ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน

ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน
เกริ่นเรื่อง: ความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรม
1 ก.ย. 53 , View: 20926 , Post : 15


ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน (ด้านวัฒนธรรม)

       ไทยกับ จีนมีความผูกพันและติดต่อกันมาอย่างยาวนานนับแต่โบราณกาล โดยสามารถย้อนไปได้ถึงสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก (จักรพรรดิฮั่นอู่ตี้) ของจีนซึ่งมีบันทึกประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชนชาติไทย และที่เด่นชัดก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรสุโขทัยกับจีน ซึ่งมีการติดต่อค้าขายระหว่างกัน และไทยได้รับเทคโนโลยีเครื่องปั้นดินเผามาจากจีนในช่วงเวลาดังกล่าว ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างไทยกับจีน น่าจะเริ่มมีขึ้นในช่วงนี้ด้วยจากการอพยพของชาวจีนในช่วงสงครามสมัยราชวงศ์ หยวนและในช่วงต้นราชวงศ์ หมิง และนับจากนั้นมา ก็ได้มีการติดต่อค้าขายกันมาโดยตลอดและมีชาวจีนจำนวนมากเข้ามาตั้งรกราก ในไทย โดยเฉพาะในช่วงสงครามโลกและสงครามกลางเมืองของจีนในทศวรรษที่ 1930-1950 มีชาวจีนจำนวนมากจากมณฑลทางใต้ของจีน อาทิ กวางตุ้ง ไห่หนาน ฝูเจี้ยน และกวางสี หลบหนีภัยสงครามและความ อดอยากเข้ามาสร้างชีวิตใหม่ในประเทศไทย จึงอาจกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดดุจพี่น้องระหว่างไทย กับจีนได้มีมาอย่างยาวนาน เหมือนคำกล่าวที่ว่า ไทยจีนใช่อื่นไกล พี่น้องกัน

      แม้กระแสทางการเมืองโลกในยุคสงครามเย็นจะทำให้ไทยกับจีนขาดการติดต่อกันใน ระดับทางการอยู่ระยะหนึ่ง แต่กระแสการเมืองโลกดังกล่าวก็ไม่อาจจะตัดความผูกพันและความใกล้ชิดทาง วัฒนธรรมที่มีอยู่อย่างแนบแน่นระหว่างประชาชนไทย-จีน ได้ ดังนั้น นับตั้งแต่ที่ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวัน ที่ 1 กรกฏาคม 2518 เป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ได้พัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและราบรื่น และเป็นแบบอย่างหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มี ระบบการปกครองแตกต่างกัน

การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีน

      ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน ได้มีมาอย่างยาวนาน และในปัจจุบันสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงเป็นตัวแทนของประเทศไทยในการเจริญสัมพันธไมตรี มาอย่างต่อเนื่อง และได้พัฒนาความสัมพันธ์เรื่อยมา นอกจากนี้ ทางประเทศจีนจึงได้ส่งช่วงช่วงและหลินหุ้ยมาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย ซึ่งได้ออกลูกเพศเมีย 1 ตัวชื่อว่า หลินปิง ซึ่งเป็นที่ฮือฮาของชาวไทยอย่างมาก

        ไทยกับจีนมีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันในหลายๆด้าน เช่น การแต่งกาย  วันสำคัญต่างวๆ ความเชื่อ อาหาร การละเล่น รวมไปถึง  สินค้าต่างๆ ที่นำเข้ามาจากชาวจีน

 

-อาหาร

         อาหารจีน หมายถึงอาหารที่ประกอบขึ้นตามวัฒนธรรมของชาวจีน ซึ่งรวมทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวันและ ฮ่องกง ซึ่งมีหลากหลายชนิดตามแต่ละท้องถิ่น โดยทั่วไปนิยมรับประทานอาหารจานผักและธัญพืชเป็นหลัก นอกจากในราชสำนักที่จะมีอาหารประเภทเนื้อ อาหารที่รู้จักกัน เช่น ก๋วยเตี๋ยว ติ่มซำ หูฉลาม กะเพาะปลา วัฒนธรรมการกินเป็นการกินร่วมกันโดยอุปกรณ์การกินหลัก คือตะเกียบ

อาหารจีนจะมีอุปกรณ์การทำหลักๆเพียงสี่อย่างคือ มีด เขียง กะทะก้นกลม และตะหลิว สมัยชุนชิว-จั้นกั๋ว ได้เริ่มมีการแบ่งอาหารจีนเป็น 2 ตระกูลใหญ่ คือ อาหารเมืองเหนือ และอาหารเมืองใต้

    
 
-เครื่องแต่งกาย

    เครื่องแต่งกายของชาวจีนหรือที่เรียกว่ากี่เพ้า ที่ได้เข้ามาในไทยนั้น เข้ามามีอิทธิพลต่อการแต่งกายของชาวไทยอย่างมาก เช่น ชุดแต่งงาน  และรวมไปถึงการดัดแปลงเป็นเสื้อคอจีน  ส่วนใหญ่ ลูกหลานเชื้อสายจีนจะใส่กี่เพ้ากันมากในช่วงเทศกาลสำคัญของชาวจีนโดยเฉพาะ เด็กๆ ชาวจีนมีสีที่แสดงถึงความมั่งคั่ง และรุ่งเรืองคือสีแดง ดังนั้นชุดจีน จึงมักจะมีสีแดงปนอยู่ด้วย




-เทศกาลสำคัญ

         เทศกาลสำคัญของชาวจีนนั้นได้แสดงถึงความเชื่อ ความกตัญญู ความอ่อนน้อม และอื่นๆ ซึ่งลูกหลานชาวจีนในประเทศไทยก็ได้รับการสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณีมาเช่นกัน ดังนั้นในวันสำคัญต่างๆ จึงมักมีผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอย ซื้อของเตรียมในวันงานกันมากมาย จนกลายเป็นเทศกาลทีแพร่หลายในประเทศไทย ดังเช่น

1. เทศกาลตรุษจีน

2. เทศกาลไหว้พระจันทร์

3. เทศกาลเช็งเม้ง

4.เทศกาลกินเจ

-การละเล่น

     การละเล่นต่างๆที่เข้ามาในประเทศไทย มักจัดขึ้นในงานเทศกาลสำคัญของจีน ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งในงาน มักมีการแสดง เช่น การเชิดสิงโต การแสดงงิ้ว การแห่มังกรนอกจากนี้ในงานเทศกาลมักมีการจุดประทัดซึ่งเชื่อกันว่าเป็นการ ไล่ตัวเหนียดซึ่งเป็นสิ่งไม่ดี

 


 -ภาษา

คำยืมจาก ภาษาจีน ไทยกับจีนมีความสัมพันธ์กันทางการทูตและการค้าขายมาตั้งแต่สมัยสุดขทัย สืบจนถึงปัจจุบัน ชาวจีนมาทำมาหากินในประเทศไทย แต่งงานกับคนไทยจนกลายเป็นพลเมืองไทย เชื้อสายจีนจำนวนมากมีการผสมทางด้านวัฒนธรรมประเพณีต่างๆตลอดมา คำยืมในภาษาจีนส่วนใหญ่เป็นสำเนียงแต้จิ๋ว มักเป็นคำเรียกสิ่งของเครื่องใช้ อาหาร พืบผัก ผลไม้ รวมทั้งคำที่เกียวกับวัฒนธรรมจีน ไทยนิยมนำคำจากภาษาจีนมาใช้ในภาษาพูด ไม่นำยมใช้ในภาษาเขียน ดังตัวอย่าง
เช่น เก้าอี้ โต๊ะ ขนมเปี๊ยะ เต้าหู้ ลูกบ๊วย รถเก๋ง เจ๊ง โรงเตี๊ยม จับฉ่าย กุยช่าย

                                   ขอบคุณค่ะ


แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 บอกว่า :
    โอ้โห !! อะไรจะน่าสนใจขนาดนี้เนี่ยยย 0.0
    8 ก.ย. 53 / 11:09

    2 บอกว่า :

    อาหารน่ากินอะ หิววว


    8 ก.ย. 53 / 11:12

    3 บอกว่า :
    ว้าวๆ กำลังเรียนอยู่เลยยย ><//
    8 ก.ย. 53 / 11:18

    4 บอกว่า :
    อิเเอ้ดิดกเดกอแอเดกเดกเกิแอแอแอ
    ดเด้ดกิแอ
    แอแอ
    แอ
    แออ
    แอ

    แอ
    แออ
    21 มี.ค. 54 / 11:17

    5 บอกว่า :
    อยากกินอาหารอ่ะ
    17 ก.ย. 54 / 19:04

    6 บอกว่า :
    อาหารน่ากินมาก
    14 ก.ค. 55 / 16:37

    7 บอกว่า :
    แม่เจ้าเยาะเวอร์
    แต่ไม่มีดนดตร
    28 ก.ย. 55 / 19:39

    8 บอกว่า :
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ ^ ^
    20 มิ.ย. 56 / 09:48

    9 บอกว่า :
    ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ ^ ^
    21 มิ.ย. 56 / 01:15

    10 บอกว่า :
    ขอบคุนข้อมูลนะคร้ะ ได้คำตอบหลายอย่างเลยทีเดียว อิอิ
    อยากให้ทำข้อมูลดีๆแบบนี้อีกน้ะคร้ะ *-*
    25 ส.ค. 56 / 20:55

    11 บอกว่า :
    ของโรงเรียนเราใช้ข้อมูลนี้ด้วยดีที่สุด ..... รักอ่ะ
    25 ส.ค. 56 / 20:56

    12 บอกว่า :
    สุดยอดเลยครับมีข้อมูลดีๆมากเลยครับ ^ _^
    24 ก.ย. 56 / 19:50

    13 บอกว่า :
    มีข้อมูลดีๆแบบนี้มาอีกนะคร้าบบบบบบบบ
    24 ก.ย. 56 / 19:51

    14 บอกว่า :
    สุดยอด
    24 ก.ย. 56 / 19:54

    15 บอกว่า :
    เอ๊ย
    20 ม.ค. 57 / 18:46

    1


      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    1
    Comments
    15
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog