วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2551
ออกเดินทางสู่เขาใหญ่....จุดเริ่มต้นของการเดินทาง(อันน่า.......ตื๊ดดดดด)
สถานที่แรกที่เราหยุดแวะคือ "น้ำตกเหวนรก"
มีคำถามว่า ชามต่างชาติถ้าอ่านป้ายจริงๆ จะกล้าไปใหม "Hell นรก waterfall"
..............ชื่อน่าเที่ยวมากกกกกกกกกกกกกก
ถ้าถามว่าเจ้าน้ำตกนี่มันนรกตรงไหน ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่กว่าจะบุกป่าฝ่าดงไปถึงน้ำตกได้มัน นรก สมชื่อ กับทางเดินขึ้นๆ
ลงๆเขากว่ากิโลฯ ด่านสุดท้ายเป็นบันไดสุดชันประมาณ 100 กว่าขั้นซึ่งถ้าตกบันไดล่ะก็....
นับว่าคุ้มค่าสำหรับการถ่อไป ไอน้ำลอยปะทะหน้าขณะเข้าใกล้ อากาศเย็นสบายแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ช่วงนี้เป็นหน้าฝนพอดี
น้ำเยอะมากทำให้บรรยากาศสวยเหมือนหลุดจากโลกแห่งความจริงมาก
แต่สุดท้ายก็โดนลากกลับ....
ขามามันลงบันได...
ขากลับขึ้นบันได...
ทำไมมันไม่ทำบันไดเลื่อน(วะ)
หลังจากผ่านนรกแกมสวรรค์มาหยกๆ (?)
หลังจากนั่งขาสั่นพอเป็นพิธี
เราเดินทางต่อเพื่อไปพักยังที่พักก่อนจะ ขึ้นเขาเขียวในช่วงเย็น
เป็นที่พักรับรองสำหรับบุคคลสำคัญ(แล้วแกเป็นใคร?) ชื่อบ้านพักนายก หรือในอีกชื่อว่าบ้านจอมพล เป็นบ้านปลูกเดี่ยว 10 ห้องนอน 14
ห้องน้ำ 1 ห้องครัวใหญ่ ห้องครัวขนาดใหญ่มีบาร์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ เรียกได้ว่าเป็นบ้านที่เพียบพร้อมด้วยเครื่องอำนวยความสะดวก ทุก
ห้องนอนมีห้องน้ำในตัว ตู้เย็น รวมถึงโทรทัศน์ ที่น่าสนใจคือ บ้านพักหลังนี้ปลูกด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมสมัยจอมพลปอ พิบูลสงคราม
ผนังบุครึ่งหนึ่ง หน้าต่างสูงยาวถึงพื้นทุกบาน เครื่องเรือนทำจากหวาย รวมถึงการตกแต่ง ยังคงรักษากลิ่นอายในสมัยก่อนได้เป็นอย่างดี
บ้านหลังนี้อยู่ล้อมรอบป่าเขา ด้านหน้าเป็นฝายน้ำขนาดใหญ่ (ฮวงจุ้ยดีมาก)
น่าเสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ได้ชมกัน
ระหว่างที่นั่งเล่นในห้องทางอาหาร(ซึ่งมีโซฟานุ่มๆพร้อม)
ก็ได้พบกับกวางหนุ่มหล่อ(ดูจากเขาที่น่าเอากลับบ้าน) เดินมาในบริเวณบ้าน กินยอดหน้าเก๊กมาดเจ้าชายเข้ามา สุดท้ายเจ้ากวางก็กิน
เกาลัดหมดซอง...
พึ่งรู้ว่าสัตว์ป่าชอบคน...
กลับไปกินโป่งดินไป๊!!
เกาลัดตรู!!!! อาวคืนมา โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!
เมื่อจัดของเสร็จเรียบร้อย (ข้าพักห้องหมายเลข3 คนเดียว ที่เลือกเพราะเตียงสวยกว่าห้องอื่น)
เราก็พร้อมเดินทางขึ้นเขาเขียว
ทางขึ้นเขาเขียวเป็นป่าดิบชื้น ที่อุดมสมบูรณ์ เราได้พบเจ้าที่ เป็นกุมารผู้ครองถนนสายนี้...

กวาง......
ถนนข้าโว้ย!!
มันเดินสะบัดก้นไปมา
มันไม่ได้กลัวรถเลย
เราขับรถตามตูดเจ้าถนนจน ท่านกรุณายอมหลีกให้
ข้างทางก่อนจะถึงสวยไม่แพ้กัน เราพบน้ำตกสายเล็กๆ ที่ไหลมาจากเนินสูงติดถนน
น้ำไสจนดื่มได้ แถมยังเย็นเจี๊ยบ

เราถึงเขาเขียว จุดที่สูงที่สุดในภาคกลางประมาณเวลา 17.00
บรรยากาศรวมทั้งแสงกำลังสายมากๆ ลมพัดเย็น
หุบเขาเป็นหลีบ เขาชอุ่มอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นใจประเทศไทย
สุดท้ายก็โดนลากกลับ............
จาอยู่ต่อออออออออ!!~
พอกลับที่พักเราก็เป็นแขกผู้มีเกียรติอีกครั้ง มีรถขับเอาอาหารเย็นมาประทานถึงที่
ประกอบด้วยปลาทับทิมตัวใหญ่หนีน้ำ 2 ตัว
แกงป่า
ต้มข่าไก่ (แกงนี่มาเป็นหม้อ)
ขาหมูนางรอง
หมูสะเต๊ะ (ปริมาณที่กินไม่หมดสิ้น สุดท้ายก็เอามากลับมากินที่บ้านหลังจากเที่ยวได้อีก 3 วัน)
ผลไม้เป็นลัง (สุดท้ายก็แบกกลับบ้าน)
........ขอโทษค่ะ มากันแค่ 5 คน....
หลังจากทางข้าว พักผ่อนกัน ก็ออกเที่ยวยามค่ำคืน
เป็นทัวร์ชมสัตว์ โดยนั่งรถ แล้วจะมีคนส่องไปมาให้ดู
เห็นว่าถ้ามีดวงก็จะเจอ ช้างบ้าง หมีควายบ้าง เสือบ้าง (ซึ่งเราไม่เจอ ดีแล้ว...)
ส่วนมากจะเจอกวางกับเก้ง ซึ่งมียั้วเยี้ย(กวางนะไม่ใช่หนอน)
ที่น่าสนใจคือ ชะมด
และหมาป่า ซึ่งเราไปถึงโพรงมันเลยทีเดียว
หลังจากการนั่งรถให้ลมยามค่ำคืนพัดจนหน้าชาแล้ว ก็เสด็จกลับยังบ้านพัก นอนหมดสภาพไปตามๆกัน
หมดสภาพจริงๆนะ...
จบการบันทึกวันที่1