ดีค่ะ ช่วงนี้ มะว่างเรยอ่า.. (หายไปนาน)เพิ่งไปค่ายกลับมาเองค่า.. เด๋วพุ่งนี้ก้อไปเรียนพิเศษอีกง่า..เซง..จิง ~อินู๋ยิ้มแฉ่ง~- < My.iD > [11 ต.ค. 51 / 09:58]
เยี่ยมๆๆ ไม่ได้มานานเลย 555+ เราไม่ค่อยได้เปิดคอม เปิดก้ไม่ได้ค่อยเปิด ไอดี เท่าไร ก้เลยไม่ได้มาเยี่ยม ^o^Fei- < My.iD > [10 ต.ค. 51 / 18:10]
มาเยี่ยมค่า vanila- < My.iD > [8 ต.ค. 51 / 18:28]
-+อัพนิยายแล้วค่า อิอิ^0^ ขอโษที่มันช้าอย่างมากมาย~ -+ZeiZell+-- < My.iD > [5 ต.ค. 51 / 18:30]
โทดทีน่าที่หายไป เรียนหนักเวอร์ๆ รักสุดป่วนของก๊วนนักเรียนซ่า อัพแล้วนะค่ะวานช่วยเข้าไปอ่านแล้วก็เม้นให้ด้วยน่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ meeso- < My.iD > [5 ต.ค. 51 / 16:46]
บังเอิญไอดีคุณสวยสะกดใจความรักของผมเลยสะกดเป็นคำว่าhttp://my.dek-d.com/pond/story/view.php?id=448975 มาเฟียมาดร้ายvsนักข่าวสุดแสบ kiriyu_kura- < My.iD > [28 ก.ย. 51 / 18:30]
ดีจ้าน้องรีน่า วันนี้เพิ่งเข้าเน็ตได้หลังจากเข้าไม่ได้มา3เดือนT^Tเลยแวะมาเยี่ยมซะเลย ตอนนี้คงปิดเทอมแล้วขอให้มีความสุขในช่วงปิดเทอมเน้อ zarenzia- < My.iD > [27 ก.ย. 51 / 01:32]
woooow สวยที่สุ๊ด..............เลยอ่ะชอบอย่าลืมหม่ำนะค่ะ EARNRIKA- < My.iD > [25 ก.ย. 51 / 18:00]
อ่า หวาดดี ^o^Fei- < My.iD > [14 ก.ย. 51 / 12:42]
หวัดดีค่า...ช่วงนี้เหนื่อยมากค่า ..เพราะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ..ยังงัยก็ช่วยตอบกลับให้หายเหนื่อยหน่อยนะคะ..บะบาย ค่า... ~อินู๋ยิ้มแฉ่ง~- < My.iD > [7 ก.ย. 51 / 16:24]
ดีจ้า นู๋รี่ มิสๆน้าส์ ฝันดีคร่า บายจ้า จุ๊ฟๆ ~[nemo]~_*ตากลม^o^ !!- < My.iD > [2 ก.ย. 51 / 23:17]
ไม่ได้มาซะนาน โย้ ^o^Fei- < My.iD > [31 ส.ค. 51 / 15:13]
ดกีจ้าเชอรี่ คอมพ์เจ๊งเลยไม่ได้มาเล่นนานเลย มาตอบช้าไปหน่อยโทษนะจ๊า^^ BLood Berry- < My.iD > [26 ส.ค. 51 / 16:53]
-+อิอิ สวัสดีตอนเช้าจ้า^0^ -+ZeiZell+-- < My.iD > [25 ส.ค. 51 / 07:37]
วันนี้วันเกิดเย่ มาร่วม HBD พี่เยเย่ ที่ไดอารี่เรากันนะค่ะ^^ ~+_.Lo\/E SuJu._+~- < My.iD > [24 ส.ค. 51 / 19:04]
ว้าววว colorful มาก ^o^Fei- < My.iD > [23 ส.ค. 51 / 17:00]
วันนี้วันวันเกิด คิบอมแห่งเอสเจ มาร่วมอวยพรวันเกิดที่ไดอารี่เราได้เรยน้า^^; ~+_.Lo\/E SuJu._+~- < My.iD > [21 ส.ค. 51 / 20:55]
วันนี้วันวันเกิด คิบอมแห่งเอสเจ มาร่วมอวยพรวันเกิดที่ไดอารี่เราได้เรยน้า^^; ~+_.Lo\/E SuJu._+~- < My.iD > [21 ส.ค. 51 / 20:54]
ดีจ้า ยินดีที่ได้รู้จักน้า ฝันดีจ้า ^^ ใบเฟิร์นแก้ว- < My.iD > [21 ส.ค. 51 / 00:01]
take care นะจ๊ะน้องรี่ พี่จาตายแล้วน้องเอ๋ย -*-* ai.karn- < My.iD > [20 ส.ค. 51 / 19:35]
ดีค่า มาเยี่ยมค่ะ ฝากนิยายของเราด้วยนะคะ ^^ ว่างๆแวะมาอ่านหรือเม้นติชมด้วยนะคะ >< zole- < My.iD > [18 ส.ค. 51 / 21:49]
H E L L O มาเยี่ยมจ้า ขอบคุณที่เจียดเวลาไปหาเรานะ อิอิ ตอนนี้การบ้างเยอะมากมายมหาศาลจนบรรยายมิอาจได้ ขอโทษที่เรามาเยี่ยมช้าน้า patty55- < My.iD > [16 ส.ค. 51 / 12:35]
>>WOo\\\"~ หวัดดีวันหยุดสุดสัปดาห์จ๊ะ พูดสั้นๆ...หนมปั ง มาเยี่ยมนะ ^__^ หวังว่าคงตื่นกันแล้ว (รึปล่าว?) หนมปั ง- < My.iD > [16 ส.ค. 51 / 06:37]
อิอิ จนถึงวันนี้ยังไม่ได้บอกเลยงิ- -"ลูกอกะตัยยูเหอๆแย่เนอะ BTS-Stranger- < My.iD > [15 ส.ค. 51 / 19:25]
>> มองโลกแง่ดี มีความสุข...
การมองโลกแง่ดีเป็นศิลปะสำคัญของการดำรงชีวิตให้มีความสุข เป็นอุบายกล่อมใจ ให้ยอมรับสภาพปัญหาที่กำลังปรากฏ เพื่อให้มีกำลังใจ และความเข้มแข็งในการต่อสู้กับชีวิตต่อไป ผมเคยอ่านพระคัมภีร์ไบเบิ้ล พบคำสอนของพระเยซูที่ประทับใจบทหนึ่ง ท่านสอนว่า "ร่างกายสำคัญกว่าเสื้อผ้า ชีวิตสำคัญกว่าอาหาร" เป็นการสอนคนที่ขาดเสื้อผ้าให้ทราบว่า เขามีสิ่งที่สำคัญกว่าเสื้อผ้าคือร่างกายของตนเอง และสอนคนที่ขาดอาหาร ให้พอใจแล้วที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ ผมได้อ่านขำขัน ที่เด็กคนหนึ่งถูกเพื่อนขโมยขนมไปครึ่งหนึ่ง เด็กนั้นรำพึงรำพันว่า แกต้องเสียขนมไปตั้งครึ่งหนึ่ง แล้วเพื่อนก็ปลอบว่า ให้มองโลกในแง่ดีสิ แกยังเหลือขนมอีกตั้งครึ่งหนึ่ง การเปลี่ยนมุมมองสักนิด บางทีก็ทำให้อะไรๆ ดีขึ้นได้หลายอย่าง ในช่วงวิกฤต IMF นั้น หลายคนเดือดร้อนมาก บางคนล้มละลาย บางคนท้อแท้ใจในชีวิต แต่บางคนมองโลกในแง่ดีว่า ในวันที่เขาเกิดมานั้น เขาไม่มีอะไรมาเลย ไม่มีทรัพย์สิน กำลังกาย กำลังความรู้ ตอนนี้ถึงจะไม่มีทรัพย์สิน แต่ก็ยังมีกำลังกาย ความรู้ และประสบการณ์ นับว่ายังดีกว่าจุดเริ่มต้นอีกมากนัก การมองโลกในแง่ดีเพื่อสร้างความพอใจในสิ่งที่ตนมี ยอมรับในสิ่งที่ตนได้ เป็นคำสอนของปราชญ์ทั่วไป รวมทั้งพระศาสดาของเราชาวพุทธด้วย เช่นทรงสอนให้เรามองโลกด้วยความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกและสรรพสัตว์ แต่คำสอนทางพระพุทธศาสนา ยังก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง เหนือการมองโลกในแง่ดี คือการมองโลกตามความเป็นจริง การมองโลกตามความเป็นจริงของพระพุทธศาสนานั้นมีความลึกซึ้งและละเอียดอ่อนมาก คือท่านสอนตั้งแต่วิธีการมองโลกตามความเป็นจริง ให้รู้ปรากฏการณ์ทั้งปวงที่สัมผัสได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจตามที่มันเป็น โดยไม่นำประสบการณ์ หรือความคิด เข้าไปเบี่ยงเบนการเรียนรู้นั้น ท่านชี้บอกกระทั่งว่า เมื่อมองโลกตามความเป็นจริงแล้ว เราจะเห็นอะไรคือเราจะเห็นว่า สิ่งที่ถูกเห็นทั้งปวงนั้น มีความเกิดขึ้นด้วยเหตุ และดับไปเมื่อเหตุดับ ยังมีคำสอนที่ลึกซึ้งและอัศจรรย์ยิ่งกว่านี้อีก คือท่านสอนให้มองย้อนเข้ามาที่ตนเองด้วย ไม่ใช่เพียงรู้โลกตามความเป็นจริงเท่านั้น หากแต่ยังให้รู้จักมองตนเอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ทั้งปวงด้วย ความรู้ทางพระพุทธศาสนาจึงเป็นความรู้ที่แจ่มแจ้ง คือรู้ตามความเป็นจริงถึงสิ่งภายนอก อันได้แก่ปรากฏการณ์ทั้งปวง และรู้ชัดถึงสิ่งภายใน อันได้แก่สิ่งที่เรียกว่า เรา เรา เรา ด้วย เมื่อมองทุกอย่างตามความเป็นจริงจนถึงขั้นปราศจากตัวเราแล้ว สิ่งภายนอกทั้งปวงจะมีความหมายอะไร ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่ต้องคอยนั่งปลอบใจตนเอง หรือพยายามมองโลกในแง่ดีเป็นคราวๆ ไป การแก้ปัญหาความทุกข์ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจึงมีจุดสิ้นสุด หากจะสรุปรวบย่อ ก็อาจกล่าวได้ว่า มองโลกแง่ดี มีความสุข มองโลกตามความเป็นจริง พ้นทุกข์
การมองโลกแง่ดีเป็นศิลปะสำคัญของการดำรงชีวิตให้มีความสุข เป็นอุบายกล่อมใจ ให้ยอมรับสภาพปัญหาที่กำลังปรากฏ เพื่อให้มีกำลังใจ และความเข้มแข็งในการต่อสู้กับชีวิตต่อไป ผมเคยอ่านพระคัมภีร์ไบเบิ้ล พบคำสอนของพระเยซูที่ประทับใจบทหนึ่ง ท่านสอนว่า "ร่างกายสำคัญกว่าเสื้อผ้า ชีวิตสำคัญกว่าอาหาร" เป็นการสอนคนที่ขาดเสื้อผ้าให้ทราบว่า เขามีสิ่งที่สำคัญกว่าเสื้อผ้าคือร่างกายของตนเอง และสอนคนที่ขาดอาหาร ให้พอใจแล้วที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ ผมได้อ่านขำขัน ที่เด็กคนหนึ่งถูกเพื่อนขโมยขนมไปครึ่งหนึ่ง เด็กนั้นรำพึงรำพันว่า แกต้องเสียขนมไปตั้งครึ่งหนึ่ง แล้วเพื่อนก็ปลอบว่า ให้มองโลกในแง่ดีสิ แกยังเหลือขนมอีกตั้งครึ่งหนึ่ง การเปลี่ยนมุมมองสักนิด บางทีก็ทำให้อะไรๆ ดีขึ้นได้หลายอย่าง ในช่วงวิกฤต IMF นั้น หลายคนเดือดร้อนมาก บางคนล้มละลาย บางคนท้อแท้ใจในชีวิต แต่บางคนมองโลกในแง่ดีว่า ในวันที่เขาเกิดมานั้น เขาไม่มีอะไรมาเลย ไม่มีทรัพย์สิน กำลังกาย กำลังความรู้ ตอนนี้ถึงจะไม่มีทรัพย์สิน แต่ก็ยังมีกำลังกาย ความรู้ และประสบการณ์ นับว่ายังดีกว่าจุดเริ่มต้นอีกมากนัก การมองโลกในแง่ดีเพื่อสร้างความพอใจในสิ่งที่ตนมี ยอมรับในสิ่งที่ตนได้ เป็นคำสอนของปราชญ์ทั่วไป รวมทั้งพระศาสดาของเราชาวพุทธด้วย เช่นทรงสอนให้เรามองโลกด้วยความเมตตาต่อเพื่อนร่วมโลกและสรรพสัตว์ แต่คำสอนทางพระพุทธศาสนา ยังก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง เหนือการมองโลกในแง่ดี คือการมองโลกตามความเป็นจริง การมองโลกตามความเป็นจริงของพระพุทธศาสนานั้นมีความลึกซึ้งและละเอียดอ่อนมาก คือท่านสอนตั้งแต่วิธีการมองโลกตามความเป็นจริง ให้รู้ปรากฏการณ์ทั้งปวงที่สัมผัสได้ด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจตามที่มันเป็น โดยไม่นำประสบการณ์ หรือความคิด เข้าไปเบี่ยงเบนการเรียนรู้นั้น ท่านชี้บอกกระทั่งว่า เมื่อมองโลกตามความเป็นจริงแล้ว เราจะเห็นอะไรคือเราจะเห็นว่า สิ่งที่ถูกเห็นทั้งปวงนั้น มีความเกิดขึ้นด้วยเหตุ และดับไปเมื่อเหตุดับ ยังมีคำสอนที่ลึกซึ้งและอัศจรรย์ยิ่งกว่านี้อีก คือท่านสอนให้มองย้อนเข้ามาที่ตนเองด้วย ไม่ใช่เพียงรู้โลกตามความเป็นจริงเท่านั้น หากแต่ยังให้รู้จักมองตนเอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ทั้งปวงด้วย ความรู้ทางพระพุทธศาสนาจึงเป็นความรู้ที่แจ่มแจ้ง คือรู้ตามความเป็นจริงถึงสิ่งภายนอก อันได้แก่ปรากฏการณ์ทั้งปวง และรู้ชัดถึงสิ่งภายใน อันได้แก่สิ่งที่เรียกว่า เรา เรา เรา ด้วย เมื่อมองทุกอย่างตามความเป็นจริงจนถึงขั้นปราศจากตัวเราแล้ว สิ่งภายนอกทั้งปวงจะมีความหมายอะไร ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่ต้องคอยนั่งปลอบใจตนเอง หรือพยายามมองโลกในแง่ดีเป็นคราวๆ ไป การแก้ปัญหาความทุกข์ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาจึงมีจุดสิ้นสุด
หากจะสรุปรวบย่อ ก็อาจกล่าวได้ว่า มองโลกแง่ดี มีความสุข มองโลกตามความเป็นจริง พ้นทุกข์