29.11.11
ถ้าหากเปรียบงานเขียนเป็น "อากาศ"
โบราณคดีก็คงคือ "น้ำ" ที่ไม่อาจจะขาดได้
สองสิ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต
และสำคัญยิ่งเมื่อได้เรียนรู้จนมาถึงทางเดินที่ยาวไกล...
วันหนึ่งที่คณะ... นั่งคุยกับเพื่อนๆว่าเมื่อไรที่จะเจอนิยายโบราณคดีที่เป็นโบราณคดี
โบราณคดีที่ไม่ใช่ขุดไดโนเสาร์ (เพราะนั่นมันงานของนักบรรพชีวินทร์? เขียนยังไงหว่า)
โบราณคดีที่ไม่ได้เลอเลิศประเสริฐศรี แบบที่ขุดไปก็เจอแต่ของดีๆที่ไม่มีจริง
โบราณคดีที่เจอแต่เศษกระเบื้อง กระดองเต่า?? แม้เป็นความจริง แต่มันก็โหดไปหน่อย
ปิดเทอมเลยนั่งคุ้ยนิยายทั้งบ้านมาอ่าน แล้วมันก็ออกมา 2 เรื่อง
หนึ่ง...เป็นเรื่องที่แต่งคลายเครียดแบบอยากเขียนก็เขียน แถมดันเขียนได้เยอะมาก
อีกเรื่อง..แต่งสนองตัณหา ระหว่างรอให้น้องน้ำหายไปจากวังท่าพระ แก่งท่าช้าง และท่าพระจันทร์
สิ่งที่ฝังอยู่ในหัว... สิ่งที่เรียนลึกลงไปซึ่งไม่เคยได้รู้ความจริงในสมัยมัธยม
ข้อมูลที่ยังไม่ถูกบรรจุเป็นตำราเรียนเพราะประวัติศาสตร์ไม่สำคัญ?
แล้วก็นั่งหัวเราะกับเพื่อนเบาๆ
เพราะประวัติศาสตร์ไม่สำคัญ ทางน้ำเลยเปลี่ยน
แล้วทะเลก็จะถมคืนสู่ดินแดนทวารวดีอีกครั้ง
เป้าหมายคือตรงนั้น..
ทวารวดี ศรีวิชัย... ยุคสมัยที่ถูกลืม
แต่ก่อนหน้านั้นต้องข้ามผ่านอินเดีย ลังกา ชวา จาม ขอม
แต่จะเล่นแต่ตะวันออกอย่างเดียวก็ไม่ดีเลยจัดตะวันตกที่ชอบไปอีกสักหน่อย
อีกเรื่องที่อยากแต่งคือสุสานช่างทำเล็บอียิปต์ ชายรักชาย..
บางทีก็อยากไปเห็นสุสานนั้นด้วยตาตัวเอง :P
นั่นแหละนิยายเรื่องนี้
Q the Archaeologist: ตัวป่วนแห่งเฮเดรนเยียร์
ก็แค่ความเก็บกดของนักศึกษาคนหนึ่ง :P