและออกจากเกาะมุ่งสู่สนามสอบ ฮันเตอร์ โดยขณะที่อยู่บนเรือ เขาได้พบเพื่อนร่วมทาง 2 คน คือ เลโอลีโอ และคุราปิก้า ทั้งสองต่างต้องการที่จะเป็นฮันเตอร์เช่นเดียวกัน คุราปิก้านั้นเป็นบุคคลที่เหลือรอดจากการถูกสังหารหมู่ของชนเผ่าคูลท์ โดยกลุ่มโจรเงามายาเมื่อราว 5 ปีก่อน ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงต้องการที่จะเป็นอันเตอร์ เพื่อตามล่ากลุ่มโจร แต่ในช่วงแรก ๆ ดูท่าทั้งคุราปิก้า และเลโอลีดูจะไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่นัก คงเพราะคุราปิก้าไม่ค่อยชอบใจที่รู้ว่า เหตุผลที่เลโอลีโอมาเป็นฮันเตอร์ก็คือต้องการเงิน! ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือเลโอลีโอว่าคุราปิก้าอย่างหยาบคาย แต่สุดท้ายทั้งสองก็ปรับความเข้าใจ และร่วมเดินทางไปสู่สนามสอบด้วยกันพร้อมกับกอร์น ระหว่างทางไปสู่สนามสอบฮันเตอร์นั้นมีอุปสรรคมากมาย แต่ทั้งสามก็สามารถผ่านพ้นมาได้ เมื่อมาถึงสนามสอบจริงพวกกอร์นได้พบกับเพื่อนใหม่ชื่อคิรัวร์ คิรัวร์นั้นมีอายุพอ ๆ กับกอร์น เขาหนีออกจากบ้านมาสอบ ฮันเตอร์ เพียงเพราะว่าเบื่อและไม่อยากเป็น "มือสังหาร" เหมือน ๆ กับคนในครอบครัว
การสอบ ฮันเตอร์ ในรอบจริงนั้นมีทั้งหมด 5 ด่าน ซึ่งการจะผ่านแต่ละด่านนั้นเรื่องง่ายเลย ในด่านแรกคือการฝึกความอดทน ผู้เข้าสอบจะต้องวิ่งตามกรรมการไปยังสถานที่สอบรอบ 2 ให้ได้ ในการสอบรอบ 2 คือการฝึกความเป็นคนช่างสังเกต โดยการทำอาหารตามที่กรรมการใบ้ให้ ทุกคนเกือบสอบไม่ผ่านแต่ว่าประธานกรรมการการสอบฮันเตอร์ก็บอกให้ตั้งหัวข้อใหม่อีกครั้งในการสอบรอบที่ 3 เงื่อนไขคือเอาชีวิตรอดไปยังชั้นล่างสุดของหอที่มีทั้งกับดัก และเหล่าอาชญากรให้ได้ในเวลา 72 ชม.(ภาคต้น) และเมื่อลงไปต้องช่วยกันซ่อมเรือเพื่อมุ่งหน้าไปยังเกาะต่อไป ต่อจากนั้นจึงให้พยายามตามหาป้ายของคนอื่นให้ได้ มีการจับฉลากเป้าหมาย 1 คน ป้ายของเป้าหมายมีคะแนน 3 คะแนน ของตัวเอง 3 คะแนน และคนอื่นทั่วๆไป 1 คะแนน จะต้องหาให้ได้ครบคนละ 6 คะแนน แต่กอร์นดันโชคไม่ดีจับได้ มายากรฮิโซกะไปซะนี่.... และรอบสุดท้ายคือการต่อสู้ตัวต่อตัว ในการสอบนั้นทำให้พวกเขาได้พบกับฮิโซกะ มายากรผู้กระหายในการฆ่าคน และก็มีหลายต่อหลายครั้งที่พวกกอร์นได้พบกับเหตุการณ์ที่ตึงมือ แต่ทั้ง 4 ก็สามารถ ผ่านมาจนถึงรอบสุดทัายได้ พวกกอร์นน่าจะได้เป็น ฮันเตอร์ ทั้งหมด แต่ในการสอบรอบสุดทัาย ซึ่งมีเงื่อนไขว่าให้ประลองกันทีละคู่ ผู้ชนะคือคนที่สามารถทำให้คู่ต่อสู้พูดว่ายอมแพ้ได้ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามฆ่าคู่ต่อสู้ หรือยื่นมือเข้าช่วยผู้อื่นเด็ดขาด ผู้ที่ชนะเพียง 1 รอบก็จะได้คุณสมบัติฮันเตอร์ทันที และสำหรับผู้ที่แพ้ในทุก ๆ รอบก็จะสอบตกซึ่งจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น แต่มันก็เหมือนเรื่องไม่น่าเชื่อ เพราะคนที่สอบไม่ผ่านคือคิรัวร์ มันเกิดอะไรขึ้น!?
ช่วงตระกูลโซลดิ๊ก
ในการสอบรอบสุดท้าย คิรัวร์ผู้หยิ่งทรนงในความสามารถของตัวเองกลับเป็นผู้สอบตก! ทั้งหมดนี้ก็เพราะการสอบรอบสุดท้ายที่เขาได้ถูกจับให้ต่อสู้กับ "พี่ชายของตัวเอง" ที่ชื่อ "อิรุมิ" อิรุมิไม่ต้องการให้คิรัวร์เป็นอันเตอร์ และบอกให้คิรัวร์กลับบ้านไป แต่คิรัวร์ก็ดึงดัน และกล่าวว่าเขาไม่อยากจะทำตามที่พ่อและพี่ของเขาบอกบอก เขาไม่อยากเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไม่มีจิตใจ เพราะตัวเขาเองก็มีสิ่งที่หวังไว้เหมือนกัน นั่นก็คือการได้เป็นเพื่อนกับกอร์น เมื่ออิรุมิได้ฟังเขาจึงบอกกับคิรัวร์ว่า เขาจะฆ่ากอร์นทิ้งซะ ! เพื่อนนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับคิรัวร์ แน่นอนที่คิรัวร์ต้องไม่ยอมให้อิรุมิทำอย่างงั้นง่าย ๆ แน่ แต่ตัวเขาก็ไม่สามารถที่จะเอาชนะพี่ชายของเขาได้เช่นกัน เขาจึงตัดสินใจที่จะทำให้ตัวเองสอบตก โดยการฆ่า "โบโดโร่" คู่ต่อสู้ของเลโอลีโอในรอบต่อไปเพื่อที่จะถูกปรับตก หลังจากสอบไม่ผ่านคิรัวร์ได้กลับบ้านไป แต่เมื่อกอร์นรู้เรื่องทั้งหมดก็โกรธมากถึงกับกล่าวออกมาว่า "ชั้นจะพาคิรัวร์มาจากพวกนายซะ แล้วจะไม่ให้เจอกันอีกเลย" หลังการสอบจบลง กอร์น คุราปิก้า และเลโอลีโอ ก็มุ่งหน้าไปสู่บ้านคิรัวร์ เพื่อไปเอาตัวคิรัวร์คืนมา
บ้านของคิรัวร์นั้นอยู่ในภูเขาคูลูลู ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนบุคคลของตระกูลโซล์ดิ๊กค์ (ครอบครัวของคิรัวร์) แม้ว่าจะถูกเรียกว่าครอบครัวมือสังหารในตำนาน แต่ก็กลับมาทัวร์ไปถึงหน้าประตูบ้าน ท่าทางว่าบ้านของคิรัวร์ก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่ง แต่ถึงจะมีรถไปลงการเข้าไปยังตัวบ้านก็ไม่ง่าย เพราะพื้นที่ที่ตระกูลโซลดิกค์เป็นเจ้าของนั้นก็ช่างกว้างใหญ่เสียเหลือเกิน แม้แต่ที่ตั้งของบ้านก็ไม่มีใครรู้ว่าอยู่จุดไหนของภูเขา อีกทั้งก่อนที่จะเข้าไปในพื้นที่ได้ ก็ต้องผ่านประตูทดสอบเสียก่อน ซึ่งประตูนี้หนักถึงบานละ 1 ตัน (มีด้วยกัน 12 บาน) เรื่องที่จะลอบเข้าไปนั้นยิ่งเป็นไปไปไม่ได้ เพราะที่หน้าประตูมีสุนัขเฝ้าบ้านขนาดยักษ์ชื่อ "มิเกะ" เฝ้าอยู่ และต่อให้ผ่านได้ก่อนที่จะถึงตัวบ้าน ก็ยังมีเหล่าพ่อบ้านผู้มีความสามารถร้านกาจเป็นปราการสำคัญอีกด้วย แต่ถึงแม้ว่าจะยากลำบากเพียงใดพวกกอร์นก็สามารถฝ่าเข้าไปพาคิรัวร์ออกมาได้ หลังจากนั้นทุกคนก็ตัดสินใจแยกย้ายกันไปตามทางของตน และนัดพบกันอีกครั้งในวันที่1กันยาทั้งหมดจะมาเจอกันที่ยอร์คชินซิตี้ คิรัวร์ได้ชวนกอร์นไปที่ลานประลองกลางหาว เพราะจะได้เป็นการฝึกฝีมือไปด้วย และที่นี่น่ะเองที่ทำให้ทั้งคู่ได้รู้จักกับมัน!
ช่วงลานประลองกลางหาว
ณ ลานประลองกลางหาว สถานที่ถูกกล่าวว่าเป็นลานประลองที่สูงที่สุดในโลก ในตอนแรก กอร์นและคิรัวร์ถูกดูถูกว่าเป็นเด็กแต่เมื่อ(คิรัวร์เคยมาที่นี่แล้วตอนอายุ 6 ขวบ)ได้แสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์แล้ว ทุกคนก็ถึงกับตกตะลึงในความสามารถเหนือมนุษย์ของทั้ง 2 เพียงล้มคู่ต่อสู้คนแรกลงพวกเค้าก็ได้กว้ากระโดดสู่ขั้นที่ 50 และนอกจากนั้นพวกเค้าก็ได้พบกับเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันชื่อ "ซูชิ" เด็กตัวเล้ก ๆ ผู้มีความสามรรถทางด้านการต่อสู้จากสำนัก "เค็มโป้ชินเง็นริว" และอาจารย์ "วิงก์" ผุ้รับผิดชอบและฝึกสอนวิชาให้กับซูชิ เะมื่อขึ้นไปถึงชั้น 50 เหมือนโชคชะตาเล่นตลกเมื่อซูชิถูกจับให้สู้กับคิรัวร์ ในความคิดของคิรัวร์นั้นเขาคิดว่าสบายมาก แต่เมื่อได้ต่อสู้จริง ๆ เขาถึงกับตกใจในความอึดเกินมนุษย์ของซูชิ และนั่นเองที่ทำให้กอร์นกัยคิรัวร์รู้จักกับ "เน็น" เป็นครั้งแรก และพวกเค้าก็ได้ไปถามจากซูชิแต่วิงก์ก็เข้ามาขัดและบอกเรื่องราวของเน็นให้ฟัง ทว่าคิรัวร์จับได้ว่ามันเป็น "เรื่องโกหก" พวกเขาจึงคิดว่าที่ชั้น 200 นั่นแหละที่จะมีคำตอบสำหรับเรื่องนี้ให้กับพวกเค้า และเมื่อพวกเค้าสามารถขึ้นไปถึงชั้น 200 แล้วพวกเขาก็ต้องเผชิญกับพลังประหลาดที่มีแรงกดดันมหาศาล แบบที่ว่าพวกเค้าไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ และที่น่าตกใจยิ่งขึ้นเมื่อพวกเขาพบว่าเจ้าของพลังนั้นคือ "ฮิโซกะ" ในขณะที่บอกเขาตัดสินใจจะฝ่าพลังนั้นเข้าไป วิงก์ก็ออกมาห้ามไว้และตัดสินใจที่จะสอนให้พวกเขารู้จักกับเน็นที่แท้จริง
การฝึกเน็นดำเนินไปเรื่อย พวกกอร์นและคิรัวร์สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วขนาดที่วิงก์กับซูชิยังตกใจ พวกเขาได้เก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์ที่เกี่ยวกับเน็นจากบนลานประลอง และได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องจากวิงก์ ไม่นานพวกเขาก็ได้ต่อสู้โดยใช้เน็นอย่างจริง ๆ และการต่อสู้ที่น่าสนใจและดุดันที่สุดก็คือ การต่อสู้ระหว่าง "กอร์นและฮิโซกะ" แม้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของกอร์นแต่ก็เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดและน่าจดจำ ซึ่งหลังจากนั้นทั้งกอร์นและคิรัวร์ก็บอกลา ซูชิ วิงก์ และลานประลองกลางหาว เพื่อนมุ่นหน้าสู่ยอร์คชินซิตี้ตามที่พวกเขาได้นัดกับคุราปิก้าและเลโอลีโอเสียที อะไรกำลังรอพวกเขาอยู่ที่ยอร์คชินซิตี้ การผจญภัยที่น่าตื่นเต้น แต่ก่อนหน้านั้นก็อยากกลับไปเยี่ยมบ้านกอร์ซักครั้งจัง!!?
ช่วงกองโจรเงามายา
หลังจากเดินทางออกจากลานประลองกลางหาวแล้ว พวกกอร์นก็ตกลงใจที่จะไปเยี่ยมบ้านเกิดของกอร์นที่เกาะปลาวาฬซักครั้ง และเมื่อไปถึงกอร์นและคิรัวร์ก็ได้พบกับคนที่รอพวกเขาอยู่นั่นก็คือ "น้ามิโตะ" และ "คุณย่าทวดของกอร์น" ทั้ง 2 คนดีใจที่กอร์นกลับมาและก็ต้อนรับคิรัวร์อย่างอบอุ่น กอร์นและคิรัวร์เล่าเรื่องต่าง ๆ ที่ไปเจอมาให้ฟัง ทั้งการสอบฮันเตอร์ เพื่อนใหม่ และความสนุกสนานที่เจอมา ว่าแล้วก็โชว์บัตรฮันเตอร์ให้ดู มิโตะก็ปล่อยมุขเล็ก ๆ ทำท่าจะหักบัตรซะ เดชะบุญที่กอร์นคว้าคืนมาได้ก่อน แต่ความสุขในระยะเวลาที่อยู่ที่บ้านของกอร์นนั้น ก็ทำให้คิรัวร์ถึงขนาดออกปากกับกอร์นว่า "ชั้นก็อยากใรแม่แบบคุณมิโตะมั่งจัง"
การกลับมาครั้งนี้ของกอร์นทำให้มิโตะยอมเล่าบอกกอร์นเรื่องของ "สิ่งที่จินทิ้งไว้" ให้กับกอร์น เพราะสิ่งนั้นจินได้กำชับไว้ว่า ให้มองให้กอร์นต่อเมื่อกอร์นเป็นฮันเตอร์แล้วเท่านั้น และสิ่งนั้นก็คือกล่องที่บรรจุเทป รอมการ์ด และแหวนเอาไว้ สำหรับเทปที่บอกเล่าเรื่องราวของจิน และแม่ของกอร์น แต่นั่นเป็นสิ่งที่กอร์นไม่ต้องการฟัง ส่วนรอมการ์ดนั้นเมื่อคิรัวร์เชคดูก็รู้ว่ามันเซฟเกมกรีดไอร์แลนด์ไว้ นั่นเป็นครั้งแรกที่พวกเขารู้จักกับเกมนี้ และพวกเขาจะสามารถเข้าใกล้พ่อของกอร์นได้ก็คือพวกเขาจะต้องเป็นเจ้าของเกมนี้ให้ได้ และหนทางที่จะได้มาก็คือการประมูลที่ยอร์คชิน!!
เป้าหมายต่อไปของกอร์นและคิรัวร์ก็คือ การเข้าร่วมงานประมูลที่เมืองยอร์คชิน เพื่อที่จะประมูลเกม G.I. ถึงแม้ว่าเงินที่พวกเขามีจะไม่เพียงพอที่จะประมูลได้ แต่พวกเขาเชื่อว่าต้องมีวิธีที่จะทำให้พวกเขาได้เข้าสู่เกมส์ G.I. อย่างแน่นอน เมื่อมาถึง ทั้งคู่ได้พบกับเลโอลีโอและคุราปิก้า โดยขณะนั้นคุราปิก้าได้ทำงานเป็นบอดี้การ์ดให้กับลูกสาว ของหัวหน้าแก๊งนอสทราด การประมูลที่แสนจะวุ่นวายและฉุกลหุกได้เริ่มขึ้น มีการประทะกันระหว่างพวกมาเฟีย และ กลุ่มโจรเงามายาหรือที่รู้จักใช่ชื่อเรียกว่า "แมงมุม" แต่ฝีมือของพวกกลุ่มโจรเงามายาก็ช่างเก่งกาจเสียเหลือเกิน แม้แต่พวกเงาสมิงที่พวกมาเฟียให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ ว่ามีความสามารถระดับสุดยอด ก็โดนพวกเงามายาเก็บซะเรียบหมด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความสูยเสียเกิดชึ้นกับเหล่ากองโจรเงามายา เพราะ 1 ในสมาชิกกลุ่ม "อุโบกิน" ชายที่เชื่อมั่นในพละกำลังของตัวเอง และได้ถือเป็นคนที่มีพละกำลังมากที่สุดในกลุ่มโจร ได้ถูกคุราปิก้าฆ่าตายไปด้วยความสามารถสายพิเศษของคุราปิก้า วึ่งกลุ่มโจรที่เหลือก็ได้พยายามหาตัวคุราปิก้าวึ่งพวกมันรู้จักในนามของ "เจ้าคนใช้โซ่" ออกมาฆ่าเพื่อเป็นการล้างแค้นให้กับอุโบกินให้ได้
ในขณะนั้นพวกกอร์นก็พยายามอย่างสุดชีวิต ที่จะได้เงินก้อนใหญ่มาเพื่อประมูลเกมกรีดไอร์แลนด์ให้ได้ พวกเขาตระเวนไปทั่วเพื่อตามหาเงินก้อนใหญ่ ถึงขนาดที่กอร์นยอมเอาบัตรฮันเตอร์ของตัวเองไปจำนอง เพื่อแลกกับเงิน และในขณะนั้นก็ได้รู้จักกับ "เซพีล" ผู้มีความรู้ทางด้านการประมูล เขาช่วยกอร์นและคิรัวร์หาเงิน อีกทั้งก็มีการล่าค่าหัวพวกกลุ่มโรเงามายาที่เหลือ ซึ่งมูลค่าของเงินนั้นก็สูงเอาการ พวกกอร์นเห็นจะไม่ร่วมล่าค่าหัวด้วยไม่ได้เสียแล้ว แต่ทว่าการจับพวกโจรเงามายาก็ไม่ได้ง่ายเลย พวกกอร์นและคิรัวร์ได้พยายามสะกดรอยตามไป แต่ในที่สุดกอร์นและคิรัวร์ก็ถูกจับได้ พวกกลุ่มโจรพาพวกกอร์นไปที่รัง ที่นั่นกอร์นและคิรัวร์ได้รู้ความริงว่า "ฮิโซกะก็เป็นพวกเงามายา" และระหว่างนั้น สมาชิกกลุ่มโจร "โนบุนากะ" ก็เกิดถูกใจกอร์นเข้าอย่างจัง ด้วยเหตุผลที่ว่ากอร์นนิสัยเหมือนอุโบกินที่เป็นคนตรง ๆ ขวานผ่าซากโนบุนากะพยายามเกลี้นยกล่อมให้กอร์นเข้าร่วมกลุ่ม แต่ไม่มีทาง กอร์นไม่ยอมอยู่แล้ว แต่โนบุนากะก็หัวแข็งไม่แพ้กันเขาตัดสินใจที่จะจับกอร์นและคิรัวร์ไว้ก่อน เพื่อให้หัวหน้าของเขามาดูตัวว่าเหมาะสมจะเข้ากลุ่มหรือไม่ แม้สถานการณ์จะดูเลวร้าย แตในที่สุดกอร์นและคิรัวร์ก็สามารถหาทางหนีจากพวกมันมาได้
จากการถูกเหล่าแมงมุมโจมตีในครั้งแรก จากภาพการ์ณดูเหมือนว่าพวกแมงมุมจะเป็นฝ่ายมีชัย แต่พวกผู้เฒ่าทั้ง 10 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการประมูล ไม่สามารถปล่อยให้เป็นอย่างนั้นได้ พวกเขาตัดสินใจจ้างให้ "ซิลเวอร"์ และ "เซโน่" พ่อและปู่ของคิรัวร์ มาจัดการเก็บหัวหน้ากลุ่มโจร ซึ่งก็คือ "คุโรโร่ ลูซิเฟอร์" ซะ! การต่อสู้ระหว่างเซโน่ ซิลเวอร์ และคุโรโร่ ดำเนินไปในสภาพที่คุโรโร่เป็นฝ่ายถูกรุม แต่ถึงกระนั้นฝ่ายพ่อและปู่ของคิรัวร์ ก็ต้องทุ่มพลังอย่างเต็มที่เพื่อที่จะฆ่าคุโรโร่ ทั้ง 3 คนสู้กันอย่างดุเดือดจนในที่สุดคุโรโรก็เสียท่าให้กับพวกซิลเวอร์และเซโน่ ดูเหมือนการต่อสู้จะจบลงแล้ว แต่จู่ ๆ การต่อสู้ของทั้ง 3 คนก็ต้องชงักลง หลังจากที่อิรูมิ (พี่ชายของคิรัวร์) โทรมาหาซิลเวอร์และบอกว่างานของเขาสำเร็จแล้ว ! เขาได้กำจัด 10 ผู้เฒ่าตามคำสั่งของนายจ้างซึ่งก็คือ "คุโรโร่" เรียบร้อยแล้ว นี่เป็นเหตุผลที่ซิลเวอร์และเซโน่หยุดการต่อสู้ เพราะนายจ้างของซิลเวอร์และเซโน่ตายแล้วพวกเขาจึงไม่มีความจำเป็นที่จะสู้ฟรี เหนื่อยฟรีและตายฟรี หลังจากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปและมีข่าวออกมาว่า "หัวหน้ากลุ่มโจรเงามายาตายแล้ว" คุราปิก้าเมื่อทราบข่าวก็แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาต้องการเห็นศพกับตาจึงไปดู ................. แต่ที่นั่น มีศพของคุโรโร่ และ พรรคพวกบางคนในกลุ่มโจรจริง ๆ! ทุกอย่างจบลงเพียงแค่นี้หรือ?
หลังจากเหตุการ์น ที่กลุ่มโจรเงามายาบุกขึ้นปล้นสินค้าในการประมูลผ่านไป คุราปิก้ามีความตั้งใจที่จะค้นหาดวงตาของเพื่อน ๆ อย่างจริงจัง เขาตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวที่เขาติดต่อกับฮิโซกะอย่างลับ ๆ และเรื่งราวความลับของพลังเน็นของเขา ที่จะกลายเป็นสายพิเศษ เมื่อตาเปลี่ยนเป็นเนตรสีเพลิง รวมทั้งหากเขาใช้โซ่ในนิ้วนางกับคนอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มโจร เขาจะตายทันที ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อชีวิดของคุราปิก้ามาก แต่ที่เขาตัดสินใจบอกกับพวกกอร์นก็เพราะเขาคิดว่าหัวหน้าโจรคายแล้วจึงไม่ห่วงอะไร และเขาถือว่าพวกกอร์นเป็นเพื่อน ๆ คนสำคัญของเขา ................ ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความจากฮิโซกะ "ศพเป็นของปลอม" เพียงเท่านั้นคุราปิก้าก็ถึงกับตะลึง
กอร์นได้ฟังดังนั้น จึงยื่นข้อเสนอให้กับคุราว่าจะช่วยคุราจัดการกับกลุ่มโจรเงามายา ในตอนแรกคุราปิก้าไม่ยอมแต่กอร์นก็รบเร้าจนคุราต้องปล่อยให้กอร์นทำตามใจ โดยกอร์นจะต้องเป็นเหยื่อล่อให้ โดยดึงความสนใจพวกกลุ่มโจรเพื่อที่คุราปิก้าจะจับตัวคุโรโร่ขึ้นรถหนีไป แต่จู่ ๆ ก็มีความผิดพลาดเกิดขึ้นเมื่อพวกเงามายา เกิดเดินทางไปยังโรงแรมที่พวกของคุราปิก้าอยู่ คุราปิก้าจึงหุหันลงจากรถทันที กอร์นเมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบตามไป การตามของคุราปิก้าและกอร์นทำให้พวกกลุ่มโจรเงามายารู้ตัว คุโรโร่จึงสั่งการให้แยกพรรคพวกเป็น 2 กลุ่ม โดย พวกโนบุนากะ ให้ตรงไปในทิศทางเดิม และคุโรโร่ มาจิ ชิซึคุ จะอยู่จัดการกับพวกที่ตามมา (คุราและกอร์น) ทันทีที่พวกคุโรโร่หยุดและหันมา คุรปิก้าและกอร์นก็รีบหลบทันที แต่ถึงอย่างไรก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของมาจิและชิซึคุไปได้ ในขณะที่กำลังจนมุมนั้นกอร์นก็ยอมใก้พวกเงามายาจับพร้อมทั้งคิรัวร์ ที่ตามาทันพอดี คุราเมื่อเห็นดังนั้นจึงรู้ตัวว่าความใจร้อนของตนทำให้เพื่อน ๆ ลำบาก เขาพยายามที่จะหาทางช่วงจนในที่สุดเขาก็ปลอมเป็นผู้หญิง !
แผนการของคุราคือทำให้ไฟดับ และในขณะที่ตาของพวกเงามายายังไม่ชินกับความมืดนั้น เขาก็อาศัยจังหวะนั้นจับตัวคุโรโร่มา แต่ในขณะนั้นเขาก็ต้องเสี่ยงอย่างที่สุดเพราะความลับเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาในความทรงจำของคิรัวร์ และกอร์น ถูกถ่ายทอดให้กับปาร์คูโนด้าแล้ว ในที่สุดคุราก็ได้ยื่นข้อเสนอให้กับปาคูว่า หากเขาปล่อยตัวกอร์นและคิรัวร์ รวมทั้งไม่ทำความลับของเขารั่วไหลเขาจะปล่อยคุโรโร่ไป โดยมีเงื่อไขสำหรับปาคูและคุโระคนละ 2 ข้อ หากทั้ง 2 ฝ่าฝืนกฎจะต้องตาย กฎสำหรับปาคูคือการรักษาความลับของคุราและปล่อยตัวพวกกอร์น สำหรับคุโระคือ ห้ามใช้เน็นและห้ามติดต่อกับสมาชิดในแก๊งเด็ดขาด ซึ่งปาคูก็ตกลง คุโระก็ถูกปล่อยตัวส่วนปาคูก็กลับรังและเธอได้ตัดสินใจยิงกระสุนความทรงจำของเธอใส่เพื่อน ๆ เพื่อเป็นการถ่ายทอดความลับ ซึ่งแน่นอนหลังจากที่เธอยิงกระสุนความทรงจำออกไปแล้วเธอก็ตายทันที ในขณะนั้คุโระก็หวนนึกถึงคำทำนายและปฎิบัติตาม แต่ใครกันล่ะที่กำลังรอบุรุษกางเขนกลับหัวคนนี้อยู่!??
ช่วง Greed Island
หลังจากเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านไปพวกกอร์นและคิรัวร์ก็ได้เข้าร่วมการประมูลและได้พบกับมหาเศรษฐีบัตเทเลอร์ ซึ่งเขาเป็นผู้ประมูลเกมส์ G.I. ไปทั้งหมด กอร์นและคิรัวร์เกิดความคิดที่จะเสนอตัวเล่นเกมส์ให้ แต่เขาก็ต้องผ่านการทดสอบซะก่อน ซึ่งก็ยากลำบากพอควรแต่ในที่สุดทั้งคู่ก็ผ่านพ้นมาได้โดยมีท่าไม้ตายที่น่าตกใจ เป็นอาวุธติดตัวเข้าไปเล่นเกมในตำนานนี้ และเมื่อเข้าไปสู่เกมส์ GI. เกมส์แนว RPG ที่สมจริงที่สุดเท่าที่เคยมีมา พวกเขาจำเป็นต้องเรียนรู้การเอาชีวิตรอดภายในเกมระหว่างนั้นเขาก็พบทั้งความผิดพลาด และเผชิญกับมอนสเตอร์แปลก ๆ ชนิดที่ไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน และเหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาก็ได้พบกับ บิสเก็ต ครูเกอร์ ฮันเตอร์มืออาชีพวัย 57 ที่มีหน้าตาราวเด็กอายุ 12 !! และเธอคนนี้ก็มีเน็นที่แข็งแกร่งจนน่าตกใจ ซ้ำาเธออยังเป็นอาจารย์ของวิงก์ อาจารย์ที่สอนเน็นให้กับกอร์นและคิรัวร์อีกด้วย แบบนี้พวกกอร์นเห็นจะปฏิเสธไม่ได้แล้ว!
บิสเก็ตอาสาจะเป็นอาจารย์สอนเน็นคนใหม่ให้กับกอร์นและคิรัวร์ การฝึกสุดโหดโดยมีบิสเก็ตเป็นผู้สอนจึงได้เริ่มขึ้น แต่แม้จะเป็นการสอนเน็น แต่พวกเค้าก็ไม่ได้ทิ้งจุดประสงค์เดิมคือ "เคลียร์เกมให้ได้" เพราะงั้นพวกเขาจึงออกรวบรวมการ์ดไปพร้อม ๆ กับการฝึกเน็น และตอนนั้นเองสมาชิกกลุ่มโจรเงามายาที่เหลือก็ได้เข้ามาในเกมส์ G.I ด้วย แม้ว่าพวกแมงมุมจะออกจากเกมไปเพื่อหาเกาะ G.I. จริงๆ แต่เมื่อมาถึงเกาะก็ถูกขับไล่ออกไปโดยเรเซอร์ผู้ซึ่งเป็นเกมมาสเตอร์ แต่พวกเขาก็กลับเข้ามาในเกมส์อีกครั้งหนึ่งและออกตามหาผู้ขจัดเน็นภายในเกมส์! ซึ่งในขณะนั้นฮิโซกะที่เข้ามาอยู่ในเกม ก็ได้ถูกคุโรโร่ว่าจ้างมาเพื่อตามหาผู้ขจัดเน็นเช่นกัน สำหรับรางวัลก็คือได้ประลองกับคุโรโร่ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ฮิโซกะเข้ามาในเกมสนี้ (ฮิโซกะใช้ชื่อปลอมว่า คุโรโร่)
ในขณะเดียวกันนั้น ทางด้านพวกกอร์นที่กำลังสนุกกับเกม (??) ก็ได้รับรู้เรื่องราวความร้ายกาจ และเหี้ยมโหด ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "บอมเบอร์" ซึ่งได้ฆ่าผู้เล่นไปเป็นจำนวนมาก เพียงเพราะจะแย่งชิงการ์ดและเคลียร์เกม มันทำให้พวกกอร์นต้องระวังตัวยิ่งขึ้น ประจวบเหมาะกับพวกกอร์นมีการ์ดหายากในมือ (การ์ดที่บอมเบอร์ยังหาไม่ได้ การ์ดหมายเลข 75 โชคมหัศจรรย์ของเอ็กซานไดรท์) และมีข่าวสารเพื่อได้มาซึ่งการ์ดที่ยังไม่มีใครเป็นผู้ครอบครองการ์ดหมายเลข 2 พื้นที่ชายฝั่งทะเล) และต่อมาพวกกอร์นก็ได้ตัดสินใจที่จะทำภารกิจเพื่อครอบครองการ์ดใบดังกล่าวซึ่งมีชื่อว่า "พื้นที่ชายฝั่งทะเล" ด้วยเหตุผลนี้ที่ว่าต้องการยับยั้งไม่ให้ "บอมเบอร์" เคลียร์เกมได้ แต่มันก็ไม่ง่ายเลยเพราะเงื่อนไขการได้มานั้นคือต้องเอาชนะเหล่าโจรสลัด (นักโทษในโลกจริง) ซึ่งมีเรเซอร์ผู้เป็นเกมมาสเตอร์เป็นหัวหน้า ให้ได้ ซึ่งพวกกอร์นต้องร่วมมือกับพวกของเทสเกลเลอร์ และฮิโซกะ ในการประลองครั้งนี้โดยมีชีวิตและการ์ดเป็นเดิมพัน (ประลองโดยการใช้กีฬา) ตอนแรกแข่งมวย โบว์ลิ่ง ชูตบาส ผ่านไปแล้วพวกกอร์นชนะ แต่มีโจรสลัดคนหนึ่ง ทำผิดกฏจึงถูกฆ่าตาย(ตอนแรกก่อนที่จะไปกับพวกฮิโซกะและเทสเกลเลอร์ ได้ไปกับพวกที่เคยแย่งการ์ดดาบแห่งสัจจะของกอร์นก่อน แต่ก็เห็นว่าพวกนั้นไม่น่าจะสู้ได้เลยคิดยอมแพ้เพื่อเก็บข้อมูลกีฬาและจะมาใหม่อีกที) และเมื่อนับแต้มพวกกอร์นชนะไปแล้ว 4 ครั้ง เรเซอร์จึงจัดให้แข่งดอจบอล และบอกว่าที่แข่งไปทั้งหมดเป็นโมฆะ สรุปคือ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ สุดท้ายเรเซอร์ก็จะเป็นคนลงมือจักการเอง
และก็เป็นอย่างที่คาดพวกกอร์นสามารถเอาชนะมาได้ แม่จะทุลักทุเลแต่ก็เป้นชัยชนะที่ขาวสะอาดที่เกิดการการร่วมแรงร่วมใจกันของทุกคน และตอนนั้นเองที่ "บอมเบอร์" โดยการนำของเก็นทรู ได้ปรากฏตัวออกมาเพื่อจะแย่งการ์ดไป ทำให้พวกกอร์นตัดสินใจที่จะสู้!! จากนั้นกอร์นก้สู้กับบอมเบอร์ แล้วบิสเก็ตกับคิรัวร์ก้ต่อสู้กับเพื่อนบอมเบอร์อีกสองคนที่เหลือ การต่อสู้ได้ทำให้เห็นถึงร่างที่บิสเก็ตปิดซ่อนไว้ แล้วก็จะเห็นื่าไม้ตายใหม่ของคิรัวร์ ซึ่งมีความร้ายกาจมาก หลังจากเคลียร์เกมส์ได้แล้ว กอร์นก็ได้รู้ความลับอะไรของจินบางอย่าง
ช่วงคิเมร่าแอนท์
ในตอนนี้จะเป็นตอนที่คิเมร่าแอนท์ได้ลอยมาตามทะเล มันได้มาติดอยู่ที่ชายฝั่งของเกาะๆหนึ่งซึ่งตอนที่มันมาถึงนั้น มันได้รับบาดเจ็บสาหัส(แขนขาดไปหนึ่งข้าง)และก็เป็นช่วงเดียวกันกับที่มันจะต้องขยายพันธ์เพื่อที่จะให้กำเนิดราชา ตอนนี้เป็นเวลาเดียวกันที่กอร์นกับคิรัวร์ได้มาหาไคท์(ออกมาจากเกมGIแล้วใช้การ์ดที่ได้เป็นรางวัลพามา)ทั้ง3คนและพรรคพวกของไคท์ที่เป็นนักค้นหาพันธ์สัตว์ใหม่ๆได้รู้เรื่องคิเมร่าแอนท์และเริ่มค้นหา(เนื่องจากทั้งหมดได้เจอแขนข้างที่ขาดของคิเมร่าแอนท์ที่ใหญ่โตผิดปกติ)
ในตอนนี้จะเป็นตอนที่คิเมร่าแอนท์ได้ลอยมาตามทะเล มันได้มาติดอยู่ที่ชายฝั่งของเกาะๆหนึ่งซึ่งตอนที่มันมาถึงนั้น มันได้รับบาดเจ็บสาหัส(แขนขาดไปหนึ่งข้าง)และก็เป็นช่วงเดียวกันกับที่มันจะต้องขยายพันธ์เพื่อที่จะให้กำเนิดราชา ตอนนี้เป็นเวลาเดียวกันที่กอร์นกับคิรัวร์ได้มาหาไคท์(ออกมาจากเกมGIแล้วใช้การ์ดที่ได้เป็นรางวัลพามา)ทั้ง3คนและพรรคพวกของไคท์ที่เป็นนักค้นหาพันธ์สัตว์ใหม่ๆได้รู้เรื่องคิเมร่าแอนท์และเริ่มค้นหา(เนื่องจากทั้งหมดได้เจอแขนข้างที่ขาดของคิเมร่าแอนท์ที่ใหญ่โตผิดปกติ)ซึ่งในขณะเดียวกันคิเมร่าแอนท์ ก็ได้เพิ่มจะนวนของหน่อยรบมากขึ้นอย่างมหาศาลและได้ให้กำเนิดราชาที่แข็งแกร่งจนหาที่เปรียบไม่ได้ ซึ่งกำลังคิดจะครองโลก และเหล่าคิเมร่าแอนท์ก็ได้เริ่มเรียนรู้การใช้เน็น ซึ้งมี1ในจำนวนนั้นฆ่าไคท์และใช้เน็นควบคุมให้เป็นเหมือนกระสอบทรายที่ใช้ฝึกหน่อยรบ ทางฝั่งกอร์นพอได้รู้เรื่องไคท์แล้วก็ร่วมมือกับประธานเนเทโล่ และฮันเตอร์ระดับสุดยอดเพื่อคิดจะจัดการกับพวกคิเมร่าแอนท์......
เน็น เป็นความสามารถพิเศษของตัวละครในการ์ตูนเรื่อง ฮันเตอร์ x ฮันเตอร์ เปรียบเสมือนออร่าในร่างกายของแต่ละคนจะมีคุณสมบัติเด่นแตกต่างกันไป ตามแต่ลักษณะนิสัย ความชอบ ทัศนคติ งานอดิเรก ฯลฯ ของคนผู้นั้น ทำให้มีการประยุกต์ออร่าให้กลายเป็นเน็นที่มีพลังรุนแรงหรือมีพลังแปลกประหลาดก็ได้ แต่โดยรวมแล้วอาจแบ่งประเภทของเน็นได้เป็น 6 ชนิดดังนี้
- เน็นสายเสริมพลัง (reinforcement) - เป็นเน็นสายพื้นฐานที่สุดของเน็นทั้ง 6 สาย จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง พลังโจมตี หรือประสิทธิภาพของร่างกาย/สิ่งของได้ตรงตามชื่อ แม้จะบอกว่าเป็นพื้นฐานแต่ก็เป็นเน็นสายที่มีความสมดุลย์ที่สุด การใช้งานเน็นสายนี้เช่น ผนึกเน็นลงในหมัดเพื่อเพิ่มพลังการต่อย หรือผนึกเน็นไว้ทั่วร่างกายเพื่อป้องกันการโจมตี เป็นต้น
- เน็นสายแผ่พุ่ง (emision)- ปกติแล้วเมื่อออร่าออกห่างจากตัวก็จะมีพลังลดลง แต่เน็นสายนี้จะทำให้ออร่าที่ออกห่างจากตัวยังคงประสิทธิภาพอยู่ ผู้ใช้เน็นสายนี้มักจะมีปริมาณออร่าที่สูงมาก เนื่องจากการใช้งานที่ต้องปล่อยพลังออกจากตัวนั่นเอง การใช้งานเน็นสายนี้ เช่นการปล่อยออร่าออกไปเหมือนกับกระสุนปืน หรือสร้างออร่าในรูปของคนเพื่อช่วยในการต่อสู้
- เน็นสายแปรสภาพ (materialization)- ผู้ใช้เน็นสายนี้สามารถเปลี่ยนออร่าของตนเองให้กลายเป็นวัตถุได้ ข้อดีของเน็นสายนี้คือสามารถสร้างอะไรก็ได้ตามแต่เจ้าของจะจินตนาการถึง ผู้ใช้เน็นสายแปรสภาพจึงมักจะเพิ่มความสามารถพิเศษต่างๆลงในวัตถุของตน เช่น สร้างผ้าคลุมที่สามารถห่ออะไรก็ได้ หรือดาบที่สามารถยืดออกได้ตามใจชอบ
- เน็นสายควบคุม (manipulation)- เน็นสายนี้มีความสามารถในการควบคุมวัตถุต่างๆได้ โดยการใส่เน็นลงในวัตถุนั้นๆ เน็นสายนี้เป็นเน็นสายที่มีพลังโจมตีน้อยที่สุด เนื่องจากเน็นไปที่การควบคุมซึ่งให้ประสิทธิภาพสูงกว่า ผู้ใช้เน็นสายควบคุมจึงมักจะใช้วิธีกลยุทธ์แทน เช่นการซุ่มโจมตีหรือควบคุมจากระยะไกล เป็นต้น การใช้งานเน็นสายนี้เช่นการควบคุมร่างกายเป้าหมาย การควบคุมวัตถุต่างๆให้เข้าโจมตี เป็นต้น
- เน็นสายเปลี่ยนแปลง (transformation) - เน็นสายนี้มีความคล้ายคลึงกับเน็นสายแปรสภาพ แตกต่างที่เน็นสายแปรสภาพจะเปลี่ยนออร่าเป็นวัตถุ แต่เน็นสายเปลี่ยนแปลงจะเปลี่ยนคุณสมบัติทางกายภาพของออร่าแทน ทำให้ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย เช่นการเปลี่ยนออร่าให้อยู่ในรูปความร้อน ความยืดหยุ่น ไฟฟ้า ความเย็น ความเหนียว เป็นต้น
- เน็นสายพิเศษ (specialization) - เน็นสายนี้หมายถึงผู้ที่มีคุณสมบัติของออร่าต่างออกไปจากเน็น 5 สายที่เหลือ โดยมากแล้วมักจะเป็นผู้ที่ถูกเลี้ยงดูหรือมีสภาพร่างกาย-จิตใจที่แตกต่างไปจากสภาวะปกติ ไม่พบมากนักในบรรดาผู้ใช้เน็นทั้งหมด เช่นการอ่านใจคนได้เพียงแค่สัมผัสถูกตัว หรือการทำนายอนาคตอย่างแม่นยำ
เทคนิคการใช้เน็นเพื่อการต่อสู้
4 มหาวิถี เป็นการใช้เน็น 4 รูปแบบ ที่เป็นพื้นฐานของเทคนิคชั้นสูงอื่นๆต่อไป 4มหาวิถีประกอบไปด้วย
- เท็น (หยุด) การหยุดออร่าไว้ในร่างกาย ปกติออร่าจะออกจากร่างตลอดเหมือนสายน้ำ แต่หากสามารถหยุดไว้ได้ก็จะทำให้ร่างกายมีความแข็งแกร่งและมีการฟื้นฟูที่ดีกว่าปกติ เป็นขั้นตอนแรกที่ผู้ใช้เน็นทุกคนต้องฝึก
- เซ็ทสึ (สูญสิ้น) การดับพลังเน็นที่ออกมาให้สูญสิ้นไป ผู้ที่ใช้เน็นด้วยกันจะสามารถรับรู้ถึงออร่าของอีกฝ่ายได้ การใช้เซ็ทสึซ่อนออร่าของตัวเองจะมีประโยชน์ในด้านการพรางตัวจากเป้าหมาย
- เร็น (ปลดปล่อย) การปล่อยออร่าออกจากร่างกายมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีความแข็งแกร่งทนทานสูงมาก แต่ก็ต้องอาศัยสมาธิสูง ในการต่อสู้จำเป็นต้องรักษาระดับการใช้เร็นไว้เพื่อป้องกันตนเองจากการจู่โจมด้วยเร็นของคู่ต่อสู้
- ฮัทสึ (ไม้ตาย) การปรับเปลี่ยนนำออร่าของตนมาใช้ให้ได้ตามที่ต้องการ ซึ่งเมื่อตรงกับสายของตนเองแล้วจะทำให้ได้ท่าไม้ตายที่ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด
เทคนิคขั้นสูงของการใช้เน็น
เทคนิคขั้นสูงของการใช้เน็น เป็นการนำ 4 มหาวิถีมาใช้ในรูปแบบที่ซับซ้อนขึ้น ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์มากในการต่อสู้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีเทคนิคการใช้เน็นขั้นสูงเช่นกัน
ชู (???) เป็นเทคนิคการนำ"เร็น"มาใช้ร่วมกับอุปกรณ์ที่ถืออยู่ โดยการคิดว่าอุปกรณ์ชิ้นนั้นเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของร่างกาย และแบ่งออร่าของตนไปครอบคลุมอุปกรณ์นั้น ทำให้สามารถใช้อุปกรณ์นั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อิน (พราง) เป็นเทคนิคขั้นสูงของ"เซ็ทสึ" สามารถพรางเน็นที่ปล่อยออกมาได้ 100% โดยยังคงผลของเน็นนั้นอยู่ พูดอีกอย่างก็คือการใช้ฮัทสึได้โดยศัตรูไม่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังนั้น ยกเว้นว่าจะใช้"เงียว"ในการดู ซึ่งก็ต้องใช้สมาธิเพิ่มขึ้นอีก
เงียว (ผนึก) เทคนิคขั้นสูงของ"เท็น" ใช้การรวมออร่าไว้ที่ดวงตา เพื่อเพ่งมองให้ได้ชัดเจนขึ้น การใช้เงียวจะสามารถมองเห็นออร่าของผู้ที่พรางไว้ด้วย "อิน" ได้ อย่างไรตาม"เซ็ทสึ"ที่เป็นการดับพลังออร่า ไม่ใช่การซ่อน จึงไม่สามารถใช้เงียวมองเห็นว่าผู้ใดกำลังใช้เซ็ทสึอยู่
เอ็น (รัศมี) เทคนิคขั้นสูงของ "เร็น" ใช้การแผ่ขยายออร่าที่คลุมร่างของตนเองให้เป็นรัศมีกว้างออกไปมากกว่าปกติ ทำให้สามารถรับรู้สิ่งที่เข้ามาในขอบเขตของ"เอ็น" ได้ ยิ่งเอ็นแผ่ขยายไปมากก็ยิ่งรับรู้ได้กว้างขึ้น แต่ต้องอาศัยการฝึกขั้นสูง โดยปกติผู้ที่ทำได้ก็จะใช้แค่ในระยะจู่โจมของตนเท่านั้น แต่ถ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญอาจใช้"เอ็น"ที่มีรัศมีได้ร่วมร้อยเมตรทีเดียว
โค (รวม) เทคนิคการผสานการใช้ "เท็น" "เซ็ทสึ" "เร็น" "ฮึทสึ" และ "เงียว" เข้าด้วยกัน โดยการใช้"เท็น"และ"เร็น"ปล่อยออร่าออกมา จากนั้นรวมออร่าไปที่จุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย(เงียว) แล้วดับออร่าที่ยังเหลืออยู่ในส่วนอื่นของร่าง(เซ็ทสึ) ทำให้สามารถรวมออร่าไว้ได้เข้มข้นกว่าปกติ แล้วโจมตี(ฮัทสึ) ก็จะได้พลังการโจมตีที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าตัว
เค็น (???) เทคนิคการผสาน"เท็น"และ"เร็น"เข้าด้วยกัน เป็นเสทือนกับการใช้"โค"คลุมทั้งร่าง เพื่อให้สามารถปกป้องร่างกายจากการถูกคู่ต่อสู้โจมตีด้วย"โค"ซึ่งมีอาณุภาพรุนแรงเกินที่การคลุมออร่าด้วย"เร็น"จะรับได้ แม้"เค็น"จะมีพลังด้อยกว่าแต่ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกัน
^-^เราไปหาประวัติมาแล้วน้าาา^-^
-'w'-มาเยี่ยมกันบ่อย ๆ น้าค้าาจะรอค่ะช่วยแนะนำเราบ้างน้าา-'w'-
^w^ติชมด้วยนะคะ^w^ลงเป็นเพลงของฮันเตอร์แล้วนะคะชอบไหมคะ