ชีวิต ม.6 ของเรา!! (แอดปี 55 จ้า)

ชีวิต ม.6 ของเรา!! (แอดปี 55 จ้า)
เกริ่นเรื่อง: เผื่อจะได้เป็นกำลังให้กับน้องๆรุ่นต่อไปเด้ออออ
1 พ.ค. 55 , View: 174 , Post : 1

BRAND'S Admission Reality 3
บทความนี้เข้าร่วมโครงการ Admission Reality 2
[ คณะอักษร / มนุษย์ ]

 จู่ๆก็รู้สึกอยากจะเขียนขึ้นมา 5555 

แป๊บเดียวก็เข้าเดือนพฤษภาแล้ว เป็นอะไรที่เร็วมาก เมื่อปีที่แล้วยังฝ่าฝันกับการสอบเข้ามหาลัยอยู่เลย (แต่ตอนนี้เราได้ที่เรียนแล้วล่ะ) 

สำหรับน้องๆที่เข้ามาอ่าน และกำำลังเตรียมตัวอ่านหนังสือที่จะเข้ามหาลัยต่อไป สำหรับคนที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว ก็อยากจะให้ตั้งใจและมุ่งมั่นต่อไป น้องโชคดีแล้วที่มีเป้าหมายในชีวิต ใครคัดค้านก็ไม่ต้องไปสนใจ (หมายถึงพ่อแม่อ่ะนะ ควรจะอธิบายให้ท่านฟัง ว่านี่คือความฝันเราจริงๆ เพราะเราเป็นคนเรียน :D) 

แต่ถ้าน้องคนไหนยังไม่รู้ว่าจะไปต่ออะไร หรือยังสับสนว่าจะเรียนอะไรดี ก็ขอให้ใจเย็นๆ ทบทวนตัวเองว่าเราอยากจะเรียนอะไร ชอบทำอะไรมากที่สุด อยากจะทำงานอะไร ไม่ต้องไปรีบร้อนหรอก เพราะกว่าเราจะรู้ตัวว่าไปทางไหนดีก็ตอนขึ้น ม.6 แล้วนี่แหละ 

ใครที่ยังไม่ได้เตรียมตัวก็ไม่ต้องกังวล พอขึ้น ม.6 แล้ว อะไรๆก็จะทำให้เรากระตือรือล้นเอง (เนื่องจากเพื่อนๆนั่นแหละ 55) 

ตอนเราอยู่ ม.5 เราเองก็สับสนว่าจะเรียนอะไรดีต่อดี เพราะเราเรียนภาษาญี่ปุ่นมา ตอนนั้นเรียนหนักมาก จนเรารู้สึกท้อเลยที่จะเรียนต่อ ในขณะเดียวกันเราก็ชอบการเขียนด้วย ก็ตั้งใจว่าจะเรียนวารสารศาสตร์ แต่พอเรามาขึ้น ม.6 จริงๆแล้วเราก็คิดว่าการที่เข้าวารสารศาตร์หรือไม่ก็พวกนิเทศนั้นเป็นไรที่ยากสำหรับเรา เพราะเราไม่มีหัวทางศิลป์เลย (ถ้าวาดก็พอได้อ่ะนะ แต่เรื่องระบายสี เรื่องเกี่ยวกับสีงี้ เราโดนเพื่อนว่าประจำ T^T)  ทีนี้เราก็เลยตัดสินใจว่า 

"เรียนต่อภาษาญี่ปุ่นดีกว่าาาาา" 

หลังจากวางเป้าหมายได้แล้ว ที่แรกที่เราลงสอบก็คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ตอนนั้นพี่ๆมาที่โรงเรียนเราแล้วก็จัดสอบฟรี แต่มีแค่สามสาขาก็คือ การโรงแรม การบิน การท่องเที่ยว (ไม่เกี่ยวอะไรกับที่เราจะไปเลย) แต่เราก็สอบไป 

เป็นที่แรกที่เราสอบ แล้วก็ติดข้อเขียน เราก็ดีใจนะที่ติด แต่ก็ไม่ได้ไปสอบสัมภาษณ์ เพราะว่าที่นี่เขารับส่วนสูงด้วย -.- 

ตอนนั้นจำได้ว่าทุ่มอ่านญี่ปุ่นอย่างเดียวเลย เพื่อไปสอบสนามต่อไปคือ มหาวิทยาลัยศรีนคริทร์วิโรฒ ที่นี่เราอยากเข้ามาก  ลงทุนไปสอบที่กรุงเทพกับเพื่อน สนามสอบกว้างมาก แอบเบลอด้วย เพราะเราตัวเล็ก แล้วก็มีแต่คนสูงๆทั้งนั้น เรากับเพื่อนสอบคนละที่กัน ดีใจที่เป็นแบบนั้น ถ้าสอบฮอลล์เดียวกันนะ กว่าจะเจอ คงแย่ 55555 

ข้อสอบภาษาญี่ปุ่นยากมากๆ ยอมรับเลย เพราะว่าโรงเรียนเราสอนช้าด้วย ขนาดเราทุ่มอ่านญี่ปุ่นอย่างเดียวยังไม่รอดเลย โดยเฉพาะไวยากรณ์นี่แบบว่า ไม่รู้เรื่อง  แต่เรื่องการอ่าน เราอ่านทบทวนไปหลายรอบกว่าจะเข้าใจได้ (แค่พอเข้าใจอ่านะ) 

สุดท้ายเราก็ไม่ติด ผิดหวังสุดๆ T^T 

พอปิดเทอมลง เราก็อ่านญี่ปุ่นเป็นบางครั้ง แต่วิชาหลักๆแทบไม่ได้แตะเลย แย่มากๆ 

(ใครจะสอบพวกภาษาเหมือนเราก็ อ่านหนังสือให้เยอะๆหน่อยน้าา) 

พอปิดเทอม ก็เจอกับการสมัครสอบเจ็ดวิชาสามัญ ซึ่งเราก็งงๆกับระบบนี้อยู่ เพราะว่าอยากสอบเคียร์ลิ่งเฮาส์ไรนี่ด้วย แต่เราไม่รู้ว่ามหาัลัยที่เราอยากเข้าต้องสมัครด้วยมั้ย

พอยังงงๆอยู่ ก็เกิดน้ำท่วมอีก ทั้งน้ำ ทั้งไฟฟ้า ถูกตัดหมด ตอนนั้นไม่รับรู้โลกไปตั้งสิบกว่าวัน 

สุดท้ายเราก็ไม่ได้สมัครสอบ 555 

เปิดเทอมมายุ่งมาก เพราะเราสอบแกทแพท แล้วก็เพื่อนๆมีสอบของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีก ตอนนั้น มอหกโรงเรียนเรา พร้อมใจกันไม่ไปโรงเรียนกันสองอาทิตย์ได้ พอเปิดมางานเยอะมาก และอาจารย์ทุกคนก็บ่นด้วย  555

ที่ต่อไปของเราคือมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เราก็อยากเข้าที่นี่อีกแหละ คราวนี้เลยตั้งใจอ่านหนังสือเต็มที่ (รึึ) ทุ่มอ่านวิทย์ สังคม ภาษาไทย ส่วนคณิตเราโง่มาก เลยไม่ได้สนใจ อังกฤษเราก็พอไปได้ (นิดหน่อยนะ)

พอถึงวันไปสอบ เราก็ผ่านข้อเขียนมาแบบลุ้นๆ แต่พอสัมภาษณ์เราตื่นเต้นมาก ทีนี้เลยพูดผิดพูดถูก (ถึงตอนนี้ก็อยากกลับไปสัมภาษณ์อีกรอบจัง)

น้องๆก็เตรียมตัวกับการสอบสัมภาษณ์ดีๆด้วยน้าาา

ปรากฏว่าเราติดสำรอง ก็ดีใจมาก และรอลุ้นเพื่อจะได้เป็นตัวจริง แต่ปรากฏว่าสาขาเราไม่มีใครสละสิทธิ์เลย ก็เลยกดไปตามระเบียบ T^T 

เราสอบไว้อีกที่คือมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ (บ้านเราเองแหละ) แต่ที่นี่ไม่มีภาษาญี่ปุ่น เราก็เลยเลือกสอบประวัติศาสตร์ (เป็นสาขาที่เราอยากเข้ารองลงมา) เราก็สอบติด และมีสิทธิ์เข้าศึกษา แต่เราไม่เอา 5555 

ช่วงนั้นงานที่โรงเรียนเยอะมาก เราคิดมาตลอดว่าพอขึ้นมอหก เทอมสองแล้วจะสบายๆ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่เลย (ถึงจะแอบออกจากโรงเรียนได้ก็เถอะนะ) 

ก่อนที่จะปิดเทอม มอหก ปรากฏว่าเราติดโควต้าของมหาวิทยาลัยนเรศวร แต่เราอยากเรียนในกรุงเทพมากกว่า ก็เลยไม่เอา (ทำไมเป็นคนแบบนี้ -[]-) 

ศึกต่อไปคือสอบตรงของมหาวิทยาลัยราชมงคลเก้าแห่ง เราเลือกสอบที่ราชมงคลกรุงเทพ เพราะที่นี่มีภาษาญี่ปุ่น (กะจะเข้าคณะเดียว เลยมุ่งมั่นกับวิชาเดียว)  ทีนี้เรื่องเตรียมตัวสอบเราก็ไม่ค่อยได้คิดอะไรมาก กลัวว่าถ้าอ่านมากไปจะสอบไม่ติดอีก (ไม่ดีเลยนะ)   ก่อนสอบเราก็ชิวๆ ก่อนเข้าห้องสอบก็ไม่อ่านหนังสือ แต่ทำใจสบายๆ ถ้าอ่านมากไปจะทำให้เราสับสนได้ 

ข้อสอบที่นี่ไม่ยากเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ควรจะประมาท เพราะบางทีความคิดที่ว่ามันง่าย อาจจะทำให้เราตอบผิดก็ได้นะ 

แต่ก็ปรากฏว่าสอบติด พอไปสอบสัมภาษณ์ เราก็ได้สอบสัมภาษณ์เป็นคนแรกเพราะจับบัตรคิวเป็นคนแรก (ฮาา) ตื่นเต้นมาก มีสัมภาษณ์เป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย เราก็งูๆปลาๆไป 

ที่เราเรียนมาสามปีไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์เลย แต่คราวนี้จะเอาจริงละนะ :) 

ทีนี้พอติดสัมภาษณ์และมีสิทธิ์เข้าศึกษาแล้ว เราก็ดีใจมาก และก็คิดว่า เอาวะ เอาที่นี่แหละ เพราะค่าเทอมไม่แพง (บ้านเราไม่ค่อยรวยด้วย 5555)  

เอาล่ะ เขียนถึงแค่นี้แหละ 

สำหรับคนที่ยังไม่มีที่เรียนก็พยายามเข้าแล้วกันนะ สักวันจะต้องเป็นของเราแน่นอน :D 

สำหรับน้องๆก็พยายามกันด้วยนะคะ ฝันอะไรก็พยายามไปให้ถึงจ้าา 

ขอให้คนที่อ่านบทความเราโชคดีทุกคนเลยน้าาาา >[]<!!!!!!!!!!!!  


  




 

แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม






  • C o m m e n t
  • 1

    1 กัปตันวอร์ม บอกว่า :
    สู้ๆครับ ^^
    1 พ.ค. 55 / 22:13

    1


      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    4
    Comments
    10
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog