| หน้าแรก | My.iD | บอร์ด | นักเขียน | กิจกรรม | ไลฟ์สไตล์ | เกมส์ | พบปะชาวเด็กดี | การศึกษา | แอดมิชชั่น | โพส MSN | แชทรูม | New! ฟังวิทยุ |
บันทึกเป็นเพื่อน ส่งข้อความลับหา Ð Õ l< M € Í แนะนำ My.iD กัน New! Search My.iD
My.iD Diary Gallery Board
Room: ห มู่ บ้ า น ตุ๊ ก ต า
Owner: Ð Õ l< M € Í

Login name
Password
Owner's Profile
รูปตัวแทนของ dokmei นามแฝงเวบบอร์ด
Ð Õ l< M € Í
นามปากกา
D o K m E i !! ~*
ชื่อเล่น เหมย
วันเกิด 18 พฤศจิกายน
การเรียน เกรด 11
งานอดิเรก ???
นิยามของฉัน อยากทำอะไรก็รีบทำซะ!!

My.iD : Quick Message!

หวาดดีคร้า
ไอติม- < My.iD > [6 ต.ค. 51 / 20:53]

หวัดดีจร้า สบายดีไหมเอย ยินดีที่ได้รู้จักน่ะ เราขอก็อปรูปตุ๊กตาไปใช้หน่อยน่ะ ไม่ว่ากันล่ะ ขอบันทึกเป็นเพื่อนหน่อยน่ะ มิสสส
*+*(โปส)การ์ด*+*- < My.iD > [2 ต.ค. 51 / 10:55]

มาแล้ว
Impossible World- < My.iD > [29 ก.ย. 51 / 20:18]

หวัดดีค่าแวะมาทักทายไอดีสวยจังค่า
nana_narak5- < My.iD > [25 ก.ย. 51 / 20:24]

:::: SAY HI ::::
A-sari- < My.iD > [25 ก.ย. 51 / 20:15]

มายไอดีสวยจังเลย ว่างๆแวะไปของเราบ้างน่าคะ แต่ของเราสู้ของเทอมะได้หรอกนะคะ^-^
คิราริจัง- < My.iD > [23 ก.ย. 51 / 08:20]

ทำไงคนถึงเข้าไอดีเยอะอะเค้าอยากรู้
Missary- < My.iD > [22 ก.ย. 51 / 11:48]

สวัสดีค่ะ มาเยี่ยม ฝนตกบ่อยดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
Maple N. Sarika- < My.iD > [21 ก.ย. 51 / 09:46]

หุหุ อัพใหม่แล้วนะ
Ð Õ l< M € Í- < My.iD > [14 ก.ย. 51 / 19:15]

ดี ดี ดีจร้า
AA=AA- < My.iD > [10 ก.ย. 51 / 13:30]

น่ารักจัง
//////^0^/////- < My.iD > [25 ส.ค. 51 / 17:09]

หวาดดี ทามรัยอยู่
kad_kadjung^__^- < My.iD > [20 ส.ค. 51 / 17:58]

ดีค่า ขอโทษที่ไม่ได้มาเยี่ยมซะนาน คิดถึงเสมอน้า
Komatsu- < My.iD > [22 ก.ค. 51 / 16:15]

มาเม้นให้ค่ะ ชอบตุ๊กตาเหลอ แล้วไปเม้นให้บ้างนะคะ
ปลาซ่าส์19- < My.iD > [18 ก.ค. 51 / 10:31]

ดีจ้า..หนมปัง ง ง มาเยี่ยม มม ล๊า !แทคแคร์ๆ จูด๊วบ บ ป้า.. !? ลันล๊า! ปั๊บ ป๊า เย้ยู้ .. .
หนมปั ง- < My.iD > [18 ก.ค. 51 / 08:22]

ปลาแวะมาเยี่ยมนะเจ้าคะ แหะๆ เปิดเทอมไม่ค่อยได้มาหาเลยอะ คืองานเยอะสุดยอม Tc...
หนมบัวลอยไข่หวาน- < My.iD > [10 ก.ค. 51 / 09:36]

ดีค่า มาเยี่ยมค่ะ ฝากนิยายของเราด้วยนะคะ ว่างๆแวะมาอ่านหรือเม้นติชมด้วยนะคะ ^^
zole- < My.iD > [8 ก.ค. 51 / 17:30]

หวัดดีจร้า วันนี้เพิ่งไปส่งของที่ไปรษณีย์มา เสียค่าส่งไปร้อยกว่าๆ เลยรู้ไหมว่าของฉันส่งแบบลงทะเบียนหัวใจ เป็นความคิดถึงขนาดใหญ่ ช่วยรับไว้ด้วยนะ อิอิ
*+*(โปส)การ์ด*+*- < My.iD > [2 ก.ค. 51 / 16:41]

มาเยี่ยมค่ะไอดีน่ารักจังเลย
menaมาแย้ว- < My.iD > [30 มิ.ย. 51 / 18:30]

สวัสดีตอนกลางวันค่ะ
areeseetong- < My.iD > [28 มิ.ย. 51 / 13:38]

ดีจ้ามาเยี่ยมคร่า หลังจากห่างหายไป 1 ปีเต็มใครจำเราได้บ้าง 555+ ฝากไอดีร้างของเราด้วยน้าค่ะ Luv U ดูแลรักษาสุขภาพนะจ๊ะ จุ๊บๆ >*<
•♣•œœ♥ChLoRoPhyLL◘♣◘- < My.iD > [23 มิ.ย. 51 / 19:47]

สวัสดีค่ะ ไอดีน่ารักจังเลย ^^
rockoutgirl- < My.iD > [22 มิ.ย. 51 / 17:09]

หวัดดีจ้า กลับมาแล้วนะ กลับมาเยี่ยมอีกครั้ง หวังว่าคงไม่ลืมกันนะ Ps. อย่าลืมกินข้าว อาบน้ำ แปรงฟัน ด้วยนะจ๊ะเป็นห่วงอ่ะ
-:- สตรอเบอร์รี่..uางาmะ -:-- < My.iD > [21 มิ.ย. 51 / 19:05]

หวัดดีค่า แวะมาเยี่ยมนะคะ ช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง เลยไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมใคร แวะมาเยี่ยมนะคะ บ๊ายบุย
ยูนิคอร์นบนฟากฟ้า- < My.iD > [20 มิ.ย. 51 / 18:14]

สวัสดีค่ะ
areeseetong- < My.iD > [20 มิ.ย. 51 / 18:12]

Msg

Name
พิมพ์ตัวเลขที่เห็นลงในช่องว่าง

Owner's Stats
ระดับสมาชิก 2
วันเริ่มสมาชิก 18 พ.ค. 51
แต้มสะสม 1421
กระทู้เคยตั้ง 0
ข้อความที่เคยโพส 0
จำนวนผู้เข้า My.iD12383

  My.iD : What's UP :: 11 ตุลาคม 2551

 

ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์)



มาทำความรู้จักกับตุ๊กตา ตากลม หน้าแบ๊ว ตัวนี้กันดีกว่าค่ะ

Who's that Girl ?
Blythe อ่านออกเสียงว่า ' Blahyth ' หรือ ' Blind ' เธอคือตุ๊กตาวินเทจเจ้าเสน่ห์ที่ถูกออกแบบขึ้นในปี 1972 โดยโรงงานผลิตของเล่นในสหรัฐ ฯ นามว่า Kenner ภายใต้concept ที่อยากสร้างเอกลักษณ์ความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตุ๊กตาดังนั้นโมเดลตุ๊กตาทั้ง 4 แบบ ชื่อ Blythe , Karess , willow และ Skye จึงถูกคิดค้นขึ้นมา หลังจากนั้น Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่นอย่าง Allison Katzman จาก Marvin Glass & Associates หนึ่งในสตูดิโอออกแบบของเล่นที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในโลกให้ดีไซน์ปลุกปั้นตุ๊กตา Blythe ฉบับออริจินัลขึ้น แล้วนับแต่นั้นมา เด็กๆทั้งหลายก็ได้รู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้

Blythe by Kenner
ปี 1972 Blythe ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับทรงผมยอดฮิตในยุค 70s ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องมีให้ Mix&Match กว่า 12 ชุด ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกนั้นถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดนเด่น ด้วยดวงตากลมโตที่สามารภเปลี่ยนสีได้ 4 สีทั้ง เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน เพียงแค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ แต่กลับทำให้มันกลายเป็นตุ๊กตาตัวแรกของโลกที่เด็กๆพากันหวาดกลัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Blythe ไม่เป็นที่นิยม จนมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายในตลาดได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น

Gina Garan
30 ปี ต่อมา จากตุ๊กตาเด็กเล่นที่ครั้งหนึ่งคือสินค้าเหลือค้างสต๊อก มาบัดนี้มันกลายเป็นตุ๊กตาหายาก ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่เพื่อนสนิทของ Gina Garan ( โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกัน ) ได้มอบตุ๊กตา Blythe เป็นของขวัญให้ เธอก็ตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง Gina เริ่มพามันเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเกือบทุกมุมโลก ขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มฝึกถ่ายภาพจากกล้อง SLR โดยมี Blythe เป็นนางแบบให้เธอได้บันทึกภาพความประทับใจเก็บไว้กว่า 100 รูป จนถูกตีพิมพ์เป้นหนังสือรวมภาพถ่ายสุดสวย ( Chronicle Books ) ชื่อ ' This is Blythe ' รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book ที่ขายได้กว่า 100,000 เล่มในปี 2001 พร้อมกับนิทรรศการแสดงภาพถ่ายที่ทำให้ชื่อของ Gina's Gallery โด่งดังไปทั่วโลก

The Japanese Blythe
หลังจากที่ Hasbro ( ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner ) ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco และเพียงชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยม ส่งผลให้ราคาประมูล Blythe บนเว็บ eBAY ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นจากเดิม 35$ เป็น 350$ ทันที รวมถึง Neo-Blythe บนเว็บประมูลของ Yahoo ก็ขายหมดเกลี้ยงสต๊อกถึง 4 ครั้งด้วยกัน แต่ตัวที่มีราคาแพงและหายากที่สุดก็คือ Blythe คอลเลกชั่นวินเทจ ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ตัวละ 1,000 เหรียญสหรัฐ ฯ

กระแส Blythe fever ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ เพราะหลังจากที่ Gina กับ Junko Wong ( โปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่น ) ได้ร่วมมือกันจัดนิทรรศการต่างๆที่เกียวกับ Blythe ขึ้น ก็ได้รับความสนใจจากคนในแวดวงแฟชั่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงาน Annual Blythe Charity Fashion Show ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายในงานได้มีการระดมพลสุดยอดดีไซเนอร์ฝีมือดีของห้องเสื้อแบรนด์เนมชื่อดังจากทุกมุมโลกอย่าง John Galliano , Prada , Gucci , Vivienne Westwood , Issey Miyake , Versace , Sonia Rykiel ฯลฯ มาร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าตัวจิ๋วให้กับเหล่านางแบบ Blythe ได้สวมเดินเฉิดฉายอยู่บนแคตวอล์กกลางกรุงโตเกียว

ในปี 2001 Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม Blythe ให้ดูโดนเด่นขึ้นด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า ' Neo Blythes ' และนับแต่นั้นมา ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆของ Neo Blythes เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blythe ตัวแรก ' Parco Limited Edition ' ( 1,000 ตัว ) ที่ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ตามมาด้วยคอลเลกชั่น Mondrian , Rosie Red , Holly Wood , All Gold in One , Kozy Kape inspired , Aztec Arrival , Sunday Best และ Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ปีของ Neo Blythes พร้อมเซอร์ไพรส์เหล่านักสะสมตุ๊กตาทั้งหลายด้วยการเปิดตัว Blythe สายพันธ์ใหม่นามว่า ' Petite Blythe ' ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4 1/2 นิ้ว แม้ว่าจะมีสีตาให้เลือกเพียงสีเดียว แต่มันสามารถขยับเปลือกตาขึ้น-ลงได้พร้อมๆกับการดัดบอดี้ส่วนต่างๆให้ดูมี Movement เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคอลเลกชั่นที่ถือว่าโดดเด่นและได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Perfect Petite Series Blythe Dolls ที่ประกอบไปด้วย Asian Butterfly , Paisley Star และ Cosmo Afternoon ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว ' Blythe Belle ' ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลองและย่อส่วนขนาดของ Blythe ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้วเท่านั้น

Blythe Bodies
BL : ในช่วงปี 2001-2002 Neo Blythe ได้ผลิตออกมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นตุ๊กตาที่มีอิทธิผลต่อแวดวงแฟชั่น ด้วยบอดี้แบบตุ๊กตา Licca ตุ๊กตา 6 ตัวแรกที่ปฏิวัติตุ๊กตารูปแบบเดิมๆด้วยลูกตาที่มีความแวววาว และพื้นผิวหน้าที่อ่อนนุ่ม หลังจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตา พร้อมกับแต่งแปลือกตาให้มีความกระจ่างชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนสีผิวหน้าให้มันวาวขึ้นด้วย

EBL ( Excellent ) : ในปี 2003 Takara เฉลิมฉลองวันครบรอบ 1 ปีแรกของ Blythe ด้วยการเปิดตัว Excellent Blythe ที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับต้นแบบเดิมของ Kenner จะต่างกันก็ตรงวัสดุ ยกตัวอย่างเช่น รุ่น Cinnamon Girl ที่ผลิตขึ้นจากพลาสติกและยางสีเข้ม มีความโปร่งใสมันวาว จนมาถึงรุ่น Fruit Punch แต่พลาสติกที่ใช้ทำลูกตาจะเป็นโทนสีสว่างขึ้น ( หลังจากที่หยุดผลิต EBL Dolls ... Takara ก็ได้ปล่อยตุ๊กตา Blythe รุ่นใหม่คือ Margaret Meets Ladybug และ Samedi Marche ออกมาตีตลาดของเล่นอีกอย่างต่อเนื่อง )

SBL ( Superior ) : ในปี 2004 - ปัจจุบัน ยังคงอิง Blythe ต้นแบบดั้งเดิมของ Kenner ( 1972 ) มากที่สุด แต่รูปแบบนั้นเปลี่ยนใหม่หมด เริ่มจากการยกเครื่องเปลี่ยนตั้งแต่ใบหน้า ไปจนถึงโครงสร้างภายใน ไม่ว่าจะเป็นลูกตาที่มีความแวววาวขึ้น รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆที่ประกอบอยู่ด้านหลังก็ถูกทำให้ดูสมูทขึ้น พร้อมกับเพิ่มชิ้นส่วนใหม่บริเวณหนังศีรษะเพื่อเพิ่มน้ำหนักและความทนทานมากขึ้นด้วย

RBL ( Radiant ) : ในปี 2006 Radiant Blythe ถูกผลิตขึ้นมาตีตลาดอีกครั้ง ภายใต้บอดี้ที่เหมือนกับ SBL และ EBL แต่แตกต่างกันที่ตรงส่วนโค้งของเปลือกตาที่ดูลึกและมีมิติขึ้น เช่นรุ่น Darling Diva , Last Kiss และ Star Dancer

ในขณะที่โลกกำลังขับเคลื่อนต่อไปอย่างก้าวกระโดด ผู้คนต่างต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหวังก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ จนหลงลืมคุณค่าของอดีต แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่โหยหาอดีต เฉกเช่นเดียวกับ Blythe ที่แม้จะเป็นเพียงแค่ตุ๊กตา แต่มันก็ได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วว่า ทำไมผู้คนถึงยังคงหลงเสน่ห์ในตัวมันนัก แม้เวลาจะผ่านไปสักกี่สิบปีก็ตาม ....

บทความจาก Special Story โดยคุณอภิญญา จากนิตยสารเปรียว



ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์), ชมพู่-อารยา
เหล่าคนดังอย่าง "ชมพู่" อารยา ก็ยังหันมาสะสม ตุ๊กตาอินเทนรด์ นำแฟชั่น อย่าง ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์) ตัวนี้เช่นกัน

ตุ๊กตาหน้าเหมือนของรักของหวงของ "ชมพู่" อารยา
หน้าตาละม้ายคล้ายตุ๊กตาเหลือเกิน "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต เลยกลายเป็นนักสะสมตุ๊กตา Blythe (บลายธ์) ระดับต้นๆ ของเมืองไทย นางเอกสาวชื่อดังรีบแจกแจงถึงที่มาในการเริ่มสะสมตุ๊กตาแบรนด์ดังว่า เดิมทีไม่คิดจะสะสม แต่เห็นความน่ารักของมันแล้วอดใจไม่ไหว

"ตอนแรกแตงโม (ภัทรธิดา พัชระวีรพงษ์) ส่งรูปตุ๊กตามาให้ดูก่อน เราเห็นรูปก็เอ๊ะ...ทำไมมันน่ารักจังเลย แต่ก็ยังไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน กระทั่งตอนที่แตงโมกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวฮ่องกง เขาก็เลยซื้อมาให้ 1 ตัว ตอนนั้นดีใจมาก หลังจากนั้นก็เหมือนผีสิง (หัวเราะ) ซื้อตุ๊กตาตลอด อย่างเมื่อก่อนไม่เคยไปสะพานเหล็ก คลองถม เพราะคิดว่ามีแต่ผู้ชายไปซื้อเกม ซื้อซีดี แต่พอรู้ว่าที่นั่นมีร้านขายตุ๊กตาบลายธ์ด้วย ก็เริ่มไปซื้อ ครั้งแรกที่ซื้อก็ 6-7 ตัวแล้วนะ ออกตัวแรงเลยล่ะ ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ก็มี 30 ตัวแล้ว โดยเฉพาะนักสะสมใหม่อย่างเรา ถ้ารุ่นไหนยังไม่มีก็จะขยันซื้อ" นางเอกวิก 7 สีอธิบายเสียงใส

เม้าท์เรื่องตุ๊กตาสุดโปรดให้ฟังมาพักหนึ่งแล้ว คราวนี้ชมพู่ก็ขออวดตุ๊กตาแต่งชุดหวาน ที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดาตุ๊กตาที่เธอสะสมทั้งหมดประมาณ 60 กว่าตัว นั่นก็คือราคา 2 หมื่นบาท ซึ่งบินไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แถมก่อนซื้อต้องอีเมลไปสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าด้วย ส่วนสาเหตุที่ราคาแพงหูฉี่ เพราะเป็นตุ๊กตาครบรอบปี 2004 ซึ่งผลิตออกมาเป็นจำนวนน้อยนั่นเอง

"จริงๆ ราคาตุ๊กตา 1 ตัว ราคาจะประมาณ 3,500 บาท ราคาจะแพงหรือไม่แพงอยู่ที่รุ่นด้วย ตอนนี้ถ้าเป็นตุ๊กตาที่ชมสะสมอยู่ ให้แก้ผ้าตุ๊กตา เราก็พอจะจำได้ว่าเป็นรุ่นไหน แต่ถ้าไม่ใช่รุ่นที่ชมสะสมก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็แหม...ชมก็ไม่ถึงขั้นเทพขนาดนั้น (หัวเราะ) เพราะยังสะสมไม่ถึงปีเลย แต่ออกตัวแรงมาก" ชมพู่ กล่าวพร้อมหัวเราะ

ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์), ชมพู่-อารยา


"ถ้าคนที่ไม่เข้าใจ เขาก็จะมองว่า เราสะสมอะไร ไร้สาระ แต่ถ้าเข้ามาอยู่ในกลุ่มจะรู้ว่า มันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เขาชอบเหมือนเรา ถามว่าหมดเงินไปเยอะมั้ยกับการซื้อตุ๊กตา เรียกว่าหมดไปเยอะ หลายแสนบาทอยู่นะ แต่ตุ๊กตาพวกนี้ขายคืนได้ทุกชิ้น เพราะเขามีราคา พอเราเริ่มสะสม เราก็เริ่มศึกษาจากหนังสือบ้าง จากเว็บไซต์บ้าง หรือมีคนที่เขาสะสมอยู่แล้วมาแนะนำบ้าง ตอนนี้ชมก็มีโครงการจะซื้อจักรเย็บเสื้อผ้าให้น้องตุ๊กตาด้วยนะ" ชมพู่ เล่าอย่างอารมณ์ดีทิ้งท้าย



ภาพ ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์) น่ารักๆ
(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)



 
ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์)

ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์)



มาทำความรู้จักกับตุ๊กตา ตากลม หน้าแบ๊ว ตัวนี้กันดีกว่าค่ะ

Who's that Girl ?
Blythe อ่านออกเสียงว่า ' Blahyth ' หรือ ' Blind ' เธอคือตุ๊กตาวินเทจเจ้าเสน่ห์ที่ถูกออกแบบขึ้นในปี 1972 โดยโรงงานผลิตของเล่นในสหรัฐ ฯ นามว่า Kenner ภายใต้concept ที่อยากสร้างเอกลักษณ์ความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับตุ๊กตาดังนั้นโมเดลตุ๊กตาทั้ง 4 แบบ ชื่อ Blythe , Karess , willow และ Skye จึงถูกคิดค้นขึ้นมา หลังจากนั้น Kenner ได้ว่าจ้างดีไซเนอร์นักออกแบบของเล่นอย่าง Allison Katzman จาก Marvin Glass & Associates หนึ่งในสตูดิโอออกแบบของเล่นที่สำคัญและมีชื่อเสียงที่สุดในโลกให้ดีไซน์ปลุกปั้นตุ๊กตา Blythe ฉบับออริจินัลขึ้น แล้วนับแต่นั้นมา เด็กๆทั้งหลายก็ได้รู้จักกับของเล่นชิ้นใหม่ชิ้นนี้



Blythe by Kenner
ปี 1972 Blythe ปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับทรงผมยอดฮิตในยุค 70s ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี 4 แบบ พร้อมด้วยแฟชั่นเครื่องมีให้ Mix&Match กว่า 12 ชุด ส่วนรูปลักษณ์ภายนอกนั้นถูกออกแบบขึ้นมาอย่างโดนเด่น ด้วยดวงตากลมโตที่สามารภเปลี่ยนสีได้ 4 สีทั้ง เขียว ชมพู ส้ม และน้ำเงิน เพียงแค่ดึงห่วงที่อยู่หลังศีรษะ แต่กลับทำให้มันกลายเป็นตุ๊กตาตัวแรกของโลกที่เด็กๆพากันหวาดกลัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Blythe ไม่เป็นที่นิยม จนมีเหตุให้ต้องปิดตัวลงหลังจากที่ออกวางขายในตลาดได้แค่เพียง 1 ปีเท่านั้น



Gina Garan
30 ปี ต่อมา จากตุ๊กตาเด็กเล่นที่ครั้งหนึ่งคือสินค้าเหลือค้างสต๊อก มาบัดนี้มันกลายเป็นตุ๊กตาหายาก ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากที่เพื่อนสนิทของ Gina Garan ( โปรดิวเซอร์สาวชาวอเมริกัน ) ได้มอบตุ๊กตา Blythe เป็นของขวัญให้ เธอก็ตกหลุมรักมันเข้าอย่างจัง Gina เริ่มพามันเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเกือบทุกมุมโลก ขณะเดียวกัน เธอก็เริ่มฝึกถ่ายภาพจากกล้อง SLR โดยมี Blythe เป็นนางแบบให้เธอได้บันทึกภาพความประทับใจเก็บไว้กว่า 100 รูป จนถูกตีพิมพ์เป้นหนังสือรวมภาพถ่ายสุดสวย ( Chronicle Books ) ชื่อ ' This is Blythe ' รวมถึงหนังสือ Firecracker Alternative Book ที่ขายได้กว่า 100,000 เล่มในปี 2001 พร้อมกับนิทรรศการแสดงภาพถ่ายที่ทำให้ชื่อของ Gina's Gallery โด่งดังไปทั่วโลก


The Japanese Blythe
หลังจากที่ Hasbro ( ผู้สืบทอดกิจการจาก Kenner ) ได้มอบลิขสิทธิ์การผลิตตุ๊กตาให้กับบริษัท Takara ประเทศญี่ปุ่น Blythe ก็เริ่มเป็นที่รู้จักของคนญี่ปุ่น จากการเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณา TV ให้กับห้างสรรพสินค้าชื่อดังอย่าง Parco และเพียงชั่วข้ามคืนมันก็กลายเป็นตุ๊กตายอดนิยม ส่งผลให้ราคาประมูล Blythe บนเว็บ eBAY ดีดตัวพุ่งสูงขึ้นจากเดิม 35$ เป็น 350$ ทันที รวมถึง Neo-Blythe บนเว็บประมูลของ Yahoo ก็ขายหมดเกลี้ยงสต๊อกถึง 4 ครั้งด้วยกัน แต่ตัวที่มีราคาแพงและหายากที่สุดก็คือ Blythe คอลเลกชั่นวินเทจ ซึ่งสนนราคาอยู่ที่ตัวละ 1,000 เหรียญสหรัฐ ฯ

กระแส Blythe fever ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงง่ายๆ เพราะหลังจากที่ Gina กับ Junko Wong ( โปรดิวเซอร์ชาวญี่ปุ่น ) ได้ร่วมมือกันจัดนิทรรศการต่างๆที่เกียวกับ Blythe ขึ้น ก็ได้รับความสนใจจากคนในแวดวงแฟชั่นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะงาน Annual Blythe Charity Fashion Show ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายในงานได้มีการระดมพลสุดยอดดีไซเนอร์ฝีมือดีของห้องเสื้อแบรนด์เนมชื่อดังจากทุกมุมโลกอย่าง John Galliano , Prada , Gucci , Vivienne Westwood , Issey Miyake , Versace , Sonia Rykiel ฯลฯ มาร่วมกันออกแบบเสื้อผ้าตัวจิ๋วให้กับเหล่านางแบบ Blythe ได้สวมเดินเฉิดฉายอยู่บนแคตวอล์กกลางกรุงโตเกียว

ในปี 2001 Takara ได้รับหน้าที่แปลงโฉม Blythe ให้ดูโดนเด่นขึ้นด้วยขนาดตัว 11 นิ้ว พร้อมกับชื่อใหม่ว่า ' Neo Blythes ' และนับแต่นั้นมา ก็มีคอลเลกชั่นต่างๆของ Neo Blythes เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Blythe ตัวแรก ' Parco Limited Edition ' ( 1,000 ตัว ) ที่ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ตามมาด้วยคอลเลกชั่น Mondrian , Rosie Red , Holly Wood , All Gold in One , Kozy Kape inspired , Aztec Arrival , Sunday Best และ Miss Anniversary Blythe ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นพิเศษที่ทำขึ้นเพื่อเป็นการฉลองวันเกิดครบรอบ 1 ปีของ Neo Blythes พร้อมเซอร์ไพรส์เหล่านักสะสมตุ๊กตาทั้งหลายด้วยการเปิดตัว Blythe สายพันธ์ใหม่นามว่า ' Petite Blythe ' ด้วยขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดเพียง 4 1/2 นิ้ว แม้ว่าจะมีสีตาให้เลือกเพียงสีเดียว แต่มันสามารถขยับเปลือกตาขึ้น-ลงได้พร้อมๆกับการดัดบอดี้ส่วนต่างๆให้ดูมี Movement เพิ่มมากขึ้น ซึ่งคอลเลกชั่นที่ถือว่าโดดเด่นและได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือ Perfect Petite Series Blythe Dolls ที่ประกอบไปด้วย Asian Butterfly , Paisley Star และ Cosmo Afternoon ปิดท้ายด้วยการเปิดตัว ' Blythe Belle ' ตุ๊กตาพีวีซีที่จำลองและย่อส่วนขนาดของ Blythe ให้เหลือเพียงแค่ 3 นิ้วเท่านั้น


Blythe Bodies
BL : ในช่วงปี 2001-2002 Neo Blythe ได้ผลิตออกมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว กลายเป็นตุ๊กตาที่มีอิทธิผลต่อแวดวงแฟชั่น ด้วยบอดี้แบบตุ๊กตา Licca ตุ๊กตา 6 ตัวแรกที่ปฏิวัติตุ๊กตารูปแบบเดิมๆด้วยลูกตาที่มีความแวววาว และพื้นผิวหน้าที่อ่อนนุ่ม หลังจากนั้นก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบตา พร้อมกับแต่งแปลือกตาให้มีความกระจ่างชัดเจนขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนสีผิวหน้าให้มันวาวขึ้นด้วย

EBL ( Excellent ) : ในปี 2003 Takara เฉลิมฉลองวันครบรอบ 1 ปีแรกของ Blythe ด้วยการเปิดตัว Excellent Blythe ที่มีรูปแบบใกล้เคียงกับต้นแบบเดิมของ Kenner จะต่างกันก็ตรงวัสดุ ยกตัวอย่างเช่น รุ่น Cinnamon Girl ที่ผลิตขึ้นจากพลาสติกและยางสีเข้ม มีความโปร่งใสมันวาว จนมาถึงรุ่น Fruit Punch แต่พลาสติกที่ใช้ทำลูกตาจะเป็นโทนสีสว่างขึ้น ( หลังจากที่หยุดผลิต EBL Dolls ... Takara ก็ได้ปล่อยตุ๊กตา Blythe รุ่นใหม่คือ Margaret Meets Ladybug และ Samedi Marche ออกมาตีตลาดของเล่นอีกอย่างต่อเนื่อง )

SBL ( Superior ) : ในปี 2004 - ปัจจุบัน ยังคงอิง Blythe ต้นแบบดั้งเดิมของ Kenner ( 1972 ) มากที่สุด แต่รูปแบบนั้นเปลี่ยนใหม่หมด เริ่มจากการยกเครื่องเปลี่ยนตั้งแต่ใบหน้า ไปจนถึงโครงสร้างภายใน ไม่ว่าจะเป็นลูกตาที่มีความแวววาวขึ้น รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆที่ประกอบอยู่ด้านหลังก็ถูกทำให้ดูสมูทขึ้น พร้อมกับเพิ่มชิ้นส่วนใหม่บริเวณหนังศีรษะเพื่อเพิ่มน้ำหนักและความทนทานมากขึ้นด้วย

RBL ( Radiant ) : ในปี 2006 Radiant Blythe ถูกผลิตขึ้นมาตีตลาดอีกครั้ง ภายใต้บอดี้ที่เหมือนกับ SBL และ EBL แต่แตกต่างกันที่ตรงส่วนโค้งของเปลือกตาที่ดูลึกและมีมิติขึ้น เช่นรุ่น Darling Diva , Last Kiss และ Star Dancer

ในขณะที่โลกกำลังขับเคลื่อนต่อไปอย่างก้าวกระโดด ผู้คนต่างต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหวังก้าวให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ จนหลงลืมคุณค่าของอดีต แต่ก็ยังมีคนอีกไม่น้อยที่โหยหาอดีต เฉกเช่นเดียวกับ Blythe ที่แม้จะเป็นเพียงแค่ตุ๊กตา แต่มันก็ได้พิสูจน์ให้เราได้เห็นแล้วว่า ทำไมผู้คนถึงยังคงหลงเสน่ห์ในตัวมันนัก แม้เวลาจะผ่านไปสักกี่สิบปีก็ตาม ....

บทความจาก Special Story โดยคุณอภิญญา จากนิตยสารเปรียว



ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์), ชมพู่-อารยา
เหล่าคนดังอย่าง "ชมพู่" อารยา ก็ยังหันมาสะสม ตุ๊กตาอินเทนรด์ นำแฟชั่น อย่าง ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์) ตัวนี้เช่นกัน

ตุ๊กตาหน้าเหมือนของรักของหวงของ "ชมพู่" อารยา
หน้าตาละม้ายคล้ายตุ๊กตาเหลือเกิน "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต เลยกลายเป็นนักสะสมตุ๊กตา Blythe (บลายธ์) ระดับต้นๆ ของเมืองไทย นางเอกสาวชื่อดังรีบแจกแจงถึงที่มาในการเริ่มสะสมตุ๊กตาแบรนด์ดังว่า เดิมทีไม่คิดจะสะสม แต่เห็นความน่ารักของมันแล้วอดใจไม่ไหว

"ตอนแรกแตงโม (ภัทรธิดา พัชระวีรพงษ์) ส่งรูปตุ๊กตามาให้ดูก่อน เราเห็นรูปก็เอ๊ะ...ทำไมมันน่ารักจังเลย แต่ก็ยังไม่รู้จะไปซื้อที่ไหน กระทั่งตอนที่แตงโมกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวฮ่องกง เขาก็เลยซื้อมาให้ 1 ตัว ตอนนั้นดีใจมาก หลังจากนั้นก็เหมือนผีสิง (หัวเราะ) ซื้อตุ๊กตาตลอด อย่างเมื่อก่อนไม่เคยไปสะพานเหล็ก คลองถม เพราะคิดว่ามีแต่ผู้ชายไปซื้อเกม ซื้อซีดี แต่พอรู้ว่าที่นั่นมีร้านขายตุ๊กตาบลายธ์ด้วย ก็เริ่มไปซื้อ ครั้งแรกที่ซื้อก็ 6-7 ตัวแล้วนะ ออกตัวแรงเลยล่ะ ใช้เวลาไม่ถึงเดือน ก็มี 30 ตัวแล้ว โดยเฉพาะนักสะสมใหม่อย่างเรา ถ้ารุ่นไหนยังไม่มีก็จะขยันซื้อ" นางเอกวิก 7 สีอธิบายเสียงใส

เม้าท์เรื่องตุ๊กตาสุดโปรดให้ฟังมาพักหนึ่งแล้ว คราวนี้ชมพู่ก็ขออวดตุ๊กตาแต่งชุดหวาน ที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดาตุ๊กตาที่เธอสะสมทั้งหมดประมาณ 60 กว่าตัว นั่นก็คือราคา 2 หมื่นบาท ซึ่งบินไปซื้อที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แถมก่อนซื้อต้องอีเมลไปสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าด้วย ส่วนสาเหตุที่ราคาแพงหูฉี่ เพราะเป็นตุ๊กตาครบรอบปี 2004 ซึ่งผลิตออกมาเป็นจำนวนน้อยนั่นเอง

"จริงๆ ราคาตุ๊กตา 1 ตัว ราคาจะประมาณ 3,500 บาท ราคาจะแพงหรือไม่แพงอยู่ที่รุ่นด้วย ตอนนี้ถ้าเป็นตุ๊กตาที่ชมสะสมอยู่ ให้แก้ผ้าตุ๊กตา เราก็พอจะจำได้ว่าเป็นรุ่นไหน แต่ถ้าไม่ใช่รุ่นที่ชมสะสมก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็แหม...ชมก็ไม่ถึงขั้นเทพขนาดนั้น (หัวเราะ) เพราะยังสะสมไม่ถึงปีเลย แต่ออกตัวแรงมาก" ชมพู่ กล่าวพร้อมหัวเราะ

ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์), ชมพู่-อารยา


"ถ้าคนที่ไม่เข้าใจ เขาก็จะมองว่า เราสะสมอะไร ไร้สาระ แต่ถ้าเข้ามาอยู่ในกลุ่มจะรู้ว่า มันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งที่เขาชอบเหมือนเรา ถามว่าหมดเงินไปเยอะมั้ยกับการซื้อตุ๊กตา เรียกว่าหมดไปเยอะ หลายแสนบาทอยู่นะ แต่ตุ๊กตาพวกนี้ขายคืนได้ทุกชิ้น เพราะเขามีราคา พอเราเริ่มสะสม เราก็เริ่มศึกษาจากหนังสือบ้าง จากเว็บไซต์บ้าง หรือมีคนที่เขาสะสมอยู่แล้วมาแนะนำบ้าง ตอนนี้ชมก็มีโครงการจะซื้อจักรเย็บเสื้อผ้าให้น้องตุ๊กตาด้วยนะ" ชมพู่ เล่าอย่างอารมณ์ดีทิ้งท้าย



ภาพ ตุ๊กตา Blythe (บลายธ์) น่ารักๆ

(คลิกที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

 
  My.iD : Diary :: ไดอารี่ประจำวัน

Diary Link > คอลัมน์ My.iD | แนะนำ Diary กัน |
  บันทึก Diary ห้าวันล่าสุด
คลิกที่นี่เพื่อดู list Diary ที่ผ่านมา


  My.iD : Writer ::ผลงานบทความ

Writer Link > คอลัมน์ Writer | บอร์ดนักเขียน | ค้นหาผลงาน! | ส่งผลงานบ้าง |
 10 ผลงานล่าสุด
Woman & Fashion เรื่องยาว
สิ่งของ intrend
อัพเดท: 7 ต.ค. 51 , เข้าชม :130/130 , โพส : 0
แฟนพันธ์แท้ : 2 , Rating :0
คำอธิบาย : ใครเป็นผู้หญิงอินเทรนด์ ก็แวะเข้ามาเลย !!~*
Download Music เรื่องยาว
ดนตรี เพลง หนัง
อัพเดท: 2 ต.ค. 51 , เข้าชม :2395/10599 , โพส : 40
แฟนพันธ์แท้ : 12 , Rating :4.95455
คำอธิบาย : Download Music
  ผลงานบทความที่ผ่านมา

  My.iD : Favorite Writer ::บทความแฟนพันธ์แท้ น่าติดตาม

•Theme•,,Free ,,ธีมกู๊ดกี๊ด สวยเริ่ด,,  โดย  Kae mii nael l ,,เก๋_ซี่,,

Once Upon A Time in New York  โดย  January__**

ชีวิตที่เปลี่ยนไปในอเมริกา  โดย  +[P!NK-BeRRy]+
1 ปี กับชีวิตในอเมริกา  โดย  Achidahp
ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนน(สวีเดน)  โดย  ตาสว่าง
เรื่องวุ่นๆที่เยอรมัน ><  โดย  kpzomzonic
ชีวิตในดินแดนแห่งศิลปะ Firenze  โดย  surasavadee
เลือกคณะอย่างไรไม่ให้พลาด! บทเรียนจากคน'เคย'เรียนหมอ จุฬา  โดย  dorae_monty
เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้!?  โดย  Ho|y Leonheart
::ก้าวสู่การเป็นนักเขียน::  โดย  Black Sakura , Phantom Opera [BW]
Code~แจกโค๊ดแต่งไอดี  โดย  kooh jung
••Free Theme บทความ••  โดย  -=อุณหภูมิสูง=-
Free •• ธีมบทความ และของตกแต่งต่างๆ  โดย  ดร.ฟลู (อ้อมคัพ)

  My.iD : Board :: ตามล่ากระทู้เก่าของฉัน

Board Link > บอร์ดรวม | บอร์ดสาระ | ตามใจฉัน | มีรูปเด็ด | คลังกระทู้ |
  10 กระทู้ล่าสุด


  กระทู้ที่ถูกเก็บเข้าคลังกระทู้

  กระทู้ที่เคยติด Top 5



  My.iD : Friends :: เพื่อนๆชาว My.iD

Friends Link > ชาว My.iD ที่เกิดวันนี้ : 11 ตุลาคม 2551
SadmanStanding : ไอดีลายเส้น >o< สวยจังเลย
Pakeenum : เยนเซ
ตุ๊กตาหลังม่าน : เพื่อนน่ะ
p E n E _ C a $ a L i n g @ ~ : Mimoza
-:- ตัJ|ม..-:- : May112
||-HeDw!g & P!gw!Dgeon-|| : ไอดีสวยจริงๆ สาวกแฮรี่ย์ตัวจริงเลย
PeaR-Lawliet : เว็บสุดเจ๋ง หุหุ
vicvic : Vicvic
-หัวสมองตีบตัน- : หัวสมองตีบตัน
•• CGC_KINGDOM™ •• : อาณาจักรของคนรักศิลป์

My.iD : Gallery

อัพเดท 6 ตุลาคม 2551
Doll !!~*
(6 ต.ค. 51 : 99 รูป)
อัพเดท 2 ตุลาคม 2551
ตุ๊กตาเหมือนคน
(2 ต.ค. 51 : 10 รูป)
อัพเดท 29 กันยายน 2551
D;DOLL
(29 ก.ย. 51 : 53 รูป)
อัพเดท 25 กันยายน 2551
คาร์นิวัล
(25 ก.ย. 51 : 60 รูป)
อัพเดท 16 กันยายน 2551
BE BEAR !!*~
(16 ก.ย. 51 : 9 รูป)
อัพเดท 16 กันยายน 2551
มากิน >O<,, ข้าวกล่องจิ๋ว
(16 ก.ย. 51 : 22 รูป)
อัพเดท 16 กันยายน 2551
Blythe Doll
(16 ก.ย. 51 : 111 รูป)
อัพเดท 14 กันยายน 2551
ตุ๊กตาเกาหลี
(14 ก.ย. 51 : 3 รูป)

ดู Gallery ทั้งหมด



My.iD My Identity at Dek-D.com : Copyright © 1999-2008 www.dek-d.com