ที่มา : http://www.nsitez.net/ncottage/lofiversion/index.php/t4121.html
เรียน สาธารณชนทุกท่าน เกี่ยวกับเรื่องอุทาหรณ์ โรงพยาบาลศรีสยาม
ข้าพเจ้าเป็นข้าราชการผู้มีตำแหน่งพอสมควร ได้อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า เป็นกรณีมารดาของข้าพเจ้าเองและอยากจะเขียนให้สาธารณชนเข้าใจว่า ความจริงแล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงอยู่ ซึ่งอาจจะเกิดจากการสื่อสารที่ญาติของคนไข้กับทางโรงพยาบาลศรีสยาม เข้าใจไม่ตรงกันและข้อมูลที่สับสนก่อนอื่นข้าพเจ้าขอเรียนว่า ข้าพเจ้าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับการส่ง E-MAIL ครั้งนี้เลย และไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก็ขอขอบคุณผู้ส่งที่หวังดีการปั้มหัวใจมารดาของข้าพเจ้านั้น ต้องถือว่าประสบความสำเร็จเพราะทำให้หัวใจกลับมาทำงานอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งมีปฏิกิริยาโต้ตอบ กล่าวคือเมื่อขยับท่อช่วยหายใจ มารดาของข้าพเจ้าจะลืมตาและขยับศีรษะ แพทย์โรงพยาบาลศรีสยามจึงมีความจำเป็น ที่จะต้องให้ยากระตุ้นหัวใจอย่างแรงช่วยเสริมด้วยและที่แพทย์บอกว่ามีความหวัง 20 % กับสามารถยังอยู่ได้อีกเป็นสัปดาห์นั้นหมายถึงในกรณีที่ไม่มีภาวะโรคแทรกซ้อน สำหรับในประเด็นที่แพทย์โรงพยาบาลศรีสยามไม่ยอมให้ย้ายโรงพยาบาล แต่พอญาติแจ้งว่าไม่มีเงิน จึงยอมอนุญาตให้ย้ายได้นั้นข้าพเจ้าขอเรียนว่า ในตอนแรกแพทย์ได้ลงความเห็นว่าย้ายไม่ได้แต่เมื่อญาติคนไข้ยืนยันที่จะย้าย ทาง รพ.ศรีสยาม จึงต้องยอมอนุญาต ซึ่งในกรณีนี้เหตุที่ต้องใช้เวลาดำเนินการนาน ก็เนื่องมาจากต้องรอพยาบาลที่มีความสามารถสูงช่วยเดินทางไปพร้อมกับคนไข้ด้วย
ข้าพเจ้าขอเรียนต่อสาธารณชนอีกครั้งหนึ่งว่า ในระหว่างทำการรักษาพยาบาล แพทย์เจ้าของไข้ของโรงพยาบาลศรีสยามได้ให้ข้อมูลแก่ข้าพเจ้ามาโดยตลอด และร่วมประชุมปรึกษาแผนการรักษากันโดยส่วนตัวแล้วข้าพเจ้าเชื่อว่า แพทย์ได้ให้การรักษาพยาบาลมารดาของข้าพเจ้าอย่างดีที่สุดแล้ว ไม่มีพฤติการณ์ที่จะประวิงการรักษา หรือยัดเยียดการรักษาพยาบาลเพื่อหวังผลประโยชน์ในการรักษา โดยพิจารณาได้จากวันแรก ๆเมื่อข้าพเจ้าแจ้งให้แพทย์ทราบว่าเป็นข้าราชการ และจะขอย้ายไปรักษาต่อที่รพ.ของรัฐแพทย์ก็จัดเตรียมเอกสารการย้ายให้แก่ข้าพเจ้าทันที
สุดท้ายข้าพเจ้าขอขอบพระคุณสาธารณชนทุกท่าน ที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็นในกรณีนี้ แต่อย่างไรก็ตามโปรดเข้าใจโรงพยาบาลศรีสยามให้ถูกต้องด้วย ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกเห็นใจโรงพยาบาลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และโรงพยาบาลอาจต้องเสียชื่อเสียงจากการนี้ และขอยืนยันว่าข้าพเจ้าเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง เป็นบุตรของผู้ตายกรณีนี้จริงไม่มีเหตุที่จะต้องเข้าข้างโรงพยาบาลศรีสยาม แต่ที่ต้องออกหนังสือฉบับนี้เพราะต้องการให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุก ๆ ฝ่าย และขอขอบพระคุณแพทย์ที่ทำการรักษาพยาบาลมารดาของข้าพเจ้าเป็นอย่างดี
ขอให้สาธารณชนเมื่ออ่านเสร็จช่วยกันส่งต่อๆ ไปด้วย เพื่อแก้ข่าวให้แก่โรงพยาบาล