สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
  • เข้าสู่ My.iD Control
  • สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ
  • กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง
  • เรื่องราวต่างๆในจักรวาล

    ตอนที่ 2 : Black Hole : จอมเขมือบแห่งเอกภพ


         อัพเดท 8 มี.ค. 54
    กลับไปหน้าหลักของบทความ
    แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
    นิยาย-เรื่องยาว: มีสาระ/ความรู้รอบตัว
    Tags: จักรวาล, ลึกลับ, อวกาศ, กาแลกซี
    ผู้แต่ง : Chanyanuch (ชัญญานุช) ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chanyanuch  (ชัญญานุช)
    My.iD: http://my.dek-d.com/lpkram
    < Review/Vote > Rating : 100% [ 2 mem(s) ]
    This month views : 15 Overall : 1,816
    59 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 60 คน ]

    [ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    เรื่องราวต่างๆในจักรวาล ตอนที่ 2 : Black Hole : จอมเขมือบแห่งเอกภพ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7654 , โพส : 42 , Rating : 46 / 10 vote(s)

    ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


    Black Hole : จอมเขมือบแห่งเอกภพ


    matichon

    ความ เวิ้งว่างเปล่าเหนือหัวคนเราขึ้นไปนั้น เป็นเอกภพมหามหึมาอันมีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลเหลือสติปัญญาที่จะหยั่งคะเน ได้ สถานที่อันไร้อาณาเขตนี้ประกอบด้วยดวงดาวน้อยใหญ่ที่คุมกันหลวมๆ เป็นจักรวาลและจักรวาลน้อยใหญ่ก็มีอยู่เหลือคณานับ เคลื่อนคล้อยในเอกภพอันไร้ขอบเขตด้วยจำนวนอันไร้ปริมาณ

    ธรรมชาติ มิได้สร้างความเรียบร้อยสวยงามให้ปรากฏขึ้นอย่างเดียว แต่ธรรมชาตินี่แหละที่ก็ได้สร้างความเหี้ยมเกรียม ความหายนะให้เกิดควบคู่กันไปด้วย

    ใครจะคิดได้ว่าอันดวงดาวทั้งปวง ที่เห็นดารดาษบนท้องฟ้านั้น คืออาหารอันโอชะของเจ้าสัตว์ร้ายพวกหนึ่งที่คอยจ้องเขมือบดาวเหล่านี้ให้สูญ หายไป ตราบใดก็ตามที่ดาวน้อยใหญ่ทั้งหลายเผลอเรอหลงเข้าไปในแวดวงที่มัน “อาศัย” อยู่?

    และนี่คือเรื่องเป็นจริง

    สัตว์ร้ายที่ว่านี้ นักวิทยาศาสตร์บนดาวเล็กๆ ดวงที่เรียกว่าโลกนี้เขาตั้งชื่อมันเอาไว้ว่า “แบล็ค โฮล” หรือแปลกันง่ายๆ คือ “หลุมดำ”

    ใน ระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา นับแต่ปี พ.ศ. 2513 นั้น นักวิทยาศาสตร์สาขาดาราศาสตร์ทั้งหลายพากันบอกเป็นเสียงเดียวว่า เจ้าสิ่งที่เรียกว่าหลุมดำหรือแบล็ค โฮลนั้นได้จัดการออกล่าเหยื่อเขมือบดวงดาวต่างๆ บนท้องฟ้าไปแล้วมากต่อมาก และหลังจากเขมือบดาวเหล่านี้ไปชั่วระยะหนึ่งแล้ว มันก็หยุดการล่าเหยื่อของมันไปชั่วระยะหนึ่ง

    ช่วง ที่แบล็ค โฮลอยู่เฉยๆ ไม่อนาทรคันปากคันคอจะกินดาวอย่างที่เคยนั้น นักดาราศาสตร์อีกนั่นแหละที่เขาบอกว่ามันกำลังขอเวลาสำหรับ “ย่อย” ดาวที่เป็นอาหารของมันอยู่

    อะไร ก็ตาม มาถึง มาถึงตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าสังเกตสังกาเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้กำลังร้อง บอกว่าเจ้าหลุมดำหรือแบล็ค โฮลนี้เริ่มต้นที่จะออกล่าเขมือบดวงดาวใหม่แล้วแต่โาชคดีที่ว่าโลกเรานั้น ยังอยู่ไกลมากจากถิ่นที่สัตว์ร้ายแห่งเอกภพนี้มันสิงสถิตอยู่ ไม่เช่นนั้นสักวันหนึ่งโลกใบน่ารักนี้ก็คงถูกมันเขมือบและจัดการย่อยอร่อย ปากอร่อยกระเพาะมันไปเหมือนกัน

    แต่อย่างไรก็ตาม วันสุดท้ายของโลกและสุริยจักรวาลนั้นก็ยังมีโอกาสมาถึงเหมือนกัน เพราะดวงดาวเพื่อนบ้านตลอดจนถึงดวงอาทิตย์ อาจจะถือว่าสุริยจักรวาลทั้งระบบนั้นก็กำลังค่อยๆ ถูกดูดให้เข้าไปหาเจ้าแบล็ค โฮลนี้ทีละน้อยๆ เข้าทำนองปลาหรือเนื้อที่ถูกเจ้าเงาะร่ายมนต์เรียกให้ไปถูกจับเป็นเหยื่อ อย่างไรอย่างนั้น แต่เรื่องนี้ก็อย่าเพิ่งตกอกตกใจขนข้าวของอพยพกันหรอกนะครับ เพราะนักดาราศาสตร์กล่าวว่าอีกอย่างน้อยๆ ก็นับสิบๆ ล้านปีนั่นแหละกว่าที่โลกจะกลายเป็นเหยื่อเจ้าสัตว์ร้ายแห่งเอกภพ เวลาป่านนั้นเราจะตายไปเกิดที่ไหนอีกกี่สิบกี่ร้อยหรือกี่ล้านชาติก็ไม่รู้

    แล้วอีกอย่างหนึ่งถึงจะหนียังไง มันก็ยังอยู่ในโลกใบกลมๆ นี้แหละว้า ไม่พ้นมือหรอก

    ปราก ฎการณ์สัตว์ร้ายแห่งเอกภพหรือหลุมดำนี้อาจจะมีมานานนับร้อยพันหมื่นล้านปีมา แล้ว แต่ก็เพิ่งเป็นที่ประจักษ์กันในหมู่มนุษย์เพียงไม่นานมานี้ เมื่อคนเรามีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ สามารถพัฒนาเครื่องมือเครื่องใช้รอบตัวให้ทันสมัยสมใจนึกมากขึ้น

    และเพราะความก้าวหน้านี้เองที่ทำให้เรามองเห็นเจ้าสัตว์ร้ายนี้ ด้วยความรู้จากสมมติฐานกลายไปเป็นทฤษฎี

    เมื่อ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2451 หรือ 81 ปีมาแล้ว มีปรากฎการณ์ประหลาดเกิดขึ้นที่บริเวณทุ่งทุงกัสทางตอนกลางของไซบีเรีย ปรากฏการณ์นี้ได้แก่การระเบิดเสียงกึกก้องกลางอากาศ และมีการสั่นสะเทือนอย่างมหาศาลของแผ่นดินบริเวณนั้นและในอาณาเขตรัศมีหลาย ร้อยกิโลเมตรโดยรอบ บรรดาผู้ที่อาศัยในละแวกทุงกัสนั้นต่างให้การเป็นเสียงเดียวกันว่า ขณะเกิดการระเบิดนั้นพวกตนแสบตาจ้าไปหมดด้วยแสงอันขาวนวลอย่างที่ไม่เคยพบ เคยเห็นมาก่อน แสงนั้นทำให้ดูเหมือนว่าดวงอาทิตย์ที่กำลังส่องสว่างนั้นมืดมิดไปชั่วขณะ และเกิด “เสาไฟมหึมา” พลุ่งขึ้นมาจากพื้นโลก

    เมื่อ เหตุการณ์สงบลงแล้ว สิ่งหนึ่งที่ยังปรากฎอยู่ในทุ่งทุงกัสแม้จนกระทั่งวันนี้อันเป็นเวลาเกือบ หนึ่งศตวรรษแล้วก็ตาม คือสภาพหงิกงอของไม้ไร่ในป่าแถบนั้นกระหย่อยใหญ่เหมือนกับถูกมือยักษ์ทึ้ง และเผาราบ ไม้ใหญ่น้อยนี้แม้ว่าจะตายไปแล้วแต่ก็ไม่มีไม้ต้นใหม่เกิดขึ้นนักวิทยา ศาสตร์ได้บุกบั่นเข้าไปทำการสำรวจค้นคว้าบริเวณนี้อยู่อย่างสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่มีใครลงมติเห็นพ้องกันว่าสาเหตุของปรากฎการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แม้ว่าจะเห็นตรงกันว่ามันเป็นหายนะที่มาจากฟากฟ้าเหนือหัว

    สาเหตุ ที่เกิดการทำลายป่าครั้งใหญ่ และสิ่งประหลาดที่ชาวทุงกัสยุคนั้นได้พบเห็นชนิดตายไปก็ยังลืมไม่ลงนั้นยัง มีการโต้แย้งต่างๆนานา อะไรเกิดขึ้นที่ไซบีเรียครั้งนั้นตอนนี้สามารถแยกสาเหตุออกไปได้คือ

    ส่วน หนึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากการที่สะเก็ดดาวขนาดมหึมาชิ้นหนึ่งหล่นเข้ามาอยู่ใน ปริมณฑลแรงดึงดูดของโลก แล้วก็เลยถูกดูดลงมาถล่มเอาบริเวณดังกล่าว เหตุผลหนึ่งไปไกลกว่านั่นคือเชื่อว่าอาจจะมีมนุษย์ต่างดาวนำยานของตนมาฉวัด เฉวียนทำนองสำรวจโลกพระเคราะห์ที่มนุษย์อาศัยอยู่ และให้เกิดอุบัติเหตุเชื้อเพลิงคือพลังนิวเคลียร์ในยานลำนั้นแผลงฤทธิ์ปึง ปังออกมา มันก็เท่ากับการหยอดระเบิดนิวเคลียร์ลงไปบนทุ่งทุงกัสที่ว่าทำให้แหลกลาญไป หมด

    แต่ทฤษฎีล่าสุดที่นักวิทยาศาสตร์ตั้งไว้สำหรับกรณีลึก ลับแห่งทุง่ทุงกัสนี้คือ อาจจะเป็นไปได้ที่โลกเจอเข้ากับรายการ “แทะเล็ม” ของปรากฎการณ์ชนิดหนึ่งที่เพิ่งจะมีการค้นพบกันไม่นานมานี้ที่เผอิญเป็นปราก ฎการณ์ระดับไม้จิ้มฟันของเอกภพ นั่นคือผลจากการอาละวาดของเจ้าแบล็ค โฮล

    เรื่องนี้ก็อาจจะเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า “อภินิหารเจ้าหลุมดำ”

    แล้วอะไรเล่าคือเจ้าแบล็ค โฮล หรือหลุมดำที่ว่ามาหนักหนาข้างต้น

    หลุม ดำหรือแบล็ค โฮลนี้เป็นภาพที่มองไม่เห็นในเอกภพ แต่มันสัมผัสได้ด้วยการสังเกตได้ด้วยผลที่บังเกิดขึ้นรอบๆ ตัวของมัน คือการหายไปของดาวต่างๆ ที่กล้องโทรทัศน์จากผิวโลกมองออกมาและบันทึกเอาไว้เปรียบเทียบกัน แสดงถึงอำนาจอันมหาศาลของเจ้าตัวร้ายแห่งเอกภพ

    ในปี พ.ศ. 2447 เอฟ.ดับเบิลยู เบสเซล นักดาราศาสตร์สำคัญคนหนึ่งแห่งหอดูดาวคอนิกบูร์ก ของปรัสเซียปัจจุบันคือหอดูดาวแห่งคาลินนินกราด สหภาพโซเวียตได้เฝ้าสังเกตดาวฤกษ์สำคัญดวงหนึ่งที่รู้จักกันมากแต่สมัยดบราร คือซิริอุส หรือดาวหมาที่ชาวไอยคุปต์ถือเป็นดาวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงฤดูกาล และพบโดยบังเอิญว่าดาวซิริอุสนี้มิได้เดินไปตามที่ตามทางของมัน หากแต่ดูเหมือนคล้ายกับว่ากำลังอยู่ในวิถีที่จะหลับอะไรสิ่งหนึ่งที่มองไม่เห็น

    นัก ดาราศาสตร์รุ่นหลังจากเบสเซลได้ติดตามสานต่องานของเขาและพบว่า ใกล้เคียงกับดาวซิริอุสนั้น มีดาวดวงหนึ่งขนาดเล็กกว่ากำลังมีแสงริบหรี่ลงไปกว่าปกติแต่ในไม่นานหลังจาก นั้น มันก็ส่งแสงสว่างจ้าข่มดาวซิริอุสซึ่งว่าสว่างแล้ว เป็นปรากฎการณ์ต่อเนื่องอยู่หลายปี แล้วจากนั้นมันก็หายไปจากกล้องโทรทัศน์ หลังจากที่มันหายไปแล้วนั่นเอง ปรากฏว่าจำนวนดาวน้อยๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าในละแวกที่อยู่ใกล้เคียงกับดาวที่หายไปนั้นลดลง เรื่อยๆ และก็ทรงตัวอยู่ชั่วระยะหนึ่งจากนั้นก็ลดจำนวนลงไปอีกจนละแวดนั้นนอกจากดาว ซิริอุสแล้ว เป็นที่เวิ้งว้างว่างเปล่าปราศจากดาว เหมือนกับใครไปถอนหญ้าในแปลงเล็กๆ เสียเตียน

    ปรากฏการณ์ที่ รวบรวมได้จากการสังเกตนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้นำมาศึกษาวิจัยกันแล้ว และพบว่าเป็นกำเนิดของหลุมดำหรือสัตว์ร้ายแห่งเอกภพอันเนื่องจากการถึงแก่ กาลอวสานของดาวฤกษ์ขนาดใหญ่

    มีการเอากรณีปรากฎการณ์ ประหลาดที่ไซบีเรียครั้งนั้นมาพิจารณาประกอบด้วย นักเคมชาวอเมริกันนายหนึ่งคือวิลลาร์ด ลิบบี้ อดีตสมาชิกของคณะกรรมการพลังงานปรมาณูของสหรัฐ ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในฐานะค้นพบวิธีการตรวจสอบอายุของสสารด้วย ระบบกัมมันตรังสีคาร์บอน ได้ร่วมกับพรรคพวกอีกสองคนทำการทดลองพบว่า การเคลื่อนไหวของสิ่งสองสิ่งในอวกาศคือสสารกับตัวต้านสสารนั้น ทำให้เกิดพลังงานอย่างใหญ่หลวงมหาศาล และปรากฎการณ์นี้อาจจะเป็นไปได้เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเฉียดเข้ามา ใกล้และถูกโลกดึงลงมาแผลงฤทธิ์กันบนทุ่งไซบีเรีย

    แต่สิ่งที่เรารู้กันในทุกวันนี้เกี่ยวกับอสูรร้ายในเอกภพคือ แบล็ค โฮลนั้น มันเกิดขึ้นจากผลของการที่แก๊สในดาวฤกษ์ซึ่งมีกลุ่มก้อนมหึมาเกิดการหลอมตัวของนิวเคลียร์เข้าด้วยกัน เป็น ลักษณะของการแปลงธาตุจากธาตุหนึ่งไปยังอีกธาตุหนึ่ง โดยเฉพาะจากไฮโดรเยนเป็นฮีเลียม การแปลงธาตุจากการหลอมตัวของนิวเคลียสนี้ผลพวงที่แนบมาด้วยก็คือพลังงานความ ร้อนที่เกิดจากระเบิดนิวเคลียร์ที่มนุษย์สามารถสร้างมันขึ้นมาได้แรงที่สุด

    พลังงาน มหาศาลที่มีทั้งความร้อนระคนปนเข้ากับแสงและรังสีอื่นๆ อันเกิดจากการหลอมตัวแปลงธาตุนี้จะผลักดันปรมาณูและอณูต่างๆ ออกจากกัน แต่ในเวลาเดียวกับที่มีแรงผลักดันปรมาณูออกจากกันนี้ก็พลอยหมดไปตามไปด้วย คงเหลือแต่แรงดึงดูดให้ปรมาณูวิ่งเข้ามากันอยู่แรงเดียว

    เมื่อมีแต่ แรงดึงปรมาณูเข้าหากันอยู่แต่ลูกเดียวเช่นนี้ ดาวฤกษ์ที่ดันเผาไหม้ตัวเองขึ้นมานั้นก็จะเริ่มหดตัวเล็กลงกว่าขนาดของเดิม และก็หดตัวลงไปเรื่อย แต่จะหดใหญ่เล็กแค่ไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าดาวฤกษ์ดวงเดิมนั้นมันใหญ่โตแค่ ไหน ดาวฤกษ์ขนาดย่อมๆ หน่อยก็จะหดตัวมาเป็นดาวฤกษ์นิวตรอน ซึ่งในตัวของมันนั้นจะประกอบด้วยสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เขาเรียกว่า “สารควบแน่น” และสารควบแน่นพวกนี้จะเป็นสสารที่ไม่มีอนุภาคไฟฟ้าอยู่ในตัวเหมือนกับสสาร ทั่วไป นั่นเองที่เขาเรียกมันว่า “นิวตรอน” หรือ “สารเป็นกลาง”

    แต่ ที่น่าทึ่งและมหัศจรรย์ที่สุดที่นักวิทยาศาสตร์เขาว่ากันไว้นั้นก็คือ เจ้าสารควบแน่นนี้ปริมาณเพียงแค่หัวไม้ขีดเท่านั้นมันจะหนักเป็นพันล้านตัน หรืออีกนัยหนึ่งหนักยิ่งกว่าภูเขาหิมาลัยหรือเขาพระสุเมรุเสียอีก

    แต่ ดาวฤกษ์ที่เอาแต่หดตัวไปนั้นก็ไม่ได้หยุดหดไปแม้แต่น้อย คงทำการก้มหน้าก้มตาลดขนาดของมันด้วยการหดต่อไปเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็ไม่มีขนาด ไม่มีอะไรทั้งสิ้น นอกจากสภาพใหม่ที่มองไม่เห็น และที่นักวิทยาศาสตร์เขาเรียกว่า “หลุมดำ” หรือ “แบล็ค โฮล” นั่นแหละ

    ทั้ง หมดนี้ออกจะเป็นเรื่องฟังนักสมองเอาสักหน่อยแต่นี่ขนาดผมพยายามเรียบเรียง เอาคำอธิบายของนักวิทยาศาสตร์ไต่บันไดลงมาถึงพื้นให้ท่านผู้อ่านพอเข้าใจ แล้วนะครับ มันเป็นศาสตร์ในเรื่องกฎของฟิสิกส์ที่เขาว่าเอาไว้ แค่ถอดเอามาง่ายๆ ผมยังต้องนอนก่ายหน้าผากอยู่หลายตรลบกว่าจะออกมาเขียนได้อย่างนี้

    ก็ นักวิทยาศาสตร์นั่นแหละที่ว่าไว้ว่า เจ้าหลุมดำอินวิซิเบิ้ลตัวนี่แหละที่มันมีสนามแม่เหล็กอยู่สูงมหาศาลอำนาจ ทางแม่เหล็กของมันนี่เองที่เที่ยวไปดูดดาวที่มันผ่านเข้าไปใกล้เคียงเข้าไป หามัน และก็จัดการเขมือบดาวนั้นๆ เข้าตัวมันหายวับไป เหมือนกับเป็นอาหารโอชะแล้วเมื่อดาวทั้งหลายถูกดูดกลืนเข้าไปในหลุมดำนั้นก็ ยิ่งจะไปเพิ่มแรงดึงดูดให้กับเจ้าตัวหลุมดำจอมเขมือบนี้มากขึ้นไปอีก ทำนองคนกินข้าวแล้วก็ยังพอมีเรี่ยวมีแรงทำงานหรืออาละวาดเตะใครต่อใครจากหมา จนถึงปี๊บก็ยังไหวและสบายมาก อะไรเทือกนั้น

    พฤติการณ์ ของเจ้าหลุมดำนี้แหละที่เห็นๆ กันว่าเปรียบเสมือนสัตว์ร้ายที่ซุ่มอยู่ในกาแลกซี่ของเรา และบางทีอาจจะอยู่ในกาแลกซี่อื่นๆ อีกหมื่นล้านอสงไขยในความเวิ้งว้างหาที่สิ้นสุดมิได้ของจักรวาล

    แต่ โชคดีเอาหน่อยที่ว่า เจ้าสัตว์ร้ายจอมเขมือบแห่งจักรวาลนี้มันยังไม่อยู่ใกล้ชิดกับโลกนัก คือนักซุ่มอยู่นิ่งๆ บริเวณศูนย์กลางของกลุ่มดาวฤกษ์ที่กระจัดกระจายกันอยู่นับแสนๆ ล้านดวงที่ประกอบกันเข้าเป็นทางยาวๆที่เราเห็นบนท้องฟ้า และเรียกเจ้าทางนี้ว่า “ทางช้างเผือก”

    ถึงเวลานี้นักวิทยาศาสตร์ อเมริกากันกำลังบอกว่าเจ้าหลุมดำที่หยุดนิ่งย่อยอาหารดาวที่มันก้มหน้า เขมือบไปพักหนึ่งนั้น เริ่มขยับเขยื้อนท้องร้องขึ้นมาแล้ว และก็กำลังเริ่มเขมือบดาวฤกษ์ที่ตุปัดตุเป๋เข้าไปใกล้ๆ มันเป็นอาหารอีกครั้งหนึ่ง ฟังแล้วก็น่าขนหัวลุก

    หลุมดำนี้มันคือ อะไรกันแน่ เราเห็นจะต้องรอไปสักปีสองปีอาจจะรู้จักมันมากกว่าที่รู้อยู่แล้ว เพราะจากวิทยาการที่ก้าวหน้ามากขึ้น เทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้น ขณะนี้นักดาราศาสตร์สามารถที่จะส่งกล้องส่องดาวหรือกล้องโทรทัศน์ออกไปเล็ง ดูกันได้นอกโลกแล้ว โดยฝากไปกับบัลลูนที่ส่งขึ้นไปโคจรในอวกาศแล้วส่งภาพข้อมูลต่างๆ กลับมาดูกันเพื่อตัดสินกันให้แน่ชัดว่าเจ้าจอมเขมือบนี้มันคืออะไรกันแน่




    Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone และ Android Phone
    เตรียมพบกับ Dek-D Writer App เวอร์ชั่น iPad / Android Tablet เร็วๆนี้ ฟรี!
    เรื่องราวต่างๆในจักรวาล ตอนที่ 2 : Black Hole : จอมเขมือบแห่งเอกภพ , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7654 , โพส : 42 , Rating : 46 / 10 vote(s)
    Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
    [ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
    หน้าที่ 1 | 2

    #42 : ความคิดเห็นที่ 58
    เรื่องของจักรวาลมีอีกเยอะที่เราไม่รู้กัน ผมว่าเรื่องที่พวกเรารู้อยู่ตอนนี้เมือไปเทียบกับความลับของจักรวาลแล้วเหมือนไม่รู่อ่ะไรเลยครับ
    Name : ภาสกร [ IP : 113.53.238.213 ]
    Email / Msn: mamimoza_club(แอท)hotmail.com
    วันที่: 11 มกราคม 2556 / 11:01

    #41 : ความคิดเห็นที่ 57
    ชอบเรื่องดาราศาตร์จัง โดยเฉพาะเรื่องดาวดวงอื่น เบื่อโลกเราจะแย่แล้ว(อันที่จริงเบื่อคนบนโลกน่ะ)
    Name : konlovemusic< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ konlovemusic [ IP : 183.88.249.54 ]
    Email / Msn: konlove_music(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 12 ตุลาคม 2555 / 22:06

    #40 : ความคิดเห็นที่ 55
    เรื่องแบบนี้น่าสนใจมากๆค่ะ
    Name : ขนมจีน< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขนมจีน [ IP : 223.206.208.207 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 22 กรกฏาคม 2555 / 19:16

    #39 : ความคิดเห็นที่ 54
     พลังดึงดูดที่มีมหาศาล
    เรื่องพวกนี้อ่านเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเบื่อจริงๆค่ะ
    PS.  ~I love 2ne1&bigbang~
    Name : blackjack_2ne1< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ blackjack_2ne1 [ IP : 124.122.212.222 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 9 พฤษภาคม 2555 / 16:08

    #38 : ความคิดเห็นที่ 53
     ธรรมชาติเป็นอะไรที่สุดยอดสร้างได้ก็ทำลายได้....ทำลายแบบสิ้นซาก
    Name : phichuda< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ phichuda [ IP : 110.49.242.70 ]
    Email / Msn: pichuda2538(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 24 เมษายน 2555 / 21:16

    #37 : ความคิดเห็นที่ 50
     เป็นเรื่องที่อ่านไม่เบื่อ  ปกติข้าน้อยก็ไม่ถูกชะตากับวิทย์แต่ชอบเรื่องหลุมดำ

      ได้ยินแล้วรู้สึกเหมือนถูกดูดล่ะมั้ง  ฮ่ะฮ่ะ

              เลยแว่บมาส่องอ่านเสียหน่อย


    ธรรมชาตินี่สุดยอดไปเลยเนอะขอรับ

    PS.  .......คนแวะผ่าน......
    Name : galio< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ galio [ IP : 125.25.137.78 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 27 มีนาคม 2555 / 21:38

    #36 : ความคิดเห็นที่ 47
    น่ากลัว
    PS.  ...เท่านี้...ก็พอแล้ว...
    Name : Mini_Size< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Mini_Size [ IP : 101.108.169.142 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 12 มกราคม 2555 / 22:57

    #35 : ความคิดเห็นที่ 46
     แต่ผมได้ยินมาว่าดวงอาทิตย์ของเราก็โครจรรอบหลุมดำเหมือนกันนะฮาฟฟ คิดสภาพสิโลกเราโครจรรอบดวงอาทิตย์แล้วดวงอาทิตย์โครจรรอบอะไร? แรงดูดของหลุมดำหรือป่าว...เราก็ไม่รู้><
    Name : usก๓uสุ๑ท้าe< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ usก๓uสุ๑ท้าe [ IP : 124.120.181.101 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 28 ธันวาคม 2554 / 10:27

    #34 : ความคิดเห็นที่ 44
     ดูดไปเถอะ
    ยังไงตอนโดนดูดก็ไม่รู้สึกตัวกันแล้ว แล้วก็ไม่มีวันรู้ด้วยว่าจะโดนดูด
    เพราะถ้าโดนดูดจริงเวลาจะหยุดลง นั้นหมายความว่าจะไม่สามารถรับรู้หรือกระทำการใดๆได้แล้ว

    วิธีป้องกันก็ไม่มีเพราะ"หลุมดำ" เป็นสิ่งที่สามารถศึกษาได้อย่างคร่าวๆเท่านั้นเอง
    ไม่มีนักวิทยาศาตร์คนไหนระบุได้ 100% ว่าหลุมดำประกอบไปด้วยอะไร บอกได้แต่ว่าเป็นการยุบตัวของดาวฤกษ์เท่านั้น
    เทหะวัตถุที่โดนดูดเข้าไปก็ไม่สามารถศึกษาได้ แม้แต่แสงก็ไม่สามารถออกมาบอกแก่มนุษย์ได้เลยว่าข้างในมันเป็นยังไง
    แล้วจะนับอะไรกับมนุษย์ที่ยังเอาชนะแสงยังไม่ได้เลย

    ขอมูลดีๆ เอามาแบ่งกันอีกเยอะๆนะครับ
    ขอบคุณครับ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 พฤศจิกายน 2554 / 22:49
    Name : ปลาทูไทย< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ปลาทูไทย [ IP : 110.77.204.28 ]
    Email / Msn: pandpond024117(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 16 พฤศจิกายน 2554 / 22:48

    #33 : ความคิดเห็นที่ 43
    ขนลุก แต่ชอบอ่าน ขอบคุณค่ะ
    Name : *AprIL*< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ *AprIL* [ IP : 110.77.216.19 ]
    Email / Msn: go2-_-toilet(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 / 19:33

    #32 : ความคิดเห็นที่ 42
    น่ากลัวมาก !

    PS.  난 사랑해, 권지용 - 빅뱅 :)
    Name : SAVE4D.< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SAVE4D. [ IP : 101.109.105.4 ]
    Email / Msn: craz_zo(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 15 พฤศจิกายน 2554 / 17:10

    #31 : ความคิดเห็นที่ 41
     ปิ๊งไอเดียร์เอาไปเป็นพลอตนิยายตอนต่อไป :D

    ชาบูๆ หลุมดำ 

     
    ฝากด้วยนะคร้าบ

    PS.  Other Dream : ภารกิจสุดท้ายของหัวใจ http://writer.dek-d.com/thirdmerz/writer/view.php?id=686990
    Name : ThirdMeRz< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ThirdMeRz [ IP : 58.8.112.79 ]
    Email / Msn: justthirdjustme(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
    วันที่: 2 พฤศจิกายน 2554 / 05:34

    #30 : ความคิดเห็นที่ 40
    อย่างงั้น จักรวาลก็เหมือนบ้านของคนคนหนึ่ง

    ซึ่งมีหลุมดำเป็นเครื่องดูดฝุ่น และจัดการทำความสะอาดบ้าน =_=

    หรือจะเป็นแมว ที่คอยกินหนู(ดาวฤกษ์) ในบ้านว่างๆนั้นก็ได้นะ =[ ]=!

    (แล้วก็คนก็เป็นละอองฝุ่นเล็กๆที่เกาะตัวหนูนั่นเอง T_T)


    PS.  ความเจ็บปวด คือ สิ่งที่ยืนยันการมีชีวิตอยู่!!! =w=
    Name : Bewitch Sweeper< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bewitch Sweeper [ IP : 124.120.115.46 ]
    Email / Msn: neojuon171717-neon(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 3 ตุลาคม 2554 / 16:38

    #29 : ความคิดเห็นที่ 38
     น่ากลัววววว


    PS.  คนคนนี้ต้องทนเห็นเทอรักกับเขาอีกนานมั๊ย
    Name : แชมพูหอม< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แชมพูหอม [ IP : 118.174.86.162 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 3 สิงหาคม 2554 / 21:32

    #28 : ความคิดเห็นที่ 37
     อ่านบทความนี้เข้าใจยากกว่าอ่านบทความวิชาการตรงๆเสียอีก ผมว่า
    PS.  พลังของพระผู้สร้าง ไม่ได้เป็นของใคร นอกจากท่านเอง หนึ่งเดียวในความมืดมิด สถิตทั่วหล้าฟ้าใส อันเราเป็นเพียงสิ่งใด แล้วมีใครควรครองกัน
    Name : เงาแห่งรัตติกาล< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เงาแห่งรัตติกาล [ IP : 122.154.68.11 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 31 กรกฏาคม 2554 / 01:05

    #27 : ความคิดเห็นที่ 34
     ผมชอบเรื่องพวกนี้จัง
    PS.   สิ่งที่หาที่สุดไม่ได้ก็คือความอยากและความโง่ของมนุษย์
    Name : WolfJacker< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ WolfJacker [ IP : 110.169.191.57 ]
    Email / Msn: nicotin_m4(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 23 พฤษภาคม 2554 / 21:14

    #26 : ความคิดเห็นที่ 33

    น่าสนใจมาก ต้องไปศึกษาดูบ้างแล้ว

    Name : Devilblood< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Devilblood [ IP : 125.26.63.167 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 / 18:44

    #25 : ความคิดเห็นที่ 32

    ชอบมากก


    PS.  mokสนุกดีเยี่ยม
    Name : mokmok47< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ mokmok47 [ IP : 115.87.167.73 ]
    Email / Msn: mokmok47(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 4 พฤษภาคม 2554 / 00:22

    #24 : ความคิดเห็นที่ 31
     โลกเราโดนดูดเข้าไปในนั้น

    ในนั้นอาจจะเป็นอีกกาแลกซี่ก็ได้
    Name : TeAy< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ TeAy [ IP : 1.46.251.0 ]
    Email / Msn: k_teerasak123(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 / 20:13

    #23 : ความคิดเห็นที่ 30
    สุดยอด อยากขึ้นไปบ้าง
    PS.  ขอบคุณเพื่อนๆพี่ๆน้องที่เข้ามาชม มาเล่น มาโพสนะ ขอบคุณมากๆ
    Name : bigbang_gb2z^[]^< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bigbang_gb2z^[]^ [ IP : 124.120.107.137 ]
    Email / Msn: gina_gb2z(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 30 เมษายน 2554 / 10:12

    #22 : ความคิดเห็นที่ 29

    ถ้าตายหมดทุกคนก็ดีสิ

    เท่าเทียมดี
    ธรรมชาติย่อมไม่ลำเอียง


    PS.  ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั้น ถึงเเม้จะทำไม่สำเร็จ เเต่เราก็ไม่เสียใจที่ได้พยายามอย่างเต็มที่
    Name : Dissolution< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Dissolution [ IP : 110.168.152.102 ]
    Email / Msn: nattanonza(แอท)hotmail.co.th ส่งข้อความลับ
    วันที่: 28 เมษายน 2554 / 17:25

    #21 : ความคิดเห็นที่ 28
    เค้าบอกว่าเป็นประตูมิติ....แต่ผมว่ามันเป็นรถดูดขยะอาวกาศมากกว่า~*
    Name : 4>ƒΰTΰRḗ< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 4>ƒΰTΰRḗ [ IP : 223.205.209.74 ]
    Email / Msn: light-man-007(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 28 เมษายน 2554 / 00:39

    #20 : ความคิดเห็นที่ 27
    ผมดูในยูทูปอ่ะครคับเรื่องหลุมดำเขาบอกว่าถ้าหลุมดำใหญ่มากเราก็จะได้เข้าไปลึกๆอ่ะครับไม่ทราบว่าจริงรึเปล่า
    PS.  BNK
    Name : arzakub555< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ arzakub555 [ IP : 125.26.47.45 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 27 เมษายน 2554 / 22:23

    #19 : ความคิดเห็นที่ 26

    ปีศาจชัดๆ โดนดูดแบบนี้น่าสยอง!!


    PS.  อุปสรรคล้วนเป็นยาขม ไม่มีใครอยากลิ้มลอง แต่ขึ้นชื่อว่ายาขม ส่วนใหญ่มักเป็นยาดีเสมอ..........
    Name : kyung< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kyung [ IP : 115.67.16.23 ]
    Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
    วันที่: 27 เมษายน 2554 / 21:17

    #18 : ความคิดเห็นที่ 25
     ได้ฟังของต่างประเทศมา เขาบอกว่า หลุมดำ ไม่ใช่การสูญสลายอย่างเดียวนะ
    แต่มันจะเป็นการกำเนิดสิ่งใหม่ๆด้วย (เหมือนถูกจับไปรีไซเคิ้ล lol)
    PS.  AngelOfWind ~ สายลม คือสิ่งที่คอยเป็นกำลังใจและหมายถึงอิสระที่ไม่่มีที่่สิ้นสุด
    Name : AngelOfWind< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AngelOfWind [ IP : 81.166.136.200 ]
    Email / Msn: fon_pkc01(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
    วันที่: 26 เมษายน 2554 / 21:44

    หน้าที่ 1 | 2
    เจ้าของบทความเปิดให้เฉพาะสมาชิกแสดงความคิดเห็น

    ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
      เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
      จากผู้ลงผลงาน

    • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
      ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
      ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

    • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
      โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
      หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
      ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
      Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
      Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

    App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android