My Life in UK, Fallow the Dream…
It’s me…COFFEE MASTER in TRAINING at STARBUCKS COFFEE
สามเดือนก่อน...
ฉันวิ่งหางาน...
ฉันตามหาบ้าน...
ฉันต้องการ...ที่จะค้นหาสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับชีวิต
ฉันได้งาน...ฉันได้บ้าน...ฉันต้องอดทนต่อแรงกดดันรอบด้านภายในระยะเวลาสามเดือน
ฉันมีความสุข ฉันมีความทุกข์ และฉัน...มีความภาคภูมิใจ
สามเดือนต่อมา...
ฉันยังมีงาน...ฉันตัดสินใจจะย้ายบ้าน...มีเรื่องมากมายทำให้ฉันตัดสินใจอยากเดินทางอีกครั้ง
ฉันเดินทาง...ไปยังไบรตั้น...ในสถานที่ๆ ฉันไม่ได้คาดหวังอะไรทั้งนั้นนอกจาก...
พักผ่อน...การพักผ่อนที่ฉันโหยหา
วันแรกที่ฉันเดินทางไปถึงไบรตั้น...ฉันรู้สึกเหงาตอนเดินออกจากสถานีย์รถไฟ
ฉันคิดในใจ “ถ้ามีเพื่อนมาด้วยก็คงดี” ฉันโทรหาเพื่อนน้าที่เคยอาศัยอยู่ด้วยในนิสคาสเซิล บอกเล่าความรู้สึกของฉันให้เธอฟัง ฉันปรารถนาให้เธออยู่เคียงข้างฉัน แต่มันเป็นไปไม่ได้...
ฉันตัดสินใจเดินไปที่ไบรตั้นเพียร์ ชมความสวยงามของมันที่นั่นด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอยากพจญภัย ฉันมีกล้องเป็นเพื่อน ฉันแบกไดอารี่ไปทั่วทุกหนแห่ง แบกกีตาร์ตัวใหม่ที่ฉันเพิ่งซื้อมา ร่างกายของฉันอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งความกระตืนรือร้น และมัน...
ก็ทำให้ฉันได้เจอเพื่อน...
เด็กสาวชาวเกาหลีเดินเข้ามาทักฉัน เราพูดคุยกันถึงเรื่องทริปของทั้งสองฝ่าย เธอบอกว่าฉันดูเหมือนนักท่องเที่ยวจอมพลังที่แบกกีตาร์ไปด้วย เราถ่ายรูปด้วยกันแต่เป็นกล้องของเธอ ฉันไม่ได้ถ่ายรูปเราเอาไว้เพราะลืม อีกทั้งเธอยังรีบกลับไปลอนดอน และเธอ...ก็คือจุดเริ่มต้น ความคิดฉันเริ่มกลายเป็นจริงทีละนิดโดยที่ฉันไม่รู้ตัว...
ฉันเจอเพื่อน...ในต่างถิ่น ต่างแดน เราแลกเมลและเฟสบุ๊คกันสำหรับติดต่อสื่อสาร จากนั้นก็แยกทางกัน...
ฉันยังคงดำเนินทริปต่อไปตามความต้องการ...เมื่อตกเย็น...ฉันก็เจอเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งใน Hostel เธอชื่อ Julia เราพูดคุยกันสัพเพเหระแม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ฉันค้นพบว่าเธอเป็นนักเขียนที่มีลักษณะนิสัยใกล้เคียงกันกับฉันและเธอก็รักภาษาอังกฤษเป็นชีวิตจิตใจ ที่สำคัญเธอเขียนหนังสือเป็นภาษาอังกฤษแล้วมันกำลังจะตีพิมพ์เป็น e-book เร็วๆ นี้ ฉันบอกเล่าเรื่องราวและจุดประสงค์ที่ฉันมาลอนดอนก็เพื่อนการนี้ อยากทำได้แบบที่เธอทำ เราคุยกันจนดึก เราเหนื่อย เราแลกเมลกัน เรานอน ตื่นเช้ามา...เราแยกทางกัน
ฉันนั่งอยู่คนเดียวด้านล่าง ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะมีเพื่อน...ฉันลืมไปแล้ว...ฉันนั่งคิดว่าจะไปที่ไหน แล้วใครคนหนึ่งก็เดินเข้ามาถามฉันว่า “เธอใช้อินเตอร์เน็ตได้ไหม” ฉันให้คำตอบว่าไม่ เราพูดคุยกันสัพเพเหระ แล้วเพื่อนเธออีกคนก็มาคุยด้วย เราแลกเมลกัน เราแลกเฟสบุ๊คกัน แล้วพวกเขาก็ชวนฉันไป Museum ตอนแรกทั้งสองฝ่ายต่างคิดว่าแค่ไป Museum ก็จบ แต่แล้วมันกลับไม่เป็นแบบนั้น เราใช้เวลาทั้งวันด้วยกัน...
คนแปลกหน้า...ใช้เวลาอีกวันที่เหลือร่วมกัน...กลายเป็นเพื่อนกัน เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง เปลี่ยนความโดดเดี่ยวให้เป็นทริปที่แสนวิเศษ จนฉันไม่สามารถลืมมันได้ลง
we spent time together...
they took me some picture...
I took them some...
Someone took some picture 4 us...
We went to see Brighton at NIGHT
I went to see carussel at sunset...

We had some break & I took this picture...
We made the way back to Hostel...
On the way back to Hostel...
I jumped at Seven Sister...
And then we jumped...

I walked...
We jumped like crazy...
I sat...had some break...
I love this one...
The OTHER SIDE of it...

It's me...
เมื่อกลับมาจากไปเทียว ฉันมองโลกในแง่ดีมากขึ้น การงานก็มีเรื่องเครียดบ้าง ฉันยังคงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ฉันก็ยังทำพลาด งานของฉันเกี่ยวข้องกับกาแฟ...ฉันเคยมีความคิดอยากรู้จักกาแฟมากกว่าวิธีการชง ไม่เคยคิดถึงตำแหน่งที่(ฉันคิดว่าดูดีมากในระดับหนึ่งสำหรับนักเริ่มต้นหัดเดินในวงการการทำงาน) แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่ง...จะมีข้อเสนออะไรแบบนี้มาให้ฉัน...ฉันตอบตกลง ฉันได้รับโอกาสใหม่เข้ามาในชีวิต และตอนนี้ฉันก็กำลังกลายเป็น Coffee Master in Trainning
It's actually me...on the board...
I was OFF on this day...had some REST in the Park...
ฉันนั่งดื่มกาแฟในสวน คิดไปว่าชีวิตฉันในอนาคตจะเป็นแบบไหนกันนะ ฉันจะทำตามสิ่งฝันได้รึเปล่า ฉันหาคำตอบไม่ได้ ช่างหัวอนาคตมันไปก่อนเหอะ ฉันคิดว่ากาแฟนี่มันอร่อยมากเลยทีเดียว หรือว่า “ฉันหิว” 555