มกราคม 2552  |
| อา. |
จ. |
อ. |
พ. |
พฤ. |
ศ. |
ส. |
| | | | 1 | 2 | 3 | | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
| บันทึก Diary ห้าวันล่าสุด |
28 พ.ค. 49 [3/0] รับน้อง ช่วงนี้มันใกล้รับน้องแล้วนะ |
|
|
 |
|
View : 3 Post : 0
28 พฤษภาคม 2549
ชื่อตอน : รับน้อง
เกริ่นเรื่อง : ช่วงนี้มันใกล้รับน้องแล้วนะ
ช่วงนี้นับเป็นช่วงมหัศจรรย์ของชีวิตขาสั้นทั้วหลายที่ค้นพบว่า ตัวพวกเรานี้เรียนจบแล้วและก็กำลังจะไปเรียนมหา'ลัย สมใจอยาก หลังท้อแท้ปนเบื่อหน่ายการสอบมหาแอดมิสชั่นตะไลนั่นกันมานานหลายเดือน เอาความจริงจูรุดแล้วนั้น ช่วงนี้แหละครับที่เขาเรียกว่าช่วงเทศกาลรับน้อง(ส่วนจะโหดไม่โหด ขึ้นอยู่กับสมองของพี่ ๆ แหละ)
น่าแปลกนะครับว่าคนไทยหลายคนนิยมส่งบุตรหลานให้ได้เรียนในมหา'ลัยชื่อดังกระฉ่อนประเทศขวานด้ามหักนี้ แต่ไม่มีใครทราบเลยว่าระบบรับน้องโหด ๆ หนัก ๆ ทะลึ่ง นี้ ก็มาจากมหา'ลัยรัฐบาลที่หลอมแบบมาจากพวกฝรั่งมังฆา ไล่ตั้งแต่ระบบว้ากเกอร์ โซตัส ห้องเชียร์ เราเอาของเขาทั้งดุ้นแล้วมาหลอมให้ใหม่โดยเพิ่มการดื่มสุราร่ำเมรัย ขึ้นครู(สงสัยเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วเพราะกลัวไอ้เอดส์แน่ ๆ) หรือการขอชื่อเพื่อน ล่าลายเซ็นพี่ ไอ้ของแบบนี้ยังไม่นับเพลงสันทนาการทั้งหลายเกมส์มากมาย ที่สนุกสนานและทะลึ่งแอบสองแง่สองง่าม บ้างก็นับว่าเป็นการหลอมแบบมาเหมือนกัน น่าแปลกครับที่การรับน้องนี่มันก็เป็นแบบนี้กันมาหลายปี เพิ่งจะอื้อฉาวก็ตรงที่มีนักศึกษาคนหนึ่งเอาคอไปพาดเชือกเพราะว่าไม่อยากเต้นท่าไก่ย่าง
พอใครต่อใครได้ยินข่าวนี้ส่วนมาก คงจะตลกปนท้องแข็ง แล้วแสดงค่านิยมส่วนตัวตัดสินเด็กคนนั้นไปก่อน แท้ที่จริงแล้วคนแบบเขามีอีกมากพอ ๆ กับคนที่นั่งหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง พวกที่เป็นแบบเด็กคนนี้คงจะตลกไม่ออกแน่นอน ถ้ารู้ตัวว่าบัดนี้ชีวิตนักศึกษาที่ตัวเองกำลังจะเป็นนั้นยืนอยู่บนปากเหวของความชิกหายและหายนะที่ตัวเองกำลังไปเจอ เด็กนั้นมาจากต่างที่และต่างการอบรมบางคนอาจกล้าแต่บางคนอาจเหนียมอาย บางคนขบถ แต่บางคนตามครรลอง บางคนยอมในระบบรับน้อง แต่บางคนขนหัวลุกตั้งทะยานสู้ลมทันทีที่รู้ว่าจะต้องรับน้อง ผมอยากให้แง่คิดอย่างหนึ่งว่า ปีหนึ่งหรือที่เขาขนานนามให้ว่า เฟรชชี่ นั้นก็เปรียบดั่งเด็กขี้ตาบานเบอะที่ยังไม่เห็นอะไรในโลกนัก พวกพี่จึงต้องพาน้องไปชะล้างเบ้าตาล้างขี้ตาสอนน้องให้ลืมตาดูโลกอย่างกล้าหาญ เพราะแท้จริงแล้วมหา'ลัยนั้นเป็นแหล่งความรู้ที่ดีที่สุดในประเทศนี้ เด็ก ๆ จะได้ค้นพบว่าเราเป็นใครแล้วจะก้าวสู่โลกกว้างยังไง มหา'ลัยนี่แหละครับดีที่สุดที่จะให้คำตอบเราได้ เพราะฉะนั้นระลึกไว้ทั้งพี่ทั้งน้องว่า การรับน้องนั้นเป็นกิจกรรมที่มีกลิ่นอายแห่งความเป็นไทยสอนสั่งวนเวียนในระบบนี้ น้อง ๆ อย่ากลัวเลยเพราะการรับน้องไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญถ้าไม่อยากก็ไม่ต้องทำนะ พี่ ๆ ก็เช่นกัน ระลึกถึงกิจกรรมเสมอว่า เราทำเพื่ออะไร ไม่ใช่แก้แค้นหรือรังแกน้อง แต่เพื่อให้ตรงตามคำจำกัดที่เรียกว่า
การรับน้องใหม่สู่รั้วมหาวิทยาลัย
น้องมา น้องอยู่ น้องอาศัย เมื่อน้องจากไป ขอให้ได้มากกว่ากระดาษใบเดียว
รับน้องไม่สำคัญเท่ากับประสบการณ์ในรั้วมหา'ลัยนะครับ ขอให้ทั้งพี่และน้องตั้งใจกับกิจกรรมนี่นะ
สวัสดีครับ
|
|