1. พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
2. กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
3. กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข (ทองอิน)
4. เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
5. พระยาธรรมปรีชา (แก้ว)
6. พระเทพโมลี (กลิ่น)
งานพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 1
1. เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง
2. กฎหมายตราสามดวง
3. บทละครเรื่องรามเกียรติ์
4. บทละครเรื่องอุณรุท
5. บทละครเรื่องดาหลัง
6. บทละครเรื่องอิเหนา
7. นิทานอิหร่านราชธรรม
8. การราบรวมพงศาวดาร
วรรณคดีที่สำคัญ
1.พระไตรปิฎกฉบับสังคายนา
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกหมาราช
2.กฎหมายตราสามดวง
กวีในสมัยรัชกาลที่ ๑ รวบรวมตามพระราชโองการ
ใช้คำประพันธ์ ร้อยแก้ว
เพื่อเป็นกฎหมายสำหรับบ้านเมือง
3.บทละครรำเรื่อง รามเกียรติ์ อุณรุท ดาหลัง และอิเหนาในรัชกาลที่ ๑ รบพม่าที่เมืองนครศรีธรรมราช
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกหมาราช
ใช้คำประเภทร้อยกรองประเภทกลอนบทละคร
รามเกียรติ์ เพื่อรวบรวมเรื่องรามเกียรติ์และเพื่อเฉลิมพระนคร
อุณรุทเพื่อฟื้นฟูวรรณคดีและนาฏศิลป์
ดาหลังเพื่อแต่งวรรณคดีที่สูญหายไป
อิเหนาเพื่อซ่อมแซ่มเรื่องเดิม
4.กลอนนิราศรบพม่าที่ท่าดินแดง
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทกลอนเพลงยาว
เพื่อบันทึกเรื่องราวการเดินทาง
5.เพลงยาวนิราศรบพม่าที่นครศรีธรรมราช
ประพันธ์โดย กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
ใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทเพลงยาว
เพื่อบันทึกการเดินทาง
6.ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดร กัณฑ์กุมาร กัณมัทรี และกัณฑ์มหาพน
ประพันธ์โดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทร่ายยาว
เพื่อซ่อมแซ่มวรรณคดีเก่า
7.กากีคำกลอน
ประพันธ์โดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทเพลงยาว
เพื่อขับร้องในการบรรเลงมโหรี
8.โคลงพยุหยาตราเพชรพวง ลิลิตเพชรมงกุฎ และ
ประพันธ์โดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
โคลงพยุหยาตราเพชรพวง ใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทสี่สุภาพ
โคลงพยุหยาตราเพชรพวง ลิลิตพระศรีวิชัยชาดกใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทลิลิต
โคลงพยุหยาตราเพชรพวง เพื่อบันทึกภาพกระบวนพยุหยาตราไปนมัสการพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี
ลิลิตพระศรีวิชัยชาดก เพื่อ เล่านิทานชาดก
9.สมบัติอมรินทร์คำกลอน
ประพันธ์โดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทกลอนเพลงยาว
เพื่อเล่านิทานเรื่องพระอินทร์
10.ร่ายและกลอนจารึกเรื่องสร้างภูเขาทองวัดราชคฤห์
ประพันธ์โดย เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทกลอนและร่าย
เพื่อบันทึกเรื่อง
11.นิพพานวังหน้า
ประพันธ์โดย พระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตร
ใช้คำประพันธ์ ร้อยกรองประเภทต่างๆ เช่น ร่าย โคลง กาพย์ และกลอนเพลงยาว
เพื่อพรรณนาถึงกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบิดา
๑๒.นิราศตลาดเกรียบ
ประพันธ์โดย พระเทพโมลี (กลิ่น)
ใช้คำประพันธ์ ร้องกรองประเภทโคลงสี่สุภาพ
เพื่อบันทึกการเดินทาง
13.เรื่องแปล ได้แก่ สามก๊ก ไซฮั่น และราชาธิราช
สามก๊ก เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ไซฮั่น กรมพระราชวังหลัง เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์
ราชาธิราช เจ้าพระยาพระคลัง (หน) และขุนนางอีก 3 คน
ใช้คำประพันธ์ ร้อยแก้ว
เพื่อเล่านิทาน
14.ไตรภูมิโลกวินิจฉัย
ประพันธ์โดย พระยาธรรมปรีชา (แก้ว)
ใช้คำประพันธ์ ร้อยแก้ว
เพื่อแทนไตรภูมิพระร่วง ให้ความรู้เกี่ยวกับโลกที่ 3
วรรณคดีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์รัชกาลที่2
ความรุ่งเรืองของวรรณคดีในสมัยรัชกาลที่ 2
สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย บ้านเมืองเป็นปกติสุข ราษฎรไม่ได้รับความเดือดร้อน ในช่วงเวลานี้ประเทศไทยของเรามีความสงบร่มเย็นพอที่จะสรรค์สร้างงานศิลปะต่าง ๆ ได้ รวมทั้งวรรณคดีอีกจำนวนมากมายจึงเป็นระยะเวลาที่วรรณคดีเจริญรุ่งเรืองจนถือว่าเป็นยุคทองแห่งวรรณคดีสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้เป็นเพราะราชสำนักเป็นศูนย์กลางแห่งวรรณคดี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดการละครและการกวี ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีไว้หลายเรื่อง ทรงชุบเลี้ยงกวีไว้ในราชสำนัก กวีได้รับพระบรมราชูปถัมภ์จากพระมหากษัตริย์ และประชาชนก็พากันสนใจการกวีด้วย ดังนั้น จึงเกิดวรรณคดีจำนวนมากในสมัยนี้การละครได้รับการสนับสนุนจากพระมหากษัตริย์ ทั้งละครในและละครนอก ทำให้ วรรณคดีบทละครได้รับการส่งเสริมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการปรับบทละครให้เข้ากับท่ารำ
ลักษณะวรรณคดีสมัยรัชกาลที่ 2
1. เป็นยุคแห่งการปรับปรุงวรรณคดี จะเห็นได้ว่ามีการนำบทละครเรื่องอิเหนา เรื่องรามเกียรติ์ มาแต่งขึ้นใหม่อีกสำนวนหนึ่ง เพื่อให้เหมาะสมกับการเล่นละครโดยสอดคล้องกับท่ารำ และบทเพลง จึงเป็นการปรับปรุงการละครควบคู่กับวรรณคดี
2. กลอนมีลักษณะเฉพาะตัว ได้มีการเพิ่มคำสัมผัสใน ทำให้กลอนมีความไพเราะมากขึ้น
3. วรรณคดีมีทุกประเภททั้งวรรณคดีประเภทศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณียอพระเกียรติ วรรณคดีประเภทบันเทิง และบทละคร
4. เนื้อหาเน้นเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี ระเบียบวินัย เพื่อความสงบสุขของสังคมและความบันเทิงของประชาชน
5. มีการแต่งซ่อมวรรณคดีที่ขาดหายไป เช่น มหาชาติคำหลวง และขุนช้างขุนแผน
กวีที่สำคัญในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
1. พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
2. พระยาตรังคภูมิบาล
3. นายนรินทรธิเบศร์ (อิน)
4. พระสุนทรโวหาร (ภู่)
งานพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2
1. เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
2. บทละครเรื่องอิเหนา
3. บทละครเรื่องรามเกียรติ์
4. บทพากย์เรื่องรามเกียรติ์
5. บทละครนอก 5 เรื่อง ได้แก่ สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ คาวี ไกรทอง และมณีพิชัย
6. กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
7. มหาชาติคำหลวง โปรดเกล้าฯ ให้กวีแต่งซ่อมของเก่าที่ขาดหายไป
วรรณคดีไทยสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3
วรรณคดีสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เจริญสืบเนื่องจากสมัย รัชกาลที่ 2 กวีในรัชสมัยนี้ก็เป็นกวีที่สืบเนื่องจากสมัยรัชกาลก่อน เช่น สมเด็จฯ รมพระปรมานุชิตชิโนรสสมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดิศร พระมหามนตรี (ทรัพย์) เป็นต้น
เหตุการณ์สำคัญที่ส่งเสริมวรรณคดีในสมัยรัชกาลที่ 3
1. การจารึกวิชาการที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม วัดพระเชตุพนฯ เดิมเป็นวัดที่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีชื่อเดิมว่า วัดโพธาราม รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะตั้งแต่ พ.ศ. 2332 - 2334 วัดนี้มีพระอารามใหญ่สวยงามสมกับเป็นวัดที่อยู่ใกล้พระบรมมหาราชวัง พระราชทานนามว่า วัดพะเชตุพนวิมลมังคลาวาส (รัชกาลที่ 4 ได้ทรงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม) พ.ศ. 2374 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ทรงเห็นว่าวัดนี้ชำรุดทรุดโทรมมาก ดังนั้นใน พ.ศ. 2379 จึงทรงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ และมีพระราชประสงค์จะให้วัดนี้เป็นแหล่งวิทยาการต่าง ๆ ที่จะถ่ายทอดจากราชนักมาสู่ประชาชน จึงโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมความรู้ต่าง ๆ ที่ถูกต้องแน่นอนแล้วจารึกบนแผ่นศิลาประดับไว้ในบริเวณพระอารามแห่งนี้ให้เป็นที่ศึกษาหาความรู้ของประชาชน วัดนี้จึงเป็นเสมืองมหาวิทยาลัยของประชาชน จารึกวิชาการเหล่านี้ เรียกว่า จารึกวัดพระเชตุพนฯ นับว่าเป็นจารึกที่เป็นประโยชน์และเป็นวิชาการชั้นสูงสำหรับพระนคร
วิชาการที่จารึกไว้ที่วัดพระเชตุพนฯ แบ่งออกได้ 8 หมวด คือ
1. หมวดประวัติศาสตร์ ได้แก่ โคลงปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนฯ
2. หมวดพุทธศาสนา ได้แก่ จารึกเรื่องราวของพระสาวก เรื่องชาดกต่าง ๆ
3. หมวดตำรายา ได้แก่ จารึกตำรายาต่าง ๆ
4. หมวดวรรณคดี ได้แก่ จารึกตำราฉันท์ เพลงยาวกลบท โคลงกลบท
5. หมวดสุภาษิต ได้แก่ จารึกภาษิตต่าง ๆ เช่น สุภาษิตพระร่วง โคลงพาลีสอนน้อง โคลงโลกนิติ กฤษณาสอนน้องคำฉันท์ เป็นต้น
6. หมวดทำเนียบต่าง ๆ ได้แก่ จารึกทำเนียบสมณศักดิ์ ทำเนียบผู้ครองเมือง
7. หมวดประเพณี ได้แก่ จารึกตำนานมหาสงกานต์ กระบวนกฐินพยุหยาตรา
8. หมวดพลานามัย ได้แก่ จารึกโคลงภาพ ฤๅษีดัดตนเพื่อแก้โรคต่าง ๆ
บรรดากวีที่ช่วยกันจารึกและรวบรวมความรู้ครั้งนั้น ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จฯ กรมพระปรมานุชิตชิโนรส กรมหลวงวงศาธิราชสนิท กรมหมื่นไกรสรวิชิต พระมหามนตรี (ทรัพย์) ขุนธนสิทธิ์ เป็นต้น
2. กำเนิดการพิมพ์และหนังสือพิมพ์ แต่เดิมวรรณคดีจะจารึกในใบลานหรือสมุดข่อย ในราว พ.ศ. 2361 มิชชันนารีชาวอเมริกันสองคนสามีภรรยา ชื่อนายและนางยัดสัน ด้วยความช่วยเหลือของนายยอร์ช เอชเฮาห์ ช่วยกันหล่อตัวพิมพ์ภาษาไทยที่เมืองย่างกุ้ง เพื่อใช้พิมพ์คำสอนคริสต์ศาสนาเป็นภาษาไทย ใช้สอนภาษาไทยแก่คนไทยที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยครั้งเสียกรุงศรีอยุธยา ต่อมา พ.ศ. 2371 ร้อยเอกเยมส์โลว์ ชาวอังกฤษได้คิดหล่อตัวพิมพ์อักษรไทยขึ้นเพื่อพิมพ์หนังสือตามแบบยุโรป พวกมิชชันนนารีชาวอเมริกันจึงขอซื้อตัวพิมพ์ไปพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับศาสนาที่สิงคโปร์ แล้วส่งมาแจกที่กรุงเทพฯ ใน พ.ศ. 2378 พวกมิชชันนารีชาวอเมริกันได้ต