ดวงวันนี้คือ ‘มหาซวย’ แน่นอนอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง..
เริ่มตั้งแต่ตื่นเช้ามาตอนตีห้า เพราะได้ยินเสียงกัดกันของพ่อแม่ แล้วก็หลับต่อไม่ไหวตอนที่พ่อทำท่าว่าจะโดนแม่ข่มขืน.. เลยจำใจตื่นมานั่งดูทีวีฆ่าเวลา หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง ดูเหมือนว่าครั้งนี้พ่อจะชนะ พ่อเดินออกจากห้องนอนพร้อมกับทำสีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนแม่ทำสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด..
และที่จำได้คือ ตอนนั้นผมโดนแม่บ่นเละเรื่องพ่อนานกว่าหนึ่งชั่วโมง..
ผมเริ่มรู้สึกถึงหายนะก็ตอนที่ แม่กำลังบ่นถึงพ่อตอนสมัยเรียนว่า ชอบทำท่าทีไม่สนแม่และทำท่าเกลียดแบบสุดแรง แต่เพราะความเก่งของแม่จึงจับพ่อมาเป็นแฟนจนได้ รวมถึงกลยุทธ์ นับร้อย ทั้งอ่านใจ ยั่ว และอื่น ๆ อีกมากมายที่ดูจะไม่สมควรจะเอ่ยคำออกมา
ที่รู้สึกถึงหายนะ ไม่ได้หมายถึงว่า จะรู้สึกว่าอีกไม่นานพ่อต้องหาทางลบความทรงจำผมแน่.. แต่ติดตรงคำที่ว่า ‘โรงเรียน’ มันทำให้ตัวผมที่นั่งมึนมาตอนตื่นนอน ตาสว่างขึ้นมาทันที
‘โรงเรียน’ ‘หอพัก’ ‘ลงทะเบียนก่อนเก้าโมงเช้า’ ชิบหาย!
โรงเรียนประจำที่ผมจะต่อปีนี้อยู่ไกลจากบ้านพอสมควร.. ไม่สิ.. ไกลสุด ๆ เลยมากกว่า..!!
ด้วยเหตุนี้เอง ตัวผมตอนนี้เลยนั่งอยู่บนรถตู้ที่พ่อและแม่จัดหามาให้สด ๆ ร้อน ๆ ดูเหมือนคนขับที่หน้าเหมือนหมีตอนจำศีลจะเป็นคนรู้จักของพ่อมาก่อน เขานั่งขับรถแบบเชื่องช้าไปในทางลับ(?) ที่มองยังไงก็ภูเขาชัด ๆ
คุณพ่อคุณแม่ที่แสนดี ที่ตกลงกันอย่างดีตั้งแต่เมื่อวานว่าพ่อและแม่จะมาส่งด้วยกันทั้งคู่ ดันพร้อมใจกันปะทะคารมอีกรอบก่อนไปโรงเรียน และจากที่อ่านความคิดของพ่อแล้ว.. ดูเหมือนพ่อจะเอาจริงในรอบเดือน คงอีกนานกว่าจะจบ..
แถมก่อนจะออกจากบ้านพ่อดันสร้างเรื่องทำให้ห้องผมคงโดนลื้อกระจุยช่วงไม่อยู่แน่ ๆ
“ถ้าไปเจอเด็กผู้หญิงที่ชอบ พ่อขออย่าง.. อย่าหาเหมือนแม่แกนะ.. ไม่งั้นแกจะได้รู้ซึ้งถึงชีวิตพ่อแน่ พยายามเข้านะ..”
ตอนแรกผมนึกว่าพ่อพูดเล่น (ถึงแม้จะอ่านความคิดของพ่อ ที่มีแต่ ‘อย่าเป็นเหมือนฉัน ๆ’ ) เลยพยักหน้ารับไป แต่ดูเหมือนคุณแม่จะโกรธมากเอาการ..
“อีกห้านาทีก็ถึงแล้วล่ะ เจ้าหนู” คุณลุงคนขับรถที่หน้าเหมือนหมี (ขอเน้นว่าตอนจำศีล) พูดขึ้นมาพร้อมกับอ้าปากกว้างหาว
“ไอ้ทางลับนี้... เร็วขนาดนั้นเลยหรอครับ ?” ผมถาม ขณะที่มองทาง
สองชั่วโมง.. มันเร็วขึ้นแค่สามสิบนาทีถ้าเทียบกับขึ้นทางตรง แต่มันก็น่าจะมีทางลับทางอื่นที่ดูดีกว่า ‘ภูเขา’ บ้างสิ..
((ไม่ใช่ทางลับอะไรหรอก แค่ขับในโซนนี้แล้วมันจะสบายกว่าเท่านั้นเอง กลับไปจะได้หลับเลย))
“แน่นอนอยู่แล้ว ทางนี้ตัดจากด้านหน้าเลยนะ โผล่หน้าโรงเรียนพอดี”
แน่นอนว่า ผมรู้ความจริงหมดแล้ว เลยได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ก่อนจะนั่งขัดสมาธิ
..สมาธิ.. สมาธิ.. อย่าเผลออ่านใจ.. อย่าเผลอ..
การอ่านใจด้วยพลัง EMP นั้น อาจจะดูดีมากในสายตาคนอื่น แต่สำหรับผมแล้ว โดยส่วนตัวไม่อยากจะมีมันด้วยซ้ำ ทรมานทุกครั้งเวลาอยู่ใกล้คนอื่น เหมือนความคิดคนอื่นเป็นของเรา แล้วตีกันอยู่ในหัวมาตลอด จนแทบจะขาดใจตาย
ถึงแม้จะทนมาสี่ปี จนเริ่มระงับได้ แต่ก็ใช่ว่าจะระงับได้หมด ขนาดที่บ้านยังต้องปลูกสวนต้นไม้ไว้ในห้องนอนเพื่อเป็นจิตรบกวนไม่ให้ไปยุ่งกับเรื่องบ้านอื่น..
((ทำสมาธิด้วยแหะ แหม ๆ ดูภายนอกดูเป็นคนที่ทำท่าจะฆ่าตัวตายก็ไม่แปลกใจ เลยนะเนี่ย.. ไม่น่าเชื่อ..))
ผมเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว..
เย็นไว้.. !
“ถึงแล้วเจ้าหนู~”
เอี๊ยด... !!!
เสียงรถเบรกดังขึ้นมาทั้ง ๆ ที่ผมยังอยู่ในรถตู้ ผมมองลอดผ่านหน้าต่าง.. รถลิมูซีน จอดอยู่หน้าตึกเรียนเป็นเหมือนจุดเด่นมากกว่าตัวอาคารสีขาวซะอีก ผมเดาออกว่าคงเป็นบ้านลูกคนหนูของที่ไหนซักแหง แต่จะเกิดอะไรขึ้นก็รู้อยู่แล้ว..
“ลุง.. ช่วยไปจอดหลังโรงเรียนได้ไหม ?”
((หือ.. หลังโรงเรียน ? .. เจ้าหนูคนนี้แปลกพอ ๆ กับคนในครอบครัวเลยแหะ))
ผมเกือบจะหลุดปากพูดออกไปแต่ก็ทำใจเย็นไว้ทันก่อนจะมองผ่านหน้าต่าง รถตู้เคลื่อนหน้าไปโดยไม่มีเสียงตอบรับจากคนขับ คงเป็นวิธีการขับรถของลุงแกล่ะมั้ง..
รถลิมูซีนสีขาวจอดสนิท ร่างของพ่อกับคนที่ท่าทางน่าจะเป็นลูกชายหญิงอีกสองคนเดินลงจากรถด้วยท่าทางดูดีเกินคาด จากที่มองผ่านน่าจะเด็กกว่าผม.. โชคดีไป ถ้ามีคนรู้จักเป็นคนโด่งดังกลับบ้านไปคงมีการต้อนรับจากเพื่อนบ้าน รวมถึงโดนพ่อบ่นยาวเรื่องหางานเข้าบ้านแน่..!
แต่ประเด็นหลักที่ทำให้ผมต้องตัดสินใจไปเดินเล่นฆ่าเวลา ก่อนจะสมัครก็มาอยู่ตรงหน้านี้แล้ว..
ร่างของคนมุ่ง ทั้งนักเรียนและผู้ปกครองยืนมุ่งมองเจ้าของรถลิมูซีนคันนั้นนับสี่สิบคน แล้วทำท่าว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าหลุดเข้าไปได้ปวดหัวตายแน่..
รถตู้สีเทาจอดอยู่หลังโรงเรียนอย่างนุ่มผิดกับท่าทางของตัวรถ.. ผมแบกกระเป๋าถือที่จัดไว้เมื่อคืนก่อนลงมาจากรถ คนขับรถมองผมด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรมาก ผิดกับความคิดที่ดังขึ้นว่า ‘ประหลาดคน’ อย่างต่อเนื่อง
ผมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก่อนจะก้มหัวให้ คนขับรถตอบรับพูดว่าได้เงินจากพ่อแล้วก่อนจะขอตัวกลับก่อน ผมโบกมือให้ก่อนจะตะโกนดัง ๆ ถึงเรื่องที่เขาคิดมาตลอดทาง
“รีบกลับบ้านไปเปลี่ยนกางเกงในเร็ว ๆ น่ะครับ~~ แล้วก็วันหลังอย่าใส่กางเกงในภรรยามาอีกล่ะ~~ !!”
เท่านั้นแหละ.. รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงคล้ายรถตู้ตกหน้าผา มันส่งเสียงดังเหมือนกับคนขับชะงักไป ผมแอบยิ้มก่อนจะหัวเราะเบา ๆ ยังไงซะก็ไม่มีคนได้ยินตอนผมหัวเราะนี้นะ
((เจ้าหนูนั้น.. รู้ได้ยังไงนะ.. ))
ความคิดดังลั่นขึ้นมาในหัว ผมอมยิ้มก่อนจะแบกกระเป๋าเดินเข้าทางหลังโรงเรียน ประมาณยี่สิบนาทีก็คงจะถึงที่ลงทะเบียน และคงเป็นเวลาที่คนมุ่ง หายไปกันหมดพอดี..
ติดนิสัยแกล้งคนแบบแม่มาแบบนี้พ่อจะว่าไหมนะ..
“ลงทะเบียนที่นี้สินะครับ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเบาเมื่อเห็นว่าพนักงานรับหน้าที่ลงทะเบียนหอพักทำสีหน้าที่เดาไม่ออก.. น่าแปลกใจที่คนตรงหน้า.. ไม่สิ ตั้งแต่เข้าห้องนี้มารู้สึกเหมือนจะอ่านใจหรือสัมผัสถึงพลังไม่ได้แม้แต่น้อย หรือเพราะว่าทั้งห้องลงทะเบียนเหลือแค่ผมกับพนักงานแค่สองคน
“จ๊ะ ลงชื่อตรงนี้นะ” พนักงานสาวยื่นกระดาษให้พร้อมกับปากกา ผมรับมาเซ็นชื่อตัวเองก่อนจะยื่นคืนให้ เธออ่านรายละเอียดสั้น ๆ ก่อนจะหยิบกุญแจให้เหมือนรู้ตัวอยู่แล้ว..
เวลาอย่างนี้ดันรู้สึกอยากจะอ่านใจคนตรงหน้าซะจริง ๆ..!!
ดวงตาสีฟ้าออกน้ำเงินส่องประกายระยิบระยับ จ้องมองมาที่ผมด้วยสีหน้าที่คาดเดาไม่ออก.. พนักงานคนนี้น่าตกใจและน่าสนใจไปในเวลาเดียวกัน.. ผมคิดอย่างระแวงก่อนจะหยิบกุญแจใส่กระเป๋า
“ยูเสะคุง.. อืมม.. ยินดีต้อนรับจ๊ะ”
ผมพยักหน้ารับก่อนจะก้มหัวให้สักพัก ก่อนจะนึกขึ้นได้ระหว่างทางเดินมาเรื่องที่บังเอิญไปอ่านใจเขาแล้วรับรู้ถึงระเบียบข้อบังคับหลังจากลงทะเบียน..
“ทาคาซากิ.. ยูเสะ.. รายงานตัวครับ..”
Bucshy : ขออภัยถ้าแคสไม่เนียนตามข้อมูลที่ให้ไว้รวมถึงยังมั่วอยู่นิด ๆ =w=