So Hot จริงๆนะจ๊ะ ช่วงนี้ น้องๆเปิดเทอมได้ไปเที่ยวไหนกันมาบ้างจ๊ะ ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาพี่นัทกับครอบครัวแว๊บๆไปว่ายน้ำเล่นกับปลานีโม่มีจ๊ะ แถวๆจังหวัดตรังและกระบี่ ทะเลสวยมั๊กๆ เลยต้องเก็บภาพมาฝากน้องๆชาวเด็กดีกัน
ทริปนี้เริ่มด้วยบึ่งรถไปดอนเมืองเจ้าค่า...ฟุ่งตรงไปเช็คอินที่เค้าเตอร์นกแอร์เพื่อมุ่งสู่จังหวัดตรังใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กับอีก10กว่านาทีเท่านั้นเองจ๊ะ เครื่องลงจอดปุ๊บก็รีบบึ่งเอาของไปเก็บที่โรงแรม
สถานที่แรกที่เราไปกันก็คือ ถ้ำเลเขากอบ ที่ถ้ำเลนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง คำว่า เล เป็นภาษาท้องถิ่นของทางใต้แปลว่า ก้างใหญ่ ถ้ำแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อนักผจญภัย เพราะนักท่องเที่ยวจะนั่งเรือลอดถ้ำเพื่อที่จะเข้าไปภายใน พูดอย่างงี้น้องๆอาจจะไม่เห็นภาพ ก่อนจะลอดผ่านถ้ำเข้าไปภายในทั้ง...ก้ม...ก้ม...และก้มอีก...ก้มต่ำแบบสุดๆ....




ภายในจะพบกันความวิจิตรพิสดารของเหลือบห้องต่างๆภายในส่วนต่างๆของถ้ำ เช่น ถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำเจ้าสาว เป็นต้น ที่สำคัญมีช่วงที่ต้องนอนราบทำตัวแนบๆกับเรือเพื่อที่จะลอดผ่านถ้ำไปได้ เปรียบเหมือนการลอดใต้ท้องมังกร ใครที่ได้ลอดเชื่อว่าจะได้พบกับความโชคดี หากมองจะเห็นเพดานถ้ำเคลื่อนผ่านหน้าไปอยู่ห่างจาใบหน้าไม่กี่เซ็นติเมตร พี่นัทบอกได้คำเดียวว่า... เสียว

จากนั้นพี่ที่นำทัวร์พาพี่นัทและครอบครัวไปชมความงามของน้ำตกสายรุ้ง แต่เนื่องจากเป็นฤดูแล้งน้ำในน้ำตกเลยมีน้ำน้อยหน่อยแต่ไม่เป็นไร พี่นัทกับบรรดาน้องๆก็ยังสามารถจ๊ะเอาเท้าเล่นก็ยังดีเนอะ

พี่นัทพาเที่ยวทั้งทีต้องมีเมนูเด็ดๆมายั่วน้ำลายน้องๆอยู่แล้ว ช่วงค่ำรับประทานอาหารค่ำกันที่ร้านซีฟูต ประกอบไปด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมึก และยำไข่แมงดา ว้าวๆ....สดๆทั้งนั้นจิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ตรสเด็ดเผ็ดเปรี้ยวหนาว




เช้าวันรุ่งขึ้นติ่มซำอาหารเช้าชาวใต้บรรจงวางเรียงรายอยู่ตรงหน้า พี่นัท พี่นัทเก็บภาพมาฝากน้องๆอีกเช่นเคย เสีนดายที่เก็บรสชาติมาฝากไม่ได้...อิอิ...สงสัยน้องๆงต้องไปลิ้มรสความอร่อยด้วยตัวเองแล้วล่ะ หลังมื้อเช้าเริ่มต้นท่องทะเลตรังด้วยการชมความงามและสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้า กลิ่นไอทะเลลอยมาปะทะหน้า ระหว่างที่นั่งเรือมุ่งสู่เกาะกระดาน ซึ่งเป็นเกาะที่มีความสวยงามและมีชื่อเสียงมากของทะเลตรัง เรียกกันว่าเกาะแห่งความรัก เพราะเป็นเกาะที่เค้าจัดงานแต่งงานจดทะเบียนใต้น้ำกัน





ไกด์ให้ทุกคนที่อยู่บนเรือสวมเสื้อชูชีพ เพื่อความปลอดภัย แม้ว่าทุกคนจะมีห่วงยาง
ปิดท้ายด้วยความงามของปะการัง และสัมผัสความน่ารักของปลาหลากชนิด ที่ เกาะม้า และ เกาะเชือก ท้องทะเลสวยงามไม่แพ้กับที่เกาะกระดานเลย จบทริปของวันด้วยอาหารพื้นเมืองของชาวใต้ ประกอบไปด้วย แกงเนียง (ใบเนียงในนน้ำกระทิข้นมันใส่กุ้งสด) แกงเหลือง (เครื่องเทศผสมเครื่องแกงสูตรเข้มข้น หน่อไม้ และเนื้อปลาสูตรชิ้นโตเต็มคำ) และซีฟู้ตนานาขนาดที่เรียงรายกันมาเสริ์ฟไม่ขาดสาย พี่นัท เก็บภาพมายั่วน้ำลายน้องๆเล่นด้วย...อิอิ


ตะลุยทะเลกระบี่เริ่มด้วย อ่าวลิง ที่เค้าเรียกว่าเกาะลิง เพราะบนเกาะมีลิงเจี๊ยกๆอาศัยอยู่เต็มเกาะ อ่าวมาหยา ทัศนียภาพรอบอ่าวจัดว่าสวยน่ามอง ราวกับธรรมชาติบรรจงรังสรรค์ ผาใหญ่ให้โอบล้อมน้ำทะเลที่ฟ้าใสไว้ อ่าวนี้โด่งดังมาจากเรื่อง THE BEACH ไม่รู้จะขอบคุณทีมงานผู้สร้างอย่างไรดีที่ทำให้อ่าวนี้คึกคักน่าดู ทว่า พี่นัท แอบผิดหวังเล็กๆ เนื่องจากเรือท่องเที่ยวทุกลำจะไปลงจอดที่อ่าวนี้ ทำให้น้ำทะเลไม่สะอาดเท่าที่ควร แล้วชายฝั่งก็มีเศษไม้ ทำให้ทรายไม่ขาวอ่า แต่อากาศบริสุทธิ์ใช้ได้
อ่าวไวกลิ้งแหล่งทำรังของนกนางแอ่น เดี๋ยวนี้ไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแล้วเพราะว่า แสงแฟลตจากการถ่ายภาพทำให้นกไม่กล้ามาทำรัง พี่นัท เลยได้แต่ยืนมองชะเง้อคอเป็นยีราฟอยู่บนเรือ แวะทานอาหารกลางวันที่ เกาะพีพีดอน พี่นัท สังเกตดูสิ่งก่อสร้างที่นี่ใหม่เอี่ยมเป็นแบบโปร่งทั้งหมด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิที่ผ่านมา เรือล่องผ่านอ่าวปิเละ ซึ่งเป็นเหมือนช่องแคบที่สามารถให้เรือล่องผ่านไปโดยมีเกาะขนาดใหญ่ขนาบอยู่ทั้งสองข้างทาง





ดำน้ำทะเลหินกลางเรือจอดให้นักท่องเที่ยวดำดูปะการังกลางทะเล พี่นัท กระชับเสื้อชูชีพเตรียมพร้อม มือซ้ายจับท่อหายใจขยับให้ถนัด ส่วนมือขาวกพขนมปังไว้ชิ้นนึง ฝูงปลาเข้ามากรูกันทันทีที่ พี่นัท สัมผัสพื้นน้ำ รู้สึกได้ว่าขนมปังในมือขวาลงปริมาณลงอย่างรวดเร็ว



ปิดท้ายความมันด้วยการกระโดดถ่ายรูปเล่นที่อ่าวไผ่ แล้วกลับมาโดดน้ำสระที่รีสอทอีกรอบ หนึ่งวันหมดไปอย่างคุ้มค่าจริงๆ
วันสุดท้ายยกพลขึ้นบกมาชม วัดถ้ำเสือ เป็นสำนักวิปัสสนากรรมฐานแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกระบี่ เหตุที่ได้ชื่อว่าวัดถ้ำเสือ เพราะหลวงพ่อจำเนียน ในขณะที่นั่งวิปัสสนาอยู่นั้นพอลืมตาขึ้นมาเห็นเสืออยู่ตรงหน้า ต่อมาจึงให้เชื่อว่าวัดถ้ำเสือ

เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นองค์ที่มีพระพักต์งดงามที่สุดในเมืองไทยได้มีโอกาสศัการะบูชาองค์เจ้าแม่กวนอิม ความพิเศษอยู่ที่ ธูปและเทียนที่ใช้จะมีสีและกลิ่นหอมตามวันเกิดของแต่ละคนแตกต่างกันออกไป
ชมความงามของสระมรกต UNSEEN IN THAILAND น้ำในสระเป็นสีเขียวตามธรรมชาติ ดำลงไปหยิบกรวดทรายที่อยู่พื้นสระขึ้นมาดูพบว่าเป็นสีเขียว ไกด็อธิบายว่าเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างน้ำในบริเวณนั้นกับแร่ธาตุต่างทำให้เกิดกะตอนที่เขียนขึ้น บริเวณรอบเสระลื่นมากเพราะมีตะกอนเกาะอยู่เต็มไปหมด หากน้องๆไปเที่ยวที่นี่เวลาลงไปในสระก็ระวังลื่นนะจ๊ะ!

ปิดท้ายด้วยน้ำตกร้อน UNSEEN IN THAILAND พี่นัท ไม่ได้พกเทอร์โมมิเตอร์ไปด้วยเลยไม่รู้ว่าน้ำมีอุณหภูมิเท่าไหร่แต่ร้อนกว่าเครื่องทำน้ำอุ่นบ้านน้องๆแน่นอนจ๊ะ ทีแรกลองเหยียบไปบนผิวน้ำเท่าแทบสุก แต่พอร่างกายเริ่มปรับอุณหภูมิได้ เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ร้อนมาก ทำไปทำมาเลยลงไปแช่ทั้งตัวซะงั้นเลย น้ำตกร้อน หรือน้ำตกร้อนคลองท่อม ตั้งอยู่ใน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ เป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงประมาณ 5 เมตร กว้างประมาณ 10 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 40-43 องศาเซลเซียสได้ เกิดจากแหล่งแร่น้ำร้อนใต้ดินที่ซึมขึ้นมาจากผิวดินลักษณะคล้ายน้ำพุร้อน และไหลไปรวมกันตามความลาดเอียงของพื้นที่ ซึ่งบางช่วงของสายน้ำก็จะมีควันลอยกรุ่นและคราบหินปูนธรรมชาติพอกอยู่ดูแล้วก็สวยแปลกตาดี ส่วนบริเวณที่ธารน้ำร้อนไหลลดระดับลงสู่คลองท่อมจะมีลักษณะเป็นคล้ายชั้นน้ำตกเล็ก ๆ มีแอ่งน้ำอุ่นอยู่ข้างล่างให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ในขณะที่ด้านบนมีแอ่งน้ำเล็กๆ ดูคล้ายอ่างอาบน้ำหลายๆแอ่งให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปนอนแช่น้ำแร่อุ่นๆ ซึ่งเชื่อว่าจะดีต่อสุขภาพ ที่ดูๆไปก็ประหนึ่งสปาที่ธรรมชาติออกแบบให้อย่างมหัศจรรย์ พี่นัท ลองเอาเท้าขุดลงไปใต้พื้นที่เหยียบไม่ค่อยจะถึงนั้น พบว่าเป็นหินร้อนๆที่ถูกปกคลุมอยู่ใต้กรวด


ภายในวัดโอ่โถงปูด้วยหินอ่อนทั้งหมด มีแม่ชีนุ่งขาวห่มขาวอาศัยอยู่ไม่มากนัก ทำให้วัดดูสงบร่มเย็น ด้านหลังบริเวณวัดมีเจดีย์


ธรรมชาติมหัศจรรย์อย่างงี้นี้เอง ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมมนุษย์เราถึงยังต้องเพิ่งพาธรรมชาติอยู่เป็นนิจ แต่ทว่าหากเราไม่ช่วยกันรักษาไว้มนุษย์รุ่นหลังๆคงจะไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์เหล่านี้...น้องๆว่าจริงๆไหมจ๊ะ
