ฉันกับเขาและ "รัก" ของเรา
ตอนก่อนหน้า

ฉันกับเขาและ "รัก" ของเรา
เกริ่นเรื่อง: เชื่อมั๊ย! ว่าฉันสามารถตอบคำถามในหัวใจตัวเองได้ภายใน 3 วัน
7 ก.ค. 54 , View: 110 , Post : 0


 26/6/54
          เป็นวันอาทิตย์ที่สุดแสนจะน่าเบื่อที่สุดเท่าที่เปิดเรียนมา วันนี้ฝนตก ออกไปไหนไม่ได้ หิวข้าว ตังค์ไม่พอใช้ เสื้อผ้าไม่แห้ง(เนื่องจากฝนตกมา 3 วันติดกัน) คอมเจ๊ง เน็ตเ่น่า คิดอะไรไม่ออก ชีวิตตกต่ำจนถึงที่สุด ฉันได้แต่นั่งหายใจรวยรินอยู่ในห้องเพื่อเป็นการประหยัดพลังงานมากที่สุด รอฝนหยุดตกแล้วจะได้ออกไปหาอะไรกินซักที ออกไปพบเจอผู้คนภายนอกบ้างก็ดี บางทีฉันก็คิดว่าตัวเองอยู่แต่ในโลกของตัวเองมากเกินไป
          อยู่ดีๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มีผู้ชายคนหนึ่งโทรมาหาฉัน พร้อมกันพูดว่า \"พี่ ผมชอบพี่นะ\" ครั้งแรกฉันนึกว่าพวกโรคจิตโทรมา แต่พอซักไซร้ไล่เลียง จึงรู้ว่าคนที่โทรมาหาฉัน กำลังเรียนอยู่ปี 1 เอกดนตรีสากล โอ้พระพุทธเจ้า ในที่สุดท่านก็มองเห็นความดีอันน้อยนิดที่ลูกช้างได้ทำไว้ ท่านได้ประทานเด็กปี 1 มาให้ลูกได้เคี้ยวเล่น ในขณะที่ตัวฉันนั้นอยู่มาจนถึงปี 4 เหล่รุ่นน้องมาแล้วก็เยอะ ทั้งแทะโลมและลวนลาม(ทางสายตา) ส่วนใหญ่รุ่นน้องพวกนี้จะกลัวพี่มันมากกว่า เพราะพี่มันทั้งรั่ว ทั้งโรคจิต ส่วนเขาไปได้เบอร์โทรฉันมาจากไหน รู้จักฉันได้ยังไง จนถึงทุกวันนี้ฉันเองก็ยังไม่รู้ เพราะเขาไม่บอก
          คืนนั้นเราคุยกันทั้งคืนเรื่องสัพเพหาระ แทนที่เราจะถามกันเรื่องทั่วไปอย่างเช่น ลักษณะนิสัย อาหารที่ชอบ หรืออะไรอย่างอื่นที่หนุ่มสาวเค้าพูดกันเพื่อนเรียนรู้อีกฝ่าย แต่ไม่เลย เราคุยกันแต่เรื่องบอดี้สแลม คุยเรื่องพี่ตูน บอดี้สแลม เพลงของบอดี้สแลม คอนเสริ์ตบอดี้สแลม และทุกอย่างที่เป็นบอดี้สแลม

27/6/54
          วันต่อมา เรานัดมาเจอกันที่้ร้านกาแฟแห่งหนึ่งหน้ามหา\'ลัย เมื่อก่อนฉันชอบมานั่งเหล่หนุ่มๆแถวนี้ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยได้มาทำอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่ ตั้งแต่หลังฝึกงานกลับมา ฉันรู้สึกว่าฉันมีอะไรต้องรับผิดชอบมากมาย มากกว่าการมานั่งจิบนมเหล่ผู้ชาย (นั่งร้านกาแฟ แต่สั่งนมสด) ฉันสั่งโกโก้ร้อนมานั่งจิบพร้อมอ่านหนังสือรอเขาไปพรางๆ จู่ๆพวกเพื่อน (เ-ว-ร) ทั้งหลายมันก็พากันวิ่งกรูเข้ามาหลบฝนในร้าน ฉันได้แต่นั่งทำหน้างงนิดหน่อย พวกเราเจอกันโดยมิได้นัดหมาย พวกนั้นถามฉันว่ามาที่นี่ทำไม ฉันได้แต่ยิ้มแล้วตอบกลับไปให้ปกติที่สุดว่า \"มานั่งเหล่ผู้ชาย\" ฉันไม่อยากให้พวกนั้นรู้ว่าฉันมาที่นี่เพื่ออะไร
          ไม่นาน ผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฉัน ยิ้มให้ฉัน ทักทายฉัน ท่ามกลางสายตาอันพินิจพิเคราะห์อีกประมาณ 5 คู่ เพื่อนคนหนึ่งดึงฉันเข้าไปกระซิบ
\"แกไปตกเด็กคนนี้มาจากไหน\"
ฉันได้แต่หัวเราะ และถามตัวเองในใจว่า \"เออ นั่นสิ ก็ยังงงเหมือนกัน\" แล้วฉันจึงแนะนำเขาให้เพื่อนๆของฉันรู้จัก ทั้งๆที่ฉันเองก็ชั่งใจอยู่นานว่าจะแนะนำดีหรือเปล่า
          หลังจากนั้นฉันจึงหันมาคุยกับเขา่่ต่อ เราคุยกันเรื่องเดิมที่เคยคุย ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องคุยกันแต่เรื่องบอดี้สแลม นักร้องเพลงร๊อคในประเทศไทยมีเป็นสิบวง ทำไมเราถึงต้องมาเจาะจงคุยแต่เรื่องบอดี้สแลม เวลาเขาคุย ฉันก็ยิ้มบ้าง หัวเราะบ้าง เืพื่อไม่ให้บรรยากาศในการสนทนามันเลวร้าย ทั้งๆที่ในใจของฉันคิดไปอีกแบบหนึ่ง ขณะที่คุยกัน ฉันก็พินิจเขาไปในตัวด้วย เขาเป็นผู้ชายที่ผิวขาว สูง มองเผินๆจัดว่าหน้าตาดี ถ้ามองดีๆถือว่าหน้าตาดีมาก ซึ่งมันก็ถือว่าตรงสเปกของฉันอย่างมาก ฉันชอบผู้ชายผิวขาว สูง และเขาเกิดมาตรงตามจินตนาการของฉันทุกประการ ขอบคุณพระพุทธเจ้าที่ส่งผู้ชายคนนี้มาให้ฉันรู้จัก! 
          เราคุยกันได้ไม่นาน เขาก็ขอตัวไปก่อนเพราะมีเรียนต่อ ส่วนฉันว่างทั้งวันจึงสั่งนมปั่นมานั่งกินต่อ เพื่อนของฉันที่นั่งสังเกตการณ์มาตั้งนานต่างกรูกันเข้ามาสัมภาษณ์ฉันอย่างจริงจัง ฉันยังจำประโยคหนึ่งที่พวกนั้นพูดกับฉันได้ มันบอกว่า \"แก หล่อว่ะ แกรักษาน้องคนนี้ไว้ให้ดีๆนะเฟร้ย\" ฉันได้แต่หัวเราะหึๆ ไม่พูดอะไร
          หลังจากที่ฉันกับเขาแยกกันที่ร้านกาแฟ ตกเย็นทุกๆ 1 ชั่วโมงเค้าจะโทรมาหาฉันเพื่อเช็คว่าฉันอยู่ไหน ฉันทำอะไร ฉันอยู่กับใคร หอของฉันอยู่ไหน ฉันจะทำอะไรต่อ มันเป็นคำถามที่ฉันไม่ชอบมากที่สุด ฉันไม่ชอบให้ใครมาโทรจิก ไม่ชอบให้ใครมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว ถึงอย่างไร ฉันก็ยังรักอิสระอยู่ นี่คือเหตุผลที่ฉันยังคงโสดมาจนถึงทุกวันนี้ ก่อนวางสายครั้งสุดท้าย เค้าถามฉันจะรับรักเขามั๊ย? เขาต้องการคำตอบภายในวันพรุ่งนี้ (มันเป็นคำถามในเชิงบังคับ)

28/6/54
          เขาโทรมาถามคำถามเดิมกับฉัน ฉันตอบเขาไปว่า ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรไปมากกว่าเห็นเขาเป็นเหมือนน้องชาย ทุกครั้งที่ฉันเจอเขา ได้พูดคุยกับเขา ฉันไม่ได้มีความรู้สึกตื่นเต้น หัวใจเต้นแรง เคอะเขิน หรืออะไรทั้งสิ่ง มันไม่เหมือนครั้งก่อนๆที่ฉันนัดเดทกับผู้ชายคนอื่น (ที่มันเป็นอดีตมาแล้ว) เวลาฉันคุยกับเค้าฉันเหมือนไม่ต่างอะไรจากคุยกับน้องชายตัวเอง อีกอย่างอายุเขาเราห่างกันค่อนข้างเยอะ เรามีความคิดที่ต่างกันสุดโต่ง เค้าชอบบอดี้สแลม ใช่ ฉันก็ชอบ แต่ฉันฟังเขาพูดแต่เรื่องนี้จนฉันเบื่อบอดี้สแลมไปแล้ว ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องเจอคนที่สามารถแชร์ความรู้สึกบอดี้สแลมกับเขาได้ แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ฉัน เขายังเด็ก มีโอกาสได้พบคนอื่นอีกมากมาย วันหนึ่งเขาจะได้เจอกับคนที่เข้ากับเขาได้จริงๆ ฉันบอกกับเขาไปอย่างนี้ เขาเงียบ ไม่พูดอะไร และตัดสายทิ้งไปหน้าตาเฉย ฉันโทรกลับไปเขาก็ไม่รับ หลังจากนั้นเขาก็ไม่โทรหาฉันอีกเลย
          ฉันไม่รู้สึกเสียใจ เสียดาย หรืออะไรแม้แต่น้อย กลับดีใจนิดๆด้วยซ้ำที่ได้อิสระกลับคืนมา อย่างน้อยก็สบายใจว่าไม่มีใครโทรมาจิกทุก 1 ชั่วโมง เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้ฉันเรียนรู้ และเติบโตไปอีกขั้นหนึ่งว่า คนเราหากตัดสินใจจะคบกันมักพิจรณาจากหน้าตาก่อนเสมอ แต่เมื่่อถึงจุดๆหนึ่งที่จะต้องเรียนรู้กันด้วยนิสัยใจคอ หน้าตาจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป ฉันไม่เคยเสียใจกับการตัดสินใจของฉัน เพราะฉันคิดว่าฉันตัดสินใจถูกต้องที่สุด ความรักอาจเป็นเรื่องของคนสองคน แต่ไม่ใช่เรื่องของหน้าตา ไม่ใช่เรื่องของชาติตระกูล แต่มันเป็นเรื่องของความเข้ากันได้มากกว่า

ป.ล. ฉันยังไม่ได้บอกกับพวกเพื่อนๆของฉันว่า ฉันกับน้องคนนั้นเลิกคุยกันแล้ว ปล่อยให้พวกมันเข้าใจว่าฉันหลอกเด็กปี 1 มาควงเล่นต่อไป 


แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    2
    Comments
    1
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog