TITLE : TRUST
AUTHER : PRINCESS_EUNHAE
ACTOR : KIBUM, DONGHAE FEAT. SUPERJUNIOR MEMBER
NOTE : คุณบอกฉันให้เชื่อ ฉันบอกคุณให้เผื่อใจ สุดท้ายแล้วพวกเราจะฝันร้ายหรือฝันดีกันนะ?
พระพายพัดพาละอองฝนหยาดเล็กพร่างพราวบนบานกระจกเลื่อนไหลไปด้านหลัง แก้วตาสีไข่มุกดำเลื่อนมองไปตามพวกมันสมทบกันเป็นหยดหยาดใหญ่ก่อนจะร่วงหลั่งมลายหายไปจากสายตา เฉกเช่นเดียวกับความรู้สึกบางอย่างที่เล็กน้อย หากเมื่อเกิดขึ้นบ่อยเข้าก็อาจทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งเลือนรางจางหายได้
ทิวทัศน์เมืองไกลออกไปหลังม่านน้ำฟ้าผ่านตาเป็นสายค่อยๆช้าลงช้าลง จนหยุดเป็นทิวทัศน์ปกติเมื่อรถไฟเทียบจอดที่ชานชาลา ชายหนุ่มร่างบางบีบจมูกที่แสบแดงก่อนจะลุกขึ้นเดินลงไปยังสถานีฮเยฮวา ท่าทางโรยแรงอ่อนล้าของเขาเคลื่อนผ่านป้ายโฆษณาสองข้างทางโดยไม่ได้ใส่ใจเหลียวมอง หากแต่เมื่อผ่านป้ายที่มีรูปนักกีฬาเทนนิสวาดหวดแผ่นแร็คเก็ต ดวงตาคมเข้มมองไปข้างหน้าอย่างจริงจัง เขากลับหยุดเดินและหันกลับไปช้าๆ
...สาธารณรัฐเกาหลีใต้ขอแสดงความยินดีกับคิมคิบอมตัวแทนผู้สร้างเกียรติภูมิให้กับประเทศของเรา...
ข้อความตัวบรรจงด้านล่างถูกออกแบบอย่างสวยงามและเป็นทางการ บ่งบอกถึงความสำคัญของผู้ที่อยู่ในภาพได้อย่างดี
ชายหนุ่มปรายมองเพียงเล็กน้อยก็หมุนกายออกเดินต่อ ย่างก้าวที่มั่นคงหากอ่อนโรย ภายในใจลังเลว่าควรจะยิ้มกว้างภาคภูมิใจดีหรือเปล่า แต่คำตอบก็ปรากฏมาในรูปความอาดูรที่พอกพูนเทวศทบท่าวราวกับจะหลั่งออกมาเป็นรูปธรรมที่เรียกว่าน้ำตา
ร่างบางเดินลอดประตูทางออกที่ 2 แต่กลับรู้สึกราวกับว่ายังถูกจองจำผูกติดอยู่ในที่ที่ไม่มีทางออกใด
อากาศเย็นชื้นนอกสถานีรถไฟยะเยือกจนบ่าแคบสะท้านไหว เขาขยับหมวกไหมพรมให้กระชับขึ้นเหลือบมองท้องนภาหม่นเศร้า ลำแสงอ่อนทอลอดเมฆาสีหมองรองเรืองรับเกลาบรรยากาศให้นุ่มนวลบางเบาราวกับโลกในห้วงฝัน ตอบสนองความคิดวาดเพ้อของใครบางคนที่อยากจะหนีออกไปจากโลกแห่งความเป็นจริง สองเท้าออกก้าวเดินผ่านประติมากรรมแปลกประหลาดหน้าสถานีที่เคยสร้างรอยยิ้มพริ้มพราย หากบัดนี้เขาได้แต่มองมันด้วยแววตาชาเฉยราวกับไร้ความรู้สึก
...YOU SAY ANYTHING แม้จะเป็นถ้อยคำที่ทำร้ายให้เราเจ็บปวด
SAY ANYTHING พูดกับหัวใจที่ไม่อาจลืมได้ดวงนี้
YOU SAY ANYTHING เพียงแค่เอ่ยคำโกหกอันแสนหวานของเธอ
SAY ANYTHING พูดกับหัวใจที่ไม่อาจเสแสร้งได้อีกต่อไป...
เสียงเพลงลอยล่องออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวนอก ชายหนุ่มเปิดฝาพับโทรศัพท์ที่แปลกตาเพราะแผ่ออกมาด้านข้างในรูปแบบแนวนอนซึ่งยังไม่มีขายในเกาหลี เขาได้มันเป็นของขวัญจากคนที่เดินทางไปมาต่างประเทศอยู่ตลอด ซึ่งแย้มยิ้มเคียงคู่กับเขาในภาพบนหน้าจอที่ใหญ่เต็มพื้นที่ฝาพับ ใบหน้าเดียวกับป้ายแสดงความยินดีที่ปรากฏอยู่บนกำแพงในสถานีรถไฟ
คิมคิบอม...
ยอโบเซโย...
ทงเฮ...นายอยู่ไหนตอนนี้? ความห่วงใยที่มองไม่เห็นถูกถ่ายทอดผ่านทางน้ำเสียงเร่งร้อน เขาจำปลายสายได้ในทันที
ปาร์คจองซู หัวหน้าชมรมเทนนิสที่แม้จะเรียนจบแล้วก็ยังติดต่อคบหากันอย่างสนิทสนมตลอดมา ด้วยความอ่อนโยนหมั่นดูแลเอาใจใส่ผู้อื่นของอีกฝ่าย ทงเฮต้องพึ่งพาเขาอยู่เสมอ
ARTIST COUNCIL กำลังจะไปกำแพงอธิษฐานครับ
...............
..............
คังอินวานให้ชีวอนเช็คสายการบินแล้ว มีชื่อคิบอมอยู่ด้วยนะ
ครับ... ทงเฮชะงักคำพูด ภายในวูบโหวงเปล่ากลวง ถ้าเขามาผมจะรอเขาที่นี่ ฮยองช่วยบอกเขาด้วยนะครับ
นายไม่เชื่อคำพูดของคิบอมเหรอ คราวที่แล้วมันสุดวิสัยจริงๆนะ ฮันกยองบอกฉันว่าแม่เขาป่วยเลยต้องบินไปที่อเมริกาด่วน
ครับ...ผมรู้
ช่างเถอะๆ คอยดูนะถ้าคิบอมมาฉันจะพาเขาไปร้องคาราโอเกะไม่ปล่อยให้ไปหานายหรอก
............
ครับ
พูดได้เท่านี้เหรอทงเฮ ความรักความเชื่อใจที่มีต่อคิบอมของนายมีเท่านี้เองเหรอ?
ทงเฮคล้ายกลืนก้อนแข็งลงคอ น้ำตาที่เอ่อปริ่มหยดลงแล้วพรั่งหล่นหลั่งพรูไม่ขาดสาย ตอบเสียงแผ่ว ครับ
ปาร์คจองซูวางสายโดยไม่เอ่ยลา ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ารุ่นพี่โกรธเคืองเขาหรือไม่ เพราะตั้งแต่คบหากันมาทงเฮไม่เคยโดนโกรธเอาเลยสักครั้ง
ท้องฟ้าส่งเสียงครางครืนราวกับกำลังเจ็บปวด แล้วระบายร่ำไห้ออกมาเป็นน้ำฝนช่วยอำพรางสายธารจากหน่วยตาของเขากลืนกินเป็นเนื้อเดียวกัน ย้อมเรือนร่างบอบบางจนเปียกปอน น้ำตาเหือดหายไปแล้ว...ไม่ต้องอาศัยใครช่วยซับให้เหมือนเมื่อวันวาน
นานแล้วนะ...คิมคิบอม ที่นายปล่อยให้ลีทงเฮคนนี้ต้องรอเก้อ
นั่นไง ทงเฮจำตู้เกมส์ตีหัวตัวต่นด้านหน้าร้านค้าเครื่องนั้นได้ วันนัดพบศิษย์เก่าของโรงเรียน ชมรมเทนนิสทั้งหมดนัดแนะกันเสียดิบดีว่าจะต้องมาพบปะพูดจากันให้หายคิดถึง หากพอถึงวันจริงกลับไร้เงาของนักเทนนิสมืออาชีพเจ้าของแก้มพองคนนั้น
รุ่นพี่ฮันกยองบอกว่าแม่ของคิบอมไม่สบาย ทำให้เขาต้องเดินทางไปอเมริกาอย่างเร่งด่วน
ทงเฮจึงเดินทางมาเขียนข้อความขอให้แม่ของเขาหายจากอาการป่วยโดยเร็ววัน แปะติดไว้ที่กำแพงอธิษฐาน แต่ก็เจอกับคยูฮยอนรุ่นน้องที่กำลังจะคัดตัวเข้าทีมชาติซึ่งมาเขียนคำอธิษฐานเช่นกัน
คยูฮยอนเล่าให้ฟังว่า เพื่อนของเขาเห็นคิบอมที่สนามบินนาริตะ
หมายความว่าอะไร? คนนู้นบอกอย่างนั้น คนนั้นบอกอย่างนี้ ทงเฮโมโหมากประจวบกับพบตู้เกมส์ตีหัวตัวตุ่นพอดี เขาจึงระบายอารมณ์จนพอใจ
หากเมื่อผ่านไปสองสามวัน ทงเฮก็ตัดสินใจว่าจะเชื่อใจและรอฟังความจริงจากปากคิมคิบอม
...แต่คิมคิบอมก็ไม่ได้ติดต่อเขาเลย
วันคืนแห่งอดีตที่โอบกอดทุกอณูของร่างกาย ความหวาดหวั่นกลัวเกรงที่เกาะกุมจิตใจ ทงเฮคิดว่าน่าจะดีที่เขาทบทวนทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการใช้ค้อนทุบตัวตุ่นแรงๆสักเกมส์ ไม่มีสายตาผู้คนให้เขาต้องอับอายเพราะฝนที่เริ่มตกหนัก
หยาดน้ำที่ไหลคลอเคลียโหนกแก้มซูบซีดหยาดหยดลงบนหัวตัวตุ่นตัวสุดท้ายที่โผล่ขึ้นมา แม้แต่ทงเฮก็ตอบไม่ได้ว่านั่นคือน้ำฝนหรือหยดน้ำตา...
มือเรียวปล่อยค้อนของเล่นลงกับพื้นที่เจิ่งนองไปด้วยแอ่งน้ำ ฝืนลากสองเท้าที่หนักอึ้งเดินขึ้นบันไดสูงชันทอดยาวสุดตาราวกับหนทางไปสู่สรวงสวรรค์
ผิวขั้นชั้นบันไดระบายรูปดอกไม้ละลานตาสมกับเป็นถนนแห่งศิลปะ ทงเฮเหยียบย่ำดอกไม้ที่เปียกชุ่มนั้นขึ้นไปเรื่อยๆ ดวงหน้าหวานซีดเซียวในขณะที่ปลายจมูกรั้นซับสีเลือดแดงช้ำ
มโนนึกเกี่ยวกระหวัดระลึกถึงเมื่อครั้งคิบอมย้ายมาเข้าเรียนใหม่ๆ พวกเขามักพบกันโดยไม่ได้นัดหมายในขณะที่วิ่งออกกำลังกายในตอนเช้า ร่างหนากับร่างบางสาวเท้าก้าวเหยาะไต่ไล่เนินบันไดขึ้นสู่ยอดเขาท่ามกลางลำแสงแรกแห่งอรุณกาล
ไม่เพียงเท่านั้น ยามที่คนในชมรมแยกย้ายกลับบ้านไปพักผ่อนนอนหลับกันหมด พวกเขายังพบกันโดยบังเอิญที่คอร์ด แล้วก็กลายเป็นเขานั่นเองที่เป็นคู่ซ้อมให้คิมคิบอมตลอดมา
นี่...คิบอม เขาเก็บแร็คเก็ตเข้าซองหนัง ในขณะที่คิบอมกำลังเงยหน้าดื่มน้ำจากขวด ของเหลวสีใสหลั่งหล่นไล้ตามลำคอแกร่งปะปนกับเม็ดเหงื่อพราว
หืมม์ แก้มบวมยังเก็บกักเครื่องดื่มไว้เต็มปาก ดวงตากลอกมาด้านข้างเพื่อมองเขา
ฉันรักนาย
...แค่อยากจะบอกออกไป มันเป็นความรู้สึกที่ธรรมชาติเสียจนพูดออกมาได้ด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนคุยกันเรื่องเทนนิส
ฉันก็รักนาย เพราะโตมาจากอารยธรรมตะวันตก คิบอมจึงไม่ได้เรียกเขาว่า ฮยอง หรือใช้ภาษาสุภาพ แต่นั่นล่ะที่ทำให้พวกเขาสนิทสนมกันมากขึ้น
ทงเฮไม่ได้ซักถามอะไรต่อ ไม่ต้องการรู้ว่าคำว่ารักของคิมคิบอมนั้นหมายถึงอะไรหรือในสถานะไหน เพียงแค่รู้ว่าคิบอมก็รักเขาเช่นกัน นั่นคือเรื่องสำคัญที่สุดแล้ว
วันนั้นพวกเขาก็เดินกลับหอด้วยกัน และโดยไม่รู้ตัวพอไปถึงห้องนอนของตัวเอง ทงเฮก็ร้องไห้ออกมาอย่างเต็มตื้น ...เขารักผู้ชายคนนั้นจริงๆ
กำแพงปูนปั้นผิวขรุขระที่เรียกว่า กำแพงอธิษฐาน ตั้งตระหง่านรอคอยเขาอยู่ที่เดิม ดังหัวใจที่หวั่นไหวและเต็มไปด้วยรอยแผลแต่ก็ยังเฝ้ารออย่างมีความหวัง ใช่...หัวใจดวงเก่าของเขาคงขรุขระถลอกปอกเปิกดุจดังกำแพงแห่งนี้
กระดาษข้อความอธิษฐานเปียกชุ่ม บางแผ่นฉีกขาด บางแผ่นหมึกปากกาซึมซาบลับเลือนจนอ่านไม่เป็นภาษา โดยไม่รู้ว่าคำอธิษฐานนั้นได้ประสบผลเช่นใด
ในบรรยากาศขมุกขมัว ปรากฏชายร่างผอมยืนกางร่มอยู่หน้ากำแพงอธิษฐาน เขาไม่ได้ตากฝนเหมือนทงเฮ แต่น้ำเสียงที่ใช้เอ่ยถามนั้นสั่นระริก
นายยังเชื่อว่าคิบอมจะมาใช่ไหม?
ฉันเชื่อในตัวเขาเสมอ ฮยอกแจ ทงเฮตอบด้วยน้ำเสียงเดียวกัน ดวงตากลมดำมืดไร้แสงใดจ้องมองแผ่นกระดาษคำอธิษฐานที่เขามาเคยเขียนแปะไว้
...ขอให้คิบอมสามารถไปทัวร์กับพวกเราได้...
โปรเจคท์แข่งเทนนิสการกุศลไปทั่วประเทศเพื่อหาเงินบริจาคสมทบทุนของชมรมที่กำลังจะถูกยุบ พวกเขาต่างตั้งเป้าว่าคิบอมจะมาช่วยโปรโมท เพราะงานนี้ถือว่าสำคัญกับอดีตสมาชิกชมรมเทนนิสทุกคนมาก
หากคิมคิบอมกลับแค่โอนเงินมาและฝากบอกผ่านผู้จัดการส่วนตัวของเขามาว่าติดการฝึกซ้อมเพื่อแข่งทัวร์นาเมนท์ต่อไป
ไม่มา...ลีทงเฮพอจะเข้าใจ
แต่ทำไมต้องออกมาพูดผ่านคนอื่น เขาโหยหาเสียงของคิมคิบอม ปรารถนาจะสบดวงตาจริงจังคู่นั้น
กระดาษแผ่นนั้นอยู่เคียงข้างคำอธิษฐานของลีฮยอกแจ ซึ่งขอให้คิมคิบอมมาร่วมโปรเจคท์เช่นกัน
ร่างกายผอมบางขยับมาชิดตัวลีทงเฮ เลื่อนคันร่มของตนเผื่อแผ่ร่มเงาให้กับคนที่เปียกไปทั้งตัว แก้วตากลมโตมองไปยังกำแพงอธิษฐานเช่นกัน
ดีแล้วล่ะที่คิบอมไม่มา...ในวิมเบิลดันเขาโดดเด่นมากเลยนะ
บอกว่าดี แต่คนพูดกลับตาแดงก่ำ
ลีทงเฮสอดมือบางของตนเข้าประสานกับมือของเพื่อน ลีฮยอกแจเป็นคนอ่อนไหว ถึงแม้จะเชื่อมั่นในตัวคิบอมเพียงใด นานวันเข้าเขาก็ย่อมคล้อยตามคำพูดของคนอื่น ราวกับต้นไม้ที่ไม่สามารถทานแรงลม
ฉันบอกพี่อีทึกว่าถ้าเขามาถึงให้มาหาฉันที่นี่ เขากระซิบ
อา...คิบอมดีกับนายมาก ถ้าเขารู้เขาต้องมาแน่นอน แววตาของฮยอกแจเปล่งประกายวาดหวัง
พวกเขายืนรอคอยอยู่ด้วยกัน จวบจนกระทั่งมีเงาร่างหนึ่งขึ้นบันไดมาสมทบ ชายหนุ่มร่างเล็กมองความผิดหวังบนใบหน้าพวกเขาแล้วถอนหายใจยาว
กลับกันเถอะ
ซองมิน นายไม่ใช่เพื่อนของคิบอมอีกแล้ว นายไม่เชื่อในคำพูดเขาเหรอ? ลีฮยอกแจตวาด รู้ว่าตัวเองพูดแรงไป แต่อารมณ์กดดันทำให้เขาพลั้งปากไปแบบนั้น
เชื่ออย่างนั้นเหรอ? ผู้มาใหม่แค่นเสียง หากไม่ได้มีแววโกรธเคืองอันใด
ทงเฮรออยู่ตรงนี้ คิบอมต้องมาหาทงเฮแน่ๆ
นัยน์ตาใสของลีซองมินวูบไหว คำว่า แน่ๆ ของลีฮยอกแจนั้นอ่อนระโหยจนเสียงฝนแทบกลบมิด ราวกับกระซิบบอกกับตัวเองเสียมากกว่า
ก็ได้... ฉันจะไม่คิดในแง่ร้ายถึงขั้นที่ว่าคิบอมโกหกหรอกนะ แต่แค่ยึดหลักความเป็นจริงว่าตอนนี้คิบอมจะไปไหนมาไหนตามใจชอบเหมือนเดิมไม่ได้ เขากลายเป็นคนของประชาชนต้องทำตามกฎของเอเจนซี่และคำสั่งของผู้จัดการ นายก็รู้นี่ทุกทีที่โทรไปหาก็ได้คุยแต่กับผู้จัดการเท่านั้น
ใช่... ทงเฮคิดว่าซองมินพูดถูก
ยิ่งนับวันคิมคิบอมยิ่งห่างไกลเขาออกไป ...ไกลจนไม่สามารถเอื้อมคว้าเอาไว้ได้
นายไม่เห็นข่าวการบาดเจ็บระหว่างฝึกซ้อมเหรอ เขาอาจจะกำลังรักษาตัวอยู่ก็ได้
ลีฮยอกแจไม่ยอมแพ้ เขาตัดสินใจว่าจะเชื่อคิบอม ไม่ใช่ข่าวลือโคมลอยใดๆ หนังสือพิมพ์แทบลอยด์พวกนั้นมั่วนิ่มจะตาย ไม่มีภาพถ่ายไม่มีเครดิตมีแต่เขียนว่าจากข่าววงในจะน่าเชื่อถือสักแค่ไหน?
เผื่อใจหน่อยฮยอกแจ ...ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดนายจะได้ไม่เสียใจ ผ่ามือเล็กตบลงที่บ่าเพื่อนตัวผอม เขารู้ซึ้งถึงอารมณ์อ่อนไหวของลีฮยอกแจดี ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงการพูดถึงความคิดที่แอบนึกว่า คิบอมสามารถไต่เต้าไปถึงอันดับโลกก็วิเศษเสียจนไม่จำเป็นต้องมาจมปลักอยู่กับความหลังครั้งเก่าอะไรอีก เขาไม่ได้โกรธเกลียดคิบอมจนมองในแง่ร้าย หากทางบ้านวางพื้นฐานการมองโลกแห่งความเป็นจริงให้ เขาจึงคิดว่าไม่มีประโยชน์อันใดที่คิบอมจะกลับมาไร้สาระอยู่เกาหลี ในขณะที่อนาคตอันเรืองรองรอเขาอยู่
ร่างผอมสะบัดกายหนี เขาทำหน้าเหมือนหัวใจกำลังแตกสลาย ไม่จริง! เพราะฉันเป็นเพื่อนเขา ดังนั้นฉันจะเชื่อใจเขา ฉันจะรอเขา!
ซองมินเบือนสายตามาสบประสานกับทงเฮ หวังว่าเพื่อนอีกคนจะเข้าใจเจตนาอันดีของเขา ทงเฮพยักหน้าตอบรับเป็นสัญญาณที่ดี แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะกลับไปกับเขา
ทั้งสามคนยืนอยู่หน้ากำแพงอธิษฐานเงียบๆฟังเสียงท้องฟ้าที่กำลังร้องไห้อย่างหนัก
..........
...........
...........
โทรศัพท์ฮยอกแจสั่นสะเทือนและส่งเสียงร้องผ่าความเงียบงัน เขาหยิบขึ้นมากดดูข้อความภาพที่ส่งเข้ามาจากเรียวอุค
ตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอีก เขาเลื่อนมือถือให้ทุกคนดูภาพเอ็มเอ็มเอส
คิมคิบอมนั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้โดยสารของสนามบิน ข้างกายเขามีไม้ค้ำยันวางพิงอยู่
เขาจะไปไหน? เขาจะมาที่นี่ใช่ไหม? ฮยอกแจส่งเสียงในลำคอ
พี่คังอินให้ชีวอนเช็คสายการบินแล้วเห็นชื่อคิบอม ทงเฮเล่าให้เพื่อนฟัง
มาจริงๆก็ดีสิ ซองมินปรือตามองทิวทัศน์เมืองด้านล่างผ่านม่านละอองน้ำสีใสด้วยท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น
การที่เขาสันนิษฐานในแง่ร้ายและบอกให้คนอื่นๆเตรียมใจไว้บ้าง ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับคิบอมแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่อยากให้คิบอมมา
สีหน้าซูบเซียวของทงเฮดูดีขึ้นมาบ้าง เขารู้สึกวิงเวียนหน้ามืด ที่ยังยืนอยู่ได้อาจจะเพราะความหวังที่สว่างวูบขึ้นมานั่นล่ะมั้ง
เข็มนาฬิกาทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อตรง มันก้าวเดินอย่างอดทนมั่นคงเป็นจังหวะแม้ไอน้ำจะเกาะกระจกหน้าปัดเป็นฝ้า เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมง นานจนไม่รู้ว่าผ่านไปเท่าใดแล้ว
ลีทงเฮเริ่มปวดศรีษะจนทนไม่ไหว เขาก้มหน้ามองพื้นปกปิดอาการเจ็บไข้จากเพื่อนทั้งสองคน บันไดส่งเสียงเตือนว่ามีคนเดินขึ้นมา ทงเฮรีบเงยหน้าขึ้นมา
ปาร์คจองซู...
ร่างโปร่งเดินมาใกล้ๆเขา ใบหน้าเคยใจดีเช่นนางฟ้าอย่างไรก็ยังอ่อนโยนเช่นนั้นไม่เคยเปลี่ยน
คิบอมล่ะ? ทงเฮถามแต่ไม่ได้รับคำตอบ เขาเลยตะโกนเรียก
คิมคิบอม!
ลีฮยอกแจกับลีซองมินก็ช่วยเขาเรียกเช่นกัน
คิมคิบอม!
พลันชายหนุ่มร่างสูงก็เดินขึ้นบันไดมา สายตาพร่ามัวของทงเฮมองเห็นเขาไม่ชัด
คิบอมหรือเปล่า?
ถามฉัน...??
อา...ไม่ใช่นี่นา
ทงเฮจำได้ว่าเป็นเสียงรุ่นพี่ฮีซอล
แล้วอีกร่างก็ปรากฏในคลองจักษุ คิบอม...คิบอมใช่ไหม?
แฟนคลับ [1]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม