mystery club ชมรมรั่ว น่ากลัวยิ่งกว่าผี ตอนที่1
เกริ่นเรื่อง: เรื่องนี้เป้นนิยายที่ผมแต่เป็นเรื่องแรก มิบังอาจหาญกล้าเอาไปลงในหมวดนักเขียนได้ จึงนำมาลงในส่วนของบล็อกแทน
1 เม.ย. 52 , View: 211 , Post : 1
|
|
อาคารหลังหนึ่งตั้งตระหง่านท่ามกลางความมืด เสียงของประตูที่ปิดไม่สนิทดังเอี๊ยดอ๊าดเคล้าคลอไปกับเสียงหวีดหวิวของสาย ลม ไฟบางดวงบนเพดานทางเดินที่ควรจะเปิดให้แสงสว่างกลับกระพริบถี่ๆช่วยทำให้ บรรยากาศที่น่ากลัวอยู่แล้วยิ่งน่ากลัวมากกว่าเดิม ภายในอาคารที่ไม่ควรจะมีคนอยู่กลับปรากฏเสียงพูดคุยดังแว่วออกมาจากห้องๆ หนึ่ง เป็นเสียงที่เบาราวกับกระซิบ
“นี่จะดีเหรอ” เสียงสั่นเครือของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความกลัวได้อย่างชัดเจน “เราอย่าเล่นเลยดีกว่านะ”
“จะบ้ารึไง” เสียงของเด็กสาวอีกคนดังขึ้น “มาถึงขนาดนี้แล้วนะ จะเลิกได้ไง”
“แต่ฉันกลัวนี่” เสียงของเด็กสาวคนแรกดังขึ้นอีกครั้ง “กลับกันเถอะนะ”
“ไม่เป็นไรนะจ๊ะ พี่นั่งอยู่ข้างๆไม่ต้องกลัวนะ” เสียงเด็กสาวพูดให้กำลังใจเด็ดสาวคนแรกด้วยความห่วงใย ดูจากการพูดจาแล้วเธอคงจะมีอายุมากกว่าเด็กสาวสองคนแรก
“นี่เธอนั่งเงียบเลยนะกลัวรึไง” อีกเสียงดังขึ้น เป็นเสียงของเด็กหนุ่มที่พูดเย้ยหยันจนเด็กเด็กสาวอีกคนที่นั่งเงียบอยู่ ตลอดต้องหันมาถลึงตาใส่
“ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย” เด็กตอบกลับอย่างขุ่นเคือง “นายนั่นแหละว่าคนอื่นไม่ดูตัวเองเลย”
“อะไร ฉันกลัวที่ไหนกันเล่า” เด็กหนุ่มเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ “คนอย่างฉันไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว” “เหอะ ฉันไม่อยากเสียเวลาเถียงกับนายหรอกย่ะ” เด็กสาวตัดบทอย่างดื้อๆพร้อมกับคิดในใจ ‘ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ’
5 วันก่อน…
โรงเรียน ................. วันนี้คึกคักเป็นพิเศษเพราะเป็นวันเปิดภาคเรียนใหม่ นักเรียนหลายคนพอก้าวเท้าเข้าโรงเรียนก็เริ่มต้นจับกลุ่มกันกับเพื่อนพูดคุย เกี่ยวกับปิดเทอมของตัวเองหรือไม่ก็จับกลุ่มกันนินทาคนนั้นคนนี้กันอย่าง สนุกสนานเพราะไม่ได้ทำกันมานาน แต่แล้วความสงบก็พลันจบลงเมื่อเด็กสาวคนหนึ่งวิ่งเข้ามาในโรงเรียน
“ช่วยหลบหน่อยค่ะ หลีกทางหน่อย” เด็กสาวตะโกนเสียงดังเพื่อให้คนที่ยืนขวางหลีกทางให้ เมื่อวิ่งมาถึงกลางทางเธอก็มองเห็นแผ่นหลังของคนๆหนึ่งยืนขวางทางอยู่ เพราะรู้ว่าตัวเองหยุดไม่ทันแน่ๆจึงตะโตนออกไป “นี่นายหลีกไปหน่...”
“โครม!!” ยังไม่ทันพูดจบเด็กสาวก็วิ่งเข้าไปชนกับเด็กหนุ่มที่ยืนขวางทางทั้งเธอเละเขาล้มลงไปกองกับพื้น
“เอ่อ ขอโทษนะคะ” เมื่อลุกขึ้นมาได้เธอจึงบอกขอโทษพร้อมกับทำหน้าเศร้า ดูจากภายนอกเธอดูจะเป็นเด็กสาวที่เรียบร้อย ผมยาวของเธอถูกมัดรวบไว้ ใบหน้าของเธอดูสะอาดตาและจัดได้ว่าสวย เมื่อเทียบกับคนอื่น
“นี่เธอ! เวลาจะวิ่งไปไหนมาไหนก็หัดดูคนมั่งสิ” เมื่อเด็กหนุ่มที่เธอวิ่งชนลุกขึ้นมาได้ก็ต่อว่าเธอเสียงดัง จนความเป็นห่วงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยอาการตกใจและตามด้วยความโมโห
“อะไรยะ ก็ขอโทษแล้วนี่ไง!” เธอตะโกนใส่หน้าของเด็กหนุ่มด้วยเสียงที่ดังกว่า จนทำให้นักเรียนคนอื่นๆเริ่มเข้ามามุงดู
“ขอโทษแล้วมันหายเจ็บมั้ยเล่า!” เด็กหนุ่มเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“เอาน่า เธอก็ขอโทษนายแล้วไง” เด็กหนุ่มอีกคนเข้ามาขวางการทะเลาะของพวกเขาเอาไว้ ดุจากท่าทางแล้วคงเป็นเพื่อนของเด็กที่ถูกชน
“แล้วจะเอายังไงหละย่ะ!” เด็กสาวถามอย่างฉุนขาด มองหน้าเด็กหนุ่มตาขวาง
“สา!” เสียงหนึ่งดังขัดจังหวะการทะเลาะของทั้งคู่ เด็กสาวสองคนเดินฝ่าวงล้อมของนักเรียนมุงเข้ามา แล้วหนึ่งในสองคนก็เข้ามาหาเด็กหนุ่มทั้งสอง ใบหน้าของเธอที่ดูจะยิ้มแย้มตลอดเวลาท่าทางแก่นแก้วทำให้คนที่เห็นอดอมยิ้ม ไม่ได้ ผมของเธอถักเป็นเปียแต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอดุเรียบร้อยขึ้นเลย ผิดกับเด็กสาวอีกคนที่ดูเป็นคนสงบเสงี่ยมเรียบร้อย ผมยาวที่ถูกหวีจนเรียบของเธอยิ่งทำให้เธอดูเรียบร้อยขึ้นไปอีก
“เพื่อนของฉันไปทำอะไรพวกคุณ เหรอค่ะ” เด็กสาวผมเปียถามพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ไม่เข้ากับคำถาม
“ก็ยายนี่วิ่งมาชนฉันน่ะสิ” เด็กหนุ่มแล้วชี้ไปทางเด็กสาวที่ชื่อสา
“ก็ขอโทษแล้วไง”เด็กสาวที่ชื่อสาเถียงกลับ
“ต้องขอโทษแทนเพื่อนฉันด้วยนะคะ” เด็กสาวที่ท่าทางเรียบร้อยกล่าขอโทษพวกเขา
“ทำไมต้องไปขอโทษด้วยหละ” สาบ่นอย่างไม่สบอารมณ์
“งั้นพวกเราขอตัวนะคะ” เด็กสาวทั้งสองกล่าวพร้อมกับดึงเพื่อนตัวเองที่ดิ้นพลาดๆและยังแหกปากตะโกน ไม่หยุดเดินแยกตัวออกมา หลังจากที่ฝ่าวงล้อมของบรรดานักเรียนออกมาได้ ทั้งสองก็ลากเพื่อนของตัวเองมานั่งที่ม้านั่งในสวนของโรงเรียน เพื่อให้อารมณ์เย็นลง
“แก้ว แพร พวกเธอไม่น่าเข้ามายุ่งเลย” เด็กสาวที่ชื่อสาพูดออกมาอย่างโกรธๆ “ถ้าพวกเธอไม่เข้ามา ฉันซัดหน้าหมอนั่นหงายไปแล้ว”
“อย่าเก่งไปหน่อยเลยน่า” เด็กสาวผมเปียตอบกลับอย่างหัวเสีย นี่คงเป็นไม่กี่ครั้งที่ใครจะได้เห็นใบหน้าของเธอตอนไม่มีรอยยิ้ม “ถ้าฉันกับแพรไม่เข้าไปห้ามเรื่องมันก็คงไปกันใหญ่เลยนะสิ”
“ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่ตรงไหนเลย” เด็กสาวพูดอย่างไม่สำนึกกับความผิดของเธอ “หมอนั่นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก
“ฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนั่นย่ะ” แก้วตอบพร้อมกับเอานิ้วจิ้มหน้าผากเพื่อน “เธอไม่อายพวกที่มุงดูเธออยู่รึไง ไหนจะอาจารย์อีก ถ้าฉันไปไม่ทันมีหวังโดนลงโทษตั้งแต่เปิดเทอมวันแรกแน่ๆ”
“ก็แหม...” สาพูดออกมาแบบงอนๆปนน้อยใจ
“เอ่อ แก้วกับสาจ๊ะ” แพรเด็กสาวที่เงียบมาตลอดพูดขึ้น เรียกความสนใจจากทั้งสอง “แปดโมงครึ่งแล้วนะ นักเรียน ม.4 ต้องไปปฐมนิเทศกันไม่ใช่เหรอจ๊ะ” “อ๊ะ! จริงสิ” สาทำหน้าเหมือนนึกขึ้นได้ แล้วก็หันหน้ามาพูดกับเพื่อนทั้งสองอย่างร่าเริง “พวกเราไปที่หอประชุมกันเถอะนะ”
“นี่เปลี่ยนอารมณ์ไวจังเลยนะ” แก้วบ่นอย่างไม่เข้าใจอารมณ์ของเพื่อนที่เปลี่ยนเร็วเหลือเกิน “แต่ก็...ช่างเหอะนะ”
“นี่ยายแก้วเร็วเข้าสิ” สากับแพรที่เดินนำหน้าไปแล้ว หันกลับมาตะโกนเรียกแก้วยังยืนยิ้มอยู่ตรงม้านั่ง
“เอ้อ...อื้ม” แก้วตะโกนตอบกลับไป พลางวิ่งไปหาเพื่อนสาว “ไม่รอกันเลยนะพวกเธอ”
“ก็เธอมัวแต่ยืนเหม่ออยู่นี่นา” สาตอบกลับ แล้วก็ล้อเพื่อนของของตัวเองที่ยืนเหม่ออยู่เมื่อครู่ “เธอหนะเหม่อจนขนาดฝนตกก็คงไม่รู้สึกตัวเลยหละมั้ง”
“มาให้ฉันฆ่าซะดีๆนะสา” แก้วขู่อย่างทีเล่นทีจริงพลางวิ่งไล่จับสา ทั้งสองวิ่งไล่จับกันตลอดทางโดยมีแพรเดินตามอยู่เงียบๆจนมาถึงหน้าตึกหลัง หนึ่ง
“นี่ทั้งสองคนถึงแล้วนะ” แพรที่เงียบมาตลอดเอ่ยขัดจังหวะการเล่นไล่จับของทั้งสองคน
“ถึงสักที” สาพูดออกมาอย่างเหนื่อยหอบ “วิ่งหนีแก้วนี่เหนื่อยจังเลย วิ่งเร็วชะมัด”
“ก็ฉันน่ะนักวิ่งของโรงเรียนเชียวนะ” แก้วพูดอย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง “ก็ต้องวิ่งเร็วอยู่แล้ว”
“เอ่อ นี่แล้วจะขึ้นห้องประชุมกันเลยมั้ย” แพรถามความคิดเห็นของเพื่อนทั้งสอง
“ก็ดีเหมือน” สาออกความคิดเห็น “จะได้เข้าไปตากแอร์ด้วย”
“นั่นสินะ” แก้วพูดอย่างเห็นดีเห็นงาม “เหงื่อออกชุ่มตัวไปหมดแล้ว”
“แก้ว” สาพูดน้ำเสียงจริงจังพร้อมหันไปมองหน้าแก้ว
“ใครถึงห้องประชุมก่อนชนะ” แก้วพูดออกมาเหมือนรู้ใจเพื่อน ทั้งสองวิ่งขึ้นบันไดแข่งกันไปจนถึงห้องประชุม แพรที่ถูกทิ้งไว้ข้างล่างจึงต้องวิ่งตามไปอย่างช่วยไม่ได้พลางตะโกนบอกทั้ง สองให้วิ่งกันช้าเพราะกลัวจะตกบันได
ห้องประชุมถูกสร้างอยู่บนชั้นสองของอาคารเรียนที่1 ทางเข้าหอประชุมมีนักเรียกเดินเข้าออกอย่างหนาตา รอบๆประตูถูกประดับประดาอย่างสวยงามด้านบนมีป้ายคำว่า “งานปฐมนิเทศ” ติดไว้ ภายในหอประชุมมีเก้าอี้จัดไว้เป็นแถวๆอย่างมีระเบียบ สุดห้องมีเวทีขนาดใหญ่ กลางเวทีมีแท่นและไมค์สำหรับประทานของงาน ฉากหลังของเวทีมีตัวอักษรที่ทำจากโฟมติดไว้ว่า “ปฐมนิเทศ ปีการศึกษา 2xxx” เด็กสาวทั้งสามเดินเข้ามาในงานพลางมองสำรวจนู้นสำรวจนี่อย่างเพลินตา
“โอ้โหหรูหราจัง” สาเป็นคนแรกที่พูดขึ้น หันเหความสนใจของเพื่อนทั้งสองจากการสำรวจสถานที่ “นี่แค่งานปฐมนิเทศนะเนี่ย”
“ขนาดงานปฐมนิเทศยังจัดซะขนาดนี้” แก้วพูดอย่างทึ่งปนอึ้งกับงานปฐมนิเทศคราวนี้ “คงไม่ต้องพูดถึงงานอื่นๆว่าจะหรูหราซะขนาดไหน”
“นี่แล้วที่นั่งของเราอยู่ตรงไหนเหรอ” สาหันมาถามแพรซึ่งคงจะเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในกลุ่ม
“เอ...ที่นั่งของม.4ห้องA” แพรทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพักก็ชี้ไปตรงแถวที่19จากเวที “ตรงนั้นไงจ๊ะ”
“เราไปจองที่นั่งดีๆกันไว้ก่อนเถอะ” แก้วพูดขึ้นพร้อมกับลากเพื่อนทั้งสองของตัวเองไปทางเก้าอี้ที่จัดไว้สำหรับ ห้องของพวกเธอ
ระหว่างที่เดินตามแก้วไปสายตาของสาก็ไปสะดุดอยู่กับคนๆหนึ่ง เขากำลังเดินอยู่อีกฝากของแถวเก้าอี้ ดูเหมือนว่าเขาเองก็กำลังเดินมาที่เก้าที่แถวที่19เหมือนกัน เมื่อเดินมาถึงทั้งคู่ก็มองเห็นกันและกัน เขาและเธอสบตากัน เมื่อสายตาต่อสายตาประสายกันจึงบังเกิดเป็น...
“นี่นาย/เธอ!”
แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
| C o m m e n t |
| 1 |
|
 |
1 สตางค์ บอกว่า :
เฮียโจ้เอามาลงในนี้ด้วยเรอะ!! =[]= ทำไมเฮียไม่ไปลงในที่สำหรับไว้ลงนิยายอ่ะ!!!
ยังไกมาเม้นให้แล้วเด้ออออ
1 เม.ย. 52 / 21:23
|
|
| 1 |
|
C O M M E N T B o X
|
|
|
อยากบอกว่า :
|
|
|