วันนี้มีเรื่องแย่ๆ ที่ออฟฟิศ... จะเล่าล่ะนะ (บอกใครวะ)
ออฟฟิศเรา ด้วยความที่มันใหญ่ และเราก็เป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยคุยกับใครถ้าไม่สนิทกัน เวลาเดินออกแนวเชิดๆ เดินเร็วๆ เหมือนเด็กนิวยอร์ค มองตรงๆ ไม่สนใจใคร ตาลหญิงเคยบอกว่า มองแคลร์ครั้งแรก คิดออกอยู่อย่างเดียวว่า ผู้หญิงคนนี้มั่นมาก
ไม่ใช่คนหยิ่ง แต่ไม่รู้จะคุยอะไรกับใครมากกว่า เวลาเจอพี่ๆ ในออฟฟิศก็จะแค่ยิ้มให้ ถ้าเค้าชวนคุยก็คุย ประมาณนั้น
เพราะแบบนี้ก็เลยไม่ค่อยสนิทกับใครเท่าไหร่ นอกจากในแผนก แล้วก็ถ้าเพื่อนในแผนกสนิทกับพี่แผนกอื่นแล้วเค้าเข้ามาเล่นในแผนกก็จะได้เห็นความบ้าของเรา แล้วก็จะสนิทกันตามไปด้วย ประมาณนั้น
อีกอย่างก็เพราะออฟฟิศเราเป็นบริษัทออนไลน์ เรื่องเทคโนโลยีเลยค่อนข้างเยอะ มี MSN ของออฟฟิศที่ใช้สื่อสารกันระหว่างพนักงาน บางทีก็สะดวกกว่าการกดโทรศัพท์หา เพราะบางทีอีกคนก็ติดสายลูกค้าอยู่ ประมาณนั้น
ก่อนหน้านั้นเคยมีเรื่อง เพราะลูกค้าโทรมาเพื่อแก้ไขการจอง เรากำลังจะทำการแก้ไขให้ แล้วเค้าก็ถามเรื่องเกี่ยวกับบัตรเครดิตขึ้นมา ซึ่งเราตอบไม่ได้ จริงๆ คือไม่แน่ใจมากกว่า โพรเซสเบื้องต้นก็พอรู้บ้าง แต่ที่เค้าถามมันค่อนข้างลึกแล้วเราก็ไม่ค่อยได้เจอเคสนี้ เลยโอนสายไปให้แผนกที่เค้าดูแลโดยตรง บอกตรงๆ ว่า คิดว่าพอเค้าอธิบายลูกค้าเสร็จแล้วก็คงจะโอนสายกลับมาให้เรารับเคสต่อ ประมาณนั้น
แล้วเราก็ลืม ก็ลุกไปห้องน้ำ แล้วก็ไปชงไมโลกิน พอดีเจอคุณแมทสุดหล่อเข้า เลยเมาท์แตก แล้วก็กลับมาที่โต๊ะทำงานช้า
เจอ MSN ของออฟฟิศกระพริบอยู่ พอเปิดอ่าน อีแคลร์แบบว่า... -*- !!!!!
ชีพูดประมาณว่า Why do I need to transfer the line back and forth. He wants to amend the booking and you transferred to me. Now I need to transfer back to you.
"What's so hard to explain this to the customer?"
ปึ้ด!!! เพราะไอ้ประโยคข้างบนเนี่ยแหละ
หน้าชาไปเลย ตอบเค้าไปว่า
I know he wants to amend the booking but I wasnt sure about the credit card so I transferred the line to you. I thought you could transfer back to me so I can handle it after you explain to him. I'm sorry that I didnt tell you so.
เค้าคงรู้ตัวมั้ง เลยตอบกลับมาว่า "I didnt mean to be rude"
ขอโทษเหอะว่ะ!!! ไอ้ I didnt mean to be rude น่ะ ใช้พูดเพราะรู้สึกตัวแล้วใช่มั้ย ว่าตัวเอง Rude ไปแล้ว!!!
ไม่อยากเยอะ และเราเป็นคนไม่ชอบมีปัญหา อีกอย่างก็ทำงานอยู่ออฟฟิศเดียวกัน ก็เลยไม่ได้ตอบอะไรกลับไป มันก็จบ
วันนี้ก็เอาอีกแล้ว กับพี่คนนี้คนเดิม ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าเกลียดอะไรกูนักหนา หน้าเค้าเรายังจำไม่ได้เลย คงเพราะเวลาเดินไม่ค่อยมองหน้าคน ชอบมองตรงๆ ไปที่ที่กำลังจะไปมากกว่า แต่เราไม่รู้หรอกนะ ว่าเค้ารู้จักเรามั้ย
วันนี้ลูกค้าแชทมา กับปัญหาเดิม ลูกค้าส่งเอกสารมาแล้วตั้งแต่วันที่ 23 ตุลา เราไม่เห็นโน๊ตใน system เลยเอ็มไปถามเค้า ว่าเค้าได้รับหรือยัง
ที่เค้าตอบกลับมาก็คือ
"If she sent it since Oct 23 and there is no note in the booking, means we didnt receive it yet. Okay?"
ก็พอเข้าใจ แล้วตอบคำถามแบบ เหมือนจะบอกว่า แค่นี้มึงต้องถามด้วยเหรอ คิดหน่อยได้มั้ย ถ้าส่งมาตั้งนานแล้วแล้วไม่มีโน๊ตเลยก็แปลว่าไม่ได้รับไง ไอ้ฟาย!
เราแค่รีเช็ค เพื่อความชัวร์เท่านั้น อีกอย่างนี่มันก็หน้าที่เค้าเหอะว่ะ
แล้วเค้าพิมพ์มาอีกว่า "Received?"
เราก็งงว่าเค้าหมายถึงอะไร เลยตอบไปว่า "??"
เท่านั้นแหละ แม่มึง
ชีพิมพ์มาตัวเท่าบ้าน ย้ำ เท่าบ้าน ด้วยประโยคเดิมด้านบน ราวกับจะบอกว่า อีห่า มึงตาบอดใช่มั้ย จัดไป กูเอาตัวใหญ่เท่าบ้านแล้ว มึงอ่านซะ!!!
พอก๊อปแปะประโยคเดิมและเปลี่ยนฟอนท์ให้ใหญ่เสร็จ ชีก็ต่อด้วยประโยคที่ว่า
"Oops. Too big"
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!! อีแคลร์นั่งสั่นอยู่หน้าจอ
โมโหมากกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เกิดมากูไม่เคยโมโหขนาดนี้มาก่อน แม่งเอ๊ย! งานก็งานมึงป่ะล่ะ หน้าที่กูที่ไหนล่ะอีห่า ถ้ากูรู้จะถามมั้ย ถ้ากูเช็คเองได้กูจะใช้มึงมั้ยล่ะ
ดรอกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!
โมโหจนโอลิเวอร์หันมาทำหน้าตกใจแล้วบอกว่า "จิล ใจเย็นๆ"
ยุ่ง แม่งก็ยุ่งกันหมดแหละ เค้าให้มาทำงาน ไม่ได้ให้มานั่งเล่น!!!
แล้วหลังจากนั้นมีคุยกันอีก 2-3 ประโยคเพราะเคสยังไม่จบ และทุกคำตอบที่ได้รับ ขอบอกว่า
"กวนตีนมาก"
คือ อยากจะลุกไปถามพี่เค้าเลยว่า พี่มีปัญหาอะไรกับหนูรึป่าว
มายหันมาบอกว่า พี่เค้าเป็นคนพูดตรงแบบนี้แหละ
เออ ตรงชิบหาย ตรงหาพ่อมึงไงฟะ!!
นั่งโมโหจนมือสั่น โมโหมาก มือเย็นไปหมด รู้สึกเหมือนแบบ เหมือนกูกลายเป็นอีบ้าพูดไม่รู้เรื่อง เรื่องง่ายๆ ก็ไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่... สัดเอ๊ย!!!!
ติดอยู่ 3 แชท โทรศัพท์ก็เข้า ถ้าไม่ให้เค้าเช็คแล้วจะให้ใครเช็ค ไม่งั้นจะแบ่งแผนกหาเห้ไรไม่ทราบ
นั่งมือเย็นเฉียบอยู่สักพักก็ไม่ไหว ลุกไปผ่อนคลาย เข้าห้องน้ำ ดื่มน้ำเย็นๆ เผื่อจะดีขึ้น
พอกลับมานั่งที่เดิมมันก็รู้สึกดีขึ้นนะ ก็คิดว่า ยังไงก็ยังอยู่ออฟฟิศเดียวกัน คราวหน้าก็คงจะคุยกับคนอื่นในแผนกนั้นแทน เลิกคุยกับคนคนนี้ดีกว่า ถ้าคุยแล้วหัวเสีย
แล้วก็คิดว่า จะจำเอาไว้ การทำแบบนี้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกแย่แค่ไหน จะจำเอาไว้ และจะไม่ไปทำกับใครแบบนี้ให้เค้าด่าพ่อล่อแม่ได้ สันดานแบบนี้อย่าไปทำ ต่ำๆ แบบนี้อย่าไปทำ ไม่มีใครชอบหรอก เราเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน
ไม่รู้หรอกว่าเค้ามีปัญหาอะไร ไม่รู้หรอกว่าเค้าไปโกรธใครมา ไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตคู่ของเค้าหรือเปล่าถึงได้มาเหวี่ยงใส่กู
แต่ที่รู้ก็คือ อย่าไปทำแบบนี้กับใครเค้า ไม่มีใครชอบหรอก
เรารู้ตัวนะ ว่าตั้งแต่มาทำงานที่นี่ ก็เหมือนจะแรงขึ้น 555 แต่ยังไงเราก็มีลิมิตนะ ยังไงเราก็รู้ว่าเราควรจะปฏิบัติยังไงทั้งกับลูกค้า เพื่อนร่วมงาน และเจ้านาย
เวลาโดนลูกค้าโวยวายใส่ ก็คิดเหมือนกัน เวลาที่ลูกค้าก่นด่า ก็คิดเหมือนกัน
คนเรา ถ้าต้องการอะไร "พูดดีๆ" ขอร้องดีๆ ใครเขาก็อยากจะช่วยทั้งนั้น
เรากับเพื่อน ถ้าลูกค้าด่ามา หรือโวยวายมา ทั้งๆ ที่บางอย่างช่วยได้ แต่มันก็ไม่มีใจอยากจะช่วยแล้วแหละ
อย่าคิดว่าเราใจร้ายเลย ลองมานั่งที่เราดูสิ แล้วมาทำอย่างที่เราทำ แล้วจะได้ลิ้มรสชาดความป่าเถื่อนบ้าบอของมนุษย์หลายเผ่าพันธุ์สัญชาติ แต่ละประเทศก็มีวัฒนธรรมที่ต่างกัน ส่วนใหญ่แล้วเราก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วก็ถอนหายใจ
ก็นี่มันงานนี่หว่า...
หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรอีก เพราะเราตั้งใจว่าจะเลิกคุยกับเค้าแล้วล่ะ คงจะถามกับคนอื่นแทน ยกเว้นไม่มีตัวเลือกอ่ะนะ...
คนอะไรวะ นิสัยแย่จัง -*-
มันทำให้เราคิดขึ้นได้อย่างนึงว่า เทคโนโลยีมันทำให้คนเราไม่เคารพกัน เพราะไม่เห็นหน้า ไม่ได้ยินเสียง นึกอยากจะด่าก็ด่า นึกอยากจะเหวี่ยงก็เหวี่ยง ลองเปลี่ยนจากเราเอ็มไปถามเป็นโทรไปถามหรือเดินไปถามสิ อย่างน้อยเค้าก็จะเกรงใจขึ้นมาบ้าง (คิดว่างั้น) เราคิดว่าเค้าคงไม่ทำเสียงกระแทกกระทั้นใส่ว่า ก็บอกไปแล้วไงคะ!! หรือว่าอะไรแบบนั้นหรอก คิดว่างั้นนะ คิดว่า
ไม่รู้สิ หรือว่าเรามองโลกในแง่ดีเกินไป?
******************************************
วันนี้มีอะไรมาอวดอีกแล้ว
จริงๆ ควรจะอวดนานแล้ว เพราะได้รับมานานแล้ว
หลังจากที่ได้รางวัล Best customer compliment ไป วันต่อมาก็มีเมล์จากลูกค้าที่ส่งมาชม เราก็แปลกใจมาก เพราะรู้สึกว่า เราไม่ได้ทำอะไรเยอะแยะเลยนะ ทุกอย่างก็ตาม Flow ที่เค้าจัดไว้หมด แต่เราไม่เหวี่ยงใส่ลูกค้าก็เท่านั้น
เนื้อหาตามข้างล่างจ้ะ
From: L, P
Sent: Sunday, November 01, 2009 11:54 AM
To: .....
Subject: FW: Staff Commendation
A very nice compliment for Jill.
Great work, Jill. Keep it up J
From: m k
Subject: Staff Commendation
To the Manager,
I would like to commend your staff member Jill.
I spoke to her via live chat today and I was so pleased with the excellent customer service she provided me with.
Please let it be known to her Team leader what a wonderful job she has done.
It is such a refreshing change to be able to talk to a operator that was able to listen to what I requested and was so prompt and friendly without the stress of a phone call overseas. I would also like to commend your website. I have always got such great hotel rates on your website and have told all my friends about it. It is so easy to use and I am so glad that i found it.
Keep continuing with the great work.
Kind Regards
K... W...
Perth, Australia
*********************************
ขออนุญาตเซนเซอร์ชื่อกันเล็กน้อย 555
ก็รู้สึกดีนะ ที่ลูกค้าน่ารักแล้วก็เขียนมาขอบคุณแบบนี้ บอกตรงๆ ว่ามันมีผลกับการทำงานของเราจริงๆ เรารู้สึกดี แล้วก็อยากจะเซอร์วิสลูกค้าเยอะๆ มันทำให้เราอารมณ์ดี เพราะว่าที่เราชอบงานบริการ เพราะเราชอบทำอะไรดีๆ ให้คนอื่น และชอบที่ตัวเราเองรู้สึกดีเวลาที่แก้ปัญหาให้เค้าได้ ช่วยเค้าได้ และเค้าโล่งใจ เค้ายิ้มให้เรา เค้าขอบคุณเรา เราชอบอะไรแบบนั้น
เหมือนจะลืมไปแล้วว่าตัวเองชอบอะไรแบบนั้น ต้องขอบคุณคุณคนนี้มากที่ทำให้เรารู้สึกอีกครั้งว่าความรู้สึกแบบนี้มันดีแค่ไหน ขอบคุณนะคะ ^______________^
*************************************
ไดวันนี้ยาวมากเลยเนอะ
แต่ก็นานแล้วที่ไม่ได้เขียน (ได้ข่าวว่าเพิ่งเขียนเมื่อฮัลโลวีน) พักนี้เรารู้สึกเหนื่อยแล้วก็ไม่ค่อยได้อัพอะไรเพราะไม่มีเรื่องจะอัพด้วยแหละ
จริงๆ แต่ละวันก็มีเรื่องอะไรผ่านเข้ามาเยอะแยะ แต่ก็รู้สึกว่ามันคงไม่จำเป็นที่จะต้องเล่าทุกสิ่งอย่างลงในนี้ บางอย่างเก็บไว้กับตัวเองเฉยๆ ก็ได้ ประมาณนั้น
คงจะโตขึ้นจริงๆ แล้วล่ะมั้งเรา
วันนี้เหนื่อยมากเลย ลูกค้าเยอะมาก รับไป 80 กว่าแชทแน่ะ ยังไม่รวมโทรศัพท์อีกนะ.. สุดยอดเลย
ปลายปีแล้ว ขยันๆ หน่อย โบนัสกำลังจะออก (ขยันแค่ปลายปีเรอะ?!)
*****************************************
เมื่อตอนเลิกงานช่วง 5 ทุ่ม กลับบ้านกับพี่ทิม พี่ทิมเป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่งที่เคยถามเราว่า "จีบได้มั้ย" 55555555 แค่อยากจะบอกน่ะ = =
เอาเถอะ ก็กลับบ้านด้วยกัน พี่ทิมก็คุยโทสับกับแฟน ส่วนเราไม่ได้โทรหาใคร เพราะปิดเครื่องหนีหายกันไปหมด ไม่รู้ว่าแบตหมดกันหรือเปล่า แต่ก็เอาเถอะ ก็เดินเตร่ๆ ไปเรื่อยๆ คิดอะไรไปเรื่อยๆ และอย่างที่บอก เราเดินไม่มองคน เดินมองตรงไปที่ที่จะไป
พี่ทิมวางโทรศัพท์ หันมาบอกเราว่า ไอ้สองคนนี้มันมองหน้าอกทำไมวะ
เราก็หันไปมองหน้าอกพี่ทิม พี่ทิมเป็นคนเล่นฟิสเนสเยอะ ช่วงอกเค้าจะล่ำๆ หุ่นดีมากเลยแหละ แล้วเราก็บอกว่า "พี่ทิมนมใหญ่นี่ มันก็มองเดะ" อื้ม เป็นคำพูดของสาวน้อยเรียบร้อยน่ารักคนหนึ่ง
พี่ทิมก็บอกว่า "ป่าว มันไม่ได้มองพี่ มันมองจิลต่างหาก"
อ้าว ไอ้ห่า!!
ก็หันขวับไป แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว
เราเป็นแบบนี้ตลอดเลย อีพวกผู้ชายแม่งก็ไม่เคยคิดจะมองหน้าเลย มองแต่นม
แล้วเราก็ไม่ค่อยจะสนใจอะไรด้วย พี่ทิมยังสังเกตเลย แต่เรากลับไม่รู้เรื่อง
พี่ทิมบอกว่า ระวังหน่อย เป็นผู้หญิง มันไม่ปลอดภัยนะ
เราไม่ได้แต่งตัวยั่วอะไรเลยนะ เสื้อผ้าก็มิดชิดดี กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าแตะ ชิลเหมือนทุกวัน แต่จะทำไงได้ รูปร่างมันเป็นแบบนี้เองนี่หว่า
เซ็งเนอะ
พี่เบิร์ดเคยบอกว่า แกมีแล้วไม่ได้ใช้ เอามาให้ชั้นดีกว่า
ฮืม.. หนูไม่ได้เป็นทอมนะเพ่!! ไม่ได้ใช้ไรล่ะ เอ๊อ...
นึกถึงคนบางคนเนอะ ไม่มีก็พยายามจะควักจะล้วงออกมาโชว์ แหวกแล้วแหวกอีก ก้มแล้วก้มอีก ทั้งควักทั้งล้วงทั้งก้มทั้งแหวก มองไม่เห็นอะไรอยู่ดี แบนเรียบ 555555555555555!!! (หัวเราะสะใจ)
ส่วนเราเหรอ พยายามจะไม่ได้มันออกมา แ่ม่งก็ชอบเสนอหน้ากันจัง
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ที่รัก ที่รัก
ชอบจังคำนี้ -////-
ถ้าตัวเองเรียกเค้าบ่อยๆ แบบนี้ก็คงดีนะ อ๊ายยยย >.<
จบเหอะค่ะ
แคลร์เอง (หลากอารมณ์มาก วันนี้)