-*- เออ เอ้ย ทอดคุง เล่มสามยังไม่ได้อ่าน แล้วเล่มสี่อ่านยัง ช่วงนี้ตามคู่ปริศนาไม่ทันล่ะ กลางคืนไม่พูดอีก การินอีก โอ้ย อ่านไม่หมด ซื้อไม่ทัน mikgy007- < My.iD > [7 ก.ย. 51 / 08:27]
หวาดดีเจ้าค่า MintWind- < My.iD > [6 ก.ย. 51 / 18:01]
sawadi ka chin linda_love- < My.iD > [4 ก.ย. 51 / 18:38]
เอ๋ อ่านคนรวมวิญญาณด้วยเหรอ มูจื่อน่ารัก มิเกะยังไม่ได้ซื้อเล่ม5เลยอ่า ชอบเล่ม3 mikgy007- < My.iD > [31 ส.ค. 51 / 12:24]
หวัดดีเจ้าค่าท่าน ใช่ท่านทอดมะเจ้าคะนี่?? MintWind- < My.iD > [30 ส.ค. 51 / 17:16]
ลืมคอมเม้นต์ สนุกดีทั้งสองเรื่อง kakyo_kiryo- < My.iD > [24 ส.ค. 51 / 21:07]
คือซื้อจนอ่านจบไปทั้งคู่ปริศนาแล้วก็คนรวมวิญญาณแล้วอะ kakyo_kiryo- < My.iD > [24 ส.ค. 51 / 21:07]
เป็งไงบ้างอะ เพื่อนๆๆๆ คิดถึงอยู่รู้ไหม? อินุยาฉะพลอยค่ะ- < My.iD > [22 ส.ค. 51 / 16:04]
ดีๆๆๆ มาดีอีกอิอิ อินุยาฉะพลอยค่ะ- < My.iD > [22 ส.ค. 51 / 16:04]
ดีๆๆๆๆ อีกหลายรอบ อิอิ เหรอ เป็นไงบ้างสนุกไหม? อินุยาฉะพลอยค่ะ- < My.iD > [22 ส.ค. 51 / 13:42]
- - นะโม ตะสะ~ Antiar- < My.iD > [21 ส.ค. 51 / 17:56]
คิสสสสสถึงเหมียนกัน นี้ข้าเล่นเน็ตที่โรงเรียนเอา เพราะที่บ้านข้าเน็ตหมด แง้ๆๆแม่ไม่ยอมไปต่อให้อะทำไงดี อินุยาฉะพลอยค่ะ- < My.iD > [21 ส.ค. 51 / 16:23]
หวาดดีคร้าบ บบ ryoruki_xxx- < My.iD > [19 ส.ค. 51 / 23:53]
ดีๆๆๆ เอ็ดคุง น้องรัก ข้าอินุยาฉะ (พลอย)เองเด๋อ มาเยี้ยมๆๆๆๆๆๆ เม้นๆๆๆให้นะ อินุยาฉะพลอยค่ะ- < My.iD > [19 ส.ค. 51 / 16:00]
ดีๆๆๆ เอ็ดคุง น้องรัก ข้าอินุยาฉะ (พลอย)เองเด๋อ มาเยี้ยมๆๆๆๆๆๆ เม้นๆๆๆให้นะ อินุยาฉะพลอยค่ะ- < My.iD > [19 ส.ค. 51 / 15:56]
แวะคลับKKMบ้างนะเอารูปมาให้สูบเพิ่มเยอะเลยคะ ผีจูออน- < My.iD > [18 ส.ค. 51 / 08:44]
หวัดดีกั๊ฟ ป๋ม ทอดคุง- < My.iD > [17 ส.ค. 51 / 21:34]
ยินดีด้วยคะที่สอบผ่านหมดคะ ^^ผีแปลเคียวคาระตอนที่93อยู่นะคะเสร็จไม่เกินคืนนี้คะแล้วแวะไปบ้างนะคะ ผีจูออน- < My.iD > [10 ส.ค. 51 / 20:46]
ดีแวะมาเยี่ยม ฝากหน่อยดิ http://www.dek-d.com/joker/comment.php?id=42 monona- < My.iD > [10 ส.ค. 51 / 18:54]
ยินดีด้วย มิเกะก็เพิ่งสอบเสร็จ mikgy007- < My.iD > [10 ส.ค. 51 / 12:13]
ไม่เป็นไรหรอกคะชินคุงขอแค่ ให้เรารู้ตัวว่าทำดีที่สุดก็พอแล้ว คะสอบได้ดีไม่ดีมันก็เป็นแค่ สิ่งที่ผ่านไปแล้ว ^^ แต่ก็ขอให้ได่สี่ทุกวิชานะคะ ผีจูออน- < My.iD > [8 ส.ค. 51 / 17:11]
ขอบคุณที่มาเยี่ยม My.ID ของผีนะคะเลยมาเยี่มกลับบ้า่งหุหุ แล้วจะอัพรูปมาให้เยอะๆนะคะ ผีจูออน- < My.iD > [6 ส.ค. 51 / 07:05]
!!!รีบอร์นนิหว่า akule_yusaryo- < My.iD > [5 ส.ค. 51 / 22:16]
อ่า งั้นก็โชคร้ายไป หึๆๆๆ /อึบ หลบมีดทันอีกแล้ว ตกลงไปบอร์ดพูนิก้ามาแล้วลบ่ะสิเห็นเฮดอะ kakyo_kiryo- < My.iD > [5 ส.ค. 51 / 11:46]
คิดถึงนายจังเลย ชิน โพส มากัน บ้าง นะ hi chin linda_love- < My.iD > [3 ส.ค. 51 / 12:17]
อันยองฮาเซโย!!!!!!!สวัสดีครับทุกๆท่านผมเอาข่าวล่า หมาเร็วของซี่รีย์ แบล็คแฟนตาซีมาคร้าบบบบบเรื่องแรกกับ 'คู่ปริศนาบทที่5 'ตอน ความลับของนัยน์ตาสีม่วงท้องฟ้าซึ่งเคยสดใสของเมืองซีซานถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกสีดำที่น่าหวาดหวั่นจนมืดมิดสายฝนที่โปรยปรายลงมา ทว่ากลับเป็นหยาดฝนโลหิตสีดำทำลายบ้านเมืองพังพินาศ ต้นไม้ต่างเหี่ยวเฉาล้มตาย ชาวเมืองกลายเป็นซากศพ ทั่วทั้งเมืองถูกครอบงำไปด้วยกลิ่นอายแห่งความชั่วร้าย จากน้ำมือของสิ่งที่ถูกควบคุมด้วยอำนาจมืดให้กลับมาทวงความแค้น ลู่กั้วซึ่งต่อสู้จนสุดความสามารถ ก็ยังไม่อาจต้านทานได้อดีตอันขมขื่นของไป๋จิ้งฉีกับนัยน์ตาสีม่วงที่อ่อนโยนท่ามกลางทะเลเพลิงสถานการณ์อันโหดร้ายซึ่งมีภูเขาซีซานเป็นฉากหลังกำลังรอคอยพวกเขา คนรวมวิญญาณ บทที่5 'ปลายทางรถไฟสายมรณะ'
อาจารย์ถังเฉาพาจิ้งฉีเข้าไปยังด้านใน ไม่ว่าด้านนอกจะมืดสลัวเพียงใด แต่ด้านในมีลูกบอลแห่งแสงที่คอยให้แสงสว่างอยู่ แม้มันจะเป็นเพียงแสงสลัวๆ แต่ก็ไม่มืดมิดเหมือนข้างนอก ทำให้จิตใจที่กำลังตึงเครียดของจิ้งฉีเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง บ้านของตระกูลจงตอนนี้ไม่เหมือนกับในอดีตเสียแล้ว เสาไม้ที่นี่ถูกความมืดมิดกัดกร่อนปรากฏร่องรอยสึกหรอคล้ายกับเหล็กถูกสนิมเกาะกิน ในอากาศคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นแบบเดียวกับด้านนอก เพียงแต่เบาบางกว่า จึงทำให้ไม่รู้สึกหายใจอึดอัด ที่ลานซุ่น (ลม) ในห้องด้านซ้าย จิ้งฉีได้เห็นลู่กั้วที่กำลังนอนอยู่บนเตียงกลางห้อง ร่างกายของลู่กั้วเปลือยท่อนบน นอนหลับตากำหมัดแน่น พร้อมกับนอนอ้าปากหอบหายใจแรง ตามใบหน้าและร่างกายจนเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ อากาศที่แม้ร้อนอบอ้าวแต่ยังเทียบไม่ได้กับความร้อนภายในร่างกายของลู่กั้ว ข้างๆ ลู่กั้ว จงซงที่ซึมเซายังคงร้องเพลงกล่อมเด็ก เช็ดเหงื่อให้ลู่กั้วอย่างทะนุถนอมอยู่ไม่รู้เหนื่อย แต่ถึงอย่างนั้น เหงื่อก็ยังซึมออกตลอดเวลาเช็ดเท่าไรก็ไม่หมด ลู่กั้ว!!! จิ้งฉีเห็นสภาพของลู่กั้วแล้วเกิดความกังวลใจขึ้นมา อาจารย์ถังเฉาครับ ลู่กั้วเป็นอะไรครับ เฮ้อ! ไข้ยังขึ้นๆ ลงๆ อาการไม่คงที่ดูแล้วน่าเป็นห่วง อาจารย์ถังเฉาส่ายศีรษะตอบ แล้วคนอื่นๆในตระกูลจงหายไปไหนกันหมดล่ะครับ
แม้ความทรงจำของคุณนายซงยังฟื้นกลับมาไม่หมด แต่เธอคงทราบด้วยสัญชาตญาณดีว่าต้องดูแลลู่กั้ว ในที่สุดแม่ลูกก็ได้รู้จักกันแล้วสินะ
จิ้งฉีคิดในใจ เฮ้อ ถูกควบคุมเอาไว้แล้ว ถังเฉาถอนใจก่อนตอบจิ้งฉีขึ้นมา ถูกควบคุม แบบเดียวกับพวกชาวเมืองที่อยู่ด้านนอกหรือครับ จิ้งฉีตกตะลึงกับคำบอกเล่าของอาจารย์ถังเฉา ใช่ มีเพียงจงซงกับจงชิงที่ตอนเกิดเหตุไม่ได้ออกจากห้องไปไหน จึงทำให้รอดพ้นจากอันตรายมาได้ แต่ว่าจงหลี่ จงผิงและจงเหมยพวกเขา เอ่อ อาจารย์ถังเฉาจำต้องยอมป้องกันที่นี่เอาไว้ เพื่อไม่ให้พวกนั้นรุกล้ำเข้ามา และไม่อาจจัดการพวกเขาด้วยเช่นกัน ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ แล้วทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของใครกันครับ จิ้งฉีรีบถามต่อพลางครุ่นคิดในใจ ถ้าหากเดาไม่ผิด มีเพียงลูซิเฟอร์คนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้
ขณะที่ต้วนหลินหลับตาลง เขารู้สึกว่าในโบกี้มีแต่เสียงดังเอะอะซึ่งทำให้เขานอนไม่หลับ มีทั้งเสียงคุยกัน เสียงร้องไห้ของเด็ก เสียงไอของคนแก่ รวมทั้งเสียงฉึกฉักของรถไฟ ยิ่งไปกว่านั้นต้วนหลินรู้สึกหนาว หนาวมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอากาศในช่วงนี้ไม่น่าจะหนาวถึงขนาดนี้ แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าอาจเป็นเพราะเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ เมื่อต้วนหลินลืมตาขึ้นมาก็พบมู่จื่อยังคงก้มอ่านหนังสืออยู่ในท่าเดิมก่อนที่เขาจะหลับไป ตื่นแล้วหรอ เสียงเยือกเย็นของมู่จื่อถามขึ้น อืม ฉันนอนไม่หลับ เสียงที่ตอบออกมาแหบแห้งจนต้วนหลินต้องจิบน้ำให้รู้สึกดีขึ้น สายตาของเขามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างประหลาดใจ หา? นี่รถออกแล้วหรอ ออกมาได้ชั่วโมงนึงแล้ว เสียงของมู่จื่อฟังดูเย็นชาเหมือนทุกครั้ง ต้วนหลินรู้สึกตกใจ เขารีบดูนาฬิกาข้อมือของตนเอง จึงรู้ว่าเวลาผ่านไปถึงชั่วโมงกว่าแล้วจริงๆ นี่เราหลับไปแล้ว และยังหลับไปนานขนาดนี้เลยหรอ? รู้สึกเหมือนกับว่ายังไม่ได้นอนเลยซักตื่นเดียว ต้วนหลินขยี้ตาเรียกสติกลับมา เมื่อมองดูภายในโบกี้อีกครั้ง เขาก็รู้สึกงงงัน ไม่รู้ว่ามีคนมานั่งเต็มตั้งแต่เมื่อไร มีชายวัยกลางคนนั่งข้างมู่จื่อ ส่วนที่ข้างๆ เขาก็มีชายแก่ ต้วนหลินประหลาดใจ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนนี้รถออกมาได้ชั่วโมงกว่าแล้วเป็นธรรมดาที่ผู้โดยสารทุกคนจะขึ้นรถมาแล้ว เพียงแต่ว่า อยู่ๆ เขาก็หนังตากระตุกรู้สึกเหมือนมีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้น คงเป็นเพราะความเงียบ ที่นี่มันดูเงียบเกินไป ถึงจะเป็นรถไฟเที่ยวกลางคืนก็เถอะ แต่ก็ไม่น่าเงียบขนาดนี้ เงียบเหมือนไม่มีใครอยู่บนโบกี้อย่างงั้นแหละ ต้วนหลินคิดพลางสะบัดหัว แต่ทันใดนั้น! มีสิ่งหนึ่งทำให้ต้วนหลินต้องหยุดชะงัก
สายตา! มีคนกำลังจ้องมาที่เขา สายตานั้นทำให้ผู้ถูกจ้องมองรู้สึกเหมือนถูกเข็มหลายสิบเล่มทิ่มแทง แม้ว่าต้วนหลินจะไม่ได้เป็นคนความรู้สึกไว แต่เขาก็รู้สึกได้เมื่อถูกจ้องมองขนาดนั้น เขามองข้ามหัวชายที่นั่งข้างมู่จื่อออกไปก็พบกับเจ้าของสายตาคู่นั้น อีกฝ่ายรีบเบนสายตาไปยังหนังสือพิมพ์ซึ่งอยู่ในมืออย่างรวดเร็ว
กลางคืนไม่พูด บทที่5 'แอปเปิ้ลสีเลือด'
ผู้หญิงเสื้อแดงคนนั้นยังคงเดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ แต่น่าแปลกที่ว่ายิ่งเราตามเข้าไปใกล้เท่าไร ก็ดูเหมือนจะมีระยะห่างระหว่างเราและหญิงสาวคนนั้นอยู่ดี ถึงตอนนี้จางลู่เริ่มสงสัย แต่คงจะติดที่เมื่อครู่ได้แสดงท่าทางคุยโวเอาไว้จึงกลัวผมหัวเราเยาะ เธอเลยไม่กล้าจะหยุดรถและทำใจแข็งปั่นจักรยานตามผมมาติดๆ หลังจากเราปั่นจักรยานกันมาประมาณ 6 นาที ทันใดนั้นหญิงสาวเสื้อแดงก็เลี้ยวเข้าไปในซอยแคบๆ แห่งหนึ่ง เรา 2 คนนั้นรู้สึกว่าผิดปกติก็เลยเลี้ยวรถตามเข้าไป แต่เพียงแค่ในช่วงระยะเวลาเดียว ภาพของหญิงสาวเสื้อแดงตรงหน้าก็หายวับไปกับตาและไร้ร่องรอยใดๆ ทั้งที่ระยะห่างเหลือแค่เพียง 50 เมตร ผมและจางลู่เบรกรถให้หยุดลงพร้อมๆ กันทันที มัน มันเป็นอะไรกันแน่ เธอดูตกใจจนตัวสั่นไปหมด ฉันจะเข้าไปดู ด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่พุ่งขึ้นมา ทำให้ผมไม่สนใจชีวิตของตน และก้าวลงจากรถจักรยาน เส้นทางในซอยนี้นั้นผมเดินผ่านมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน มันเป็นซอยที่ตัดตรงทะลุไปสู่ถนนใหญ่อีกสายหนึ่ง ไม่มีแยกและไม่มีประตูเข้าออกของบ้านใครเลยแม้สักประตูเดียว พื้นถนนในซอยเป็นพื้นเทคอนกรีตที่มีความกว้างไม่ถึง 3 เมตร ความยาวนั้นประมาณ 500 เมตร ทั้ง 2 ด้านของซอยมีกำแพงรั้วสูงมาก หากว่าจะใช้จักรยานปั่นทะลุซอยก็ต้องใช้เวลากว่า 2 นาที ยิ่งไม่ต้องพูดเลยว่าการเดินเท้าของหญิงสาวหนึ่งคนจะทำให้หายวับไปได้อย่างไร แล้วฉันจะทำยังไง จางลู่พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาดูน่าสงสาร เธอรออยู่ตรงนี้แป๊บนึงนะ ผมบอกอย่างนั้นก่อนจะเดินไปข้างหน้า ฉัน ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว เธอรีบก้าวเท้าตามผมมาติดๆ แล้วยังคว้าแขนผมมากอดไว้แน่น ผมเดินไปยังจุดที่หญิงสาวเสื้อแดงหายตัวไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ จากนั้นก็สำรวจไปรอบๆ
ไม่มี ไม่มีซักอย่าง ไม่มีท่อระบายน้ำ แถมกำแพงยังสูงตระหง่าน ทางออกอีกด้านก็อยู่ห่างประมาณ 400 เมตร ถ้าวิ่งอย่างรวดเร็วก็ต้องใช้เวลากว่า 1 นาที การที่ใครจะหายวับไปกับตาได้ในสถานที่แบบนี้นั้น มีความเป็นไปได้อยู่แค่อย่างเดียว ก็คือ
ผมรู้สึกถึงกลุ่มอากาศที่เย็นวาบขึ้นจากสันหลังจนถึงท้ายทอย เหลียวมองจางลู่ช้าๆ จากนั้นเราทั้งสองก็ร้องตะโกนออกมาพร้อมๆ กัน อย่างไม่ได้นัดหมาย
ผีหลอก!!! เราวิ่งไปยังปากซอยที่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
สรุปผมต้องเสีบเงินอีกและ=*=