Love looks not with the eyes, But with the mind.
ความรักไม่สามารถสัมผัสด้วยตา...แต่สัมผัสได้ด้วยใจ
วิธีง่ายๆที่จะตามหา "คู่แท้" ของคุณ..
1.หยุดที่จะมองหา
เคยมั้ยที่คุณต้องเสียเวลามหาศาลไปกับการมองหาบางสิ่งบางอย่างที่สูญหายไป แต่ไม่ว่าหายังไงก็หาไม่เจอซะที เราขอแนะนำให้คุณหยุดมองหา เพราะบางครั้งยิ่งมองหาคุณกลับยิ่งหามันไม่เจอ ทฤษฎีนี้ก็เช่นเดียวกันกับการมองหาคู่แท้ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณพยายามที่จะมองหาใครบางคน ดูเหมือนเขาจะยิ่งไกลออกไป ดังนั้นคุณควรหยุดที่จะพยายามมองหา และปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
2.อย่าพยายามที่จะทำตัวให้เป็นที่โปรดปรานของคนอื่น
นี่เป็นข้อเท็จจริงสำหรับผู้หญิงทุกคน ที่พยายามจะทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้คนอื่นมีความสุข จนบางครั้งต้องสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไป ดังนั้นคุณต้องหันมาถามตัวเองก่อนว่าคุณต้องการคนที่เขารักคุณที่อะไร ในสิ่งที่คุณเป็น หรือสิ่งที่เขาอยากให้คุณเป็น
3.อย่าทำลายหรือลดศักดิ์ศรีของตัวคุณเอง
หลายครั้งที่ผู้หญิงหลายคนพยายามถือคติสั้นหรือ เอวต่ำเข้าว่า ด้วยการใส่บราเสริมหน้าอก และสวมกระโปรงสั้นๆ เพียงเพราะพวกเธอหวังว่าสิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้เธอกลายเป็นที่ดึงดูดใจของหนุ่มๆ ซึ่งแม้ว่าจะปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกสามารถทำให้หนุ่มๆหันมามองหรือสนใจคุณได้ แต่คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่า หนุ่มๆเหล่านั้นเป็นคนที่ใช่ และเหมาะสมกับคุณ
4.หมั่นพัฒนาหรือปรับปรุงตัวเอง
เพื่อให้ตัวเองดูดีที่สุดเสมอ เพราะคุณไม่จำเป็นที่จะต้องดูดีเพื่อใคร หรือในสายตาใคร และคุณจะพบว่าแค่คุณหมั่นดูแลตัวเองอยู่เสมอ ก็จะมีหนุ่มๆเข้ามาหาคุณเอง
5.หยุดที่จะตั้งกรอบหรือสร้างกฎเกณฑ์ของคนที่จะมาเป็นคู่แท้ของคุณ
การจดบันทึกสิ่งที่ต้องการล่วงหน้าไว้ อาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการไปจ่ายตลาด แต่ชีวิตคู่ของคุณมีสิ่งที่เหนือขอบเขตของลักษณะบุคลิกเฉพาะตัวเท่านั้น เพราะบางคนอาจวาดฝันว่าคู่แท้ของคุณต้องมีฐานะร่ำรวย สูงและหนักตามที่คุณจินตนาการไว้ แต่ในความเป็นจริง คุณต้องถามตัวเองว่าจะยอมเสียชีวิตคู่ไปเพียงเพราะคู่แท้ของคุณมีความสูงน้อยกว่าที่คุณขาดไว้เพียงไม่กี่นิ้ว
ความรัก 6 ประเภท
1.ความรักแบบเสน่หา (Eros)
ความรักเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต แม้จะไม่มากพอที่จะทำลายตนเอง หรือรู้สึกถูกใจอีกฝ่ายตั้งแต่แรกเห็น คล้ายรักแรกพบ ความดึงดูดใจซึ่งกันและกัน การแสดงออกมาทั้งคำพูดและการแสดงความใกล้ชิด อยากเจอกันทุกวัน ถ้าเป็นไปได้ วาดฝันเกี่ยวกับอีกฝ่ายไว้งดงาม และไม่ได้คาดการณ์ถึงอุปสรรคใดๆ คู่รักประเภทนี้พยายามพัฒนาสัมพันธภาพกับคู่ของตนอย่างรวดเร็ว โดยการเปิดเผย ซื่อสัตย์ และจริงใจ ใส่ใจคู่รักมากเป็นพิเศษ แต่ไม่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของหรือกลัวว่าจะมีคู่แข่ง
2. ความรักแบบไม่ผูกมัด (Ludus)
ความรักเป็นเกมชนิดหนึ่ง เพื่อความบันเทิงของทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงการผูกมัด สามารถผลัดเปลี่ยนคู่ไปได้เรื่อยๆ พยายามที่จะไม่สร้างความผูกพันทางอารมณ์อย่างลึกซึ้งกับใคร เพื่อรักษาความเป็นอิสระของตน ถึงแม้จะไม่ต้องการทำให้อีกฝ่ายเจ็บปวด แต่การโกหกและความไม่จริงใจถือว่าเป็นการเล่นตามกติกาที่มี ความรักแบบนี้จะไม่หึงหวง หรือแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ และอาจเห็นชอบให้คู่ของตนมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความสมดุลในความสัมพันธ์ของตน
3. ความรักแบบมิตรภาพ (Storge)
ความรักพัฒนามาจากมิตรภาพ เป็นความรู้สึกรักใคร่อันเนื่องมาจากการคบหากันมาเป็นเวลานาน ไม่ได้มีความ รู้สึกตื่นเต้น เร่าร้อน แต่เน้นการกระทำที่ทั้งสองฝ่ายมีความสนใจร่วมกันและมีกิจกรรมร่วมกัน ความรักเป็นสิ่งที่มั่นคง ที่ผนวกเข้าไปกับการดำรงชีวิตตามปกติ
4. ความรักแบบลุ่มหลง (Mania)
ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะใฝ่หาความรัก แต่เชื่อว่าความรักเป็นความเจ็บปวด ปรารถนาความใกล้ชิดและต้องการความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ต้องการให้คู่รักของตนแสดงความรักมากกว่าปกติ เมื่อใดที่คู่รักไม่ได้แสดงความใส่ใจ หรือไม่แสดงความรักตามที่ปรารถนา อาจจะทำร้ายตนเอง เพื่อเอาชนะความรัก คู่รักประเภทนี้เชื่อว่า เมื่อปราศจากความรักจากอีกฝ่าย ชีวิตก็ไม่มีคุณค่าอีกต่อไป
5. ความรักแบบมีเหตุผล (Pragma)
เป็นความรักที่ตั้งอยู่บนรากฐานของความเป็นจริง ผู้ที่มีความรักแบบนี้จะแสวงหาคู่ที่เหมาะสมกับตนมากที่สุด เชื่อว่าความสัมพันธ์จะราบรื่นก็ต่อเมื่อคู่รักสามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของกันและกัน ได้แสวงหาคนที่มีลักษณะคล้ายตนหรือต่างจากตน แต่ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาด การเลือกคู่จะมีลักษณะคล้ายรักเผื่อเลือก ทั้งนี้ก็เพราะคาดหวังสัมพันธภาพที่ยั่งยืน
6. ความรักแบบเสียสละ (Agape)
เป็นความรักที่ปราศจากความเห็นแก่ตัว ต้องการเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ มีความห่วงใย และคำนึงถึงความสุขของคู่รักเป็นสำคัญ โดยไม่ใส่ใจกับความต้องการของตนเอง "การให้" เป็นปัจจัยสำคัญของความรักแบบนี้ นักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาพบว่า ในชีวิตจริงคู่สมรสจะมีรูปแบบความรักที่คล้ายคลึงกัน เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคู่ที่มีความสัมพันธ์ยาวนานกับคู่ที่เลิกราไป พบว่าประเภทแรกจะมีความรักแบบเสน่หาสูงกว่า และมีความรักแบบไม่ผูกมัดต่ำกว่าประเภทหลัง รูปแบบของความรักอาจเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา และลักษณะของบุคคลที่เรามีความสัมพันธ์ด้วย