ความแตกต่างของสังคมเมืองกับสังคมชนบท
ตอนก่อนหน้า

ความแตกต่างของสังคมเมืองกับสังคมชนบท
เกริ่นเรื่อง: เกี่ยวกับสังคม
22 ก.พ. 56 , View: 14140 , Post : 3


สังคมเมือง (Urban Society)

          สังคมเมือง หมายถึง ที่อยู่ในเขตเทศบาลที่มีประชากรหนาแน่นตั้งแต่ 2,500 คนต่อตารางกิโลเมตร เป็นชุมชนที่มีศูนย์กลางของความเจริญด้านการปกครอง การเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของธรรมชาติโดยทั่วไปถือว่าเขตที่มีประชากรอยู่รวมกันประมาณ 20,000 คนขึ้นเป็นชุมชนเมือง

ลักษณะทางสังคมวิทยาของสังคมเมือง

             การใช้เทคโนโลยีทางอุตสาหกรรม (Industrial Technology) เนื่องจากการพัฒนาเครื่องยนต์กลไกเพื่อผลิตสินค้าจำนวนมาก จึงต้องการแรงงานด้านเทคนิคในการทำงานอุตสาหกรรม การประกอบอาชีพจะเป็นรูปของการแบ่งงานกันตามความชำนาญเฉพาะอาชีพ                                ลักษณะทั่วไปของสังคมเมือง

คนเมืองถือตามเขตที่อยู่ในปกครองและการปรับปรุงของเทศบาลทั้งเทศบาลนคร เทศบาลเมือง และเทศบาลตำบล สัดส่วนทางเพศของชาวเมือง คือ เป็นชายมากกว่าหญิง (เช่นเดียวกับประเทศด้อยพัฒนาทั่วไป) ประชากรวัยหนุ่มสาวมีมากกว่าเด็กและวัยชรา

สังคมชนบท (Rural Society)

สังคมชนบทมีลักษณะเด่นที่สำคัญ คือ บุคคลมีความสำคัญแบบคุ้นเคยเห็นหน้ากันและกัน เป็นประจำ ผู้คนส่วนใหญ่มีชีวิตร่วมกันในสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา ศาสนา เป็นต้น ซึ่งเป็นแนวคิดและการปฏิบัติตนของคนทั่วไปในสังคม

ลักษณะทางสังคมวิทยาของสังคมชนบท

   ขนาดของชุมชน โดยทั่วไปสังคมชนบทจะมีขนาดเล็ก ความหนาแน่นของประชาการน้อย อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มตามขนาดไร่นา ลักษณะ หมู่บ้านเป็นแบบดั้งเดิม กลุ่มของสังคมหรือสถาบันมีขนาดเล็ระบบเครือญาติ เป็นระบบพื้นฐานของสังคมชนบทซึ่งมีความผูกพันต่อกันในลักษณะครอบครัวและเครือญาติ บรรยากาศของความสัมพันธ์จะเต็มไปด้วยความเป็นกันเองและมั่นคง

 

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสังคมชนบทกับสังคมเมือง

   ความแตกต่างของสังคมชนและกับสังคมเมือง จะเห็นความแตกต่างดังต่อไปนี้

     ภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมธรรมชาติ ( Natural Environment ) ผู้ที่อาศัยอยู่ในภูมิประเทศหรือภูมิอากาศ ที่แตกต่างกันเช่น พวกที่อาศัยอยู่ในเขตอากาศร้อน  อากาศหนาว อยู่ที่ราบ หรือ แถบภูเขา มีอิทธิพลทำให้มนุษย์ชาวชนบทอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ เช่นไร่  สวน ท้องนา ป่า ทะเล   ภูเขา ฯลฯ ส่วนเมืองแวดล้อมไปด้วย สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นประดิษฐ์ขึ้น เช่น ตึก อาคาร สถานที่ราชการ ฯลฯ


 

สรุป

สังคมเกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์และได้วิวัฒนาการมาตามลำดับ  สังคมเป็นผลของสัญญาที่มนุษย์ตกลงจัดทำขึ้นด้วยความสมัครใจของมนุษย์เอง เพื่อความสุขสมบูรณ์และความเป็นระเบียบ วัตถูประสงค์ของการจัดตั้งสังคมขึ้น เพื่อขจัดความซึ่งโหดร้าย ความยุ่งยากซับซ้อน และความสับสนต่างๆ ตามสภาพธรรมชาติของมนุษย์ แนวความคิดของนักปราชญ์ กลุ่มนี้เรียกกลุ่ม ทฤษฏีสัญญาสังคม “  “ทฤษฏีเน้นถึงธรรมชาติ”  กล่าวคือ ทฤษฏีนี่เชื่อว่ามนุษย์ดั้งเดิมนั้นอยู่รวมกันสังคมเช่นปัจจุบัน คือมนุษย์ได้อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ แต่เนื่องจากความชั่วร้าย ความยุ่งยากสับสน การเพิ่มจำนวนมนุษย์ ตลอดจนอารยธรรม เป็นเหตุให้มนุษย์ต้องละทิ้งธรรมชาติและสัญญาด้วยความสมัครใจที่จะรวมกันในสังคม ทั้งนี้โดยมุ่งหวังที่จะได้รับความคุ้มครองและประโยชน์สุขเป็นการตอบแทน

 

 

 


แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 รวิสรา หมูนศรี บอกว่า :
    รักชมพู่ เอิง จุงเบย
    27 พ.ย. 56 / 08:58

    2 ทัศนีย์ เที่ยงเกตุ บอกว่า :
    อยากเรียนเก่ง ช่วยติวให้หน่อยคัพ
    27 พ.ย. 56 / 09:01

    3 ด.ช.นฤเบศก์ ทองคำดี บอกว่า :
    ผมอยากเรียนเก่งจังเลยครับ
    27 พ.ย. 56 / 09:11

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    2
    Comments
    2
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog