|
View : 69 Post : 1
3 เมษายน 2550
ชื่อตอน : งั้นๆ รักทุกคน จุ๊บๆ
เกริ่นเรื่อง : .....เรื่องราวประท๊าบจายยยย
Hello!!
วันนี้วันที่ 2 เมษายน 50
สวัสดีไดอารี่ที่รัก...นี่ก็ใกล้สงกรานต์แล้วสินะ
อากาศมันช่างร้อนเหลือ ร้อนชะมัดเลยอ่ะ-_-
 
วันนี้ก็เหมือนเดิมเหมือนกับทุกๆวัน ร้อน เหงา หิว -_- เอิ๊กๆ
อีกไม่นานแล้วสินะที่เราต้องเข้าไปเรียนแล้ว ขี้เกียจจังหยุดมา ตั้งนานแล้วอ่ะนะความขยันมันก็ถดถอยไปเป็นธรรมดา แหละ zZ zZ

อยากไปงานสัปดาห์หนังสือจัง อยากไปซื้อการ์ตูน อิอิ ไปคราวนี้ จะต้องซื้อเรเอิร์ทภาคหนึ่งมาหั้ยดั้ยเลย เหอๆ ไม่ได้ๆ เราต้องไปดูหนังสือเรียนสิ (ใช่ๆ ขยันหน่อย)
เห็นมันมีเค้กรูปหนังสือด้วยนิ อยากกิน 555+ เรื่องกินมันเป็น เรื่องสำคัญอยู่แล้วเนอะแล้วไปคราวนี้...ต้องโกยนิยายมาเยอะๆเลย เหอๆ แต่ตังค์อ่ะ(ไม่มีนินา ชิมิ)
เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว...ไปซื้อหนังสือม.3ไปกะแอน แม่แอน พ่อแอน อั๋น (ไอ้พี่โต๋ มันบอกว่าเราดำขึ้นอ่ะTOT ได้ไงเนี่ย)
"คำสาปที่ฉันต้องเจอทุกๆคราที่ฉันมีความรัก คือตอนสุดท้ายต้อง จบอย่างปวดร้าว...ทุ่มเทชีวิตที่มีไว้ให้ใคร เค้าก็เดินจากไป เชื่อในความรักทุกคราว แต่สุดท้ายมีเพียงน้ำตา ไม่รู้ เรื่องราวที่เคย มีใครลิขิตไว้หรือเปล่า หรือคนอย่างฉันไม่มีค่าเพียงพอ ที่จะรักใครซักคน ความเดียวดายช่วยปลดปล่อยฉันทีเถอะ จะทำยังไงเพื่อจะให้คำสาปนี้เลือนหาย
ใครคนนึง ช่วยตอบคำถามให้ฉันเข้าใจ ว่าความรักมีจริงอยู่ไหม..."
คำสาป : PLAYGROUND
นั่นแหละ เรื่องชีชี่พักไว้ก่อน หลังจากนั้น ขากลับกินติ่มซำ
กรู...แย่งพวกมันกินไม่ทัน เหอๆ กินเร็วกันชิหาย สั่งมาตั้งเป็นสิบถาด
กินกันไม่ถึง 5 นาทีหมด แล้วก็ไม่ใช่ว่ากรูจะอิ่มซะเลยนะนั่น (แต่ก้อต้องบอกคุณน้าแป้งว่า "นู๋อิ่มแล้วค่ะ ^^" มันช่างเป็นการโกหกที่น่าเศร้าจิงๆ เรื่องกินสำคัญที่สุดอยู่แล้วอ่ะนะ)
ตามนั้น นั่นเป็นเรื่องราวของวันไหนไม่รู้ที่ผ่านมา
ต่อมาเป็นเรื่องของวันนี้
......................
.............................
..........................................
เย็นนี้กิน ข้าว ต้มจืด และก็ผัดเผ็ดปลาดุก
.......................
...................................
...............................................
จบ!!!!!!!!!!
จี้จ๋าคิถึงแกมั่กๆ จุ๊บๆ

คิดถึงเพื่อนๆและก็พี่ๆมากมายอยากย้อนวันเวลา ให้เรามีเวลาดีๆร่วมกันอีกครั้ง
พี่ๆจ๋า ต่อจากนี้ไปเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วนะ
พี่อาม พี่เชด พี่นก พี่หญิง พี่ไผ่ ^^
ถนนหนทางที่มองเห็นจนชินตา
การที่ต้องจากเพื่อนที่เคยมีกันอยู่เสมอ หรือการที่ต้องออกไปเผชิญโลกนั้น
ฉันยังไม่เคยคิดถึงมัน
เเต่ละวันผ่านไปอย่างน่าเบื่อสุดสุด เฝ้าค้นหาตัวเองเเละหวาดกลัวกับความเปล่าเปลี่ยว
รู้สึกหวาดหวั่นไม่มั่นคง เเละไม่สามารถมองตรงไปข้างหน้าได้
ข้ามผ่านคลื่นเเห่งลำเเสงที่ทอดยาวไปสู่ถนนเเต่ละสาย
ความฝันที่น่าจะจบไปเเล้วนั้นยังคงไล่หลังฉันมา
เเละคอยหลอกหลอนความทรงจำที่ถูกบาดลึก
โอบกอดความรักที่ถูกจำกัดเเละเวลาไว้ด้วยสองมือนี้
อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้มันสูญหายไปเสียในยามนี้
รู้สึกเป็นกังวลทั้งกับสิ่งรอบข้าง ทั้งกับสิ่งที่ได้เห็น
เดินหน้าต่อไปทั้งที่ไม่รู้ว่าอะไรคือความเป็นจริง
ลืมไปเเล้วว่าเป็นทุกข์ด้วยเรื่องอะไร
เเต่ใครก็ได้ช่วยหยุดความหดหู่ที่ซ่อนอยู่ในจิตใจฉันทีได้ไหม
ความภูมิใจที่เเตกร้าวนี้ เก็บรักษามันให้ดีเท่าชีวิต
พูดคุยเสียเกินจริงเพื่อเติมเต็มช่องว่างเเห่งความหวาดหวั่นในจิตใจตนเอง
กาลเวลาหยุดเดินไปพร้อมๆกับเเสงอาทิตย์ยามเย็น
เเต่อนาคตของพวกเราส่องเเสงเรืองรองในคืนที่ไม่หวนกลับคืนมาอีกนี้
จะเล่าขานต่อไปอีกนานเท่านาน ถึงเเม้จะรู้ว่าบทเพลงเเห่่งความหวังเเละความเป็นนิรันดร์นี้
จะร้องอยู่ได้เพียงตอนนี้ก็ตาม
ยังหรอก เพราะฉันยังไม่หยุดง่ายๆ
ยังกอดความทรงจำสีจางๆนั้นไว้อยู่อีกหรือ
ได้เรียนรู้อะไรต่างๆมาก็มากกว่าสิบปีเเล้ว หรือว่า
คิดว่าเรามันยังเด็ก เเละจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป
ยังไงฉันก็ยังอยู่ในรถไฟที่กำลังเคลื่อนออกไปนี้
ดังนั้นเราน่าจะได้เจอกัน ณ เวลานั้น ณ ที่เเห่งนั้นนะ
ภายในดวงตาที่ฉันเชื่อมั่นมาตลอดคู่นี้ ยังคงมีฉันอยู่ไหมนะ
เข้มเเข็งดุจดอกไม้ที่เบ่งบานอยู่ริมทะเล
จะเป็นเช่นนี้ตลอดไป
ขอเเสงสว่างจงส่องนำทางอนาคตของพวกเรา
ให้ลอยสูงขึ้้นยิ่งๆขึ้นไป
ความฝันที่น่าจะจบไปเเล้วนั้นยังคงไล่หลังฉันมา
เเละคอยหลอกหลอนความทรงจำที่ถูกบาดลึก
โอบกอดความรักที่ถูกจำกัดเเละเวลาไว้ด้วยสองมือนี้
อย่างน้อยก็เพื่อไม่ให้มันสูญหายไปเสียในยามนี้
กาลเวลาหยุดเดินไปพร้อมๆกับเเสงอาทิตย์ยามเย็น
เเต่อนาคตของพวกเราส่องเเสงเรืองรองในคืนที่ไม่หวนคืนมาอีกนี้
จะเล่าขานต่อไปอีกนานเท่านาน ถึงเเม้จะรู้ว่าบทเพลงเเห่งความหวังเเละความเป็นนิรันดร์นี้
จะร้องอยู่ได้เพียงตอนนี้ก็ตาม
เข็มสั้นเเละเข็มยาวที่ยังคงเดินต่อไปนี้
เมื่อเหลียวมองกลับไป มันช่างเป็นช่วงเวลาที่สั้นนัก
จากช่วงเวลาเเห่งการเรียนรู้ จนมาถึงวันนี้
พวกเราช่างไร้เดียงสา ไร้เดียงสายิ่งนัก
|