|
View : 144 Post : 4
24 เมษายน 2550
ชื่อตอน : งื~~อ
เกริ่นเรื่อง : ไม่รู้จะเกริ่นไรแล้ว คลิกดิ -3-/
แค้นมากฮะ แค้นโคตร เขียนมาสามรอบแล้วแต่มันก็ยังส่งไม่ได้ สารพันปัญหา =A="
โอเช ดึก ๆ สิบเจ็ด ตีสองวันที่สิบแปด บอกลาอีสองตัวแล้วไปจัดกระเป๋าวันรุ่งขึ้นออกเดินทางเที่ยง จบ (ขี้เกียจเล่า =A=")
ตอนก่อนออกเดินทางพระมารดาบอกว่าตาซ้ายกระตุกตุ๊บ ๆ เขาว่าขวาร้ายซ้ายดีแต่แม่ผมท่าจะตรงกันข้าม พายุโคตรนรก โดนปรับเรื่องทะเบียนรถ ฝนตกตอนลงเขา อ้อ ฟิวส์รถขาดด้วย ดวงดีชิมิ 'w'b
ไปถึงที่หมายตีสองกว่า โซ้ยแหนมเนืองที่ซื้อมาตั้งแต่เที่ยง (กะว่าจะเอามากินตอนเย็น) กินเสร็จล้างหน้าล้างตาแปรงฟันเสร็จตีสาม ตื่นตีห้าซื้อข้าวซื้อของอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เดินทางอีกรอบ
สิบเก้าเดือนนี้ ไปถึงที่หมาย จังหวัดอะไรซักอย่างติดกรุงเทพ ไปไหว้เชงเม้งกัน
เอาล่ะ จบโหมดสรุปแบบรวบรัดตัดตอน ไอ้ด้านบนนั่นเขียนครั้งแรกได้ประมาณสองหน้ากระดาษ กุย่อจนเหลือไม่ถึงครึ่งหน้า - -b
เลี้ยวรถเข้าไปในลานฝังศะกว้างโคตร ๆ เข้าไปด้านในประมาณไม่ถึงครึ่งโลก็ถึงหลุมที่หมู่เฮาจะมาไหว้กัน จัดเตรียมข้าวของเสร็จแล้วก็ไหว้ ไหว้ที่นี่เสร็จแล้วก็ตะลอนไปที่อื่นอีกสองที่
ระหว่างทางไปไหว้ที่หลุมอื่นก็มองไปเรื่อยคนเย้อเยอะ คนที่หน้าไม่ค่อยออกจีนก็มีเยอะ ฝรั่งหัวทองยังมีเลย เหอ ๆ
เหลือบมองไปเรื่อยก็นึกขึ้นมาได้ว่าคนเยอะ ๆ แบบนี้อาจจะเจอคนรู้จักโดยบังเอิญ
บังเอิญ...พรหมลิขิต...โชคชะตา...คุ้นรึเปล่าล่ะ...?
ไหว้เสร็จก็กลับเข้ามาที่ กลับไปนึกถึงเรื่องที่คิดเมื่อครู่แล้วก็ร้องเพลงฮึมฮัมเบา ๆ ให้ได้ยินแค่คนเดียวตามสไตล์ผม
มีคนอีกเป็นล้านคน ไม่มีเหตุผลจริง ๆ ที่เรา เจอกัน...
ผมร้องได้แค่นั้นจริง ๆ ครับ ตอนนั้นนั่งร้องอยู่กับพื้น สายตาก็เหลือบหาอีกคนที่ถ้ารวมกับผมจะเป็น "เรา" ไปด้วย จนไปสะดุดกับคนคนหนึ่ง คนที่ทำให้ผมสะอึกได้เมื่อเห็นหน้า...
ร่างผอมเล็ก ใบหน้ารีดูทะเล้นสีออกคล้ำนิด ๆ อายุอานามกะราว ๆ สิบหกสิบเจ็ด หน้าตาไทย ๆ บ้าน ๆ ดูธรรมดา ๆ กำลังถอดหมวกแก็ปสีแดงโทรมด้วยมือขวาออกมาพัด เผยให้เห็นผมรองทรงออกยาวหน่อย ทุก ๆ อย่างดู..คุ้นตา....
ผมคงตาฝาดไปแน่ ๆ มันจะมาอยู่ในที่แบบนี้ได้ยังไงกัน นี่มันเฉียดกรุงเทพ แต่ตัวมันอยู่อุดร มันจะมาโผล่ในที่แบบนี้ได้ยังไงกัน!?
ผมเหลือบมองกลับไปหาร่างนั้น เจ้าตัวคงยังประกาศขายใบ ๆ สีแดงอะไรซักอย่างที่ผมไม่ได้ฟังสรรพคุณ เพราะกำลังมองหน้ามันอยู่ก่อนจะถอนใจออกมาจนสุด...
ผิดคนว่ะ เหอะ ๆ ๆ
หน้าคล้ายกันจริง ๆ ไม่รู้ว่าไอ้โอ้ที่ผมชอบมันหน้าโหลหรือไอ้สองคนนี้มันญาติกัน หรืออีกกรณีที่ใกล้เคียงมาก ๆ ในความคิดของผมคือ ...ผมคิดถึงมัน...
ไม่นานคน ๆ นั้นก็เดินจากไป ซักพักก็มีเด็กอีกสองคนเข้ามา เด็กกว่ามากครับคราวนี้ ประมาณไม่ถึงม.หนึ่ง เพิ่งรู้สรรพคุณไอ้กระดาษแดง ๆ ว่าให้โชคถูกหวย ซวยไม่แตะ แปะแล้วเจริญ อะไรเทือกนี้ แน่นอนว่าไม่ซื้อครับ...
ระหว่างเดินวนไปไหว้โน่นไหว้นี่ผมก็คิดไปเรื่อยล่ะฮะ
..ถ้าเจอมันที่นี่ก็ถือว่าพรหมลิขิต แต่ถ้าไม่เจอล่ะก็....
ผมจะโยนเรื่องวันสงกรานต์ทิ้ง ถ้าผมไม่เจอมันในวันนี้ เรื่องที่ผ่านมาตอนสงกรานต์จะแค่เรื่องบังเอิญในวันสำคัญเท่านั้น
เดินอยู่แบบนั้นจนเกือบเที่ยงล่ะมั้ง กลับโคตรบ้าน (เนื้อที่ประมาณเกือบหนึ่งตารางกิโล สามชั้น รวยฉิบ อยู่ในปั้มน้ำมันด้วย - -*) จัดนั่นจัดนี่เสร็จไปเที่ยวทะเลก่อนลุยศึกที่กรุงเทพ
อาถรรพ์ซ้ำสองครับ ที่ทะเลตอนที่พวกผู้ใหญ่กำลังหาบ้านพักอยู่ผมเสือกไปเจออีกคนนึงแล้วที่หน้าคล้ายมัน แต่คนนี้ออกสูงกว่าครับ สูงกว่ามาก กะแล้วน่าจะสูงกว่าผมด้วย นอกนั้นเหมือนเกือบหมด
แม่งหน้าโหลจริงเลยว่ะ...
เกือบทุ่มพวกผู้ใหญ่หาบ้านได้แล้ว เลยมารับเด็กกลับเข้าบ้าน ที่ต้องมารับกลับนี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ บ้านอยู่ห่างจากที่ ๆ นั่งเล่นด้วยกันหลายโลอยู่ ขึ้นรถไปก็ไปบ้านพัก
อ้อ ไปเที่ยวที่หาดเจ้าหลาวครับ จังหวัดอะไรซักอย่าง ซึ่งทะเลหันหน้าไปทางทิศตะวันตก จำได้ฮะ เพราะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น บริเวณที่ผมไปพักไม่มีคนครับ คืนนั้นหาสั่งพวกกุ้งปลาหมึกมากินกัน ปูไม่มีครับ..
ระหว่างที่พวกผู้ใหญ่กำลังคุยกันเรื่องแผนการบ้าง คุยกันเรื่องอาหารบ้าง คุยกันเรื่องสถานที่บ้าง ในขณะที่เด็กบางคนกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนเปลสีขาวบ้าง วิ่งเล่นกันบ้าง เล่นเตาไฟบ้าง ผมกลับแยกตัวออกมาเงียบ ๆ ที่ริมชายหาดแบบพระเอกมิวสิคแล้วก็นั่งลงดูทะเลดูท้องฟ้า
ให้ตายเถอะคุณเอ๋ย ทะเลสวย เสียงคลื่นดี ดาวไม่ค่อยมี พระจันทร์ลาโลกไปแล้ว มีหมาพันธุ์อะไรซักอย่างสีน้ำตาลเชื่องโคตร ๆ อยู่ข้างนอนหมอบอยุ่ข้างตัว โรแมนติกน่าทำมิวสิคโคตร ๆ จะเพอร์เฟ็คมากถ้าไม่มียุงแบบถ้าแก้ผ้ามาก็ตุ่มทั้งตัว
ยังดีที่วันนั้นใส่ขายาวกับเสื้อแขนค่อนข้างยาวเลยมีเวลาทำมิวสิคนิดหน่อย
ยังจำได้ไหมล่ะครับ? เพลงนี้น่ะ..?
...คนมีอีกเป็นล้านคน...
...ไม่มีเหตุผลจริง ๆ ให้เราเจอกัน...
...จากเป็นคนไม่เชื่ออะไร...
...สุดท้ายก็ได้...
...แต่ถามตัวเองอีกครั้ง...
ผมไม่ร้องต่อหรอกครับ แขนขวาซ้ายผมยันไปเด้านหลังกับพื้นทรายให้ตัวเองลุกขึ้นยืนได้ง่ายพร้อมกับที่ไอ้ลิ้นห้อยลุกตามขึ้นมา
ถ้าเจอมันก็ถือว่าเป็นพรหมลิขิต แต่ถ้าไม่เจอก็แปลว่าพรหมลิขิตไม่มีจริง
และถ้าเป็นอย่างงั้น ผมก็จะใช้โชคชะตาของตัวเองนี่ล่ะ ไขว่คว้ามันเข้ามา จะไขว่คว้ามันเข้ามาใกล้ตัวผม ให้ผมได้รู้จักมัน ให้ได้พูดคุยกับมัน ให้ผมได้ยิ้มกับมัน ให้ได้หัวเราะกับมัน ผมจะใช้โชคชะตาของตัวเอง
ผมเดินเข้าไปทางโต๊ะอาหารแบบเน้นเดินกินแล้วก็หยิบปลาหมึกเข้าปาก กิมได้อิ่มดีแล้วก็เก็บข้าวเก็บของให้เรียบร้อย เข้าบ้านพักอาบน้ำนอน อาเมน - -/
ตอนเช้าตื่นมาประมาณตีห้า ไม่ใช่เพราะอยากมาดูพระอาทิตย์หรอกครับ บังเอิญไอ้ที่มาพักแถบ ๆ ผมเนี่ย เด็กเยอะโคตร เลยเจริญพรด้วยการรับน้ำฉี่เด็กไปรอบนึง เวรจริงกุ - -*
อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินไปลงดูน้ำทะเล ยังไม่หกโมงฟ้ายังมืดครับ แต่โรแมนติกโคตร น้ำลดลงไปเยอะมากสมคำร่ำลือว่าแถบนี้คนน้อยตามน้ำ - -*
เดินออกมาถึงชายหาดไอ้ตัวเก่าก็วิ่งมาแล้วครับ เดินไปกับมันจนจะถึงน้ำทะเล แล้วมันก็ต๊อกแต๊กจากไป คงไปหาอาหารเช้านั่นแหละ
แล้วผมก็เดินลงน้ำเล่น คนอื่นไม่อยู่กุเล่นคนเดียวได้ ไม่ง้อว่ะ
น้ำตื้นโคตร ๆ ตื้นสุด ๆ แถมตื้นแบบไกลมาก ๆ ด้วย แบบที่ว่าถ้าใครคิดจะฆ่าตัวตายที่นี่พอไปถึงเขตน้ำลึกปุ๊บก็ได้ตายสมใจเพราะเหนื่อยกับการเดินเลยล่ะ
ไกลโคตร ไกลโคตร ๆ ไกลโคตร ไกลโคตร ๆ
เดินไปได้วักพัก เหนื่อย เดินกลับ โคตรเหนื่อย ผู้ใหญ่บางคนออกมาแล้ว หกโมงกว่า เริ่มมาชงกาแฟต้มข้าวต้มกินกัน ผมเดินเข้าไปใกล้เครื่องต้มน้ำคนละอันกับที่บ้าน (เหตุผลว่าทำไมหลังไมค์ - -+) จับแก้ว ฉีกซองเนสวีต้ากับซองกาแฟอย่างละอันแล้วก็เทลงไปรวมกัน
เมนูประหลาดนี่มาได้ยังไงเหรอครับ? มันมาจากข้ออ้างของผมที่จะกินกาแฟได้โดยบอกว่าไม่ได้กินมันอย่างเดียว ถึงแก้วที่สองและสามผมจะกินมันเพียว ๆ ก็เหอะ
กาแฟดัดแปลงพันธุกรรมหนึ่ง กาแฟธรรมดาอีกสอง ตามด้วยข้าวต้มหนวดกุ้งปลาหมึก ก็ตามด้วยการกินชาเย็นร้อน ๆ อีกสองแก้ว แล้วก็ไปนอนเปลเล่น
นอนไม่หลับก็เลยลากเด็กลงไปเล่นน้ำด้วย ก็ไอ้ตัวที่ฉี่รดนั่นแหละ ตอนนั้นน้ำลงสุด ๆ จากบ้านพักไปชายหาดกะคร่าว ๆ ว่าห้าสิบก้าว แต่จากชายหาดลงไปถึงน้ำทะเลนี่ กี่พันก้าวผมยังไม่แน่ใจเลย...
สรุปไม่ได้เล่นน้ำครับ อาศัยทรมาณสัตว์แถวนั้นเล่นพอหายเบื่อเอาแทน ตอนแรกผมไปจับปูเสฉวนมาได้ ก็ให้เด็กดูเอาเฉย ๆ นี่ล่ะครับ แต่แม่มกลัวกัน ก็เลยปล่อยไป ไป ๆ มา ๆ มีไอ้ตัวนึงจับปูมาให้ ปูจริง ๆ ครับ แต่ตัวเล็กมาก ยาวประมาณเซนต์ครึ่ง สูงไม่ถึงเซนต์ มันหนีบมาให้แล้วก็เอามาลงมือผม จั๊กจี้ดี
เล่นงี่เง่าแบบนั้นจนเหนื่อยก็กลับเข้าฝั่ง นอนเล่น เดินเล่น กลับมา นอนเล่น ประมาณนี้อยู่หลายรอบจนกลับเข้าครึ่งวัง
พักอยู่วังหนึ่งวันแบบไม่ค่อยได้ทำงาน วันรุ่งขึ้นก็ขึ้นรถไปกรุงเทพต่อ ไปทำเรื่องสู่ขอ เป็นบริกรเลยกุงานนี้ เสิร์ฟน้ำเสิร์ฟขนมให้มันทั้งคนที่พากุมาทั้งคนที่กุมาหานี่ล่ะ เจริญจริง
สู่ขอนี่ของน้าฮะ รวม ๆ เก็บเงินคร่าว ๆ น่าจะแต่งปลายปี เงินสี่แสนทองยี่สิบบาท หนุกหนาน =w=b
เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวกัน อาถรรพ์มาอีกแล้วครับท่านผู้ชม.. =w=
เด็กเสิร์ฟ พนักงานร้าน หรือจะอะไรก็ได้แล้วแต่จะเรียก แม่งเหมือนอีกแล้วล่ะ เอาคำนี้แล้วกัน ขี้เกียจบรรยายแล้ว คนนี้ต่างกันนิดหน่อยตรงที่หน้ากลมกว่านิดแล้วย้อมผมทอง แต่ส่วนสูงใช้ได้เลย (เท่าโอ้ - -) ท่าทางนอบน้อมบ้างไม่นอบน้อมบ้างตามประสาต้องทำ กินเสร็จก็เข้าบ้านพักที่กรุงเทพ งานหนัก - -b
ยี่สิบเอ็ด ยี่สิบสอง อยู่ที่บ้านที่กรุงเทพครับ ไปพังบ้าน เหนื่อยโคตร ๆ ล้างห้องน้ำ จัดหนังสือ ทาสี สารพัดกับการทำบ้าน อ้อๆๆ ก่อนจะตัดจบว่าเก็บของเดินทางตอนห้าโมงเย็น ขอย้อนก่อน ๆ
อาถรรพ์ครั้งที่สี่ เหอะ ๆ ๆ ๆ
เดินออกไปซื้อของกินกับน้องครับ ไม่เชิงของกินหรอก น้ำยาล้างหก้องน้ำ แปรงขัดแปรงถูอะไรด้วยนี่แหละ ตอนไปร้านกับข้าว มอไซค์คันสีดำจอดอยู่แล้วมีเด็กผู้ชายนั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง ท่าทางกำลังรอกับข้าว
แม่งเจ้าประคุณเอ๊ย กุเจอมึงอีกแล้วว่ะโอ้ ถามจริงเหอะว่ามึงมีไอ้พวกหน้าเหมือนทั่วประเทศเลยรึไง...
เสร็จสรรพ กลับบ้านครับ ทำเสร็จได้ฉลองเป็นเคเอฟซีกับพิซซ่าถาดใหญาถาดหนึ่ง แบ่งกันกินประมาณ..... 9 คน = =b
เสร็จกลับบ้าน มาถึงก็โหลเหลโหรงเหรงอย่างที่เห็นนี่แหละ
เอาล่ะ หมดวันแล้ว แต่หลีขี้เร่งว่ะ ว่าจะเล่าเรื่องโอ้ มึงอยากรู้มะวะ - -*
อ๋อ? อยากรุ้ รอก่อนแล้วกัน กุส่งอันนี้ให้อ่านแก้เซ็ง อ่าน ๆ ไปเหอะ ของโอ้จะอีดิตเพิ่ม - -/
เอามาเพิ่มแล้ว =w=
เรื่องโอ้... ทำไมผมถึงได้มาหลงมันขนาดนี้นน่ะเหรอครับ? จะให้เริ่มจากตรงไหนดีล่ะ? เอาเป็นจากตอน....
ตอนเช้าเมื่อช่วงปีที่แล้ว นัดร.ด.น่ะครับ นัดแนะเรื่องต่าง ๆ ไปนั่งรอที่ศาลาหน้าโรงเรียนกะเฮียสกล ฟังครู่แจกโน่นแจกนี่แจงรายละเอียดไปเรื่อย สายตาผมก็เหลือบไปรอบล่ะครับ
คนตัวสูงบ้าง คนตัวอ้วนบ้าง ผู้หญิงสามคนบ้าง คนตัวเล็กสะพายกระเป๋ารูปหัวกระโหลกบ้าง
น่าแปลกนะครับที่ครั้งนั้นผมเหลือบมองมันบ่อยมาก ตอนนั้นไม่ทันได้มองหน้าตาหรอกครับ ผมไปจำกระเป่ามันซะงั้น รู้สึกเหมือนตัวเองจะมองบ่อยจนมันหันมามองด้วยล่ะ...
เสร็จแล้วก็ขึ้นรถสองแถวไปที่ร.ด. จากนั้นไม่มีอะไรมากหรอกครับ แว่ว ๆว่าเห็นมันสองสามครั้งตอนอยู่ในแถวแล้วก็แยกกันไป
ขอก่อนนิดนึง เดี๋ยวกุโดนหาว่าตั้งฮาเร็มอีกล่ะ เฮียสกลแกเป็นคนในห้องครับ แต่ที่เรียกว่าเฮียเพราะเฮียแกอายุยี่สิบสองแล้ว =w=" ว่าง่าย ๆ คือซ้ำชั้นบ่อยโคตร ๆ นั่นแหละครับ
จากนั้นก็เหมือนจะลืมหน้ามันไปอย่างนั้นนั่นแหละ ก็เจอกันเรื่อย ๆ ตอนเรียนร.ด. ตอนหน้าระเบียงห้อง ก็ไม่ได้อะไรมากนักหรอกครับ...
จนเมื่อวันนึงนั่นแหละ คงเป็นเพราะก่อนหน้านั้นผมเริ่มมองมันแบบสังเกตไปเรื่อยแล้วล่ะมั้ง คืออย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ไงครับ ผมอยู่ห้งหนึ่ง มันอยู่ห้องสิบเอ็ด ซึ่งวิธีการจัดห้องมัน... เขียนให้ดูดีกว่า -3-
_____________________________ |11|01|02|03| ยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ |11| ระเบียงยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ก็ประมาณนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อผมออกมานั่งแกร่วที่ระเบียงก็จะมีโอกาสเห็นคนที่อยู่ในห้องสิบเอ็ดด้วย
มันบังเอิญที่หลายต่อหลายครั้งที่ตารางสอนห้องผมมักทำให้ผมว่างเวลาที่มันต้องเรียน
มันบังเอิญที่ผมชอบออกไปนั่งที่ระเบียงเมื่อว่าง
มันบังเอิญที่บางครั้งผมจะเหลือบมองเข้าไปในห้องสิบเอ็ด
มันบังเอิญที่มันเองก็นั่งตรงติดประตู ที่ ๆ ผมมองเห็น
บังเอิญที่บางครั้งผมจะมองมันด้วยความรู้สึกสนใจ
บังเอิญที่บางครั้งมันก็มองกลับมา
ขอบคุณนะความบังเอิญ ที่แนะเธอมาสู่ใจ ตะละลา~~
พอเหอะ วันนี้น้ำเน่ากะเพลงมาเยอะแล้ว =3=""
ความเดิมตอนที่แล้ว วันนั้นจำได้เลยครับว่าเป็นวันอังคาร วันที่อยู่ ๆ มันก็มานั่งจุ้มปุ๊กกินข้าวกับผม
อ้อ ไม่ได้ประทับใจอะไรมากนักจนจำวันได้หรอกนะครับ พอดีวันนั้นเรียนร.ด.แล้วใส่ชุดครั้งแรกน่ะ เลยจำได้
ผมก็เดินเข้าไปซื้อข้าวที่ร้านประจำ ร้านเลขสี่ เสร็จก็เอาจานไปวางบนโต๊ะแล้วก็เดินไปซื้อน้ำ พอดีสายตาไปเจอไอ้เจ้าเสื้อร.ด.ด้วยกันมากับเพื่อนอีกคน
ซื้อน้ำเสร็จไอ้ชุดร.ด.นั่นมันก็มานั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน บอกตามตรงว่าตอนนั้นเริ่มรู้สึกอะไรกับมันแล้วล่ะครับ มันมานั่งคุยกับเพื่อนไปกินข้าวไป ไม่ได้สนเล้ย กุนั่งกินอยู่ตรงนี้เนี่ย แม่งจะติดคอตายอยู่แล้ว...
ปกติผมเป็นคนกินข้าวเร็วครับ เร็วตามธรรมชาติ เพราะผมกินไปเรื่อย ๆ แล้วไม่คุยกับใคร ตัก เขี่ย เข้าปาก ติดคอหน่อยก็กินน้ำ แต่มื้อนั้นทรมาณได้ใจครับ..
รีบตัก รีบกิน ก้มหน้าก้มตากินยังกับหิวตายห่าตายหองมาจากไหน ตัก ๆๆๆๆ ยิ่งกินยิ่งอยากรีบไปยิ่งรู้สึกได้เลยว่ากินช้ามาก
กว่ามื้อสุดทรมาณจะหมดไปก็กินเวลาไปนานกว่าปกติมาก แต่ไอ้สองตัวนี้ก็ยังไม่เสร็จซะที ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าอยากให้มันรอนะครับ ขืนมันรอนี่ผมได้นอนหัวใจวายตายอยู่แถวนั้นล่ะมั้ง?
กินเสร็จสะพายกระเป๋าขึ้นไปพักบนห้อง เพราะตอนนั้นคนหมดแล้ว คือผมนี่ไม่รู้จะเรียกว่โชคดีหรือโชคร้ายครับ คือโชคดีที่วันอังคารซึ่งต้องเรียนร.ด.คาบบ่าย เลยไม่ต้องมาสะสางงานค้าง แต่โชคร้ายคือมันไม่มีใครอยู่กับผมเนี่ยแหละ ตอนรอไปเรียนร.ด. เพราะมันนานได้ที่เหมือนกัน ชั่วโมงครึ่ง - -"
นั่งพักได้ซักพักก็ไปเรียนร.ด.ล่ะครับ ตามปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ จากนั้นก็เป็นแบบนี้เรื่อยมา ผมก็มองมัน มันก็มองตอบ โดยมีเพื่อนมันอีกคนอยู่ด้วย..
เกมหลอนประสาทดำเนินขึ้นทุกสถานการณ์ครับ กิจกรรมกีฬสี งานบอลตอนเทอมแรก ไปค่ายลูกเสือ (กุอยู่ปอนุบาลรึไงวะ เดินทางไกลไม่ถึงโลฯ -*-) ตอนนั้นตอนนี้ เยอะแยะ
ความจริงถ้าไม่ติดว่าเพื่อนมันมาอยู่ใกล้ ๆ มันเนี่ย ผมอาจจะคิดไปแล้วมั้งว่ามันเองก็ชอบผม
ขอเล่าแบบแค่บางอันเพราะเคยพิมพ์ไปแล้วแต่มันแป๊ก นะฮะ เอาอย่างตอนจะไปเข้าค่ายก็ได้..
ช่วงนั้นเป็นช่วงต้นเทอมสองครับ อาจารย์พละก็มาบอกนักเรียนนั่นแหละว่าจะได้ไปเดินทางไกลกันที่ภูฝอยลมโน่น ไม่มีการพักแรม โดยห้องบางห้องจะต้องไปรถทัวร์คันเดียวกัน
ผมคิดไว้แล้วล่ะครับว่าห้องหนึ่งต้องไปกับห้องสวิบเอ็ด เหตุผลไม่ใช่เพราะโอ้นะฮะ เป็นเพราะห้องหนึ่งคนมีน้อยกับห้องสิบเอ้ดน้อยพอกันต่างหาก ก็เลยคิดอย่างงั้น อาจารย์ก็บอกไว้อย่างงั้นล่ะฮะ ห้องหนึ่งกับสิบเอ็ดอยู่ด้วยกัน
พวกในห้องก็เฮโลกันล่ะฮะ บอกจะได้ตั้งวงเล่นไพ่ (เป็นที่รู้กันย่านนี้เล่นไพ่กันดีมากถึงขั้นเปิดบ่อนกระชับมิตร.. - -") แต่แหงล่ะว่าไม่ได้เล่นกันจริง นั่งรถนี่เนอะฮะ
ตอนกำลังจะขึ้นก็มีการจัดแบ่งกันแบบไม่เป็นทางการโดยเด็กนักเรียนเองนั่นแหละครับ ห้องหนึ่งนั่งหน้าสิบเอ็ดนั่งหลัง ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก ได้นั่งเห็นหน้ามันแบบเดิมผมก็เรื่อย ๆ แล้ว
บังเอิญนี่สิครับ มันเสือกเรียกผมไปนั่งด้วย.. หึ ๆ =_,=
แต่ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ไปนั่งด้วยก็จริงแต่แม่มสองตัวนั้นเสือกคุยกันปล่อยกุนั่งแหง็กอยู่ท้ายรถซะงั้น ขากลับตอนที่ลงไปซื้อของผมเลยแอบไปนั่งด้านหน้า ดีใจนิด ๆ นะฮะ ตอนเห็นมันมองหาแบบตกใจหน่อย ๆ แต่พอมันเห็นผมมานั่งด้านหน้ามันก็พยักหน้าให้ เหอ ๆ
อีกครั้งนึงก็ตอนงานคอนเสิร์ตโรงเรียน คราวนี้เพื่อนมันไม่อยู่ครับ เพราะร.ด.จะต้องมารวมกลุ่มกันทำงาน แรก ๆ ก็เยอะอยู่หรอกครับ แต่ไป ๆ มา ๆ เหลือแค่มันกับผมสองคน จากนั้นก็ไปไหนไปด้วยกันตลอด ดูเหมือนต่างคนต่างอยากตามกันมากกว่าล่ะมั้ง? พอดีมีครั้งนึงผมแวบไปเข้าห้องน้ำตอนที่เพื่อนมันอยู่พอดีเลยหายไปด้วยกันเลย = ='
แล้วก็ยังมีแปลก ๆ แบบนี้อีกหลายครั้งนะฮะ หลอนประสามดีเหมือนกัน เหอะ ๆ =_,=
ขี้เกียจเล่าแล้วล่ะ ต่อไปจะเป็นยังไงก็ได้แค่รอเท่านั้น 'w'
ถึงตอนนั้นผมก็จะโยนพรหมลิขิตทิ้ง แล้วใช้โชคชะตาตัวเองลากคอมันมา เหือะ ๆๆๆๆๆๆ =_,=++++
ล้มโต๊ะ ไดฯนี้ไร้สาระสิ้นดี (/=[]=)/_|______|_
|