|
View : 50 Post : 3
4 ตุลาคม 2549
ชื่อตอน : วันนี้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย
เกริ่นเรื่อง : ขอโทษที่ต้องทำไดย้อนหลังแต่เรื่องราวมันมากมายจิงๆฮับ
สวัสดีคร๊าบ
ผ๊มหายไป 2 วัน
(ความจริงผมไม่อยากทำไดย้อนหลัง......แต่เรื่องราวมันเยอะแยะมากมายจริงๆ)
กลับมา
ก็มีเรื่องมาเล่าเยอะเลยล่ะครับ
เพื่อความไม่เครียด
ผมจะขอเล่าให้ฟังอย่างขำๆล่ะกัน
ความจริงเรื่องมันก็ไม่ได้เครียดอยู่แล้วล่ะ
ฮ่าฮ่าฮ่า
เริ่มจาก
วันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา
วันนี้มายโทรมาปลุกผ๊มแต่เช้าเลยล่ะครับ
คุณก็คงจะเคยได้รับความรู้สึกนี้
ไม่เคยคิดว่าเค้าจะโทรมา
ไม่เคยรู้ว่าเค้าก็มีเบอร์เรา
ดีใจนะเนี่ยที่โทรมา
ถึงแม้มันจะเช้าโค..ต..ร เช้า
ตั้งแต่ 10 โมงกว่าๆ
"ตื่นๆได้แล้วจะนอนไปถึงไหนวันนี้มีนัดทำงานลืมแล้วเบาะ"
มายคงไม่คาดคิด
ว่าเราจะจำได้ทุกคำพูด
"โวยวายหลาย...เซาเว้าแหน่...รู้อยู่หรอกว่าทำงานนั่น"
ถึงแม้ในใจจะดีใจแค่ไหน
แต่ไม่รู้ว่าปากมันเป็นเห..รี่...ยอะไร
ถึงต้องตอบกวนตรีนไปอีกแล้ว
"รู้แล้วก็ดี...อย่าลืมไปแล้วกันก่อนเที่ยงเด้อ"
คร๊าบผ๊ม
และแล้ว
ผ๊มก็ออกจากบ้านไปทันทีที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ
อ่านถูกแล้วคับ
เปลี่ยนเสื้อผ้า
ก็เค้าบอกให้ผมไปก่อนเที่ยง
ตอนนี้มัน 10 โมงกว่าๆแล้ว
ก็ต้องรีบไปน่ะสิครับ
ชู่วววว
อย่าบอกใครล่ะ
ว่าผมไม่อาบน้ำ
(ซกมกจริงๆเลยกุ)
แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่ล้างหน้าแปรงฟันนะ
(แหะๆ...อย่างน้อยก็แปรงฟันล่ะว๊า)
ทันทีที่ไปถึงที่วัด
ผมยืนรอเพื่อนจน 11 โมง 55
โดยประมาณ
(ไปถึงวัดตอน 11 โมง 40 )
ด้วยความโมโห
(ทั้งที่ยืนรอแค่ 15 นาที)
ผ๊มก็เลยโทรไปหาหมูทิพย์เพื่อนรัก
"อยู่ไหนกันวะ....กุมายืนรอตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว....ยังไม่เห็นโผล่มาซักคนเลย"
"ขี้โม้หลายบักแว่น...ฉอดๆๆๆๆๆๆ"
ที่อ้วนมันพูดไม่อยากจะจำคับ
แต่อยากบอกให้มันรู้ว่า
วันนั้นกุเกือบหูหนวกแล้ว
นอกจากจะด่าทางโทรศัพท์
พอมาเจอหน้ามัน
มันก็ยังด่าต่อได้อีกครับ
ขอบพระคุณนะเพื่อน
ที่ทำให้กุรู้ว่า ด่าจนขี้หูเต้นระบำ เป็นยังไง
ขอบคุณจริงๆ
และแล้ว
ผมก็ได้รู้ว่า
เพื่อนเค้านัดกันที่โบถ
แต่กระผ๊ม
เจือกไปรอที่หอระฆัง
เห่อๆๆๆ
(กุผิดอีกตามเคย.....ทำไมไม่มีใครบอกเลยว่านัดที่โบถ)
หลังจากทำงานเสร็จ
ด้วยความเลวทราวต่ำช้าของกระผม
เกิดอยากเล่นสนุก
อยากแกล้งเพื่อนเล่น
(แต่หารู้ไม่ว่าหาความซวยให้ตัวเอง)
ทันใดนั้น
ผ๊มกระชากกระเป๋ามายมา
แล้วก็วิ่งหนีไปมาแถวๆนั้นแหล่ะคับ
สุดท้ายความซวยก็บังเกิด
เจือกวิ่งตกท่อเสย
ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า
(ยังขำอีกบ้าล่ะกุ)
เจ็บครับมันเจ็บมาก
ความจริงจะโทษผมก็ไม่ได้
ก็ไอ้เณรน้อยอิคคิวมันเจือกมาเปิดฝาท่อทิ้งไว้
จะมาเปิดทำม๊ายยยยยย
ฝาท่อก็อยู่ของมันดีๆ
จะไปเปิดมันทำมายยยย
(ความจริงแล้วมันก็อยู่ดีๆของมัน....แต่กุเจือกวิ่งไปตกเองใช่มั้ย)
หลังจากนั้นผมก็คืนกระเป๋าให้มาย
และได้รับคำปลอบประโลมจากเพื่อนๆที่แสนดี
"สมเมิง"
นี่แหล่ะครับ ^ ^
แม๊ กุรักพวกเมิงจริงๆ ^ ^
หลังจากแยกย้ายกันกลับบ้าน
ประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ
มายก็โทรมาหาผ๊ม
เอาอีกแล้วครับ
เทอมาทำให้ใจผมเปลี่ยนไปอีกแล้ว
"ปากกาหายด้ามนึง.........ขโมยไปป่ะนิ่"
น่ารักจังเสียงใครเนี่ย
"เอ๋า........จะไปรู้ซั่มเบาะ........ไม่ได้นับเดะว่าปากกามีกี่ด้าม.......ไม่มีใครอยากได้หรอกปากกาเน่าๆนั่น"
ขอโทษนะ
ที่ต้องตอบไปกวนๆ
(ก็เป็นซะอย่างงี้แหล่ะ.......กวนตรีนแบบนี้.....เค้าจะชอบลงมั้ยล่ะ)
เราก็คุยกวนกันไปมา
สุดท้ายมายก็จะวาง
"ขาเป็นไงบ้าง"
^ ^
แค่นี้แหล่ะครับ
หน้าผมก็ร้อนขึ้นมาทันที
ร้อนไปหมด
ร้อนทั้งหน้า
แต่ทำไมมือกลับเย็นเฉียบ
ความรู้สึกนี้เรียกว่าอะไรครับ
ผมไม่รู้จริงๆ
ผมแทบอยากจะกระโดดให้เตียงหัก
ก็คนมันดีใจ
อย่างน้อยเค้าก็ห่วงเราเหมือนกัน
"ก.....ก็ดีขึ้นแล้ว"
วันนี้มายทำให้ผมมีหวังมากขึ้น
บางทีผมก็อาจจะคิดไปเอง
แต่อย่างน้อยก็ให้ผมคิดหน่อยเถอะนะ
จะได้มีหวัง
มาย วันนี้ เราชอบเทอ มากขึ้นเย๊อะเลยน๊า

|