Rhythm Of Star : ลำนำดวงดาว บท บทเพลงแห่งการเริ่มต้น ตอนที่สอง เริ่ม ผมแยกกับชาเลย์ทันทีที่ถึงหน้าประตูเมือง เธอบอกว่าจะต้องรีบกลับบ้านให้เร็วที่สุด ซึ่งผมก็ไม่เห็นถึงประโยชน์ของมันเลยสักนิด เพราะหลังจากฟ้ามืดแล้ว พ่อแม่ก็คงโกรธลูกกันทั้งนั้น... ชาเลย์ยังเป็นเพียงเด็กสาววัยรุ่น การที่เธอบอกว่าไม่ได้ใครได้ยินเธอเป่าแซ็กโซโฟนมานาน ก็ชี้ชัดแล้วว่าคงไม่ได้รับการสนับสนุนมากมายนัก เธอก็อยากจะทำในสิ่งตนรัก สิ่งที่ตนชอบ จึงเกิดการต่อต้านเล็กๆ... เพราะจริงๆ แล้ว ชาเลย์คงเป็นเด็กดี ผมเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมเล็กๆ โอดินคงเข้ามาในนี้ เพราะคนอย่างเขาไม่ชอบอะไรยุ่งยาก ผมตรงเข้าไปถามคนที่คิดว่าน่าจะเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยม ขอโทษนะครับ มีผู้ชายตัวสูงๆ มาจองห้องใช่หรือเปล่าครับ มีครับ มีครับ เขาบอกว่าหากมีคนมาถาม ให้บอกว่าอยู่ห้อง 2150 ครับ เขาตอบอย่างสุภาพและเป็นมิตร ผมยิ้มให้เขา แล้วเดินไปยังห้อง ในห้องมีเพียงเตียงเดี่ยวหนึ่งเตียง โต๊ะเล็กๆ โคมไฟ ห้องน้ำคับแคบ หน้าต่างบานใหญ่ และสัตว์ประหลาดนอนอยู่บนเตียง งาย ฟังแซ็กโซโฟนเพราะไหมละ ไอ้หนู โอดินถามผมด้วยเสียงเกียจคร้านในขณะที่ผมวางกระเป๋าและสัมภาระอื่นๆ บนโต๊ะ ได้เรื่องสิ...ผมว่าผมจะได้บันทึกเรื่องของเธอละ ใครน่ะ เธอชื่อชาเลย์ เป็นเด็กเป่าแซ็ก ผมตอบ พร้อมขึ้นไปเบียดกับโอดินบนเตียงจนทำให้เขาตกลงมา โอดินแยกเขี้ยวเล็กๆ เฮ้ หยาบคายน่าเจ้าหนู...เป็นเด็กเป่าแซ็กเปิดหมวกเรอะ โอดินกระโดดขึ้นมาบนเตียงอีกครั้งอย่างง่ายดาย อุ้งเท้าเล็กๆ ที่มีเล็บแหลมของเขาพยายามข่วนและดันผมลงจากเตียงบ้าง ผมพลิกตัวไปอีกทางให้พอมีที่ แต่ดูเหมือนสัตว์อสูรตรงหน้าจะยังไม่คอยพอใจเท่าใดนัก ไม่รู้เหมือนกัน...แต่เธอดูเป็นเด็กดีนะ... หึ สัตว์อสูรทำเสียงขึ้นจมูก เขาล้มตัวนอนข้างๆ ผม อย่ามองคนเพียงหน้าตา หรือนิสัยเผินๆ ไอ้หนู... เขาพูดราวสั่งสอน แต่ผมก็ยิ้มกลับให้เขาบางๆ นายไม่ไว้ใจผมหรือไง? โอดิน...คิดว่าผมเป็นใครกัน เด็กโง่ๆ คนหนึ่ง ผมขำพรืดออกมา ตัดสินใจดีดตัวขึ้นเพื่อจะไปอาบน้ำ แต่ก่อนเข้าไป ผมก็ทิ้งท้ายไว้... ตั้งแต่มาจากหมู่บ้านป่าสน...นายอายน้ำบ้างหรือเปล่าน่ะ .....หุบปากไปซะ.... บรรยากาศยามเช้าในเมืองนี้ช่างคึกคัก ร้านค้าสองข้างทางวางไว้อย่างแน่นขนัดจนแทบไม่มีที่เดิน ประกอบกับแสงสีทองอ่อนยามเช้าส่องทางเดินทำให้มีเงาของผู้คนมากมายทาบทับกันบนถนนที่ปูลาดด้วยหินเนื้อดี เสียงเอะอะเซ็งแซ่ยังคงดังขึ้นจากเหล่าพ่อค้าแม่ขายที่เรียกลูกค้าอย่างสนุกสนาน กลิ่นหอมของอาหารปรุงสุกลอยมาจากข้างล่างผ่านหน้าต่างบานใหญ่เพียงหนึ่งเดียวในห้อง โอดินพลิกตัวอย่างเกียจคร้านบนเตียง... เฮ้! เรื่องคราวนี้น่ะ ข้าไม่ยุ่งด้วยนะเจ้าหนู! โอดินพูดกับผมที่รับแสงแดดอ่อนๆ อยู่ริมหน้าต่าง ผมรู้อยู่แล้วว่านายไม่ยุ่งหรอก นายขี้เบื่อเกินไปกว่าจะตามผมต้อยๆ ใช่ไหมล่ะ? ผมหัวเราะเบาๆ ออกมา อย่างน้อยที่ป่าสนนายก็เหนื่อยมากแล้ว เออสิ... ผมไม่คิดจะดำเนินบทสนทนาต่อเหมือนกับโอดินที่ไม่คิดจะซักไซ้อะไรต่อ ผมกับเขาเหมือนคนที่แค่ร่วมเดินทางกันไปเฉยๆ ไม่ได้มีสายสัมพันธ์กันมาก แต่ถึงคราวที่ผมกับเขาตระหนัก...เราก็เหมือนกับพี่น้อง ทั้งเขาและผมต่างพอใจกับสภาพนี้... ผมสะพายกระเป๋าคู่ใจโดยทิ้งตะเกียงไว้ที่นี้ ดวงตาสีเงินทึบของผมจับจ้องโอดินสักพัก และตัดสินใจไปตลาดโดยไม่บอกเขา เป้าหมายของผมคือ...ชาเลย์ ไม่อยากเชื่อว่าคุณจะเดินหาโรงเรียนดิฉันจนเจอนะคะ เธอกล่าวกับผมอย่างสุภาพ คิดว่าจะไม่ได้เจอกันแล้วเสียอีกค่ะ ผมหัวเราะอย่างขบขันประสานไปกับเสียงหัวเราะของเธอ ผมคิดว่าจะอยู่ที่นี่อีกนานน่ะครับ...อย่างน้อยก็หนึ่งอาทิตย์ ผมตอบอย่างตรงไปตรงมา รับถ้วยอาหารจากเธอมา ซอสสีแดงที่มีเครื่องขลุกขลิกดูแปลกตา ราดลงไปบนข้าวสุกหอมทำให้ผมแปลกใจนิดๆ แต่ก็ตักมันเข้าปากอยู่ดี การ์มค่ะ เสียงใสของเธอเอ่ยขึ้นอย่างอธิบาย เธอยิ้มให้ผมที่หันไปมอง การ์มเป็นชื่อของเจ้านี่น่ะค่ะ เนื้อหมูบดผสมกับไก่บด ผัดด้วยน้ำมันจากข้าว ใส่พริกการ์เมอแนนท์ตำกับพริกไทย แล้วก็สมุนไพรอีกสามชนิดที่ดิฉันจำไม่ได้ค่ะ เธอเกาแก้มแก้เขิน ในขณะที่ผมได้รสชาติหอมปนจัดจ้านของสมุนไพรนานาชนิดที่ใส่ลงไปในการ์ม อร่อยดีครับ ผมตอบพลางมองไปยังบรรยากาศของโรงเรียนประจำเมือง เรานั่งอยู่ใต้ต้นไม้ที่ถูกล้อมด้วยคอนกรีต เป็นที่นั่งอย่างดีสำหรับเหล่านักเรียน เวลาเช้าเช่นนี้โรงเรียนยังไม่เข้า เด็กนักเรียนที่มาถึงจึงเลือกทำกิจกรรมต่างๆ อย่าง เล่นกีฬา ทำการบ้าน นั่งคุยกับเพื่อน หรือแม้แต่ทานอาหารเช้าแบบพวกผม...ชาเลย์ดูตกใจที่เห็นผม และเมื่อรู้ว่าตามหาเธออยู่ เธอก็มีท่าทางดีใจราวเด็กที่ได้เจอคุณยายที่เธอไม่ได้พบเสียนาน เธอบอกว่ามีเวลาพอสมควรกว่าเธอจะเข้าเรียน เสียงร้องตะโกนอย่างพร้อมเพรียงของนักเรียนชมรมวิ่งที่วิ่งเป็นจังหวะพร้อมกันเป็นหมู่คณะดังคู่กับเสียงของนักเรียนซึ่งกำลังเล่นบาสเก็ตบอลแทรกเข้ามาท่ามกลางความเงียบงันของคนกำลังทานอาหารสองคนอย่างธรรมชาติ เมื่อเราทานเสร็จ ชาเลย์ออกตัวว่าจะเอาถ้วยไปคืนที่ร้านอาหารเอง พอเธอกลับมา เธอกลับมาพร้อมกับน้ำเปล่าหนึ่งขวด มื้อนี้ดิฉันเลี้ยงนะคะ ...จะดีเหรอครับ? ดีสิคะ ดิฉันไม่ค่อยได้ทำอะไรแบบนี้ร่วมกับใครเลย เพราะอย่างนั้นจึงอยากเลี้ยงคุณสักมื้อน่ะค่ะ เธอยิ้มอย่างสดใส และผมว่าผมเข้าใจเธอ งั้นผมไม่ขัดนะครับ ขอบคุณนะคะ...อ้อ ว่าแต่คุณเอสโตรมีธุระอะไรกับดิฉันหรือคะ? เธอถามพลางเอามือตบเข้าหากันอย่างนึกขึ้นได้ ผมจึงตอบอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้เช่นกัน จริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่ผมอยากให้คุณพาเที่ยวเท่านั้นเอง ผมรู้สึกเมืองนี้น่าสนใจ...แล้วก็อยากฟังเสียงแซ็กโซโฟนตัวนั้นอีกครั้งครับ... เพียงครู่เดียว...เพียงครู่เดียวจริงๆ...วินาทีนั้นที่ความเงียบงันอย่างเศร้าสร้อยเข้ามาปกคลุมดวงตาสีรัตติกาลประกายของชาเลย์ ผมไม่ได้สังเกตเห็นถึงแววตาคู่นั้น แต่มันทำให้ผมรู้สึกแปลกไปได้ ได้ค่ะ...แต่ว่าดิฉันมีเรียนหนังสือ...เอาอย่างนี้นะคะ ตอนบ่ายสามโมงตรงรบกวนคุณเอสโตรมาหาดิฉันที่นี่ใหม่ เดี๋ยวดิฉันจะพาคุณไปเอง ดีไหมคะ? เธอเอียงคอถามผมอย่างน่ารักราวกับวินาทีนั้นเป็นเรื่องโกหก ผมที่ไม่ได้เห็นอย่างเต็มตาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอจึงยิ้มรับ และตอบเธอไปว่าได้...เพียงเท่านั้น หง่าง เหง่ง หง่าง เหง่งง ระฆังขานเรียกดังขึ้น ไม่บอกก็รู้ด้วยสัญชาตญาณว่าถึงเวลาเข้าห้องเรียนแล้ว ชาเลย์หันไปยังทิศที่เสียงนั้นดังขึ้น ผมมองผมยาวสลวยสีไข่มุกดำของเธอที่ประกายหยอกล้อแสง เธอหันกลับมาพร้อมลุกขึ้นอย่างสุภาพ ผมจึงลุกตามเธอและกำลังจะเดินออกจากโรงเรียนไป... คุณเอสโตรคะ? เสียงใสของเธอฉุดผมไว้เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นรั้งขาผม ชอบฟังเสียง...เซ็กโซโฟนจริงๆ หรือคะ? สายลมอ่อนๆ ไล้ไปตามใบหน้าของผม พัดพาให้เส้นเกศาสีดำสนิทของชาเลย์ปลิวไสวขึ้นมาด้วยอย่างถูกจังหวะ ดวงตาสีดำมีประกายจริงจัง ...เธอกดดันผมโดยไม่รู้ตัว... ผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แม้จะเดาได้เลาๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอและแซ็กโซโฟน แต่เรื่องที่ไม่เข้าใจคือเรื่องที่ไม่เข้าใจ ผมไม่อาจรู้ได้ว่าเธอคิดอย่างไรถึงถามขึ้นมาแบบนี้ ผมนิ่งอยู่นานจนรู้สึกใจเสียเสียเอง ในขณะที่ปากกำลังจะอ้าตอบคำถาม อ้ะ! ขอโทษนะคะที่เผลอถามอะไรบ้าๆ ออกไป เธอยิ้ม... ดิฉันขอตัวไปเรียนนะคะ บ่ายสามโมงเจอกันอีกทีนะคะ เป็นรอยยิ้มที่ผมรู้สึกประหลาดขึ้นมาอีกแล้ว... ชาเลย์หันหลังวิ่งออกไปพร้อมกระเป๋าของเธอ กระโปรงยาวที่เธอใส่ทำให้ผมทึ่งในความสามารถของผู้หญิง...ผมจึงตัดสินใจเดินออกจากโรงเรียนก่อนที่อาจารย์ที่นี้จะมองผมแปลกๆ บ่ายสามโมง...ณ ที่แห่งนี้... บท บทเพลงแห่งการเริ่มต้น ตอนที่สอง จบ
|