ยินดีต้อนรับ ผู้เยี่ยมชม ครับ / สมาชิกสามารถ Login ได้ที่นี่ ( Login ชื่ออื่น | Logout )   
แนะนำ Diary ของตัวเอง
  มกราคม 2552  
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
123
4567
8
910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

เปิดปฏิทินเดือนอื่น
Go!

Diary karis
  • บันทึกเป็น Favorite Diary
  • ดู My.iD ของคนอื่นๆ
  • ดู Gallery ของคนอื่นๆ
  • ดู Diary ของคนอื่นๆ

  • บันทึก Diary ห้าวันล่าสุด
    24 เม.ย. 50 [144/4]
  • งื~~อ
    ไม่รู้จะเกริ่นไรแล้ว คลิกดิ -3-/
  • 15 เม.ย. 50 [79/3]
  • มหัศจรรย์วันสงกรานต์..เรอะ?
    วันสงกรานต์สองวันที่ผ่านมา นึกย้อนกลับไปแล้วก็แปลกดีเหมือนกัน?

  • Favorite Diary
    -

    View : 144 Post : 4

    24 เมษายน 2550
    ชื่อตอน : งื~~อ
    เกริ่นเรื่อง : ไม่รู้จะเกริ่นไรแล้ว คลิกดิ -3-/


    แค้นมากฮะ  แค้นโคตร  เขียนมาสามรอบแล้วแต่มันก็ยังส่งไม่ได้  สารพันปัญหา  =A="

    โอเช ดึก ๆ สิบเจ็ด ตีสองวันที่สิบแปด  บอกลาอีสองตัวแล้วไปจัดกระเป๋าวันรุ่งขึ้นออกเดินทางเที่ยง  จบ (ขี้เกียจเล่า =A=")

    ตอนก่อนออกเดินทางพระมารดาบอกว่าตาซ้ายกระตุกตุ๊บ ๆ  เขาว่าขวาร้ายซ้ายดีแต่แม่ผมท่าจะตรงกันข้าม  พายุโคตรนรก  โดนปรับเรื่องทะเบียนรถ  ฝนตกตอนลงเขา  อ้อ  ฟิวส์รถขาดด้วย  ดวงดีชิมิ 'w'b

    ไปถึงที่หมายตีสองกว่า โซ้ยแหนมเนืองที่ซื้อมาตั้งแต่เที่ยง (กะว่าจะเอามากินตอนเย็น)  กินเสร็จล้างหน้าล้างตาแปรงฟันเสร็จตีสาม  ตื่นตีห้าซื้อข้าวซื้อของอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เดินทางอีกรอบ

    สิบเก้าเดือนนี้  ไปถึงที่หมาย  จังหวัดอะไรซักอย่างติดกรุงเทพ  ไปไหว้เชงเม้งกัน

    เอาล่ะ จบโหมดสรุปแบบรวบรัดตัดตอน  ไอ้ด้านบนนั่นเขียนครั้งแรกได้ประมาณสองหน้ากระดาษ  กุย่อจนเหลือไม่ถึงครึ่งหน้า  - -b

    เลี้ยวรถเข้าไปในลานฝังศะกว้างโคตร ๆ  เข้าไปด้านในประมาณไม่ถึงครึ่งโลก็ถึงหลุมที่หมู่เฮาจะมาไหว้กัน  จัดเตรียมข้าวของเสร็จแล้วก็ไหว้  ไหว้ที่นี่เสร็จแล้วก็ตะลอนไปที่อื่นอีกสองที่ 

    ระหว่างทางไปไหว้ที่หลุมอื่นก็มองไปเรื่อยคนเย้อเยอะ  คนที่หน้าไม่ค่อยออกจีนก็มีเยอะ  ฝรั่งหัวทองยังมีเลย  เหอ ๆ

    เหลือบมองไปเรื่อยก็นึกขึ้นมาได้ว่าคนเยอะ ๆ แบบนี้อาจจะเจอคนรู้จักโดยบังเอิญ

    บังเอิญ...พรหมลิขิต...โชคชะตา...คุ้นรึเปล่าล่ะ...?

    ไหว้เสร็จก็กลับเข้ามาที่  กลับไปนึกถึงเรื่องที่คิดเมื่อครู่แล้วก็ร้องเพลงฮึมฮัมเบา ๆ ให้ได้ยินแค่คนเดียวตามสไตล์ผม

    มีคนอีกเป็นล้านคน  ไม่มีเหตุผลจริง ๆ ที่เรา  เจอกัน...

    ผมร้องได้แค่นั้นจริง ๆ ครับ  ตอนนั้นนั่งร้องอยู่กับพื้น  สายตาก็เหลือบหาอีกคนที่ถ้ารวมกับผมจะเป็น "เรา" ไปด้วย  จนไปสะดุดกับคนคนหนึ่ง  คนที่ทำให้ผมสะอึกได้เมื่อเห็นหน้า...

    ร่างผอมเล็ก  ใบหน้ารีดูทะเล้นสีออกคล้ำนิด ๆ อายุอานามกะราว ๆ สิบหกสิบเจ็ด  หน้าตาไทย ๆ บ้าน ๆ ดูธรรมดา ๆ  กำลังถอดหมวกแก็ปสีแดงโทรมด้วยมือขวาออกมาพัด  เผยให้เห็นผมรองทรงออกยาวหน่อย  ทุก ๆ อย่างดู..คุ้นตา....

    ผมคงตาฝาดไปแน่ ๆ มันจะมาอยู่ในที่แบบนี้ได้ยังไงกัน  นี่มันเฉียดกรุงเทพ  แต่ตัวมันอยู่อุดร  มันจะมาโผล่ในที่แบบนี้ได้ยังไงกัน!?

    ผมเหลือบมองกลับไปหาร่างนั้น  เจ้าตัวคงยังประกาศขายใบ ๆ สีแดงอะไรซักอย่างที่ผมไม่ได้ฟังสรรพคุณ เพราะกำลังมองหน้ามันอยู่ก่อนจะถอนใจออกมาจนสุด...

    ผิดคนว่ะ  เหอะ ๆ ๆ

    หน้าคล้ายกันจริง ๆ ไม่รู้ว่าไอ้โอ้ที่ผมชอบมันหน้าโหลหรือไอ้สองคนนี้มันญาติกัน  หรืออีกกรณีที่ใกล้เคียงมาก ๆ ในความคิดของผมคือ ...ผมคิดถึงมัน...

    ไม่นานคน ๆ นั้นก็เดินจากไป ซักพักก็มีเด็กอีกสองคนเข้ามา  เด็กกว่ามากครับคราวนี้ ประมาณไม่ถึงม.หนึ่ง  เพิ่งรู้สรรพคุณไอ้กระดาษแดง ๆ ว่าให้โชคถูกหวย ซวยไม่แตะ  แปะแล้วเจริญ  อะไรเทือกนี้  แน่นอนว่าไม่ซื้อครับ...

    ระหว่างเดินวนไปไหว้โน่นไหว้นี่ผมก็คิดไปเรื่อยล่ะฮะ 

    ..ถ้าเจอมันที่นี่ก็ถือว่าพรหมลิขิต  แต่ถ้าไม่เจอล่ะก็....

    ผมจะโยนเรื่องวันสงกรานต์ทิ้ง  ถ้าผมไม่เจอมันในวันนี้  เรื่องที่ผ่านมาตอนสงกรานต์จะแค่เรื่องบังเอิญในวันสำคัญเท่านั้น

    เดินอยู่แบบนั้นจนเกือบเที่ยงล่ะมั้ง  กลับโคตรบ้าน (เนื้อที่ประมาณเกือบหนึ่งตารางกิโล  สามชั้น รวยฉิบ  อยู่ในปั้มน้ำมันด้วย - -*)  จัดนั่นจัดนี่เสร็จไปเที่ยวทะเลก่อนลุยศึกที่กรุงเทพ

    อาถรรพ์ซ้ำสองครับ  ที่ทะเลตอนที่พวกผู้ใหญ่กำลังหาบ้านพักอยู่ผมเสือกไปเจออีกคนนึงแล้วที่หน้าคล้ายมัน  แต่คนนี้ออกสูงกว่าครับ สูงกว่ามาก  กะแล้วน่าจะสูงกว่าผมด้วย  นอกนั้นเหมือนเกือบหมด

    แม่งหน้าโหลจริงเลยว่ะ...

    เกือบทุ่มพวกผู้ใหญ่หาบ้านได้แล้ว  เลยมารับเด็กกลับเข้าบ้าน  ที่ต้องมารับกลับนี่ก็ไม่ใช่อะไรหรอกครับ  บ้านอยู่ห่างจากที่ ๆ นั่งเล่นด้วยกันหลายโลอยู่   ขึ้นรถไปก็ไปบ้านพัก

    อ้อ  ไปเที่ยวที่หาดเจ้าหลาวครับ  จังหวัดอะไรซักอย่าง  ซึ่งทะเลหันหน้าไปทางทิศตะวันตก  จำได้ฮะ เพราะไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น  บริเวณที่ผมไปพักไม่มีคนครับ   คืนนั้นหาสั่งพวกกุ้งปลาหมึกมากินกัน  ปูไม่มีครับ..

    ระหว่างที่พวกผู้ใหญ่กำลังคุยกันเรื่องแผนการบ้าง  คุยกันเรื่องอาหารบ้าง  คุยกันเรื่องสถานที่บ้าง  ในขณะที่เด็กบางคนกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนเปลสีขาวบ้าง  วิ่งเล่นกันบ้าง  เล่นเตาไฟบ้าง  ผมกลับแยกตัวออกมาเงียบ ๆ ที่ริมชายหาดแบบพระเอกมิวสิคแล้วก็นั่งลงดูทะเลดูท้องฟ้า

    ให้ตายเถอะคุณเอ๋ย  ทะเลสวย  เสียงคลื่นดี ดาวไม่ค่อยมี  พระจันทร์ลาโลกไปแล้ว  มีหมาพันธุ์อะไรซักอย่างสีน้ำตาลเชื่องโคตร ๆ อยู่ข้างนอนหมอบอยุ่ข้างตัว  โรแมนติกน่าทำมิวสิคโคตร ๆ  จะเพอร์เฟ็คมากถ้าไม่มียุงแบบถ้าแก้ผ้ามาก็ตุ่มทั้งตัว

    ยังดีที่วันนั้นใส่ขายาวกับเสื้อแขนค่อนข้างยาวเลยมีเวลาทำมิวสิคนิดหน่อย

    ยังจำได้ไหมล่ะครับ?  เพลงนี้น่ะ..?


    ...คนมีอีกเป็นล้านคน...

    ...ไม่มีเหตุผลจริง ๆ ให้เราเจอกัน...

    ...จากเป็นคนไม่เชื่ออะไร...

    ...สุดท้ายก็ได้...

    ...แต่ถามตัวเองอีกครั้ง...


    ผมไม่ร้องต่อหรอกครับ  แขนขวาซ้ายผมยันไปเด้านหลังกับพื้นทรายให้ตัวเองลุกขึ้นยืนได้ง่ายพร้อมกับที่ไอ้ลิ้นห้อยลุกตามขึ้นมา


    ถ้าเจอมันก็ถือว่าเป็นพรหมลิขิต  แต่ถ้าไม่เจอก็แปลว่าพรหมลิขิตไม่มีจริง


    และถ้าเป็นอย่างงั้น  ผมก็จะใช้โชคชะตาของตัวเองนี่ล่ะ  ไขว่คว้ามันเข้ามา   จะไขว่คว้ามันเข้ามาใกล้ตัวผม  ให้ผมได้รู้จักมัน  ให้ได้พูดคุยกับมัน  ให้ผมได้ยิ้มกับมัน  ให้ได้หัวเราะกับมัน  ผมจะใช้โชคชะตาของตัวเอง


    ผมเดินเข้าไปทางโต๊ะอาหารแบบเน้นเดินกินแล้วก็หยิบปลาหมึกเข้าปาก กิมได้อิ่มดีแล้วก็เก็บข้าวเก็บของให้เรียบร้อย  เข้าบ้านพักอาบน้ำนอน  อาเมน - -/

    ตอนเช้าตื่นมาประมาณตีห้า  ไม่ใช่เพราะอยากมาดูพระอาทิตย์หรอกครับ  บังเอิญไอ้ที่มาพักแถบ ๆ ผมเนี่ย เด็กเยอะโคตร  เลยเจริญพรด้วยการรับน้ำฉี่เด็กไปรอบนึง  เวรจริงกุ - -*

    อาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินไปลงดูน้ำทะเล  ยังไม่หกโมงฟ้ายังมืดครับ  แต่โรแมนติกโคตร  น้ำลดลงไปเยอะมากสมคำร่ำลือว่าแถบนี้คนน้อยตามน้ำ - -*

    เดินออกมาถึงชายหาดไอ้ตัวเก่าก็วิ่งมาแล้วครับ  เดินไปกับมันจนจะถึงน้ำทะเล  แล้วมันก็ต๊อกแต๊กจากไป  คงไปหาอาหารเช้านั่นแหละ

    แล้วผมก็เดินลงน้ำเล่น  คนอื่นไม่อยู่กุเล่นคนเดียวได้  ไม่ง้อว่ะ

    น้ำตื้นโคตร ๆ  ตื้นสุด ๆ  แถมตื้นแบบไกลมาก ๆ ด้วย  แบบที่ว่าถ้าใครคิดจะฆ่าตัวตายที่นี่พอไปถึงเขตน้ำลึกปุ๊บก็ได้ตายสมใจเพราะเหนื่อยกับการเดินเลยล่ะ

    ไกลโคตร  ไกลโคตร ๆ  ไกลโคตร  ไกลโคตร  ๆ

    เดินไปได้วักพัก  เหนื่อย เดินกลับ  โคตรเหนื่อย  ผู้ใหญ่บางคนออกมาแล้ว  หกโมงกว่า  เริ่มมาชงกาแฟต้มข้าวต้มกินกัน  ผมเดินเข้าไปใกล้เครื่องต้มน้ำคนละอันกับที่บ้าน (เหตุผลว่าทำไมหลังไมค์ - -+) จับแก้ว ฉีกซองเนสวีต้ากับซองกาแฟอย่างละอันแล้วก็เทลงไปรวมกัน 

    เมนูประหลาดนี่มาได้ยังไงเหรอครับ?  มันมาจากข้ออ้างของผมที่จะกินกาแฟได้โดยบอกว่าไม่ได้กินมันอย่างเดียว  ถึงแก้วที่สองและสามผมจะกินมันเพียว ๆ ก็เหอะ

    กาแฟดัดแปลงพันธุกรรมหนึ่ง กาแฟธรรมดาอีกสอง  ตามด้วยข้าวต้มหนวดกุ้งปลาหมึก ก็ตามด้วยการกินชาเย็นร้อน ๆ อีกสองแก้ว แล้วก็ไปนอนเปลเล่น 

    นอนไม่หลับก็เลยลากเด็กลงไปเล่นน้ำด้วย  ก็ไอ้ตัวที่ฉี่รดนั่นแหละ  ตอนนั้นน้ำลงสุด ๆ  จากบ้านพักไปชายหาดกะคร่าว ๆ ว่าห้าสิบก้าว   แต่จากชายหาดลงไปถึงน้ำทะเลนี่  กี่พันก้าวผมยังไม่แน่ใจเลย...

    สรุปไม่ได้เล่นน้ำครับ อาศัยทรมาณสัตว์แถวนั้นเล่นพอหายเบื่อเอาแทน ตอนแรกผมไปจับปูเสฉวนมาได้  ก็ให้เด็กดูเอาเฉย ๆ นี่ล่ะครับ  แต่แม่มกลัวกัน  ก็เลยปล่อยไป  ไป ๆ มา ๆ มีไอ้ตัวนึงจับปูมาให้ ปูจริง ๆ ครับ แต่ตัวเล็กมาก ยาวประมาณเซนต์ครึ่ง สูงไม่ถึงเซนต์  มันหนีบมาให้แล้วก็เอามาลงมือผม  จั๊กจี้ดี 

    เล่นงี่เง่าแบบนั้นจนเหนื่อยก็กลับเข้าฝั่ง  นอนเล่น  เดินเล่น  กลับมา  นอนเล่น  ประมาณนี้อยู่หลายรอบจนกลับเข้าครึ่งวัง

    พักอยู่วังหนึ่งวันแบบไม่ค่อยได้ทำงาน  วันรุ่งขึ้นก็ขึ้นรถไปกรุงเทพต่อ  ไปทำเรื่องสู่ขอ  เป็นบริกรเลยกุงานนี้  เสิร์ฟน้ำเสิร์ฟขนมให้มันทั้งคนที่พากุมาทั้งคนที่กุมาหานี่ล่ะ  เจริญจริง

    สู่ขอนี่ของน้าฮะ  รวม ๆ เก็บเงินคร่าว ๆ น่าจะแต่งปลายปี  เงินสี่แสนทองยี่สิบบาท  หนุกหนาน =w=b

    เสร็จแล้วก็ไปกินข้าวกัน  อาถรรพ์มาอีกแล้วครับท่านผู้ชม.. =w=

    เด็กเสิร์ฟ  พนักงานร้าน  หรือจะอะไรก็ได้แล้วแต่จะเรียก  แม่งเหมือนอีกแล้วล่ะ  เอาคำนี้แล้วกัน  ขี้เกียจบรรยายแล้ว  คนนี้ต่างกันนิดหน่อยตรงที่หน้ากลมกว่านิดแล้วย้อมผมทอง  แต่ส่วนสูงใช้ได้เลย (เท่าโอ้ - -) ท่าทางนอบน้อมบ้างไม่นอบน้อมบ้างตามประสาต้องทำ  กินเสร็จก็เข้าบ้านพักที่กรุงเทพ  งานหนัก - -b

    ยี่สิบเอ็ด ยี่สิบสอง  อยู่ที่บ้านที่กรุงเทพครับ  ไปพังบ้าน เหนื่อยโคตร ๆ ล้างห้องน้ำ  จัดหนังสือ ทาสี  สารพัดกับการทำบ้าน  อ้อๆๆ  ก่อนจะตัดจบว่าเก็บของเดินทางตอนห้าโมงเย็น  ขอย้อนก่อน ๆ

    อาถรรพ์ครั้งที่สี่  เหอะ ๆ ๆ ๆ

    เดินออกไปซื้อของกินกับน้องครับ  ไม่เชิงของกินหรอก  น้ำยาล้างหก้องน้ำ  แปรงขัดแปรงถูอะไรด้วยนี่แหละ   ตอนไปร้านกับข้าว  มอไซค์คันสีดำจอดอยู่แล้วมีเด็กผู้ชายนั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง  ท่าทางกำลังรอกับข้าว

    แม่งเจ้าประคุณเอ๊ย  กุเจอมึงอีกแล้วว่ะโอ้  ถามจริงเหอะว่ามึงมีไอ้พวกหน้าเหมือนทั่วประเทศเลยรึไง...

    เสร็จสรรพ กลับบ้านครับ  ทำเสร็จได้ฉลองเป็นเคเอฟซีกับพิซซ่าถาดใหญาถาดหนึ่ง  แบ่งกันกินประมาณ..... 9 คน  = =b

    เสร็จกลับบ้าน  มาถึงก็โหลเหลโหรงเหรงอย่างที่เห็นนี่แหละ 

    เอาล่ะ หมดวันแล้ว  แต่หลีขี้เร่งว่ะ  ว่าจะเล่าเรื่องโอ้  มึงอยากรู้มะวะ - -*

    อ๋อ?  อยากรุ้  รอก่อนแล้วกัน  กุส่งอันนี้ให้อ่านแก้เซ็ง  อ่าน ๆ ไปเหอะ  ของโอ้จะอีดิตเพิ่ม - -/


    เอามาเพิ่มแล้ว =w=

    เรื่องโอ้...  ทำไมผมถึงได้มาหลงมันขนาดนี้นน่ะเหรอครับ?  จะให้เริ่มจากตรงไหนดีล่ะ?  เอาเป็นจากตอน....

    ตอนเช้าเมื่อช่วงปีที่แล้ว  นัดร.ด.น่ะครับ   นัดแนะเรื่องต่าง ๆ ไปนั่งรอที่ศาลาหน้าโรงเรียนกะเฮียสกล  ฟังครู่แจกโน่นแจกนี่แจงรายละเอียดไปเรื่อย  สายตาผมก็เหลือบไปรอบล่ะครับ

    คนตัวสูงบ้าง  คนตัวอ้วนบ้าง  ผู้หญิงสามคนบ้าง  คนตัวเล็กสะพายกระเป๋ารูปหัวกระโหลกบ้าง

    น่าแปลกนะครับที่ครั้งนั้นผมเหลือบมองมันบ่อยมาก  ตอนนั้นไม่ทันได้มองหน้าตาหรอกครับ  ผมไปจำกระเป่ามันซะงั้น  รู้สึกเหมือนตัวเองจะมองบ่อยจนมันหันมามองด้วยล่ะ...

    เสร็จแล้วก็ขึ้นรถสองแถวไปที่ร.ด.  จากนั้นไม่มีอะไรมากหรอกครับ แว่ว ๆว่าเห็นมันสองสามครั้งตอนอยู่ในแถวแล้วก็แยกกันไป 

    ขอก่อนนิดนึง  เดี๋ยวกุโดนหาว่าตั้งฮาเร็มอีกล่ะ  เฮียสกลแกเป็นคนในห้องครับ  แต่ที่เรียกว่าเฮียเพราะเฮียแกอายุยี่สิบสองแล้ว =w="  ว่าง่าย ๆ คือซ้ำชั้นบ่อยโคตร ๆ นั่นแหละครับ

    จากนั้นก็เหมือนจะลืมหน้ามันไปอย่างนั้นนั่นแหละ  ก็เจอกันเรื่อย ๆ ตอนเรียนร.ด.  ตอนหน้าระเบียงห้อง  ก็ไม่ได้อะไรมากนักหรอกครับ...

    จนเมื่อวันนึงนั่นแหละ  คงเป็นเพราะก่อนหน้านั้นผมเริ่มมองมันแบบสังเกตไปเรื่อยแล้วล่ะมั้ง  คืออย่างที่บอกไว้ก่อนหน้านี้ไงครับ  ผมอยู่ห้งหนึ่ง มันอยู่ห้องสิบเอ็ด  ซึ่งวิธีการจัดห้องมัน...   เขียนให้ดูดีกว่า -3-

    _____________________________
    |11|01|02|03|  ยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    |11| ระเบียงยาวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


    ก็ประมาณนี้  เพราะฉะนั้นเมื่อผมออกมานั่งแกร่วที่ระเบียงก็จะมีโอกาสเห็นคนที่อยู่ในห้องสิบเอ็ดด้วย

    มันบังเอิญที่หลายต่อหลายครั้งที่ตารางสอนห้องผมมักทำให้ผมว่างเวลาที่มันต้องเรียน

    มันบังเอิญที่ผมชอบออกไปนั่งที่ระเบียงเมื่อว่าง

    มันบังเอิญที่บางครั้งผมจะเหลือบมองเข้าไปในห้องสิบเอ็ด

    มันบังเอิญที่มันเองก็นั่งตรงติดประตู  ที่ ๆ ผมมองเห็น

    บังเอิญที่บางครั้งผมจะมองมันด้วยความรู้สึกสนใจ

    บังเอิญที่บางครั้งมันก็มองกลับมา

    ขอบคุณนะความบังเอิญ  ที่แนะเธอมาสู่ใจ  ตะละลา~~

    พอเหอะ  วันนี้น้ำเน่ากะเพลงมาเยอะแล้ว =3=""

    ความเดิมตอนที่แล้ว  วันนั้นจำได้เลยครับว่าเป็นวันอังคาร  วันที่อยู่ ๆ มันก็มานั่งจุ้มปุ๊กกินข้าวกับผม

    อ้อ  ไม่ได้ประทับใจอะไรมากนักจนจำวันได้หรอกนะครับ  พอดีวันนั้นเรียนร.ด.แล้วใส่ชุดครั้งแรกน่ะ  เลยจำได้

    ผมก็เดินเข้าไปซื้อข้าวที่ร้านประจำ  ร้านเลขสี่  เสร็จก็เอาจานไปวางบนโต๊ะแล้วก็เดินไปซื้อน้ำ พอดีสายตาไปเจอไอ้เจ้าเสื้อร.ด.ด้วยกันมากับเพื่อนอีกคน

    ซื้อน้ำเสร็จไอ้ชุดร.ด.นั่นมันก็มานั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกัน  บอกตามตรงว่าตอนนั้นเริ่มรู้สึกอะไรกับมันแล้วล่ะครับ  มันมานั่งคุยกับเพื่อนไปกินข้าวไป  ไม่ได้สนเล้ย  กุนั่งกินอยู่ตรงนี้เนี่ย  แม่งจะติดคอตายอยู่แล้ว...

    ปกติผมเป็นคนกินข้าวเร็วครับ  เร็วตามธรรมชาติ  เพราะผมกินไปเรื่อย ๆ แล้วไม่คุยกับใคร  ตัก เขี่ย  เข้าปาก  ติดคอหน่อยก็กินน้ำ  แต่มื้อนั้นทรมาณได้ใจครับ..

    รีบตัก รีบกิน  ก้มหน้าก้มตากินยังกับหิวตายห่าตายหองมาจากไหน  ตัก ๆๆๆๆ  ยิ่งกินยิ่งอยากรีบไปยิ่งรู้สึกได้เลยว่ากินช้ามาก

    กว่ามื้อสุดทรมาณจะหมดไปก็กินเวลาไปนานกว่าปกติมาก  แต่ไอ้สองตัวนี้ก็ยังไม่เสร็จซะที  ที่พูดนี่ไม่ใช่ว่าอยากให้มันรอนะครับ  ขืนมันรอนี่ผมได้นอนหัวใจวายตายอยู่แถวนั้นล่ะมั้ง?

    กินเสร็จสะพายกระเป๋าขึ้นไปพักบนห้อง เพราะตอนนั้นคนหมดแล้ว  คือผมนี่ไม่รู้จะเรียกว่โชคดีหรือโชคร้ายครับ  คือโชคดีที่วันอังคารซึ่งต้องเรียนร.ด.คาบบ่าย เลยไม่ต้องมาสะสางงานค้าง  แต่โชคร้ายคือมันไม่มีใครอยู่กับผมเนี่ยแหละ  ตอนรอไปเรียนร.ด. เพราะมันนานได้ที่เหมือนกัน  ชั่วโมงครึ่ง - -"

    นั่งพักได้ซักพักก็ไปเรียนร.ด.ล่ะครับ  ตามปกติ  ไม่มีอะไรพิเศษ  จากนั้นก็เป็นแบบนี้เรื่อยมา  ผมก็มองมัน  มันก็มองตอบ  โดยมีเพื่อนมันอีกคนอยู่ด้วย..

    เกมหลอนประสาทดำเนินขึ้นทุกสถานการณ์ครับ  กิจกรรมกีฬสี  งานบอลตอนเทอมแรก  ไปค่ายลูกเสือ (กุอยู่ปอนุบาลรึไงวะ เดินทางไกลไม่ถึงโลฯ -*-) ตอนนั้นตอนนี้  เยอะแยะ 

    ความจริงถ้าไม่ติดว่าเพื่อนมันมาอยู่ใกล้ ๆ มันเนี่ย  ผมอาจจะคิดไปแล้วมั้งว่ามันเองก็ชอบผม

    ขอเล่าแบบแค่บางอันเพราะเคยพิมพ์ไปแล้วแต่มันแป๊ก  นะฮะ  เอาอย่างตอนจะไปเข้าค่ายก็ได้..

    ช่วงนั้นเป็นช่วงต้นเทอมสองครับ  อาจารย์พละก็มาบอกนักเรียนนั่นแหละว่าจะได้ไปเดินทางไกลกันที่ภูฝอยลมโน่น   ไม่มีการพักแรม  โดยห้องบางห้องจะต้องไปรถทัวร์คันเดียวกัน 

    ผมคิดไว้แล้วล่ะครับว่าห้องหนึ่งต้องไปกับห้องสวิบเอ็ด  เหตุผลไม่ใช่เพราะโอ้นะฮะ  เป็นเพราะห้องหนึ่งคนมีน้อยกับห้องสิบเอ้ดน้อยพอกันต่างหาก  ก็เลยคิดอย่างงั้น  อาจารย์ก็บอกไว้อย่างงั้นล่ะฮะ ห้องหนึ่งกับสิบเอ็ดอยู่ด้วยกัน

    พวกในห้องก็เฮโลกันล่ะฮะ  บอกจะได้ตั้งวงเล่นไพ่ (เป็นที่รู้กันย่านนี้เล่นไพ่กันดีมากถึงขั้นเปิดบ่อนกระชับมิตร.. - -")  แต่แหงล่ะว่าไม่ได้เล่นกันจริง  นั่งรถนี่เนอะฮะ

    ตอนกำลังจะขึ้นก็มีการจัดแบ่งกันแบบไม่เป็นทางการโดยเด็กนักเรียนเองนั่นแหละครับ  ห้องหนึ่งนั่งหน้าสิบเอ็ดนั่งหลัง  ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมากหรอก  ได้นั่งเห็นหน้ามันแบบเดิมผมก็เรื่อย ๆ แล้ว

    บังเอิญนี่สิครับ  มันเสือกเรียกผมไปนั่งด้วย.. หึ ๆ =_,=

    แต่ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ  ไปนั่งด้วยก็จริงแต่แม่มสองตัวนั้นเสือกคุยกันปล่อยกุนั่งแหง็กอยู่ท้ายรถซะงั้น ขากลับตอนที่ลงไปซื้อของผมเลยแอบไปนั่งด้านหน้า  ดีใจนิด ๆ นะฮะ  ตอนเห็นมันมองหาแบบตกใจหน่อย ๆ  แต่พอมันเห็นผมมานั่งด้านหน้ามันก็พยักหน้าให้  เหอ ๆ

    อีกครั้งนึงก็ตอนงานคอนเสิร์ตโรงเรียน  คราวนี้เพื่อนมันไม่อยู่ครับ เพราะร.ด.จะต้องมารวมกลุ่มกันทำงาน  แรก ๆ ก็เยอะอยู่หรอกครับ  แต่ไป ๆ มา ๆ เหลือแค่มันกับผมสองคน  จากนั้นก็ไปไหนไปด้วยกันตลอด  ดูเหมือนต่างคนต่างอยากตามกันมากกว่าล่ะมั้ง?  พอดีมีครั้งนึงผมแวบไปเข้าห้องน้ำตอนที่เพื่อนมันอยู่พอดีเลยหายไปด้วยกันเลย = ='

    แล้วก็ยังมีแปลก ๆ แบบนี้อีกหลายครั้งนะฮะ  หลอนประสามดีเหมือนกัน  เหอะ ๆ  =_,=

    ขี้เกียจเล่าแล้วล่ะ  ต่อไปจะเป็นยังไงก็ได้แค่รอเท่านั้น 'w'

    ถึงตอนนั้นผมก็จะโยนพรหมลิขิตทิ้ง แล้วใช้โชคชะตาตัวเองลากคอมันมา  เหือะ ๆๆๆๆๆๆ  =_,=++++ 

    ล้มโต๊ะ  ไดฯนี้ไร้สาระสิ้นดี (/=[]=)/_|______|_




    ดู My.iD ของคนอื่นๆ | ดู Gallery ของคนอื่นๆ | ดู Diary ของคนอื่นๆ | บันทึกเป็น Favorite Diary

    ความคิดเห็นที่ 4

    โอ้ยจงเจริญ!!!

    ฮ่าๆๆๆๆ





    Name : ปาขี้~ >3<" [ IP : 202.5.87.12 ]
    Email / Msn:
    วันที่ : 24 เมษายน 2550 / 23:52

    ความคิดเห็นที่ 3
    ตายแล้ว ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่าอยากให้แกเป็นเกย์ 55555+

    ตุ๊ดแกเกิดมาเพื่อเพศนี้จริงๆนะ 555+

    ปล. เชียร์สุดใจขาดดิ้น เอาโอ้ให้อยู่หมัดนะตะเอง *O*
    Name : nicotin < My.iD >
    Email / Msn:
    วันที่ : 24 เมษายน 2550 / 23:34

    ความคิดเห็นที่ 2

    กุรอโอ้ =____=;;


    PS.  อ๊ายย >w< การบ้านทำไมมันเยอะจัง(ฟะ) งานก็เป็นเทือก = .... = แต่ฉันก็ยังมานั่งเล่นเน็ต 5555+ บ้านิยาย บายนีย่า บ้าๆบอๆ ติงต๊อง ต๊ะติ๊งโหน่ง นี่แหละตัวฉัน โฮะๆ ^O^++ (มันบ้าค่ะ มันบ้า =[]=!!) มาคุยกันสิ
    Name : นู๋ปาจิงโกะ < My.iD >
    Email / Msn:
    วันที่ : 24 เมษายน 2550 / 22:03

    ความคิดเห็นที่ 1

    อีตุ๊ดแกหลอกฉัน!!!!! =________=^^^

    ฉันนึกว่าแกอัพเรื่องโอ้เลยรีบตรงรี่มาอ่านนะเนี่ย 555+

    เอาเหอะอย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าไอ้ "เดินทาง" ของแกเนี่ยแกเดินทางไปไหนมา -__-"

    ปล.แกนี่.... พอมีความรักแล้วสุดๆเลยว่ะ 55555+

    Name : nicotin < My.iD >
    Email / Msn:
    วันที่ : 24 เมษายน 2550 / 21:53

    Post your comment : แสดงความคิดเห็น
    ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

    ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
      โพสความเห็นด้วย member Login name Password
      โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์ตัวเลขที่เห็นลงในช่องว่าง

    My.iD Diary | Copyright © 1999-2008 All rights reserved to Dek-D Executive Producers