ธันวาคม 2551  |
| อา. |
จ. |
อ. |
พ. |
พฤ. |
ศ. |
ส. |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
|
|
 |
|
View : 9 Post : 1
25 พฤศจิกายน 2551
ชื่อตอน : ได้แค่ร้องไห้...
เกริ่นเรื่อง : กดดัน+เครียด...
เมื่อวานนี้ร้องไห้ไปสองรอบ...
เครียดจัด...และท้อมาก
คืองานจุฬาวิชาหาร กระผมมีงานอยู่แล้ว แล้วผมดันเจือกไปสมัคร ออแกไนซ์
ด้วยความรู้สึกที่ว่า \"คงไม่หนักมาก น่าจะรับไหว ไม่น่าจะกินวิชามาก\"
ปรากฏว่าพักหลังๆมานี้...
เรียกทุกพักทุกเลิกทุกเช้า พูดง่ายๆ
ไม่เหลือเวลาส่วนตัวและเวลาพักให้เลยแม้แต่นิดเดียว
และเนื่องจาก...ที่บ้านของกระผม
(ไม่ได้ด่าที่บ้านนะ นี่คือความจริง)
สอบติดเตรียมทุกคน!!! (รวมแล้วโดยประมาณสิบกว่า - -\")(เข้าไม่เข้าไม่รู้) หรือเป็นร.ร.ประจำจังหวัดที่มีชื่อเสียงทุกคน
กระผมที่เป็นน้องเล็ก(เกือบอะนะ)ก็ต้องมาทนกับแรงกดดันอันมหาศาลจากคนอื่นที่มองมายังครอบครัวผม
(ครอบครัวผมไม่ค่อยคิดไรมาก เอาไงแล้วแต่คนเรียน แต่มีกดดันทางอ้อมบ้าง)
แรงกดดันนั่นส่งผลให้กระผมต้องตั้งใจเรียนและอ่านหนังสือเพื่อที่บ้านของผม
แล้วอีกอย่างผมเป็นลูกคนเดียวของป๊าแล้วก็แม่ด้วย ถึงท่านจะพูดแบบว่า จะเรียนอะไรก็ได้
แต่ผมก็รู้...ว่าอยากให้ผมเรียนที่ดีดี...อยากให้เรียนสูงๆ ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
แล้วยิ่งเห็นพี่ๆของผมที่ไปไกล(มากๆ)ก็ยิ่งเป็นแรงกดและดันผมให้ไปข้างหน้า (พี่เป็นหมอ๓ ที่ปรึกษาการเงินเดินทางทั่วโลก๑ นักธุรกิจอีก ฯลฯอีกมาก...)
ผมก็เดินหน้าไปเรื่อยๆด้วยความที่ว่าผมชินอยู่แล้ว แต่!!!
เวลาของผมก็ต้องแปรปรวน...เวลาที่จัดไว้รวนหมด เริ่มถูกที่บ้านเขม่น...
กลับมาถึงบ้าน นอน...พักเล็กน้อย(มากๆ) เนื่องด้วยความเหนื่อยจากการทำงานโครงการนี่แหละ...
จนที่บ้านสงสัยและถามขึ้นมาห่วงๆ
ประมาณว่า ทำไมถึงได้ดูยุ่งแล้วก็เวลาที่เคยจัดการทำได้ทำไมหายไปไหนหมด พักก็ไม่เห็นพัก เรียนก็ไม่เรียน
มีอะไรรึเปล่า???
สำหรับผมก็ตอบไป ที่บ้านเลยอยากให้ผมออก...ผมก็กลัวว่ามันจะน่าเกลียด...เพราะมันใกล้งานแล้ว
แต่ผมก็ทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน
งานดาราศาสตร์ สอบแข่งประวัติศาสตร์(ยังไม่ได้อ่านอะไรเลย) เข้าค่ายดาราศาสตร์ เรียนพิเศษ ท่องหนังสือ(ใกล้สอบ)
งานกิจกรรมในห้อง ฯลฯ(ที่จะมาในอนาคต) มันเกินกว่าที่ผมจะสามารถรับมันได้แล้ว...
ความเครียดเริ่มสะสมจนกระทั่งมันระเบิดออกมาเมื่อวานนี้...
ผมปรึกษาทุกคนเท่าที่จะปรึกษาได้...
เนื่องจากเมื่อวานเป็นงานที่ผมต้องไปยกของไปมา...วนไปวนมา...ทั้งแรงกายแรงใจมันไม่มีเหลือแล้ว...
อีกอย่างงานกิจกรรมที่มีไว้คลายเครียดเมื่อวาน...กลับต้องถูกยกเลิกเพราะร.ร.คู่กิจกรรมหยุด...เพราะการชุมนุม
ผมที่เตรียมของไว้มหาศาล...ก็ท้อและเหนื่อยใจสิครับ...
จนกระทั่งโทรไปถามเพื่อนที่ทำงาน ผมก็ได้แต่หวังว่าในเมื่อมันสนิทกับผมที่สุด...มันน่าจะเข้าใจผมได้มากที่สุด...
แต่ทว่า...
มันกลับไม่เข้าใจเลยสักนิดเดียว!!!
มันหนักเหมือนผมไหม ทั้งแรงกดดัน อาการท้อที่เกิดขึ้น อาการอะไรนับพันล้านอย่าง...ซึ่งมันไม่เข้าใจ!!!
มันพูดแบบว่า...มันก็เคยโดน กระผมที่หวังว่าจะหาคนที่ปรึกษา ก็ต้องโดนมันว่า
ผมยอมรับว่าผมทนไม่ไหวแล้ว ณ ตอนนั้น แรงอดทนที่ทนมาตั้งนานมันหมดลง
ผมร้องไห้ออกมาไม่อายใคร ด้วยความที่ว่า...ผมเหนื่อย แรงกายและแรงใจที่มีมันหมดลงแล้ว แถมมีเรื่องสอบเตรียมอีก เรียนพิเศษก็มี...
ผมเลยตัดสินใจให้เพื่อนลาออกให้กลางคัน เนื่องจากผมทนไม่ไหวจนร้องไห้ออกมา(ครั้งแรกที่ร้องไห้เพราะความเครียดเรื่องงาน)
แต่บางครั้ง...ผมก็ได้คำปรึกษามาจนทำให้ผมตัดสินใจได้
เพราะงานOpenhouseร.ร.ผมของจุฬาวิชาการ
กระผมก็ต้องไปทำของโครงการสำรวจโลกและอวกาศ(LESA(ลีซ่า)) เป็นผู้ช่วยวิทยากร เป็นผู้ช่วยอาจารย์ และต้องนำเที่ยวเพื่อนทั้งหลายที่มาจากต่างจังหวัด
แล้วมันมีค่ายและงานวิจัยกับเพื่อนอึกสองถึงสามคน...ซึ่งมีสิทธิไปเสนองานวิจัยถึงต่างประเทศ แล้วอีกอย่างผมเป็นรุ่นแรกซึ่งอาจารย์ต้องฝากความหวังเรื่องโครงการกับพวกผม...(ประมาณศอบกว่าคนในห้อง)
กับออร์แกไนซ์...ซึ่งกระผมเข้าไปเพื่อเก็บประสบการณ์เรื่องเกรดเรื่องใบประกาศฯผมไม่เคยหวังแม้แต่น้อย
ผมพยายามทำให้ดีที่สุด...(พวกผมเป็นคล้ายๆกรรมกรอะ...- -\") แต่กลับโดนคนอื่นด่า...
ด้วยเหตุผลที่ว่า \"เล่นมากกว่าทำงาน\" คนที่พยายามทำงานมามากโดนอย่างนี้บ่อยๆมันก็ท้อและเครียดจัดมากๆ
แล้วอีกอย่างคนก็ไม่ใช่น้อยมีประมาณยี่สิบกว่าคน แถมแต่ละคนก็ทำได้...แถมไอ้นี่ก็มีมาหลายรุ่นมีคนมาให้คำปรึกษา คนอื่นก็มีให้ช่วย
แต่ลีซ่า...มันเป็นรุ่นแรก งานทั้งหลายพวกผมก็ต้องจัดการเองหรือไม่ก็ไปถามอาจารย์ที่ปรึกษาที่ช่วยพอสมควรแต่มันก็ลำบากกว่าจะทำแต่ละที
อีกอย่าง...เรื่องสังคมภายใน...มันต่างกันเยอะ คนที่อยู่ในออร์ฯเป็นคนที่เราไม่คุ้นเคย ไม่รู้จัก ไม่เข้าใจในตัวเรา...
แต่ลีซ่าเป็นงานที่เพื่อนๆที่สนิทกันเข้าใจกัน รู้จักสนิทสนม...
ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกอะไรระหว่าง...
ออร์แกไนซ์กับลีซ่า...
(ตอนแรกออร์ก็บอกว่าให้เอาคนออกบ้าง เราก็ตกลงว่าเราจะออก มาวันนี้มาด่ากูว่าน่าจะช่วยกันก่อน เอาอะไรกันแน่...เหนื่อยกายและใจ)
...
สำหรับผม...ผมเลือกลีซ่า...
พอผมนึกดูแล้วมันทำให้ผมนึกถึงโรคความเครียดที่เพื่อนผมเคยพดขึ้นมา...
มีสามระยะ ระยะที่๑ พอทนได้ แต่เริ่มมีอะไรหลายๆอย่างเข้ามาไม่ขาดสาย...
ระยะที่๒ ความเครียดสะสม เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ และเป็นระยะที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ ต้องไตร่ตรองดูให้ดี...
ระยะที่๓ หายเครียด สามารถแบ่งเบางานได้แล้ว และจะทำให้มีความสุขต่อไป...
ผมว่าตอนนี้ผมอยู่ในระยะที่๒...
ตอนแรกผมพยายาม...จะนึกไว้ว่า\"อีกแปปเดียวทนหน่อย\"
แต่ด้วยเมื่อวานนี้(หลายอย่างที่ผมไม่เล่าด้วย) ทำให้ผมลบประโยคนี้ออก...และมั่นใจว่าผมจะไม่จับปลาสองมืออีกต่อไปแล้ว
จะเลือกอะไรอย่างนึง แม้จะโดนคนอื่นมองไม่ดีก็ตาม...
การจับปลาสองมือจะพาเราไปให้เป็นคนเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ...
ผมเลือกที่จะแน่วแน่และเลือกทางเดินที่แน่นอนแล้ว ผมไม่ไหวแล้ว ความเครียดมหาศาลที่จู่โจมเข้ามาคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผมทำไม่ไหวแล้ว
แล้วผมหวังว่าถ้าเพื่อนคนไหนเข้ามาอ่าน...หวังว่าเขาจะเข้าใจอะไรผมมากขึ้น...
ถ้ายังไม่เข้าใจ...อยากให้เขาเผชิญเหตุการณ์แบบเราบ้าง...
แล้วจะได้รู้ว่า...\"คุณจะทำอย่างไร\" และผมพูดได้เลยว่า...ส่วนมากจะทำแบบผม...(จากการที่ปรึกษาเพื่อนมานะ...)
และสุดท้ายนี้ผมหวังว่าผมจะไม่เครียดกับงานจนร้องไห้อีกต่อไปแล้ว...
(เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมางานแต่งพี่สาว ผมโคดดีใจแทนพี่เลย พี่ได้เจ้าบ่าวแบบว่าที่บ้านไม่มีคนห่วงเลย แต่มาวันจันทร์ผมกลับต้องเจออาการเครียดเช่นนี้ มัยิ่งกว่าอะไรอีกนะ...)
(เมื่อกี้หลังบ้านผมมีระเบิด(เล็กๆ) มีคนโดนด้วย...ใครวะ...)
ปล.ผมไม่อยากทำให้คนอื่นต้องเครียดตามผมไปด้วย แล้วหวังว่าเพื่อนๆที่อยู่ในกลุ่มจะเข้าใจผม...
ปล.(มีคนสองคนเข้าใจแล้วก็ให้ผมออกออร์ฯไปแล้ว)
ปล๓.ขอขอบคุณทุกท่านมากที่อ่านมาถึงตรงนี้...^^ ขอบคุณครับ
|
|