ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม ครับ / สมาชิกสามารถ Login ได้ที่นี่ ( Login ชื่ออื่น | Logout )   
แนะนำ Diary ของตัวเอง
  สิงหาคม 2551  
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
12
3456789
10111213141516
1718192021
22
23
24252627282930
31

เปิดปฏิทินเดือนอื่น
Go!

Diary cannedfish
  • บันทึกเป็น Favorite Diary
  • ดู My.iD ของคนอื่นๆ
  • ดู Gallery ของคนอื่นๆ
  • ดู Diary ของคนอื่นๆ

  • บันทึก Diary ห้าวันล่าสุด
    25 ม.ค. 50 [108/2]
  • ครั้งหนึ่งในชีวิต
    ตะเกียกตะกายปีนป่ายภูกระดึง...ดึ๊ง...ดึ่ง
  • 13 ต.ค. 49 [26/2]
  • +++ จะทำอะไรก็ผิดไปโหม้ดดดด+++
    เออเนอะ...มีเหตุผล!!
  • 2 ก.ย. 49 [41/2]
  • ทายนิสัยจากวันเกิด 31 วัน
    มาทายนิสัยของเรากันดีกว่า
  • 31 ส.ค. 49 [27/2]
  • ROMANCE MATHEMATICS
    MATHEMATICS between MAN & WOMEN
  • 16 ส.ค. 49 [32/2]
  • ปัดบ้านใหม่?!!
    ทาสีบ้าน ซ่อมแซม แต่งสวนใหม่

  • Favorite Diary
    -

    View : 108 Post : 2

    25 มกราคม 2550
    ชื่อตอน : ครั้งหนึ่งในชีวิต
    เกริ่นเรื่อง : ตะเกียกตะกายปีนป่ายภูกระดึง...ดึ๊ง...ดึ่ง


    บันทึกการเดินทาง

    ตอน...ตะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นภูกระดึง...ดึ๊ง...ดึ่ง

    แวะไปดูหลักฐานได้ที่ http://my.dek-d.com/cannedfish/gallery/?gid=6416414

     

    “เฮ้ย...ปีใหม่ไปเที่ยวไหนวะ” เจ้าเพื่อนรักส่งข้อความผ่าน msn มาถามขณะที่เรากำลังนั่งทำงานหัวฟูอยู่หน้าคอม

     

    “ไม่ไปไหนอ่ะ คนเยอะ นอนตีพุงอ่านนิยายอยู่กับบ้านดีกว่า” เราพิมพ์ตอบกลับไป

     

    “จริงอ่ะ เราจะไปภูกระดึงแหละ เนี่ยก็ไปจองบัตรมาเรียบร้อยแล้ว” เจ้าเพื่อนรักบอกมาอีก

     

    “โห รายวะ ไปไม่บอกเลย” เราโวยผ่านเจ้าโปรแกรมแชท

     

    หลังจากนั้นเรากับเจ้าเพื่อนรักก็เถียงกันยกใหญ่ เจ้าหล่อนบอกว่าเราแอบดอดไปเที่ยวงานพืชสวนโลกที่เชียงใหม่เพิ่งกลับมามันเลยไม่นึกว่าจะไปภูกระดึงด้วย แต่สุดท้าย...เพื่อนผู้น่ารักก็จัดหาตั๋วรถทัวร์มาให้จนได้ ตอนแรกเราเฉยๆ นะ ไม่ได้อยากจะไปจริงๆ หรอกเพราะว่าเพิ่งโดดงานไปเที่ยวเชียงใหม่มาตั้งสัปดาห์หนึ่งแล้ว แต่พอเจ้าเพื่อนหาบัตรมาได้เราก็เลยเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าไปลั่นล้า ณ ภูกระดึง กลัวเพื่อนรักจะเสียน้ำใจอ่ะนะ 555+

     

    ประมาณตี 1 ครึ่งของวันที่ 30 ธันวา เราก็ได้ฤกษ์เดินทางออกจากกรุงเทพ ((หมอชิตใหม่)) มุ่งหน้าไปจังหวัดเลย รถทัวร์ที่เรานั่งไปพี่แกขับแบบว่าหวานเย็นสุดฤทธิ์เลยนะประมาณ 40 กม/ชมได้มั้ง กว่าจะไปถึงร้านเจ๊กิมที่ผานกเค้าก็ปาเข้าไปเที่ยงกว่าๆ เข้าไปแล้ว หลังจากเติมพลังเสร็จสรรพเราก็ต่อรถสองแถวแดงไปที่ตีนภูอย่างด่วนจี๋ แล้วรีบสละสัมภาระต่างๆ ให้ลูกหาบ ((15 บาท/กิโลเชียวนะ แต่ว่าก็ยอมอ่ะ ถ้าแบกไปเองคงตายแหงแก๋))

     

    ปางกกคำ...ช่วงแรกนี้ชิวๆ ธรรมดามากๆ เรากับเพื่อนๆ เดินไปคุยไปหัวเราะกันไปเสียงลั่นป่า แต่พอถึงซำแฮกเท่านั้นแหละ เหอๆ 1 กิโลของซำแฮกก็ทำให้เราคว้าดาวมาหลายดวงเลยล่ะ แฮะๆ แบบว่าตรูจาเป็นลมเฟ้ย ตอนนั้นเราเริ่มเดินเงียบๆ แล้วนะ ไม่พูดไม่จากับใครทั้งนั้น กว่าจะไปถึงจุดพักเหนื่อยได้ก็เล่นเอาแทบตาย หลังจากพักดื่มน้ำเป๊ปซี่ กินหวานเย็น เขมือบลูกชิ้นปิ้ง และอื่นๆ อีกมากมาย เราก็ออกเดินทางต่อไป…

     

    ซำบอน ซำกกกอก ซำกอซาง พร่านพรานแป  ซำกกหว้า ซำกกไผ่ และซำกกโดน อันนี้ยังพอตะเกียกตะกายขึ้นไปไหว แต่เริ่มมีอาการแบบว่าหันหลังกลับไปมองทางที่เดินผ่านมาด้วยสายตาละห้อย คืออยากกลับไปตีนภูใจแทบขาดแต่ว่ากลับไปไม่ได้แล้วอ่ะ พอมาถึงทางขึ้นพรานหลังแปก็ประมาณว่าอยากลาตายอ่ะ ระยะทาง 4,150 เมตรเนี่ยก็ไกลพอควรแล้วนะ ยังๆ ยังไม่พอ มันยังแย่ไปกว่านั้นอีกคือมันทั้งชัน ทั้งต้องปีนป่ายชะง่อนหิน และบันไดเหล็กที่สูงชันได้ใจ

     

    ตอนนั้นเริ่มมีอาการแบบว่าก้าวขาไม่ออกแล้ว กว่าจะเดินๆ หยุดๆ มาถึงหลังแปรได้ก็เล่นเอาหอบแฮ่กๆ หมดเรี่ยวหมดแรงไปตามๆ กัน ตอนนั้นเรานึกว่าถึงที่กางเต็นท์แล้วนะ แต่พอหันไปเจอป้ายบอกทางให้ไปยังจุดบริการนักท่องเที่ยว ((จุดกางเต็นท์พักแรม)) อีก 5,500 เมตรเท่านั้นแหละ ขาอ่อนเลยคร้าบบบบ นั่งแหมะมันอยู่ตรงนั้นแบบว่าขอทำใจก่อนได้ไหมฟระ ขาตรูก้าวไม่ไปแล้ว แต่พอเงยหน้ามองพระอาทิตย์ ง่ะ...มันจะตกดินแว้ววว เรากับเพื่อนๆ ก็เลยต้องกัดฟันเดินฮุ่ยเล่...ฮุ่ยต่อไปจนถึงจุดบริการนักท่องเที่ยวจนได้ รอดตายไป เฮ้อ -*-“

     

    2 ทุ่มกว่าๆ แล้ว แต่ลูกหาบยังเอาสัมภาระมาส่งไม่ถึงบนยอดภูเลย แถมอากาศก็ยังเย็นยะเยือกได้ใจ ตอนนั้นเราใส่เสื้อไหมพรมหนาเลยนะ แต่เวลาลมพัดมาทีก็แบบว่ามันหนาวทะลุเสื้อเข้าไปถึงขั้วหัวใจเลย แฮะๆ แต่เจ้าเพื่อนๆ เราเด็ดกว่านั้นเพราะพวกมันสวมเสื้อยืดบางๆ ตัวเดียวอ่ะ พวกมันก็เลยต้องเดินปากสั่นกึกๆ ไปตลอดทาง ตอนหลังท่าทางพวกมันจะทนหนาวไม่ไหวเลยต้องไปเอาผ้านวมในเต็นท์มาพันตัว ((กลายร่างเป็นผีผ้าห่ม))

     

    พอตกดึกอากาศเริ่มเย็นมากขึ้นเรื่อยๆ น้ำค้างก็แรงมากจนกลายเป็นหยดน้ำซึมทะลุผ้าใบเข้ามาในเต็นท์ ตอนเช้าจากที่ตั้งใจว่าจะตื่นตี 4 ครึ่งเพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ก็กลายเป็นดูพระอาทิตย์ที่ร้านโจ๊กแทนเพราะตื่นไม่ไหว พอช่วงสายๆ ก็ออกเดินทางไกลไปไหว้พระพุทธเมตตา ไปดูใบเมเปิ้ลที่น้ำตกเพ็ญพบใหญ่ ((ขอสารภาพว่าเป็นน้ำตกเดียวที่พอดูได้ เพราะน้ำตกที่เหลือไหลอย่างกับน้ำก๊อกอ่ะ))

     

    จากนั้นก็เดินตามทางไปเรื่อยๆ ผ่านน้ำตกธารสวรรค์ แวะชมสระอโนดาด สถานีคมนาคมไล่ไปเรื่อยจนถึงผาหล่มสัก รวมๆ แล้วประมาณ 10 กิโลได้อ่ะ พอปูผ้าใบเพื่อกินข้าว เราก็ทิ้งตัวลงนอนเลย หมดแรง ปางตาย ไม่ไหวแล้วววว ทีแรกตั้งใจจะดูพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหล่มสักแต่คำนวณระยะทางและนึกถึงสังขารอันโรยราแล้วก็เปลี่ยนใจ เดินทำเวลากลับมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหมากดูกแทน ((หุหุ...คิดถูกชะมัดเพราะฟ้าปิด มองไม่ค่อยเห็นพระอาทิตย์ล่ะ))

     

    แสงสุดท้ายของวันลาลับขอบฟ้าไป ความมืดมิดก็เข้ามาปกคลุมพร้อมกับอุณหภูมิที่ค่อยๆ ต่ำลงจนเย็นยะเยือกอีกครั้ง เรากับเพื่อนๆ เดินลากขากลับจากผาหมากดูกมาที่เต็นท์ด้วยสภาพทุลักทุเลเต็มที่ เรียกว่ารากไม้ขวางหน้าอยู่เรายังยอมแพ้เดินอ้อมไปอีกนิดเพื่อหาที่ราบ ยกขาไม่ขึ้นแล้วอ่ะ ทั้งปวดและก็ตึงไปหมด แล้วคืนนั้นเรากับเพื่อนๆ ก็หลับเป็นตาย ((อ้อๆ แอบตื่นมาเคาท์ดาวน์กับคนอื่นๆ แป๊บนึงแล้วก็นอนต่อ...หุหุ))

     

    ตี 2 กว่าๆ เจ้าเพื่อนเวงมันก็ปลุกเราขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันเพื่อเตรียมตัวไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่นกัน ((วันนี้จะกลับแล้วอ่ะ ถ้าไม่ไปก็หมายความว่า “อด”)) เราออกเดินทางไปที่ผานกแอ่นเร็วพอสมควรก็เลยได้จับจองพื้นที่บริเวณริมผาเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น ((เสียว – กลัวความสูงอ่ะ แต่ว่าวิวสวยมากๆ)) พอพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าจนเต็มดวงแล้ว เราก็เดินทางกลับจากผานกแอ่น เตรียมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วเอาไปให้ลูกหาบ หลังจากนั้นก็ไปเติมพลังสำหรับการเดินทางลงภู

     

    บ่าย 3 โมงกว่าๆ เราก็วิ่งถลาลงมาถึงตีนภูเป็นผลสำเร็จ ฝากความประทับใจของสวรรค์ ((นรกในบางที)) ในหมอก...ดอกไม้งามเอาไว้เบื้องหลัง จำไม่ลืมเลยกับทุ่งหญ้าสีน้ำตาลอ่อนสลับเข้ม ((ตอนอ่านเจอในเน็ตเค้าบอกว่าทุ่งหญ้าเขียวขจีนะ)) และต้นสนงอนกัน ((ต้นที่ 2 มันเอนหนีอีกต้นอ่ะ มองดีๆ ผู้หญิงกำลังงอนป่องแล้วผู้ชายกำลังง้องอน เอ...หรือบางทีก็อาจสลับกันมั้ง))

     

    ทริปไปภูกระดึงครั้งนี้ทำเอาเราประทับใจไปอีกนาน ขาบวมตุ่ยและปวดสุดๆ ไป 3 วัน แต่ก็ได้มิตรภาพในคำว่าเพื่อนและพี่น้องกลับมา ถ้ามีใครถามว่าจะไปอีกไหม...ตอนกลับมาแรกๆ บอกเลยว่า “ไม่” ตรูจะไม่ไปเหยียบที่นั่นอีก แต่พอได้มาดูรูปถ่าย หนึ่งความทรงจำที่เก็บมาได้ก็อยากจะไปอีกครั้ง ได้ยินเค้าบอกกันว่าช่วงหน้าฝนมันจะสวยมากๆ ทุ่งหญ้าจะเขียวขจีด้วยน้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น...เราคงต้องรอให้มีป้าย “ครั้งที่สองในชีวิต พิชิตภูกระดึง” ก่อนนะ เราถึงจะไปเหยียบที่นั่นอีกครั้ง 555+




    ดู My.iD ของคนอื่นๆ | ดู Gallery ของคนอื่นๆ | ดู Diary ของคนอื่นๆ | บันทึกเป็น Favorite Diary

    ความคิดเห็นที่ 2

    โหยย  บ้านเราอยู่ใกล้มาก  แต่ไม่เคยไปเลย T^T

    Name : ^^Little_Larva^^ < My.iD >
    Email / Msn:
    วันที่ : 26 มกราคม 2550 / 04:11

    ความคิดเห็นที่ 1

    ง่ะอยากไปมั่งอ่ะ
    แต่ไม่น่ะเดินขาลาก -*-
    โฮกกกกกกกกกกกกกกกกก
    ได้บรรยากาศสุดๆเลยวุ้ย น่าไปๆ

    Name : [///MaMaVaSaBi///] < My.iD >
    Email / Msn:
    วันที่ : 25 มกราคม 2550 / 23:17

    Post your comment : แสดงความคิดเห็น
    ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

    ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
      โพสความเห็นด้วย member Login name Password
      โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์ตัวเลขที่เห็นลงในช่องว่าง

    My.iD Diary | Copyright © 1999-2006 All rights reserved to Dek-D Executive Producers