สวัสดีผู้เยี่ยมชม [ เข้าระบบ | สมัครสมาชิก ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Boy-Friend : เป็นแฟนกันไหม [Yaoi]

ตอนที่ 40 : [Din&Plang] อดีตรักลวงใจ...................07


     อัพเดท 10 ม.ค. 57
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/สบายๆ คลายเครียด
Tags: yaoi, วาย, ชายรักชาย
ผู้แต่ง : Love2more ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Love2more Email : senner653(แอท)hotmail.com
My.iD: http://my.dek-d.com/seesenner
< Review/Vote > Rating : 91% [ 11 mem(s) ]
This month views : 887 Overall : 66,217
1,713 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 1633 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Boy-Friend : เป็นแฟนกันไหม [Yaoi] ตอนที่ 40 : [Din&Plang] อดีตรักลวงใจ...................07 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1030 , โพส : 26 , Rating : 25 / 5 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


 

 

...อดีตรักลวงใจ...

{07}  ความเจ็บที่ไม่เคยชาชิน

 

“คิดถึงเหมือนกันนะครับ พี่ชาย” ผมเอ่ยออกไปด้วยเสียงแผ่วเบา สิบปีนับจากวันที่ต้องบอกลากัน ผู้ชายที่เดินขึ้นรถไปพร้อมรอยยิ้มกว้างกับคำสัญญาว่าจะรีบกลับมาหา รีบกลับมารับตัวเล็กไปอยู่ด้วยกัน คุณลุงทอดสายตามองเด็กผู้ชายตัวเล็กที่เอาแต่หลบหลังแม่ ไม่กล้าจะเอ่ยลาเมื่อพี่ชายจะจากไป รู้สึกใจหายเมื่อนึกถึงเช้าวันต่อไปจะไม่มีพี่ชายมาดึงพาห่มให้ต้องตื่นนอน

“ตัวเล็กอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เดี๋ยวตัวโตก็กลับมาหาตัวเล็กนะครับ” เด็กชายตัวสูงกว่าบอกพลางดึงมือที่เกาะชายเสื้อแม่ออกมากุมไว้เบาๆ

“อื้อ ตัวโตจะไปแล้วนี่น่า” เด็กที่รู้เพียงว่าพี่ชายจะไม่ได้อยู่ด้วย แล้วเขาจะต้องอยู่คนเดียวเหมือนแต่ก่อน พ่อกับแม่ยืนมองลูกชายที่กำลังทำหน้าเศร้าด้วยความสงสารปนขบขันกับท่าที่ลูกชายที่คล้ายจะอ้อนพี่

“ตัวโตไม่ได้ไปไหนไกลซะหน่อย ถ้าตัวเล็กคิดถึงก็ไปหาตัวโตได้” พี่ชายเอ่ยออกมาช้าๆ

“แล้วถ้าคิดถึงทุกวัน” เสียงแผ่วเบาแทรกขึ้น จนคนที่อยู่รอบข้างยิ้มออกมา มันอาจจะเป็นการจากลาแต่ทุกคนก็เชื่อว่ามันเป็นแค่ระยะสั้นๆ อีกไม่นานเด็กชายทั้งสองคนย่อมได้เจอกันอีกแน่นอน

“ตัวโตก็จะคิดถึงตัวเล็กทุกวันเหมือนกัน ตัวโตรักตัวเล็กที่สุดเลยนะ” พี่ชายดึงร่างบางเข้าไปกอดไว้แน่น ถ้อยคำที่กระซิบบอกชิดใบหู คนฟังกดหน้าลงกับแผ่นอกเป็นการรับรู้และเข้าใจ

“รีบกลับได้แล้วมั่ง ไอ้เจ้าดิน ลากันนานกว่านี้มีหวังพ่อได้เห็นคนร้องไห้” คุณลุงยืนพิงรถยนต์คันหรูเอ่ยบอกอย่างล้อเลียน

“ตัวโตจะมารับตัวเล็กนะ รอตัวโตด้วยนะครับ” พี่ชายบอกด้วยรอยยิ้มกว้างให้คนที่ยังเกาะชายเสื้อไม่ยอมปล่อย ก่อนที่ปากบางจะย้ำคำอีกครั้ง

“สัญญาแล้วนะ”

“สัญญาครับ” คำสัญญาของเด็กแปดขวบยังคงติดอยู่ในความทรงจำกระทั่งทุกวันนี้ ไหนเคยสัญญาว่าจะมารับ มันคงผิดที่ตัวเล็กไม่สามารถอยู่รอตัวโตในที่ๆ จากกันตอนนั้น แต่ไม่มีวันไหนเลยที่ตัวเล็กจะไม่รอ รอคนที่เคยสัญญากันไว้ หากคนยังคงรักกัน ไม่ว่านานแค่ไหนความรักก็ยังคงอยู่เช่นเดียวกับคนที่ยังคิดถึงกันไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็น่าจะจำกันได้ ที่ไม่พูดไม่ใช่ไม่อยากให้รู้ แต่ถ้ารู้เพราะผมกลับมาย้ำมันจะไปมีค่าอะไร ถ้าวันนี้ความรู้สึกดีๆ เมื่อวันนั้นไม่เหลืออยู่ก็เหมือนซ้ำเติมตัวเองก็เท่านั้น

“พี่ดิน อื้อ...” คำที่กำลังจะเอ่ยออกมาถูกกลืนหายไปพร้อมกับริมฝีปากที่ประกบลงมา ลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้ามากับรอยแยกของริมฝีปาก กวาดไปทั่วโพรงปากนุ่ม ไล่ต้อนเกี่ยวพันกับลิ้นเล็ก คนตัวโตถอนริมฝีปากออกให้หายใจเพียงชั่ววินาทีแล้วประกบลงใหม่ที่เพิ่มความดุดัน รุนแรงกว่าครั้งแรก

ริมฝีปาบางเป็นอิสระอีกครั้งหลังจากคนตัวโตครอบครองอยู่นาน กดจูบรุนแรงจนปากบางบวมเจ่อ ก่อนจะผละลงมาซุกที่ซอกคอขาว ดูดเม้มสร้างร่องรอยสีกุหลาบทั่วลำคอระหงส์ มือหนาแทรกผ่านผ้าเนื้อบางเข้าไปสัมผัสแผ่นท้องแบนราบด้วยอารมณ์ปรารถนา

“ตัวเล็กรักตัวโตนะ”

 

 

มือหนาตบลงมาที่ไหล่อย่างแรงจนต้องหันไปมองเจ้าของมืออย่างเคืองๆ มันยกยิ้มกวนประสาทแล้วนั่งลงข้างๆ แถมด้วยการเอาขามาพาดขาผมเอาไว้อีกต่างหาก มึงจะสบายไหมว่ะ

“มองหน้าหาเรื่องเหรอมึง” คำนั้นน่าจะเป็นกูพูดมากกว่าไหม

“กวนตีนล่ะ เอาขามึงออกไปเลย” ผมยกขาที่แทบจะเรียกว่าท่อนซุงของมันออกจากขาตัวเอง ขยับตัวออกห่างเท่าที่จะทำได้

“โห่ ก่ายนิดก่ายหน่อยทำเป็นบ่นนะมึง กูอุตส่าห์เสียสละเวลาเดทสาวมานั่งเฝ้ามึงเชียวนะ” ไอ้วินทำหน้าเซ็งๆ บ่นออกมา ไอ้การที่มันไปลากกูออกมาจากห้องนี่เป็นภาระมึงมากเนอะ ผมก็ไม่รู้ว่าได้บอกมันตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าอยากมาทะเลเนี่ย ผมก็นอนอยู่ห้องของผมดีๆ อยู่แล้ว

“เท่าที่กูรู้ มึงเป็นคนลากกูมาเองนะ” ผมถามกลับอย่างเอือมๆ เป็นห่วงก็ไม่รู้จักบอกมาดีๆ จะทำเป็นกั๊กทำไมก็ไม่รู้ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ผมเห็นว่ามันเป็นห่วง ไม่เหมือนบางคนที่ไม่เคยมีท่าทางอะไรเลย

“เหม่ออีกล่ะ” ไอ้วินเปร่ยขึ้น ผมแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยเอง

“มึงคิดยังไงถึงพากูมาทะเล” ตอนนี้ปิดเทอมแรกของปีเรียบร้อยแล้ว เพิ่งผ่านมหกรรมการสอบเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว พวกเรามีเวลาปิดเทอมครึ่งเดือนก่อนกลับไปเจอบทเรียนหฤโหดของเทอมสอง

“กูเห็นมึงอึนๆ ก็เลยอยากให้มาเปิดหูเปิดตาบ้างไง ความจริงกูก็ชวนไอ้กิมกับไอ้โคมนะ แต่พวกมันแม่งหนีไปนนท์กันซะก่อน เลยเหลือแค่มึงกับกู” ผมไม่กล้าถามถึงคนที่มันไม่เอ่ยถึง ไม่กล้าถามว่าทำไมมันไม่ชวนเพื่อนอีกคน บางที่ผมก็กำลังหนีความจริงมากกว่าจะเรียกว่าตัดใจ

“มึงเห็นทะเลไหม” ไอ้วินพูดขึ้นอีก เบื้องหน้าเป็นผื่นน้ำกว้างใหญ่ จากมุมนี้ผมมองไม่เห็นว่าแผ่นดินอีกด้านหนึ่งอยู่ห่างไกลแค่ไหน เราเห็นแค่ผื่นน้ำที่บรรจบกับผื่นฟ้า เป็นภาพที่สวยงามยิ่งเป็นช่วงตะวันคล้อยต่ำใกล้ลับหายไปด้วยแล้ว

“ตอนนี้มันอาจจะสวยงามในสายตามึง แต่อย่าลืมว่าทะเลก็ยังมีวันที่โดนพายุซัดกระหน่ำจนไม่เหลือความงาม ก็เหมือนกับคนนั้นแหล่ะ มีทั้งวันที่ดีและวันที่เลวร้าย ความเจ็บปวดมันแสนสาหัสก็จริงแต่อย่าลืมความสุขที่เคยได้รับมา ไม่ว่าลมพายุจะแรงสักเท่าไหร่สุดท้ายทะเลก็ยังคงกลับมาสวยงามดั่งเดิม มึงว่าไหม” ไอ้วินหันมามองผมด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มที่มีแต่ความจริงใจ มันคงอยากพูดอะไรมากกว่านี้ แต่ก็เลือกที่จะนั่งอยู่ข้างๆ แทน

“ขอบคุณนะ” ผมไม่รู้จะตอบแทนมันยังไงดี ทั้งการที่มันพาผมออกมาพบโลกกว้างๆ ปล่อยอารมณ์สับสนไปกับท้องฟ้าและผื่นน้ำ ถึงมันจะไม่หายไปทั้งมันก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย

“ขอบคุณทำไม กูพามึงมาหารค่าห้องต่างหาก ห้องที่นี่โคตรแพง” มันเปลี่ยนโหมดอารมณ์กะทันหันซะผมตามไม่ทันเลย ทีเมื่อกี้ทำเป็นซึ้งใส่

“จะดึงแขนกูทำไมเนี่ย” ผมร้องโวยวายเมื่อมันฉุดแขนผมให้ลุกขึ้นจากระเบียงบ้านพักสุดหรูที่รู้มาว่าเป็นรีสอร์ทในเครือครอบครัวไอ้พีพี ที่พักก็ไม่พ้นไปปล้นของฟรีๆ มาแน่ๆ

“ไปเล่นน้ำกัน มาทะเลมันก็ต้องเล่นน้ำสิว่ะ”

“พระอาทิตย์จะตกฟ้าแล้วเนี่ยนะ” เล่นน้ำตอนนี้ได้ไม่สบายกันพอดีสิ

“เออ เล่นตอนนี้ล่ะ ถ้ามึงป่วยเดี๋ยวกูดูแลเอง” ไอ้วินยังไม่ยอม มันเปลี่ยนจากฉุดแขนมาโอบเอวผมแล้วอุ้มขึ้นแทน แล้วผมมันก็ตัวหนักขนาดที่มันอุ้มไม่ขึ้นด้วยสิ

“ไอ้วิน ไม่เอา กูไม่เล่น” ผมแต่ร้องแหกปากบอก มือก็เกาะไหล่มันไว้ทันทีที่ตัวลอยสูงจากพื้น ไอ้แรงควายเอ้ย อยากจะทุบมันแรงๆ ให้สมใจที่มันแกล้งพาผมวิ่งลงทะเล แต่ก็กลัวตัวเองจะหล่นตุบลงพื้นจนต้องยอมให้มันโยนลงทะเลสมใจ

“กูไม่สบายขึ้นมานะมึง” ผมชี้หน้าคาดโทษไอ้คนที่ยืนอยู่ไม่ห่างนัก

“อยู่กับกูมึงไม่กล้าไม่สบายหรอก” ไอ้วินบอกอย่างมั่นใจ

“กูจะไม่สบายเพราะมึงแม่งเล่นแบบนี้แหล่ะ กูเปียกหมดแล้วเนี่ย” ผมบ่นพลางดูความเสียหายของเสื้อผ้าที่เปียกน้ำทะเล

“มึงไม่รู้เหรอว่ากูเป็นใคร กูลูกหมอนะโว้ย โรคอะไรก็ต้องกลัวกู”

“ไอ้ห่าวิน มึงก็คิดได้เนอะ” ได้โอกาสผมก็ด่าเข้าให้กับความปัญญาอ่อนของมัน ก่อนจะเริ่มสงครามสาดกระสุนน้ำใส่กันไปมาท่ามกลางแสงสว่างที่ค่อยๆ หายไป เสียงพวกเราสองคนดังก้องไปทั้งหาด ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ผมรู้สึกว่ามันผ่อนคลายและสบายใจกว่าที่เคย รอยยิ้มที่หายไปมันคงอยากกลับมาอยู่กับผมจะแย่แล้วล่ะ

 

 

นับจากวันที่ไอ้วินเปิดประตูเข้าไปลากผมออกจากห้องมาก็สามวันแล้ว โทรศัพท์ผมมันก็ยึดเอาไว้ด้วยครับ มันบอกว่ามาเที่ยวพักผ่อนไม่จำเป็นต้องติดต่อใคร ถ้ามีเรื่องจำเป็นเดี๋ยวเขาก็โทรเข้าเครื่องมัน นี่แสดงว่ามันไปป่าวประกาศว่าจะลากผมมากักขังใช่ไหม จัดการทุกเรื่องซะเรียบร้อย ไอ้ผมก็เลยสบายแค่นั่งๆ นอนๆ ไปวันๆ

การหนีมาอยู่แบบนี้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมากกว่าอยู่คนเดียวแล้วก็หยุดคิดฟุ้งซ่านไม่ได้ มีไอ้วินคอยก่อกวนก็พอให้ได้ยิ้มได้หัวเราะ มีมันคอยอยู่ข้างๆ ให้กำลังใจและคอยเป็นห่วงก็ดีว่าไม่มีใคร ไหนจะไอ้โคมที่โทรมาถามข่าวผมวันละหลายรอบ ถ้าจะห่วงขนาดนั้นไม่หอบเสื้อผ้ามาหาผมที่นี่เลยก็ไม่รู้

“ออกมาตากหมอก ตากลมเดี๋ยวก็ไม่สบาย” เสียงฝีเท้าเบาๆ มาพร้อมเพื่อนร่างสูงที่ยืนมองผมด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ ในมือมันไม่ลืมติดผ้าห่มผืนเล็กมาให้ด้วย ไม่ต้องรอให้มันบอกผมก็ยื่นมือออกไปรับมาทันที

“รู้ว่าไม่สบายง่ายก็ไม่รู้จักห่วงตัวเองซะบ้าง ปล่อยให้คนอื่นห่วงมึงมากๆ เกรงใจเขาบ้างไหม” ผมกระชับผ้าเข้าหาตัวพลางขมวดคิ้วแน่น ผมก็อยู่ของผมเฉยๆ ยังไปสร้างภาระอะไรให้ใครอีก

“กูก็อยู่ของกูเฉยๆ นะ” ผมบอกออกไปด้วยความสงสัย ไอ้วินนั่งลงบนพื้นระเบียงใกล้ๆ พ่นลมหายใจออกเบาๆ แล้วก็จ้องหน้าผมด้วยความจริงจัง

“เพลง มึงรู้สึกไม่ดีก็บอกออกมาตรงๆ สิ พวกกูอยู่ข้างมึงเสมอ การที่มึงปิดเงียบเอาไว้คนเดียวแต่หน้าตามึงมันฟ้องว่ามึงมีเรื่องทุกข์ใจแบบนี้จะให้พวกกูอยู่เฉยๆ ดูมึงทรมานตัวเองได้เหรอว่ะ พวกกูเป็นห่วงมึงนะเว้ย”

“กูแสดงออกขนาดเลยเหรอ” ผมถามกลับเสียงอ่อย ช่วงที่ผ่านมามีหลายอย่างที่แตกต่างจากเดิม มันเป็นสิ่งที่ผมทำเองทั้งหมด ผมพยายามหลบหน้า พยายามไม่เข้าใกล้คนที่รัก เพราะกลัวจะเผยความอ่อนแอออกมาให้คนอื่นเห็น ซึ่งมันคงผิดปกติจนไอ้วินเอามาพูดในวันนี้

“ไม่หรอกเพลง แต่เพราะกูแอบสงสัยอยู่ต่างหาก มึงเนียนแต่ยังไม่เนียนพอ กูถึงรู้ว่ามึงกำลังทุกข์ใจ ไม่ว่าเรื่องอะไรที่ทำให้มึงเจ็บ กูอยากให้มึงรู้ว่ากู ไอ้กิม ไอ้โคมยังพร้อมจะช่วยรักษาให้มึงดีขึ้น อย่าให้คนๆ เดียวมาทำลายทั้งชีวิตของมึงเลย” ผมคิดว่าเสมอว่าตัวเองเข้มแข็งแต่ความจริงแล้วผมมันคนอ่อนแอ ถึงสุดท้ายก็ต้องมีคนคอยปลอบ คอยเตือนสติ คอยแนะทางที่ต่างจากเดิม

“อยากร้องก็ร้องออกมา แล้วพรุ่งนี้ยิ้มให้กูด้วย รู้ไหม” ผมก้มหน้ามองมือตัวเองโดยไม่กล้าเงยขึ้นสบตามัน กลัวว่ามันจะรู้เรื่องที่เก็บเอาไว้กว่าสิบปี กลัวว่ามันจะเห็นน้ำตาที่ค่อยๆ ไหลลงช้าๆ

“ร้องเถอะ” ไอ้วินขยับเข้ามานั่งใกล้ๆ มันเอียงหัวผมไปพิงไว้ที่ไหล่ตัวเอง พลางลูบหัวผมเบาๆ ความมืดคงบดบังรอยน้ำตา เสียงเพลงของนกน้อยคงช่วยกลบเสียงสะอื้นของผมในคืนนี้ได้

            เรื่องคืนนั้นมันอาจจะเป็นความผิดพลาดของคนเมาแต่มันเป็นความเต็มใจของผมที่ยอมให้คนที่รักที่สุดครอบครอง บทรักที่ไม่ได้อ่อนโยนหากแต่ก็ไม่ได้รุนแรง มันเต็มไปด้วยความต้องการและแรงปรารถนาอย่างที่ผู้ชายรู้สึก คงยิ่งกว่าบ้าถ้าจะบอกว่าผมดีใจที่ได้มอบความบริสุทธิ์ให้เขา ยินดีที่ครั้งหนึ่งถูกเขากอด แม้ว่าสติรับรู้จะแทบไม่มีเหลือ และผมก็ไม่มีความกล้าพอที่จะอยู่เผชิญความจริงเมื่อลืมตาตื่นจึงต้องหลบออกมาก่อนที่อีกคนจะรู้สึกตัว

            การทำตัวเป็นปกติเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมันยากเมื่อเรารู้แก่ใจดี แต่ผมไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น ผมยังคงไปเรียนแม้จะเพลีย ยังวิ่งไล่ไอ้โคมถึงจะเจ็บเสียดทุกครั้งที่เดิน เอาเวลาที่จะเครียดกับเรื่องความรักไปสนใจเนื้อหาที่จะสอบ กระทั่งผ่านมันมาได้จนถึงวันนี้

            เขาไม่เคยปริปากพูดถึงคืนนั้น ผมไม่รู้ว่าเขามีสติเหลือสักเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าตื่นมาแล้วยังจำเรื่องราวในคืนนั้นได้แค่ไหน อาจเพราะเป็นช่วงสอบที่ผมหมกมุ่นอยู่แต่กับตำรา ไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวนักหรือบางทีอาจเพราะผมไม่อยากรู้ว่าเขาจะรู้สึกยังไง รู้สึกเหมือนผมบ้างไหม รู้สึกอยากจะรักผมบ้างหรือเปล่าหรือว่ายังอยากให้เรากลับมาเป็นเพื่อนกันอย่างเดิม

            แหวนวงเดิมที่เคยวางไว้ผมหยิบมันติดมือมาอีกครั้ง วันนั้นที่ผมยอมเป็นของอีกคนทั้งตัวและหัวใจ มันทำให้รู้ว่าผมยังไม่อาจตัดใจได้ การคืนของไปมันก็คงไม่มีความหมาย แม้จะรู้ว่าไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของแต่ผมก็ขอเก็บมันไว้กับตัวก่อนที่จะปล่อยมือจากมันไป

            อีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอม ผมต้องตั้งสติให้ดีกับการต้องกลับไปเจอคนที่ไม่อยากเจอ ซึ่งเป็นคนที่ยังคิดถึง ผมจะกลับไปเป็นไอ้เพลงคนเดิมที่ทุกคนรู้จัก คนที่มีรอยยิ้มแจกจ่ายให้ทุกคน  คนที่ไม่เคยสนใจและแคร์ใคร คนที่เข้มแข็งในสายตาคนรอบตัว คนชื่อเพลงเก่งจะตาย ผมจะต้องเก่งให้เหมือนคนที่ให้ชื่อนี้มา และถ้าวันไหนผมทำได้อย่างนั้นผมจะเอาตัวตนของตัวเองคืน

           

 

            “ไอ้วิน!!!

ผมร้องตะโกนลั่นบ้านพักหลังเล็กที่มีห้องนอนสองห้อง ห้องรับแขกและระเบียงด้านนอก พื้นที่แคบๆ แต่ทำไมผมหาเพื่อนตัวควายไม่เจอ เพิ่งจะแปดโมงมันหายไปไหนแต่เช้า ปกติก็ตื่นเกือบเที่ยง ผมเดินวนรอบบ้านพักอยู่หลายรอบก็ไม่เจอจนตั้งมานั่งดูทีวีรอไอ้ตัวดีมันกลับมา

            “ตื่นแล้วเหรอ” ผมชายตาไปมองผู้ชายตัวสูง ความจริงมันสูงกว่าผมห้าเซ็นเลยล่ะครับ ไม่รู้พ่อแม่ให้กินอะไรมีแต่คนตัวสูงๆ แต่ผมก็ดีใจนะที่สูงกว่าไอ้โคมน่ะ ไอ้วินยิ้มหน้าบานเข้ามาในตัวบ้าน

            “เป็นไรว่ะ หน้าบูดเชียว” มันวางของที่ถือมาลงกับโต๊ะ เดินมาสำรวจหน้าผมด้วยการยื่นหาเข้ามาหาจนผมต้องรีบผลักหน้ามันออกไป ชักจะใกล้เกินไปแล้ว

            “ถอยไปห่างๆ กูเลย แล้วนี่มึงหายไปไหนมา ปล่อยให้กูเรียกหาตั้งนานห่ะ” ผมพูดออกไปเสียงดังอย่างเก็บกดเพราะมันไม่อยู่ให้ผมด่าตั้งหลายชั่วโมง สายโด่ขนาดนี้ผมยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย

            “กูออกไปซื้อของมา มึงมีอะไรป่ะล่ะ” ไอ้วินนั่งลงโซฟาตัวเดียวกันแล้วแย่งรีโมทในมือผมไปกดเปลี่ยนช่องให้ผมต้องมองมันอย่างเคืองๆ

            “ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเล้ย” ผมแกล้งประชดเสียงสูง ยกมือขึ้นกอดอก หันหน้าออกไปมองวิวทะเลด้านนอก

            “อ้าว งอนกูซะแล้ว กูทำอะไรผิดเนี่ย”

            “มึงจะไปทำผิดอะไร”

            “ไอ้เพลง หันมาเลย มึงเนี่ยทำไมชอบพูดอะไรที่มันตรงข้ามกับความรู้สึกว่ะ กูทำผิดอะไรก็บอกกูสิ” มือหนาดึงแขนผมแรงๆ ให้หันไปมองหน้ามัน ผมไม่ได้งอนมันแต่ผมกำลังโกรธมันต่างหาก

            “มึงออกไปข้างนอกทำไมไม่บอกกู แล้วยังกลับมาตั้งป่านนี้ กูยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย มึงรู้ไหม” ผมหันกลับไปบอกมันเสียงดัง ตั้งแต่เช้ามีแค่น้ำตกถึงท้องจนมันแสบไปหมด อารมณ์นี้ผมกำลังโมโหหิวครับ บอกเลย

            “กูออกไปตั้งแต่เช้าเห็นมึงหลับสบายกูก็เลยไม่อยากปลุก แล้วข้าวเช้าถ้าหิวก็โทรสั่งให้เขาเอามาส่งสิมารอกูทำไมล่ะ” ไอ้วินว่าออกมาอย่างงงๆ เออ ผมก็ลืมไปว่าที่นี่มันเป็นรีสอร์ท เขามีบริการส่งอาหารถึงห้องพัก แล้วใครบอกให้มันเป็นคนสั่งมาให้ผมกินทุกวันล่ะ คนไม่เคยทำมันก็ลืมนึกไปสิ

            “ยังไงมึงก็ผิดอยู่ดีที่ไม่ยอมปลุกกูก่อน” ผมกอดอกตั้งหน้าบอกอย่างไม่ยอมแพ้

            “ทีแบบนี้ล่ะเก่งกับกูเชียวนะมึง ตกลงว่ายังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม” มันถามย้ำอย่างยอมแพ้ นานๆ ทีมันจะยอมลงให้ผมก่อนนะเนี่ย ทุกทีทะเลาะกันแทบตายก็ไม่มีใครยอมใคร

            “ก็ใช่นะสิ”

            “หึ ไอ้เด็กเอ้ย” ผมได้แต่ตัวแข็งทื่อกับสัมผัสเบาๆ ที่แตะลงบนกลุ่มผมบนหัวตัวเอง รอยยิ้มเอ็นดูของเพื่อนราวกับกำลังเล่นอยู่กับลูกหมา มันหัวเราะแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดสั่งอาหารให้ทันที พอสั่งเสร็จก็หันมาขมวดคิ้วให้ผมอีกที

            “ปวดท้องด้วยไหม”

            “อะ เออ” ผมพยายามเรียกสติของตัวเองกลับมา

            “นั่งรอตรงนี้ล่ะ สักพักพนักงานก็น่าจะเอาอาหารมาส่ง” ไอ้วินบอกแล้วเดินหายเข้าไปในห้องนอน ผมหยิบหมอนใบเล็กขึ้นมากอดไว้ ส่งสายตาสงสัยตามบานประตูที่ปิดลง คิ้วที่ขมวดเข้าหากันช้าๆ ด้วยความมึนงง ไอ้วินมันดูใจดีกับผมแปลกๆ ตั้งแต่มามันก็มีคำพูดดีๆ คอยปลอบและให้แง่คิด ไหนจะยอมให้พิงไหล่จนเผลอหลับเมื่อคืนนี้อีก

 

 

          “ไอ้วิน มึงซื้ออะไรมาว่ะ” ผมส่งเสียงถามคนที่หายเข้าไปในห้อง มือก็รื้อถุงที่มันวางทิ้งไว้ ผมหยิบกล่องสี่เหลี่ยมออกมาจากถุงพลาสติก แอบเขย่าๆ ฟังเสียงแต่ก็ไม่เห็นมีเสียงอะไรดังออกมา พอเอาเข้ามาส่องใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่ามันเป็นกล้อง ดีนะที่เขย่าไม่แรงถ้าของมันพังขึ้นมาผมโดนด่าหูชาแน่

            “มึงก็ดูเองสิ” ไม่ต้องบอกผมก็สำรวจเรียบร้อยแล้ว ก็แค่ถามไปงั้นๆ ล่ะ แต่ไอ้ที่ผมสงสัยคือมันจะซื้อกล้องมาทำไม ไอ้เครื่องเก่าของมันก็ตัวละตั้งหลายหมื่นและเท่าที่จำได้มันเพิ่งซื้อได้ไม่กี่เดือน

            “มึงซื้อกล้องทำไมว่ะ” ผมร้องถามเมื่อมันยังไม่โผล่หัวออกมาจากห้อง ขยับมานั่งแกะกล่องเพื่อดูกล้องที่อยู่ข้างใน ผมไม่ใช่คนละลาบละล้วงของใครนะครับ แต่เป็นมันผมเลยไม่เกรงใจ กล้องที่มันซื้อมาเป็นรุ่นใหม่เชียวครับ เห็นโฆษณาในทีวีเมื่อวันก่อนซึ่งผมเคยเปรยๆ กับไอ้โคมไว้ว่าอยากได้ด้วย ผมชอบถ่ายรูป เพราะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่จะช่วยเก็บความทรงจำดีๆ เอาไว้ ผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่ลบหายไป

            “ไม่คิดว่ากูจะซื้อไปให้คนอื่นเลยใช่ไหม แกะซะไม่ปรึกษากูเลย” ผมเงยหน้ามองคนที่ยินพิงกรอบประตูถาม ก็อยากจะวางกล้องในมือลงอยู่หรอกนะ แต่ผมกำลังสนใจมันอ่ะ รูปลักษณ์ก็ถูกใจไอ้เพลงซะด้วย ส่วนมันจะซื้อให้ใครก็ช่างเหอะ ตอนนี้ผมขอสำรวจกล้องก่อน

            “แล้วมึงจะซื้อไปให้ใครล่ะ” ผมถามกลับไป

            “เดี๋ยวกูซื้ออันใหม่ให้ อันนี้กูขอ” ไม่รอให้มันตอบผมก็บอกต่อ พลางกดดูฟังชันก์ของเครื่องด้วยความอยากรู้

            “อยากได้ขนาดนั้นเลย” ไอ้วินเปลี่ยนจากยืนดูมานั่งดูผมที่กำลังสนุกกับกล้องตัวใหม่ เสียงมันเหมือนจะตลกผมมากด้วย ขอโทษเถอะ ใครแคร์

            “ก็ใช่อีกอ่ะ ตกลงกูขอตัวนี้แล้วจะเอาเงินให้มึงไปซื้อใหม่ก็แล้วกัน” ผมว่าอย่างเอาแต่ใจ ตอนนี้อยู่ต่างจังหวัดแล้ววันๆ มันก็อยู่กับผมแค่สองคน ผมว่าคนที่จะเอาคงไม่ต้องการเร่งด่วนภายในวันนี้หรอก ฉะนั้นมันต้องเป็นของผมเพราะผมถือมันอยู่

            “ไม่ต้องหรอก” ไอ้วินบอกพลางทิ้งหลังไปตามพนักพิงของโซฟา

            “ได้ไงล่ะ เดี๋ยวกูซื้อคืนให้ แต่กูขอตัวนี้” ผมไม่ได้คิดจะให้มันยกให้ผมฟรีๆ หรอก หรือว่ามันจะบอกว่าจะไม่ให้ผมซื้อต่อ ถ้าใช่นี่มีเรื่องกันเลยนะ

            “มึงอยากได้ก็เอาไป” ผมขมวดคิ้วมองคนที่หลับตาลงช้าๆ มันกับผมใครที่พูดไม่รู้เรื่องกันแน่ว่ะ

            “ไม่ต้องๆ กูซื้อคืนมึงแน่” ผมยืนยัน ไม่ชอบเอาของใครฟรีๆ หรอกครับ ผมเองก็พอมีเงินซื้อของพวกนี้ ไม่ได้ยากจนขนาดนั้น

            “ก็บอกว่าไม่ต้องไง ตัวนี้กูก็ซื้อมาให้มึงนั่นแหล่ะ” ไอ้วินบอกออกมาในที่สุด

            “ซื้อมาให้กู” ผมถามกลับอย่างไม่เข้าใจ

            “พรุ่งนี้ก็จะกลับแล้ว กูเลยคิดว่ามึงอาจจะอยากถ่ายรูปเก็บไว้ แต่กูไม่ได้พกกล้องติดมาด้วย เห็นไอ้โคมบอกว่ามึงอยากได้กล้องใหม่พอดี กูก็เลยไปซื้อมาให้” ไอ้วินอธิบายออกมาช้าๆ ไม่รู้ว่าตอนนี้หน้าตัวเองจะเอ๋อหรือตกใจมากกว่ากัน ไม่คิดว่าไอ้วินจะเป็นคนดีขนาดนี้จริงๆ นะ         

            “ไอ้วิน กูโคตรรักมึงเลย” ผมกระโจนตัวไปกอดคอไอ้เพื่อนรักที่มันแม่งทำตัวน่ารักได้อย่างเหลือเชื่อ

            “เอ้ยๆ ไอ้เพลง ปล่อยกูเลยนะมึง แม่ง กูขนลุกเลยเนี่ย” ไอ้วินรีบดันไหล่ผมออกจากตัว ทำหน้าตาหวาดๆ พลางลูบแขนตัวเองไปมาอย่างกับรังเกียจผมนักหนา แหม ทีกับผู้หญิงเห็นโดดเข้าใส่

            “ไอ้วิน มึงรักเกียจกูเหรอ” ผมกดเสียงต่ำถาม สายตาจ้องมันเขม่ง แต่ในใจกั้นขำสุดชีวิต หน้าตาตอนเอ๋อๆ ของมันโคตรตลกเลย

            “เอ้ย กูไม่ได้รังเกียจมึงนะ แต่... แม่ง เพื่อนกันมากอดกันแบบนี้ มันแปลกๆ ว่ะ” ไอ้วินรีบอกออกมา สงสัยกลัวผมจะโกรธจริง

            “ถ้ากูบอกว่ากูเป็นเกย์” ผมว่าออกไปนิ่งๆ และรอดูปฏิกิริยาของเพื่อนคนแรกที่ผมเอ่ยปากเรื่องนี้  ผมยอมรับว่าชอบผู้ชาย ผมก็ยอมรับว่าตัวเองเป็นเกย์ได้เหมือนกัน

            “เอ้อ นั่นมันเรื่องของมึงไม่เกี่ยวกับกู เพราะคนโดนกดคือมึง แค่มึงไม่คิดพิศวาสอยากให้กูกดมึงก็พอแล้ว” ไอ้วินถอนหายใจแล้วบอกออกมา ผมทำหน้าเอ๋อกับคำพูดที่ออกมาจากปากเพื่อน มันจะบอกว่ารับได้ธรรมดาไม่เป็นหรือไง พูดมาซะยาวเหยียดและที่สำคัญ

            “ไอ้สัดวิน มึงตาย” ผมวางกล้องเตรียมฆ่าตัดตอนไอ้คนพูดที่กระโดดไปหลังโซฟาอย่างรู้ตัว

            “โห่ กูแค่พูดความจริงนะ”

            “ความจริงห่าอะไร ใครจะไปอยากให้มึงกดห่ะ ไอ้ปากมอมวอนมีสีซะแล้วมึง” ผมตะโกนด่าแม้จะยืนอยู่ไม่ห่างกันมาก

            “เอาสิ ถ้ามึงคิดว่าปากกูจะแตกก่อนปากมึงน่ะ” ผมวิ่งไล่ไอ้วินไปรอบบ้าน แต่ก็ตามมนไม่ทันสักที ไม่รู้ว่าผมวิ่งช้าหรือมันวิ่งเร็ว แต่ที่แน่ๆ ผมถึงกับต้องหยุดหอบ พอผมหยุดไอ้วินก็ขยับมาดูใกล้ๆ และยังไม่ลืมระแวงจะโดนผมแตะด้วย จะสงสารตัวเองก็ขำท่าทีไอ้วิน จนในที่สุดผมก็ต้องทิ้งตัวลงนั่งหัวเราะอยู่บนพื้นห้องแทน ผมไม่ได้หัวเราะดังขนาดนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ

          หลังจากทานข้าวเช้าของทั้งผมและไอ้วินด้วย (ออกไปตั้งนานไม่หารู้จักหาข้าวเช้ากินอีก)  มันก็พาผมไปเดินเที่ยวตลาดของที่ระลึก เลือกซื้อของไปฝากไอ้โคมที่รีบโทรมาจองเป็นคนแรก ไอ้วินปล่อยให้ผมเก็บภาพบรรยากาศด้วยกล้องใหม่ที่ซื้อมาอย่างเต็มที ทั้งทีมันไม่ค่อยชอบถ่ายรูปแต่กล้องตัวนี้มีแต่รูปมัน เพราะผมไม่รู้จะไปถ่ายใคร ฮ่าๆ ให้มันเป็นนายแบบให้ซะเลย เสร็จจากเดินเที่ยวซื้อของฝากเราก็กลับมาที่พัก

            ผมลงทะเลเล่นน้ำอีกรอบในช่วงหัวค่ำๆ  แวะไปทานอาหารเย็นในห้องอาหารของรีสอร์ท ตั้งแต่มาผมก็เพิ่งได้เดินชมรีสอร์ทของบ้านไอ้พีพีในคืนสุดท้าย รีสอร์ทมีพื้นที่กว้างขวางทีเดียว (เห็นพนักงานบอกมา) แต่มีห้องพักไม่เยอะ เน้นความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ห้องอาหารและการตกแต่งดูสบายๆ ออกแนวบูติคให้เหมาะกับการพักผ่อนชายทะเล ถ้าพวกผมมาครบแก๊งคงเสียงดังลั่นรีสอร์ทแน่ๆ

            รุ่งเช้าไอ้วินพาผมเดินทางออกจากรีสอร์ทมุ่งหน้ากลับมากรุงเทพ ผมปล่อยให้มันขับแล้วนั่งดูรูปที่ถ่ายเก็บไว้ไปเรื่อยๆ จนเผอหลับบนรถไปอีกรอบ  ตื่นมาอีกทีไหง๋มาโผล่ที่นนท์ผมก็ยังงงเลย

            “ไอ้วิน มานนท์ทำไมว่ะ” ผมยันตัวลุกขึ้นมานั่งพลางขยี้เปลือกตาแรงๆ ที่ผมรู้ว่าที่นี่มันที่ไหนเพราะมันเพิ่งผ่านป้ายบอกทางมาครับ

            “ไอ้โคมให้มารับ” ไอ้วินตอบโดยที่สายตายังจ้องถนนเบื้องหน้า

            “แล้วไอ้กิมล่ะ” อย่างว่าอย่างงั้น อย่างงี้เลยนะครบ ที่ไหนมีไอ้โคมที่นั่นยอมมีไอ้กิม ผมเองยังสงสัยว่าถ้ามันไม่เจอกันสักวันมันจะลงแดดตายไหม

            “ก็อยู่ด้วยกันล่ะ”

            “อ้าวแล้วจะให้มึงไปรับทำไมอีก รถไอ้กิมก็มีขับกลับกันเองสิ” ผมโวยออกมานิดๆ ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปรับมันนะแต่ผมสงสารคนขับ ไอ้ผมก็เอาเปรียบมันมาตลอดทางแล้ว

            “มึงจะเดือดร้อนอะไรว่ะ กูเห็นนั่งๆ นอนๆ มาตลอดทาง” ไอ้วินหันมาเหวี่ยงที่ผมเอาแต่หลับ ก็เมื่อคืนมันนอนไม่ค่อยหลับนิ

            “เป็นอะไรของมึงว่ะ อารมณ์เสียใส่อีก”ผมว่าออกไปกับใบหน้าที่เคร่งขรึมกว่าปกติของมัน ระหว่างที่ผมหลับไปมันคงมีเรื่องไม่สบายใจเกิดขึ้นแน่ๆ

            “เปล่า” ไอ้วินปฏิเสธหากแต่เสียงมันก็ยังฟ้องว่ามันกำลังหงุดหงิด ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิด เรื่องที่มันหนักใจคงไม่พ้นเรื่องพี่ชายที่รักของมันนั่นเอง

            “ทะเลาะกับพี่ไวน์อีกล่ะสิ มึงควรจะใจเย็นแล้วก็รับฟังคำอธิบายของพี่มึงบ้างนะ บางทีสิ่งที่มึงคิด สิ่งที่มึงเห็นอาจจะไม่ใช่อย่างที่มึงเข้าใจก็ได้” คนขับหันมาจ้องหน้าผมด้วยสายตากดดันอย่างที่รับรู้ได้ว่ามันไม่ฟัง บทมันจะรั้นก็ยากเกินกว่าใครจะทัดทาน

            “เคลียร์เรื่องมึงให้จบก่อนเถอะ” มันถอนหายใจ แล้วบอกออกมา หักเลี้ยวรถเข้าไปยังซอยในหมู่บ้านจัดสรรขนาดเล็ก ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านไอ้โคม พวกเราเคยมากันหลายครั้งแต่คงไม่บ่อยเท่าไอ้กิมที่มาบ่อยเท่ากับลูกชายเจ้าของบ้าน

            “ไอ้เพลง กูคิดถึงมึงว่ะ” ไอ้โคมเดินหน้าบานออกมาจากบ้าน ด้านหลังมีผู้ชายตัวสูงกว่าเดินตามออกมาพร้อมเด็กหญิงหน้าตาน่ารักและเด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดู น้องฝาแฝดของไอ้โคม มันวิ่งมาดึงผมเข้าบ้านอย่างดีใจซึ่งผมคิดว่าน่าจะเพราะของฝากที่มันสั่ง ผมกำลังคิดว่าจะเก็บเงินมันดีไหม ขอของฝากอย่างกับจะฝากซื้อ

            “มึงจะลากกูทำไมนักหนาเนี่ย” ประตูห้องนอนถูกปิดลงด้วยมือเล็กของเจ้าของห้อง มันไม่ยอมตอบแต่รื้อๆ ของที่ซ่อนอยู่ในซอกตู้ออกมา มันแกะกระดาษห่อออกแล้ววางไว้บนเตียงให้ผมดู

            “อะไรของมึงห่ะ” ผมขมวดคิ้วมองแผ่นกรอบรูปขนาดใหญ่ที่มีภาพเจ้าของห้องและเพื่อนอีกคนอยู่กึ่งกลางภาพ

            “เนี่ยรูป มึงไม่รู้จักหรือไง” ถ้าผมจะโบกหัวมันสักทีจะได้ไหมว่ะ กวนประสาทตั้งแต่เจอเชียว

            “กูรู้ว่ามันเป็นภาพถ่าย แต่กูอยากรู้ว่ามึงเอามาให้กูดูทำไม” ถึงผมจะเก่งในการจับผิดแต่ผมไม่เก่งในการมโนไปเองหรอกนะ

            “รูปนี้มึงเป็นคนถ่ายให้กูเองเลยนะ” มันกอดออกบอกอย่างไม่ค่อยพอใจที่ผมไม่ยอมเข้าใจมัน ไอ้เรื่องที่เป็นคนถ่ายผมก็พอจำได้อยู่ แต่มันก็ขอภาพนี้ไปตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น บอกตามตรงว่าผมไม่มีสำเนาภาพนี้เลยสักอย่าง ไม่ว่าจะไฟล์หรือแผ่นภาพ

            “มึงว่ากูหล่อปะ ถ้ากูจะเอาไปติดห้องที่หอจะดูดีไหม” ผมถึงบางอ้อ เมื่อไอ้โคมเอ่ยออกมา อยากจะให้ผมช่วยแสดงความคิดเห็น ซึ่งถ้ามันไม่ใช่ภาพคนสองคนที่ยืนกอดคอกันเอียงหน้ามาหากล้อง แต่ดวงตาทั้งคู่กำลังมองกันและกันอย่างลึกซึ้ง โดยมีฉากหลังเป็นท้องทะเลสีฟ้าใส ใครเห็นก็คงไม่คิดว่าสองคนในรูปมันเป็นแค่เพื่อนกัน

            “มันจะดูดีกว่านี้นะ ถ้ามึงยอมให้ไอ้กิมกดและยอมเป็นเมียมันซะ” ผมบอกออกไป ไอ้โคมที่ทำหน้าชื่นชมภาพที่สั่งขยายและอัดกรอบมาอย่างดี หันมามองผมเขม็งอย่างที่มันชอบทำ เวลาสงสัยคิ้วมันจะชนกัน ดูน่ารักดีครับ

            “กูเป็นผู้ชายเรื่องอะไรจะไปยอมให้ผู้ชายเปิดซิงว่ะ ผู้หญิงรอกูอยู่เป็นร้อย” มันว่าอย่างถือตัว ไอ้ที่รอเป็นร้อยน่าจะเป็นผู้ชายมากกว่าว่ะ

            “ถ้ามึงคิดอย่างงั้นแล้วสบายใจก็คิดไปเหอะ” ผมก็ขี้เกียจจะเถียงมันเรื่องนี้ล่ะ ถ้ามันจะมั่นใจขนาดนั้นผมจะช่วยให้มันได้สามีเร็วขึ้นเอง สภาพอย่างมันไปดูแลใครไม่ได้หรอก ต้องให้ไอ้กิมดูแลต่อไปนะดีแล้ว

            “ไปเที่ยวมาสนุกไหมมึง กูโดนบังคับให้ช่วยสอนหนังสือน้อง ไปไหนไม่ได้เลย” ไอ้โคมเอ่ยเสียงแผ่วลง

            “กูไม่ได้เป็นอะไรนะโคม มึงอย่าได้คิดว่ากูจะยอมให้มึงอยู่สงบๆ กูกลับมาสร้างความปวดหัวให้มึงแน่ มึงรู้จักนายเพลงพิญไหม” แม้ว่าผมจะเจ็บแต่ผมก็ไม่เคยต้องการให้เพื่อนมาเจ็บ มารู้สึกเสียใจไปกับผม ชีวิตผมก็ปล่อยให้เป็นของผมแค่คนเดียว ไม่จำเป็นต้องให้คนที่ผมรักมารับรู้ ผมเข้มแข็งได้ทุกวันนี้ก็เพราะรอยยิ้มที่ทุกคนส่งให้มา หากในวันที่ผมท้อแล้วมีแต่คนมองผมด้วยความเศร้า ผมจะยิ้มออกมาได้ยังไง

            “กูรู้ว่ามึงเก่งมาก ไอ้ซุปเปอร์แมนทีจี” ไอ้โคมประชดออกมา ตามด้วยเสียงหัวเราะของเราสองคน ขอบคุณที่มันมองโลกในแง่ดี ขอบคุณที่มองไม่เห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ข้างใน อย่างน้อยผมก็อยากให้มันมองผมด้วยความสบายใจว่าเพื่อนมันยังอยู่ดี แม้จะรู้ว่าความรู้สึกข้างในมันปั่นป่วนหัวใจแค่ไหนก็ตาม

          “ไอ้เพลง พรุ่งนี้เปิดเทอมนะมึง” ไอ้วินที่เดินวนอยู่ห้องนั่งเล่นตะโกนเข้ามาบอก  วันนี้มันย้ำผมมายี่สิบรอบเห็นจะได้ แม่ง ตารางเรียนก็ติดอยู่ที่ผนังห้องเนี่ย ผมคงไม่ลืมหรอกมั่ง

            “กูรู้แล้ว” ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดของผมเริ่มจะหมดลงกับการพูดซ้ำไปซ้ำมาของไอ้วินเต็มที กรุณาระบุจุดประสงค์ของมึงได้แล้ว กูจะเป็นโรคประสาทกับการเปิดเทอมพรุ่งนี้ เข้าขั้นที่ไม่อย่าโผล่หน้าไปมหาลัยเลยล่ะ

            “มีอะไร มึงก็พูดมาสักทีเถอะ กูรำคาญ” ในที่สุดผมอดไม่ไหวเดินออกมาเท้าค้ำเอวถามมันด้วยสีหน้ารำคาญสุดขีด มันยังมีหน้าส่งยิ้มเหยๆ มาให้ผมพลางปัดมือไปมาอีก

            “ไม่มีอะไร กูแค่บอกให้มึงรู้”

            “แน่ใจ” ผมถามเสียงเข้ม พยายามนึกถึงสาเหตุที่ไอ้วินหอบสังขารมายึดพื้นที่โซฟาห้องผมเป็นที่นอนมาตั้งแต่เมื่อคืน

            “มึงจะให้กูช่วยอะไรห่ะ” ผมถามออกไปอย่างรู้ทันไอ้คนที่นั่งเรียบร้อยอยู่กลางห้อง ขณะนี้ผมกำลังจัดห้องเตรียมรับเปิดเทอมที่หนักหน่วงและเอกสารที่จะปลิวเข้ามาทับหัวผมอีกรอบ แม้ว่าที่มีอยู่ก็อ่านไม่ครบ ซึ่งตอนนี้ถึงวาระที่จะเก็บลงกล่องได้แล้ว ส่วนไอ้เพื่อนไม่มีบ้านมันทะเลาะกับพี่ชายสุดที่รักของมันมาแล้วก็มาเดือดร้อนผมที่ต้องหาที่หลับที่นอนให้มัน แล้วอย่าคิดว่าผมจะเป็นคนดีให้มันนอนในห้องนะครับ สำหรับมันโซฟาก็หรูแล้ว

            “กูจะให้มึงช่วยอะไร ไม่มีๆ” เมื่อมันยืนยันอย่างนั้นผมก็ขอไม่ค้านคั้นล่ะ ห้องนอนผมยังเหมือนสมรภูมิรบอยู่เลย

            “เออ ไม่มีก็ไม่มี ตกลงว่ามึงจะอยู่นี่ใช่ไหม” ผมถามย้ำ ซึ่งได้วินก็พยักหน้าหงึกๆ ให้ผมเสยะยิ้ม   “ไอ้เพลง มึงจะมาจัดห้องอะไรตอนนี้เนี่ย”

            “เปิดเทอมใหม่ก็ต้องเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ การจัดห้องนี่แหล่ะเป็นการเริ่มต้นที่ดี อะไรไม่ดีก็จัดการเก็บมันทิ้งซะ อะไรที่เก็บไว้จนลืมไปจะได้เอามาใช้ใหม่ ไม่ใช่หมักเป็นกองภูเขาอย่างที่มึงทำ” ไอ้วินที่กำลังยกลังออกมาจากห้องนอนเหลือบตามามองผมที่ยืนกอดอกบอก มันหันหน้ามาไม่ได้ครับ ช่างน่าสงสาร

            “วันนี้ มันเป็นวันซวยของกูจริงๆ พี่ชายก็ไล่ออกจากบ้าน แถมยังโดนพ่อด่า มาหาเพื่อนยังโดนใช้แรงงาน” มันบ่นไปยกไป ของที่ผมจะเก็บทิ้งก็แค่กล่องเดียวเองเป็นพวกของที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ บางอย่างก็ใช้ไม่ได้แต่ยังไม่ได้สะสาง ตลอดเทอมที่แล้วผมเอาแต่จมอยู่กับเรื่องเดิมๆ ที่ไม่มีอะไรดีขึ้นมา จนไม่มีเวลาสนใจตัวเองและเรื่องรอบตัวนัก แต่จากนี้ไปผมจะสนใจแม่งทุกเรื่อง โดยเฉพาะเพื่อนคู่หูกล้วยหอม หึๆ

            “ให้กูยกลงไปไหนเนี่ย”

            “ใต้คอนโดเลย เดี๋ยวกูให้พี่ยามเอาไปขาย” ไอ้วินปาดเหงื่อออกจากหน้าสองสามทีแต่มันก็ยังไหลลงมาตามคอ ผมหยิบผ้าไปเช็ดหน้าให้มันเป็นการตอบแทน

            “ไอ้เพลง” ผมเงยหน้าขึ้นมองคนที่สูงกว่า ขณะที่กำลังลากผ้าผืนเล็กลงมาตามลำคอขาวๆ ของคนพูด น้ำเสียงที่อ่อนลงและเสียงลมหายใจที่ได้ยินชัดเจน

            “มึงชอบผู้ชายจริงๆ เหรอ” คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ยินในเวลาแบนี้ ผมหลุบตาลงมองมือที่กำผ้าเช็ดหน้าไว้แน่น ใบหน้าคมที่ยังไม่เคยลืมลอยผ่านเข้ามาในความทรงจำ

            “ตั้งแต่จำได้กูก็ชอบผู้ชายแล้ว” ผมบอกเสียงแผ่วตามจังหวะหัวใจ พรุ่งนี้ผมก็จะต้องเจอหน้าเขาแล้ว ผมยังไม่รู้เลยว่าจะหน้ายังไง จะยิ้มแล้วหัวเราะต่อหน้ากันได้หรือเปล่า แต่มันต้องได้สิ เพื่อนกันเหมือนเดิมก็บอกไว้แล้ว

            “กูเป็นผู้ชายนะเพลง ผู้ชายที่ไม่ได้นึกชอบผู้ชายด้วยกัน มึงรู้ไหมที่มึงพูดอยู่เสมอว่าไอ้โคมมันน่ารัก แต่กูอยากให้มึงรู้ว่ามึงก็สวยไม่แพ้มัน ฉะนั้นถ้ามึงไม่อยากโดนผู้ชายอุ้มก็อย่าอยู่ใกล้ผู้ชายในระยะประชิดอย่างนี้อีกกับกูที่เป็นเพื่อนมึงก็อย่าทำ กูไม่เคยคิดล่วงเกินเพื่อนมึงก็รู้ แต่คนอื่นมองเขาจะไม่คิดแค่นั้น ถึงมึงไม่ใช่ผู้หญิงแต่กูก็ให้เกียรติมึง” น้ำเสียงทุ้มอธิบาย จบประโยคสุดท้ายก็ขยับก้าวถอยหลังให้ห่างกันในระยะความเหมาะสม ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าไอ้คนที่ฟันผู้หญิงไม่เลือกหน้ามันจะมีความคิดดีๆ แบบนี้

            “ไอ้วิน กูรักมึงนะ” ความอบอุ่นของความห่วงใยส่งผ่านมาพร้อมกับประโยคยาวและรอยยิ้มอย่างจริงใจ ไอ้วินมันรักเพื่อนมาก แม้จะเห็นมันก่อกวนใครต่อใครตลอด ทำตัวไร้สาระไปบ้าง แต่ผมก็เคยเห็นกับตาเมื่อตอนปีหนึ่งที่ไอ้โคมค่อนข้างฮิต มีคนเข้ามาจีบมันเยอะมากรวมทั้งเพื่อนผู้ชายในห้องเอง แต่ที่เห็นไอ้โคมมันยังรอดมาถึงทุกวันนี้ก็เพราะมีไอ้กิมคอยกันท่า และมีไอ้วินคอยตามพูด ตามเคลียร์จนทุกคนได้แต่มองมันอยู่ห่างๆ อย่างที่เป็นทุกวันนี้

            ในกรณีของผมที่ไม่ได้น่ารัก ตัวเล็ก น่าฟัดอย่างไอ้โคม แต่ก็พอมีแวะเวียนเข้ามาบ้างตามประสาคนหน้าตาดี ก็ได้ไอ้วินมาตวาดไล่ให้เป็นพักๆ แต่ถ้ามันเห็นว่าผมเอาอยู่มันก็ไม่ยุ่ง โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มันคอยมาอยู่กับผมตลอดเพราะรู้ว่าผมมีเรื่องไม่สบายใจ มันมักเป็นคนเบื้องหลังที่คอยทำทุกอย่างเพื่อเพื่อนที่มันรักเสมอ

            “กูก็โคตรรักมึงเหมือนกัน เพราะงั้นมึงห้ามเสียใจเพราะกูจะเสียใจด้วย” ไอ้วินยิ้มรับแล้วดึงร่างผมเข้าไปกอด เมื่อผมเริ่มขยี้ตาแรงๆ ไม่ให้น้ำมันไหลออกมา มันไม่ใช่น้ำตาของความเสียใจแต่มันคือความดีใจที่ได้เพื่อนดีๆ มาอยู่เคียงข้าง

            “ขี้แย่ซะงั้นเพื่อนกู พอบอกว่าเป็นเกย์ความแมนเสียศูนย์เลยนะมึง” ผมตีแขนคนที่กำลังลูบหัวให้เบาๆ อย่างหมั่นไส้ที่มันหลอกด่าผม แต่วันนี้ปล่อยมันไปวันหนึ่งก็ได้

 

 

            เปิดเทอมวันแรกมักเป็นวันที่นักศึกษาน้อยเป็นพิเศษไม่ต่างขากช่วงใกล้ปิดเทอม ส่วนใหญ่ยังขี้เกียจจะมาเรียนเพราะได้หยุดไปหลายวันและความคิดที่ว่าวันแรกไม่น่าจะมีการเรียนการสอนอะไรเท่าไหร่หรอก บางคนอาจขาดเรียนไปทั้งอาทิตย์เลยทีเดียว ซึ่งผมก็ว่ามันเป็นความคิดที่ดีถ้าไม่เพราะผู้ชายที่ลากคอผมเดินเข้าคณะอย่างไม่อายสายตาใคร

            “ปล่อยกูได้แล้วโว้ย ไอ้วิน” ผมร้องตะโกนบอกมันปาวๆ ไอ้ผมก็ไม่คิดจะอายใครซะด้วยสิ ทั้งคณะมีใครไม่รู้จักไอ้เพลง

            “อะไรเล่า กูแค่เหมื่อยขอวางมือนิดๆ หน่อยๆ ทำเป็นโวยวายนะมึง” นิดๆ หน่อยๆ บ้าอะไรของมันล่ะครับ มันตั้งใจกอดคอผมซะแน่นเลยต่างหาก ไอ้คนที่ทำตัวเป็นคนดี ไม่อยากเข้าใกล้ผมมันหายหัวไปไหนว่ะ ทำไมเหลือแต่ไอ้วินที่โคตรกวนประสาทคนเดิมแล้วล่ะ

            “ไอ้เพลง ไอ้วิน” ไอ้พีพีที่นั่งอยู่โต๊ะหินอ่อนหน้าคณะส่งเสียงเรียกตามมา พวกผมหันกลับไปมองมันที่กำลังวิ่งมาหา มันหอบหายใจแรงๆ แล้วดึงแขนผมออกจากไอ้วินทันที

            “อะไรของมึงว่ะ ไอ้พีพีเจอหน้ากูจะทักทายก่อนไม่มีเลย” ผมบ่นว่าแต่ไม่ได้คิดอะไรมากกับมารยาทของเพื่อน ไอ้พีพีมีสีหน้าลำบากใจกับปากที่เผยอขึ้นเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่มันก็เลือกจะปิดเงียบเอาไว้

            “พวกมึงมาเช้าว่ะ” มันว่าขึ้น

            “คงไม่เช้าเท่ามึงหรอกมั่ง มารอหนุ่มน้อยหรือสาวสวยล่ะ” ไอ้วินเอ่ยปากแซวไอ้พีพีที่ทำหน้าเบื่อๆ ตอบ พักหลังมานี่ดูมันจะหยุดเรื่องพวกนี้ลงหรือว่าผมคิดไปเองก็ไม่รู้ แต่ก็ไม่ค่อยได้ยินมันชวนเพื่อนไปดื่มเหมือนตอนปีหนึ่ง ปีสอง ไอ้นี่มันใช้ชีวิตโคตรสบาย มีพ่อตามใจแล้วยังมีพี่ที่คอยดูแลทุกอย่างแทนให้แล้ว ชีวิตมันจึงอิสรเสรีอย่างเต็มทีอย่างน่าอิจฉา

            “ไอ้พีพี ไอ้เอสฝากมาบอกว่าวันนี้มันขาด” เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหลังระหว่างที่กำลังรอไอ้พีพีแก้ตัว ใบหน้าที่กำลังยิ้มของผมสะดุดเล็กน้อยกับเสียงที่ได้ยิน เหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจจะขาดหายไปช่วงวินาทีหนึ่งก่อนที่ผมจะผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ฝังความรู้สึกบางอย่างลงไปในความรู้สึกลึกๆ ที่จะไม่มีใครมองเห็น

            “เรื่องของมันสิ มาบอกกูทำไม” ไอ้พีพีบอกกลับเสียงห้วนเหมือนไม่พอใจ

            “ว่าไงไอ้ดิน กูนึกว่ามึงจะดร๊อปเรียนไปทำงานแล้วซะอีก” ไอ้วินเปลี่ยนเป้าหมายไปยังบุคคลใหม่ที่ก้าวเข้ามา ผู้ชายร่างสูงกวาดสายตามองพวกผมอย่างผ่านๆ ด้วยสายตานิ่งๆ ดวงเดิมีที่เคยทำให้ผมต้องร้องไห้

            “มันยังไม่ถึงเวลาของกู แล้วมึงหายไปเที่ยวไหนมา กูโทรไปไม่เห็นรับสาย” เพื่อนที่ยืนนิ่งๆ เอ่ยถมขึ้นบ้าง ผมทำตัวเงียบๆ แม้ว่ามันจะผิดวิสัยไปบ้างแต่ผมขอเวลาทำใจเพิ่มอีกหน่อย

            “ก็ไปเที่ยวไม่ใกล้ไม่ใกล้หรอก แต่กูไม่ค่อยได้พกโทรศัพท์ มึงโทรหากูมีอะไรล่ะ” ไอ้วินตอบกลับไป ซึ่งมันไม่ได้บอกว่าพาผมไปเที่ยว

            “ก็ไม่มีอะไร” ไอ้ดินตอบแล้วหันมามองหน้าผมที่เงี่ยงหูฟังคำที่ไอ้พีพีกระซิบบอก มันบอกให้ผมไปส่งมันที่ห้องแล้วอย่าบอกใคร เสร็จแล้วมันก็ขอตัวขึ้นตึกไปก่อน

            “พวกมึงมีความลับอะไรกันเหรอห่ะ” ไอ้วินดึงผมเข้าไปหาตัวแล้วถามเบาๆ แสดงความยากรู้ออกมาอย่างชัดเจน ผมจึงอาสาบอกด้วยฝ่ามือที่ตบไหล่มันไปแรงๆ ตอบแทนความเสือกของมัน

            “ ไอ้เพลง มึงทำร้ายร่างกายกู กูจะฟ้องปวีนา” มันทำหน้าน้อยอกน้อยใจ ใช้มือลูบไหล่ตัวเองทั้งสองข้างราวกับกลัวนักหนา ผมเลยแถมด้วยการแตะขามันแรง

            “สมน้ำหน้า อยากสอดรู้นัก เขาไม่บอกมึงเพราะไม่อยากให้มึงรู้ไม่รู้ตัวหรือไง” ผมยักคิ้วใส่มันอย่างท้าทาย ผมบอกมันไปอย่างงั้นแต่ผมก็เชื่อว่าความลับไม่มีในโลก สักวันเรื่องที่ผมปิดๆ อยู่ก็ต้องมีคนรู้ ซึ่งบางทีมันอาจจะดีกว่าการปิดเอาไว้คนเดียวก็ได้

            “ไอ้เพลง มึงเล่นแรงเหรอ” ไอ้วินหันมาหาผมอย่างไม่ยอมแพ้ ชี้หน้าเตรียมเอาคืนซึ่งบอกเลยว่าผมไม่กลัว

            “โอ้ย... ขอโทษค่ะ อ่ะ พี่วิน” ไอ้คนไม่มองหน้ามองหน้ามันถอยไปชนน้องที่เดินผ่านมาจนล้มไปกองกับพื้น ผมรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่ทันไอ้วินที่รีบประครองน้องเขาลูกขึ้น

            “เป็นแผลถลอกเลยมึง” ผมมองน้องผู้หญิงอย่างสางสาร ไอ้วินเองก็มีสีหน้ารู้สึกผิดที่ไม่ระวัง

            “ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ พี่เพลง ณีร์ไม่ได้เป็นอะไรมากแค่แผลเล็กๆ น้อยๆ เองค่ะ” น้องที่มีรอยถลอกที่แขนและเข่ามีเลือดซึมออกมา ไอ้วินมองหน้าผมอย่างขอความเห็น ผมคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ถูกคนอื่นพูดแทรกขึ้นก่อน

            “พาน้องไปห้องพยาบาล ให้พยาบาลเขาช่วยดูให้สิ”

            จบประโยค ไอ้วินก็ทำหน้าเหมือนพบทางสว่าง ช่วยประครองน้องผู้หญิงตรงไปห้องพยาลทั้งที ผมยื่นนิ่งมองไอ้วินกับน้องณีร์จนหายไปลับสายตา ก่อนก้าวขึ้นขึ้นตึกแต่ติดอยู่ที่ข้อมือถูกรั้งเอาไว้ ผมไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง แต่ยอมรับว่าสัมผัสอุ่นๆ ที่แตะลงบนผิวทำให้หัวใจทำงานผิดจังหวะ

            “สบายดีไหม” เสียงทุ้มถามออกมาเบาๆ คำถามที่ผมไม่ได้อยากได้ยิน ไม่ได้อยากให้อีกคนรู้ว่าผมเป็นอย่างไรเหมือนกับที่ผมไม่อยากรับรู้อะไรในตอนนี้

            “สบายดี” ผมตอบเสียงเรียบ ดึงข้อมือที่ถูกจับออกจากฝ่ามือใหญ่

            “สบายดีก็ดีแล้ว” คนข้างหลังพูดออกมาอีกคำสั้นๆ แล้วเดินผ่านผมขึ้นตึก แผ่นหลังกว้างที่ผมได้เพียงแต่มองตาม ทั้งวันนั้น วันนี้ และไม่รู้ว่ามันจะยาวไปจนถึงวันไหน วันไหนที่หัวใจข้างซ้ายที่กำลังเต้นเป็นจังหวะช้าๆ จะหยุดทรมาน

            ผมยกมือข้างที่เคยถูกสัมผัสขึ้นมาแนบลงกับก้อนเนื้อหน้าอกอย่างไม่เข้าใจตัวเอง นานแค่ไหนความรู้สึกมันก็ยังเหมือนเดิม ยังรัก ยังรอและยังเฝ้าหวังให้ความรักเกิดขึ้นกับอีกคน ถึงมันจะลางเลือนจนไม่สามารถจะมองเห็นความสว่างที่ปลายอุโมงค์หรือแสงเทียนที่ปลายขอบฟ้า ผมก็ยังยืนยันจะรัก

            ใครต่อใครเคยบอกเอาไว้ว่า หากคนเราเจอกับอะไรซ้ำๆ เดิมๆ เข้านานๆ ความรู้สึกต่อเรื่องนั้นมันจะลดน้อยลงและจางหายไป หากทำไมความเจ็บปวดเหล่านี้ ผมกลับไม่เคยชาชินมันเลย มีแต่จะเป็นแผลบาดลึกลงไปและขยายอาณาเขตกว้างขึ้นในใจ ฉะนั้นวันนี้ผมจะกินยารักษาใจด้วยคำว่าเพียงพอให้มันพอดีกับหัวใจ

 

 


 

+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+/+

 

 

                  รู้สึกเหมือนตอนนี้นายวินจะเป็นพระเอกยังไงไม่รู้ เพราะบทนายวินค่อนข้างน้อย ตอนนี้ก็เลยจัดเต็มให้ซะเลย ในที่สุดก็ตามมาถึงต้นเรื่องหลักแล้ว  อ่านตอนนี้จบแล้วตาไปอ่านเรื่องของเพลงได้จากกิมและโคม ซึ่งคู่นี้ก็จะเดินตามเรื่องมาเรื่อยๆ นะค่ะ ใครคิดถึงกิมโคม รอตอนหน้านะ แต่ไม่รู้จะมาได้เมื่อไหร่ แต่ไรต์จะพยายามเร็วที่สุดนะ ไปแล้วค่ะ

ขอบคุณที่คลิกเข้ามาอ่านกันนะ ขอให้สนุกกับเรื่องนี้นะ บ้ายบาย ค่ะ
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มาแล้วก็แฟนคลับที่น่ารักทุกคนค่ะ ขอบคุณหลายๆ เด้อ
ปล. เจอคำผิด อย่าลืมเม้นต์บอกกันด้วยนะ ขอบคุณคอมเม้นต์ที่ให้มาด้วย ขอบคุณค่ะ

 

 

 



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Boy-Friend : เป็นแฟนกันไหม [Yaoi] ตอนที่ 40 : [Din&Plang] อดีตรักลวงใจ...................07 , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 1030 , โพส : 26 , Rating : 25 / 5 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2

#26 : ความคิดเห็นที่ 1665
ดินทำไมต้องทำเหมือนแคร์ ปล่อยเพลงไปเถอะนะ
Name : Taeisme< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Taeisme [ IP : 27.55.84.144 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 พฤศจิกายน 2557 / 19:37

#25 : ความคิดเห็นที่ 1288
สงสารเพลง อยากให้เพลงไปจากดิน ไปอยู่เมืองนอก ทำให้ดินรู้ว่าเมื่อวันที่ไม่มีเพลงแล้ว จะรู้สึกก็ต่อเมื่อมันสายไปแล้ว
Name : Vanilla [ IP : 82.145.219.23 ]
Email / Msn: -
วันที่: 23 มีนาคม 2557 / 09:42


#24 : ความคิดเห็นที่ 1172
สงสารเพลงสุดๆ
PS.  ~~กี่พรุ่งนี้ น้ำตาถึงจะหยุดไหล จะยอมรับความจริงในวันนี้ได้ ที่ต้องไม่มีใคร ไม่มีใคร~~ :[
Name : แค่คนเดินดิน< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ แค่คนเดินดิน [ IP : 171.99.2.149 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 มกราคม 2557 / 18:05

#23 : ความคิดเห็นที่ 1146
สงสารเพลงเหมือนเดิม

ไม่เข้าใจดินสักนิดว่าะคิดอะไร

ทำอะไรอยู่
Name : KiHaE*129< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KiHaE*129 [ IP : 182.53.63.110 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มกราคม 2557 / 16:17

#22 : ความคิดเห็นที่ 1136
อืมมม พูดได้คำเดียว
สงสารเพลงจังเลย
Name : snow_box< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ snow_box [ IP : 223.27.241.213 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มกราคม 2557 / 18:51

#21 : ความคิดเห็นที่ 1135
สงสารเพลงแบบไม่รู้จะสงสารไปมากกว่านี้แล้วอ่ะ!
PS.  อันตัวข้านั้น เป็นนักอ่านเงาที่นิสัยดีนะเออ! เพราะเม้นอยู่เรื่อยๆ
Name : Nali< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nali [ IP : 101.51.241.58 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มกราคม 2557 / 00:23

#20 : ความคิดเห็นที่ 1134
สงสารพี่เพลงอ่าาา อุส่าดีได้แล้วนะพอเจอคำพูดดีๆๆมือคนนั้นใจก็อ่อนหมดแล้ว อย่ามาทำให้รักได้ม่ะ
บางครั้งรู้สึกเหมือนวินชอบเพลงแต่อ่านๆๆไปก็เเหมือนคนรักเพื่อนธรรมดา ยังไงเนี้ยย อร๊ายยย สับสน
Name : shshshx< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shshshx [ IP : 27.130.30.61 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มกราคม 2557 / 23:57

#19 : ความคิดเห็นที่ 1130
ความรักของดินเพลงจะจบงัยน่ะเนีย
PS.  ^_^ รักตัวเองให้เป็นก่อนที่คิดจะรักใคร
Name : Rainbow_Jang< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rainbow_Jang [ IP : 183.88.129.152 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มกราคม 2557 / 14:45

#18 : ความคิดเห็นที่ 1129
ดินยังคงทำตัวน่าหมั่นไส้ได้เสมอต้นเสมอปลายเฮ้อออ
เพลงพิญตัวเลิกรอเถอะนะ จริงๆเราเหนื่อยแทนเลยอ่ะ
ในเมื่อแค่นี้ยังจำไม่ได้ก็ไม่สมควรได้ความรักจากหนูเพลง
เพลงไปหวั่นไหวกับคนอื่นได้แล้วนะลูก เบื่อคนสมองปลาทองง
สู้ๆนะจ้ะะะ
Name : blanchet [ IP : 58.8.214.52 ]
Email / Msn: -
วันที่: 10 มกราคม 2557 / 12:23

#17 : ความคิดเห็นที่ 1128
วินน่ารักเนอะ หลงเลยอ่ะ
น้องเพลงอย่าให้ผู้ชายเลวร้ายทำลายชีวิตหนูนะลูก รอบตัวหนูมีเพื่อนดีๆรายล้อมตัวหนูมากมาย
อิพี่ดิน อิคนใจร้าย อีกไม่นานแกจะปวดร้าวทรมานยิ่งกว่าน้องเพลง แช่งๆๆๆๆๆๆ
Name : PuiPui [ IP : 115.67.3.120 ]
Email / Msn: Ps_1591(แอท)hotmail.co.th
วันที่: 10 มกราคม 2557 / 12:15

#16 : ความคิดเห็นที่ 1127
เมื่อไหร่เพลงจะเลิกเจ็บสักทีสงสารเพลงอ่ะ วินเป็นคนดีจังน่ารักที่สุด จะปลดพี่ดินๆ



Name : A.Iliad< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ A.Iliad [ IP : 124.122.177.86 ]
Email / Msn: nantawon2851(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มกราคม 2557 / 12:07

#15 : ความคิดเห็นที่ 1126
เมื่อไหร่ดินจะเลิกปากแข็งซะที
Name : lukjae [ IP : 101.108.83.165 ]
Email / Msn: -
วันที่: 10 มกราคม 2557 / 11:49

#14 : ความคิดเห็นที่ 1125
ตอนนี้นายวินน่ารักที่สุดแลดูมีสาระมาก
Name : A.Iliad< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ A.Iliad [ IP : 124.122.177.86 ]
Email / Msn: nantawon2851(แอท)gmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มกราคม 2557 / 23:00

#13 : ความคิดเห็นที่ 1123
วินคนดี หลงรักแล้วอ่ะ
PS.  #~ ไม่ใช่สาววาย แค่ชอบจิ้นนิยายแต่ละเรื่อง ^[]^ ######
Name : Honey_dew< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Honey_dew [ IP : 101.109.231.80 ]
Email / Msn: namkang_dew(แอท)hotmail.com ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2557 / 20:31

#12 : ความคิดเห็นที่ 1122
วินน่ารักจัง
Name : จิบจิบ [ IP : 110.77.151.58 ]
Email / Msn: -
วันที่: 6 มกราคม 2557 / 15:13

#11 : ความคิดเห็นที่ 1121
เรื่องตัดฉากเค๊าไม่ว่าหรอกนะ
แต่แค่อยากรู้ว่าดินจำได้มั้ย
ถ้าจำไม่ค่อยได้ แล้วรู้มั้ยว่าตัวเอง
ได้นอนไปกับเพลง ไม่ใช่ตัวเล็กน่ะ
Name : snow_box< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ snow_box [ IP : 223.25.200.200 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 มกราคม 2557 / 10:41

#10 : ความคิดเห็นที่ 1119
อืมมม ฉากที่ตัดไปนั่น
เดาว่าเป็นฉากที่เพลงเสร็จดินใช่ป่ะ
Name : snow_box< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ snow_box [ IP : 202.176.128.222 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 22:17

#9 : ความคิดเห็นที่ 1117
อยากเชียร์คนอื่นล่ะ

เซ็งดิน

แต่ว่าเพลงก็รอมาตั้งนานอ่ะ

เพลงสู้ๆ
Name : KiHaE*129< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KiHaE*129 [ IP : 202.28.118.123 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 17:52

#8 : ความคิดเห็นที่ 1116
เชียร์วินๆ >_<
Name : X_XIII< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ X_XIII [ IP : 171.4.250.184 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 15:02

#7 : ความคิดเห็นที่ 1115
เปลี่ยนข้างมาที่วินแทนได้ป่ะ? แบบเกียดดินแล้วอ่ะ -0-
PS.  อันตัวข้านั้น เป็นนักอ่านเงาที่นิสัยดีนะเออ! เพราะเม้นอยู่เรื่อยๆ
Name : The White Rose of Death< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ The White Rose of Death [ IP : 1.20.228.222 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 13:51

#6 : ความคิดเห็นที่ 1114
ตัวเล็กน่ารักที่สุดดด ทำไมดินถึงจำไม่ได้นะ
รักเพลงมากๆ สู้ๆนะคะรอที่เหลืออิอิ
Name : Blanchet [ IP : 58.8.133.11 ]
Email / Msn: -
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 13:40

#5 : ความคิดเห็นที่ 1113
วินคิดไรกับเพลงป่ะเนี้ยยยยย
ดินเมื่อไหร่จะเลิกซึน น่าหงุดหงิด
Name : shshshx< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shshshx [ IP : 171.7.6.85 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 13:17

#4 : ความคิดเห็นที่ 1112
สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะค่ะ ^0^
ตอนนี้ เรางง >< กับเพลง+ดินมากเลย ไรท์มาต่อไวๆๆ นะ
Name : SodaN+N< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SodaN+N [ IP : 125.24.242.187 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 12:16

#3 : ความคิดเห็นที่ 1111
ดินจ๋าตอนไหนจะรู้ว่าเพลงคือตัวเล็กนะ ต้องให้สูญเสียไปก่อนเลย ถึงจะรู้สินะ
PS.  Hey!!!! I'm Khamin❤
Name : ▐ ▒ KMZ ▒▐< My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ▐ ▒ KMZ ▒▐ [ IP : 1.2.225.175 ]
Email / Msn: - ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 09:39

#2 : ความคิดเห็นที่ 1109
รอลุ้นให้เพลงสมหวังซะจนเกื่อบๆจะเกลียดดินและ..

แต่ยังใงก็ยงลุ้นต่อไป ชอบคู่นี้มากๆเลย อยากให้สมหวังกันซะที

รอคู่วินอีกคู่อยากอ่าน...อ่ะ
Name : jasmine [ IP : 89.129.26.42 ]
Email / Msn: -
วันที่: 4 มกราคม 2557 / 06:49

หน้าที่ 1 | 2
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

"หนังสือสดใหม่ ประจำเดือน ธันวาคม 2557"

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android