| หน้าแรก | My.iD | บอร์ด | นักเขียน | กิจกรรม | ไลฟ์สไตล์ | เกมส์ | พบปะชาวเด็กดี | การศึกษา | แอดมิชชั่น | โพส MSN | แชทรูม | New! ฟังวิทยุ |
บันทึกเป็นเพื่อน ส่งข้อความลับหา Dear♥`$☻T☺N แนะนำ My.iD กัน New! Search My.iD
My.iD Diary Gallery Board
Room: M•Y•S•A•T•A•N
Owner: Dear♥`$☻T☺N

Login name
Password
Owner's Profile
รูปตัวแทนของ mydear_satan นามแฝงเวบบอร์ด
Dear♥`$☻T☺N
นามปากกา
นางสาวฝรั่งเศส
ชื่อเล่น ฟางข้าว
วันเกิด 23 เมษายน
การเรียน ขึ้นม.5 แย้วค๊า~
งานอดิเรก อ่านนิยาย แต่งนิยายไม่เคยจบ
นิยามของฉัน เรียน เรียน เล่น เล่น หนุกดี - -^^

My.iD : Quick Message!

HBD วันเกิดปีนี้ขอให้มีความสุขมากกว่าปีที่แล้วนะจ๊ะ
yotaka- < My.iD > [23 เม.ย. 51 / 15:16]

สุขสันวันเกิดจ้า ^^
[S]+[J]- < My.iD > [23 เม.ย. 51 / 14:09]

มาเยี่ยมค่ะ มาหาบ้างนะคะ
คุณหนู coconut- < My.iD > [18 เม.ย. 51 / 09:03]

หวัดดีเน้อ....มาเยี่ยมเยียน (นี่แกมาเท่านี้ใช่ไม๊)
ดุ๊กดิกดุ๊กดิก- < My.iD > [24 มี.ค. 51 / 10:51]

ให้มารับการบ้านได้แล้ว ส่วนคนที่ยังไม่เลือกกลุ่มให้ไปเลือก ตามลิงค์ http://my.dek-d.com/Luminary_School กรรมการนักเรียน Mura&Maru
MeeMixy- < My.iD > [23 มี.ค. 51 / 19:13]

Happy New Year 2008 สวัสดีปีใหม่ ขอให้มีความสุขค่ะ
yotaka- < My.iD > [1 ม.ค. 51 / 22:47]

มาแว้ว ไม่ได้เข้าไอดีมานานแสนนาน ปัจจุบันมาอัพแล้ว มีคำถามเดิมๆที่ถามบ่อยๆ"ว่างไม๊ ถ้าว่างก็มาเยี่ยมกันด้วยนะ" และขอโทษที่ไม่ได้มาเยี่ยมซะนาน fin
superpear- < My.iD > [27 ธ.ค. 50 / 22:02]

ดีจ้า หนาวแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพด้วยนะ บะบาย
โดนั้ล- < My.iD > [1 ธ.ค. 50 / 00:12]

มาแจ้งการบ้านค่ะ
Luminary_School- < My.iD > [30 พ.ย. 50 / 11:28]

ไม่ได้มาเยื่ยมเจ๊ตั้งนานหุๆๆ ยังสบายดีนะ
โดราเมน่อน- < My.iD > [20 พ.ย. 50 / 21:20]

มาเยี่ยมจ้า สบายดีอ่ะเปล่า ว่างๆแวะไปเยี่ยมไอดีเรานะ
magoojag- < My.iD > [31 ต.ค. 50 / 19:50]

การเรียนการสอนเริ่มแล้วนะคะรวมทั้งการบ้านด้วย ขออภัยที่มาบอกข่าวช้า...
Luminary_School- < My.iD > [30 ต.ค. 50 / 22:41]

มาเยี่ยมค่ะ ไอดีเป็นไทโครตๆ
แค่ที่ปรึกษาในใจ- < My.iD > [23 ต.ค. 50 / 15:25]

มาเยี่ยมจ้า ไอดีสวยจังเลย ^^ เราขอแอดไว้เป็นเพื่อนนะ ไปเยี่ยมกันบ้างน้า~ ^^ บายจ้า
รัก เรียวมะคุง- < My.iD > [17 ต.ค. 50 / 14:37]

ดีจ้ามาเยี่ยมนะไปเยี่ยมเราด้วยนะ
doremonbaja_Film- < My.iD > [13 ต.ค. 50 / 10:24]

ดีคะ จิงหรอที่จะมีต่อภาค 3 อ่ะ อยากดูเร็วๆ อิอิ
[S]+[J]- < My.iD > [10 ต.ค. 50 / 10:28]

โย่วๆๆ แวะมาทักทายค่ะ จำกันได้มั้ยอ่า?? มิสๆเสมอนะค๊า!! >w<~ ps. พี่ฟางหายไปไหนอ่า มิสมั่กๆๆๆๆนะคะ
hurunagirl- < My.iD > [2 ต.ค. 50 / 16:31]

มาเยี่ยมพี่สาวที่สวยและแสนดีคร้า อยู่ไม๊เอ่ย มาทางนี้ๆ เข้ามาไอดีหนูก่อนก็ได้ มีขนมสายไหมให้ด้วย
superpear- < My.iD > [30 ก.ย. 50 / 20:03]

เฮโหลๆๆๆๆๆ หวัดดีค่ะ!! มาถ้ำๆมองๆ เอ๊ย ไม่ใช่ มาเยี่ยมค่า ว่างๆแวะมาหาเรามั่งน้า ไอดีเรายินดีต้อนรับเสมอค่ะ^^ บายๆนะคะ อย่าลืมมาหานะ ^^
whitevampire- < My.iD > [22 ก.ย. 50 / 19:17]

กรุณาไปเลือกกลุ่มที่โรงเรียนด้วยค่ะ/Luminary
Luminary_School- < My.iD > [6 ก.ย. 50 / 22:01]

หวัดดีจ้า มาเยี่ยมๆเยียนๆน้า ยังจำเราได้อยู่มั๊ยน้อ นิยายนาวาเล่ย์อัพแล้วนะคะ อย่าเพิ่งลืมกานน้า มาอ่านต่อด้วยเน้อ บายๆค่า
whitevampire- < My.iD > [19 ส.ค. 50 / 17:38]

ดีจ๊า เรื่องสัตว์มหัศจรรย์ของเทพนิยายและพ่อมด ตอนที่ 17 อัพแล้วค๊า
บัวหิมะสีไวท์- < My.iD > [17 ส.ค. 50 / 12:38]

ไม่มาเยี่ยมนานสบายดีป่ะคะ
-PanCake-- < My.iD > [10 ส.ค. 50 / 19:23]

T@rK:หวาดดีคร้าเจ๊ ไม่ได้มาเยี่ยมเจ๊ตั้งนานนนนแนะคิดถึงจัง ผลสอบดีไม๊คร้า<ดีแน่เลย>
superpear- < My.iD > [10 ส.ค. 50 / 15:55]

ดีจร้ามาเซย์โหลก่อนนอนจร้าฝันดีน่ะ
//*อะมีโน*//- < My.iD > [9 ส.ค. 50 / 22:03]

Msg

Name
พิมพ์ตัวเลขที่เห็นลงในช่องว่าง

Owner's Stats
ระดับสมาชิก 2
วันเริ่มสมาชิก 15 ก.ค. 49
แต้มสะสม 709
กระทู้เคยตั้ง 2
ข้อความที่เคยโพส 278
จำนวนผู้เข้า My.iD5794

  My.iD : What's UP :: 8 กันยายน 2551

                                     -b g-


โอ้!  ไม่ได้เขียนทักทายนานแล้ว  ><~~


ตอนนี้ที่ยังคงพระนเรศวรไว้มีสาเหตุ 3 ประการ คือ


1.ฟางรอจนถึงภาคสามจะอำลาออกโรงไปก่อน  ซึ่งตอนนี้ก็ยังถ่ายอยู่


ใครที่ยังไม่ได้ดูภาคสองก็ไปดูซะนะ  แต่เอ๊ะ!  ส่วนใหญ่จะอำลาโรงไปแล้วนี่นา


ขอบอกว่าภาคสองสุดยอด  ตอนที่ปีเตอร์กะทราย...กัน  (นอกเรื่องแล้ว  ><~~  อายจังเลย)


ขอเข้าเรื่องต่อนะ


2.ที่ฟางไม่เปลี่ยนหน้าไอดี  คือขี้เกียจ + ไม่มีเวลา  ตอนนี้โรงเรียนเปิดแล้วการบ้านเยอะโครต ๆ


3.ใครมีข้อสงสัยอะไรอ่านข้อ 1.-2. นะค่ะ


ขอบคุณค่ะ


ขอชะแวบไปเล่นเกมส์วิ่งก่อนนะค่ะ  จุ๊บ ๆ ~  ^o^ 


รักคนที่มาเยี่ยมไอดีทุกคนเลยนะค๊า


และก็รักเพื่อน ๆ ทุกคนที่แวะเข้ามาทักทายฟางเป็นประจำ



                                                                                                                   12  พฤษภาคม  2550









           สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เสด็จพระราชสมภพ ณ เมืองพิษณุโลก เมื่อปีเถาะ พุทธศักราช 2098 พระองค์เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชา และพระวิสุทธิกษัตรี ราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ และสมเด็จพระศรีสุริโยทัย ดังนั้น พระองค์จึงมีพระชาติ ทั้งราชวงศ์พระร่วงแห่งกรุงสุโขทัยทางพระราชบิดา และราชวงศ์อยุธยาทางพระราชมารดา พระองค์ทรงมีพระพี่นาง พระนามว่า พระสุวรรณเทวีหรือพระสุพรรณกัลยา และพระน้องยาเธอ พระนามว่า สมเด็จพระเอกาทศรถ
  
           เมื่อพระองค์มีพระชันษาได้ 9 ปี พระเจ้าหงสาวดีได้ขอไปเป็นพระราชบุตรบุญธรรม พระองค์ได้ประทับอยู่ที่หงสาวดีถึง 6 ปี เมื่อพระชันษาได้ 15 ปี จึงได้เสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา เพื่อช่วยราชการพระบิดา โดยได้เสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก

          ขณะทรงพระเยาว์และในระหว่างที่พระองค์ประทับอยู่ที่กรุงหงสาวดี ก็ได้ทรงศึกษาวิชาศิลปศาสตร์ และวิชาพิชัยสงคราม ทรงนิยมในวิชาการรบทัพจับศึก พระองค์ทรงมีโอกาสศึกษา ทั้งภายในราชสำนักไทย และราชสำนักพม่า มอญ และได้ทราบยุทธวิธีของชาติต่าง ๆ ที่มารวมกันอยู่ในกรุงหงสาวดีเป็นอย่างดี ทรงนำหลักวิชามาประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับเหตุการณ์ และสภาพแวดล้อมได้เป็นเลิศ ดังเห็นได้จากการสงครามทุกครั้งของพระองค์ ยุทธวิธีที่ทรงใช้ เช่น การใช้คนจำนวนน้อยเอาชนะคนจำนวนมาก และยุทธวิธีเดินเส้นใน พระองค์ทรงนำมาใช้ก่อนจอมทัพที่เลื่องชื่อในยุโรป นอกจากนั้น หลักการสงครามที่เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เช่น การดำรงความมุ่งหมาย หลักการรุก การออมกำลัง และการรวมกำลัง การดำเนินกลยุทธ เอกภาพในการบังคับบัญชา การระวังป้องกัน การจู่โจม หลักความง่าย ฯลฯ พระองค์ก็ทรงนำมาใช้อย่างเชี่ยวชาญ และประสบผลสำเร็จอย่างงดงามมาโดยตลอด
 
           พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งสิ้นทั้งปวงของพระองค์ เป็นไปเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองและคนไทยทั้งมวล ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ จะอยู่ในสนามรบและชนบทโดยตลอด มิได้ว่างเว้น แม้แต่เมื่อเสด็จสวรรคต ก็เสด็จสวรรคตในระหว่างเดินทัพไปปราบศัตรูของชาติไทย นับว่าพระองค์ได้ทรงสละพระองค์ เพื่อชาติบ้านเมืองโดยสิ้นเชิง สมควรที่ชาวไทยรุ่นหลังต่อมา ได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ และจดจำวีรกรรมของพระองค์ เทอดทูลไว้เหนือเกล้า ฯ ไปตราบชั่วกาลนาน




  
พุทธศักราช ๒๑๐๗
พระชนมายุ ๙ พรรษา สมเด็จพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ พม่ายกมาตีกรุงศรีอยุธยา ทรงถูกนำไปเป็นตัวประกัน ณ กรุงหงสาวดี ประทับ ๖ ปี
  
พุทธศักราช ๒๑๑๓
พระชนมายุ ๑๕ พรรษา เสด็จฯ กลับจากกรุงหงสาวดี
  
พุทธศักราช ๒๑๑๔
พระชนมายุ ๑๖ พรรษา เสด็จขึ้นไปครองเมืองพิษณุโลก มีอำนาจบัญชาการหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวง
  
พุทธศักราช ๒๑๑๗
พระชนมายุ ๑๙ พรรษา ทรงยกทัพไปพร้อมกับสมเด็จพระราชบิดา เพื่อสมทบกับทัพหลวงตีเมืองเวียงจันทน์
  
พุทธศักราช ๒๑๒๑
พระชนมายุ ๒๓ พรรษา ทรงเรือพระที่นั่งไล่กวดจับพระยาจีนจันตุที่ลงเรือหนีไปปากแม่น้ำเจ้าพระยา ในการสู้รบครั้งนั้น พระองค์ทรงแสดงความกล้าหาญอย่างยอดเยี่ยม
  
พุทธศักราช ๒๑๒๒
พระชนมายุ ๒๔ พรรษา ทรงเป็นแม่ทัพต่อสู้กับพระทศราชาซึ่งคุมกองทัพเขมรเข้ามาตีโคราชและหัวเมืองชั้นใน และทรงได้รับชัยชนะทั้งที่ทรงมีกำลังทหารน้อยกว่า
  
พุทธศักราช ๒๑๒๔
พระชนมายุ ๒๖ พรรษา พระเจ้ากรุงหงสาวดีสวรรคตได้เสด็จฯ ไปกรุงหงสาวดีในพิธีบรมราชาภิเษกกษัตริย์ องค์ใหม่แทนพระราชบิดา
  
พุทธศักราช ๒๑๒๖
พระชนมายุ ๒๘ พรรษา ได้เป็นแม่ทัพยกไปช่วยเมืองหงสาวดีไปตีเมืองลุม เมืองคัง ในรัฐไทยใหญ่ ตามคำสั่งของพม่า
  
พุทธศักราช ๒๑๒๗
พระชนมายุ ๒๙ พรรษา ทรงประกาศอิสรภาพของไทย ณ เมืองแครง พระเจ้ากรุงหงสาวดีให้สุระกำมายกกองทัพตามมาไล่จับสมเด็จพระนเรศวร พระองค์ทรงยิงปืนข้ามแม่น้ำสะโตงถูกสุระกำมา แม่ทัพพม่าตาย และทรงได้รับมอบอำนาจให้บัญชาการบ้านเมืองสิทธิ์ขาดแต่ผู้เดียว สงครามไทยกับพม่า พระยาพะสิมยกกำลัง ๑๓๐,๐๐๐ คนมาทางเมืองสุพรรณบุรี พระเจ้าเชียงใหม่มาทางเหนือตีพม่าแตกกลับไป
  
พุทธศักราช ๒๑๒๘
สงครามไทยกับพม่า ทรงสู้รบกับพระเจ้าเชียงใหม่ที่บ้านสระเกศ พม่า ๑๕๐,๐๐๐ คน ไทย ๘๐,๐๐๐ คน ไทยตีทัพพม่าแตกกลับไป
  
พุทธศักราช ๒๑๒๙
สงครามไทยกับพม่า พระเจ้าหงสาวดียกกำลังทหาร ๒๕๐,๐๐๐ คน มาล้อมกรุงอยู่ ๖ เดือน ไทยมีกำลัง ๘๐,๐๐๐ คน ตีขับไล่พม่าจนต้องถอยทัพกลับไป ไม่สามารถเข้าถึงกำแพงพระนครได้
  
พุทธศักราช ๒๑๓๓
พระชนมายุ ๓๕ พรรษา สมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดาสวรรคต พระองค์เสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๑๓๓ ทรงสถาปนาพระเอกาทศรถ เป็นพระมหาอุปราชา และมีพระเกียรติยศสูงเสมอพระเจ้าแผ่นดินอีกพระองค์หนึ่ง สงครามไทยกับพม่า พระมหาอุปราชายกมาครั้งแรกที่สุพรรณบุรี พม่า ๓๐๐,๐๐๐ คน ไทยมีกำลัง ๘๐,๐๐๐ คน ตีพม่าแตกพ่ายไป จับพระยาพะสิมแม่ทับพม่าที่จระเข้สามพันธุ์
  
พุทธศักราช ๒๑๓๕
พระชนมายุ ๓๗ พรรษา สงครามยุทธหัตถี พม่า ๒๔๐,๐๐๐ คน ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน รบกันที่เมืองสุพรรณบุรี ทรงมีชัยชนะฟันพระมหาอุปราชามังกะยอชวาแห่งกรุงหงสาวดี ด้วยพระแสงของ้าวสิ้นพระชนม์ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๑๓๕ สงครามเมืองทะวาย ตะนาวศรี ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน ตีได้เมือง
  
พุทธศักราช ๒๑๓๖
สงครามเมืองเขมร ไทย ๑๓๐,๐๐๐ คน เขมร ๗๕,๐๐๐ คน ไทยตีได้เมืองเขมร
  
พุทธศักราช ๒๑๓๗
สมครามไทยกับพม่า ไทยตีได้หัวเมืองมอญ
  
พุทธศักราช ๒๑๓๘
สงครามไทยกับพม่า ยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีครั้งที่ ๑ ไม่สำเร็จ ไทยมีกำลัง ๑๒๐,๐๐๐ คน
  
พุทธศักราช ๒๑๔๒
สงครามไทยกับพม่า ยกทัพไปตีเมืองหงสาวดีได้สำเร็จ ไทย ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วไปล้อมเมืองตองอูอยู่ ๒ เดือน เสบียงอาหารหมดต้องยกทัพกลับ
  
พุทธศักราช ๒๑๔๖
สงครามเมืองเขมร ได้เมือง
 
พุทธศักราช ๒๑๔๗
สงครามครั้งสุดท้ายของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ยกทัพไปตีกรุงอังวะ ไทย จำนวน ๒๐๐,๐๐ คน แต่ทรงประชวร และเสด็จสวรรคตเสียก่อน 






           เมื่อปี พ.ศ. 2126 พระเจ้าอังวะเป็นกบฎ เนื่องจากไม่พอใจทางกรุงหงสาวดีอยู่หลายประการ จึงแข็งเมือง พร้อมกับเกลี้ยกล่อมเจ้าไทยใหญ่อีกหลายเมืองให้แข็งเมืองด้วย พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงจึงยกทัพหลวงไปปราบ ในการณ์นี้ได้สั่งให้เจ้าเมืองแปร เจ้าเมืองตองอู และเจ้าเมืองเชียงใหม่ รวมทั้งทางกรุงศรีอยุธยาด้วย ให้ยกทัพไปช่วย ทางไทย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดให้สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปแทน สมเด็จพระนเรศวรยกทัพออกจากเมืองพิษณุโลก เมื่อวันแรม 6 ค่ำ เดือน 3 ปีมะแม พ.ศ. 2126 พระองค์ยกทัพไทยไปช้า ๆ เพื่อให้การปราบปรามเจ้าอังวะเสร็จสิ้นไปก่อน ทำให้พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงแคลงใจว่า ทางไทยคงจะถูกพระเจ้าอังวะชักชวนให้เข้าด้วย จึงสั่งให้พระมหาอุปราชา คุมทัพรักษากรุงหงสาวดีไว้ ถ้าทัพไทยยกมาถึงก็ให้ต้อนรับ และหาทางกำจัดเสีย และพระองค์ได้สั่งให้พระยามอญสองคน คือ พระยาเกียรติและพระยาราม ซึ่งมีสมัครพรรคพวกอยู่ที่เมืองแครงมาก และทำนองจะเป็นผู้คุ้นเคยกับสมเด็จพระนเรศวรมาแต่ก่อน ลงมาคอยต้อนรับทัพไทยที่เมืองแครง อันเป็นชายแดนติดต่อกับไทย พระมหาอุปราชาได้ตรัสสั่งเป็นความลับว่า เมื่อสมเด็จพระนเรศวรยกกองทัพขึ้นไป ถ้าพระมหาอุปราชายกเข้าตีด้านหน้าเมื่อใด ให้พระยาเกียรติและพระยาราม คุมกำลังเข้าตีกระหนาบทางด้านหลัง ช่วยกันกำจัดสมเด็จพระนเรศวรเสียให้จงได้ พระยาเกียรติกับพระยาราม เมื่อไปถึงเมืองแครงแล้ว ได้ขยายความลับนี้แก่พระมหาเถรคันฉ่อง ผู้เป็นอาจารย์ของตน ทุกคนไม่มีใครเห็นดีด้วยกับแผนการของพระเจ้ากรุงหงสาวดี เพราะมหาเถรคันฉ่องกับสมเด็จพระนเรศวร เคยรู้จักชอบพอกันมาก่อน
  
           กองทัพไทยยกมาถึงเมืองแครง เมื่อวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 6 ปีวอก พ.ศ. 2127 โดยใช้เวลาเดินทัพเกือบสองเดือน กองทัพไทยตั้งทัพอยู่นอกเมือง เจ้าเมืองแครงพร้อมทั้งพระยาเกียรติกับพระยารามได้มาเฝ้า ฯ สมเด็จพระนเรศวร จากนั้นสมเด็จพระนเรศวรได้เสด็จไปเยี่ยมพระมหาเถรคันฉ่อง ซึ่งคุ้นเคยกันดีมาก่อน พระมหาเถรคันฉ่องมีใจสงสาร จึงกราบทูลถึงเรื่องการคิดร้ายของทางกรุงหงสาวดี แล้วให้พระยาเกียรติกับพระยาราม กราบทูลให้ทราบตามความเป็นจริง เมื่อพระองค์ได้ทราบความโดยตลอดแล้ว ก็ทรงมีพระดำริเห็นว่า การเป็นอริราชศัตรูกับกรุงหงสาวดีนั้น ถึงกาลเวลาที่จะต้องเปิดเผยต่อไปแล้ว จึงได้มีรับสั่งให้เรียกประชุมแม่ทัพนายกอง กรมการเมือง เจ้าเมืองแครงรวมทั้งพระยาเกียรติพระยาราม และทหารมอญมาประชุมพร้อมกัน แล้วนิมนต์พระมหาเถรคันฉ่อง และพระสงฆ์มาเป็นสักขีพยาน ทรงแจ้งเรื่องให้คนทั้งปวงที่มาชุมนุม ณ ที่นั้นทราบว่า พระเจ้าหงสาวดีคิดประทุษร้ายต่อพระองค์ จากนั้นพระองค์ได้ทรงหลั่งน้ำลงสู่แผ่นดินด้วยสุวรรณภิงคาร (พระน้ำเต้าทองคำ) ประกาศแก่เทพยดาฟ้าดินว่า
  
           "ด้วยพระเจ้าหงสาวดี มิได้อยู่ในครองสุจริตมิตรภาพขัตติยราชประเพณี เสียสามัคคีรสธรรม ประพฤติพาลทุจริต คิดจะทำอันตรายแก่เรา ตั้งแต่นี้ไป กรุงศรีอยุธยาขาดไมตรีกับกรุงหงสาวดี มิได้เป็นมิตรร่วมสุวรรณปฐพีเดียวกันดุจดังแต่ก่อนสืบไป"
  
           จากนั้นพระองค์ได้ตรัสถามชาวเมืองแครงว่าจะเข้าข้างฝ่ายใด พวกมอญทั้งปวงต่างเข้ากับฝ่ายไทย สมเด็จพระนเรศวรจึงให้จับเจ้าเมืองกรมการพม่า แล้วเอาเมืองแครงเป็นที่ตั้งประชุมทัพ เมื่อจัดกองทัพเสร็จ ก็ทรงยกทัพจากเมืองแครง ไปยังเมืองหงสาวดี เมื่อวันแรม 3 ค่ำ เดือน 6
  
           ฝ่ายพระมหาอุปราชาที่อยู่รักษาเมืองหงสาวดี เมื่อทราบว่าพระยาเกียรติ พระยารามกลับไปเข้ากับสมเด็จพระนเรศวร จึงได้แต่รักษาพระนครมั่นอยู่ สมเด็จพระนเรศวรเสด็จยกทัพข้ามแม่น้ำสะโตงไปใกล้ถึงเมืองหงสาวดี ได้ทราบความว่า พระเจ้ากรุงหงสาวดีมัชัยชนะได้เมืองอังวะแล้ว กำลังจะยกทัพกลับคืนพระนคร พระองค์เห็นว่าสถานการณ์ครั้งนี้ไม่สมคะเน เห็นว่าจะตีเอาเมืองหงสาวดีในครั้งนี้ยังไม่ได้ จึงให้กองทัพแยกย้ายกันเที่ยวบอกพวกครัวไทย ที่พม่ากวาดต้อนไปแต่ก่อน ให้อพยพกลับบ้านเมือง ได้ผู้คนมาประมาณหมื่นเศษ ให้ยกล่วงหน้าไปก่อน พระองค์ทรงคุมกองทัพยกตามมาข้างหลัง
  
           ฝ่ายพระมหาอุปราชาทราบข่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรกวาดต้อนคนไทยกลับ จึงได้ให้สุรกรรมาเป็นกองหน้า พระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมา กองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว และคอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการต่อสู้กันที่ริมฝั่งแม่น้ำ สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนนกสับยาวเก้าคืบ ยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าตายบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นแม่ทัพตาย ก็พากันเลิกทัพกลับไป เมื่อพระมหาอุปราชาแม่ทัพหลวงทรงทราบ จึงให้เลิกทัพกลับไปกรุงหงสาวดี 
  
           พระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฎต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสงอัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฎอยู่จนถึงทุกวันนี้
  
           เมื่อสมเด็จพระนเรศวรเสด็จกลับถึงเมืองแครง ทรงดำริว่าพระมหาเถรคันฉ่องกับพระยาเกียรติพระยารามได้มีอุปการะมาก สมควรได้รับการตอบแทนให้สมแก่ความชอบ จึงทรงชักชวนให้มาอยู่ในกรุงศรีอยุธยา พระมหาเถรคันฉ่องกับพระยามอญ ที้งสองก็มีความยินดี พาพรรคพวกสเด็จเข้ามาด้วยเป็นอันมาก ในการยกกำลังกลับครั้งนี้ สมเด็จพระนเรศวรทรงเกรงว่า ข้าศึกอาจยกทัพตามมาอีก ถ้าเสด็จกลับทางด่านแม่ละเมา มีกองทัพของนันทสูราชสังครำตั้งอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง พระองค์จึงรีบสั่งให้พระยาเกียรติ พระยาราม นำทัพเดินผ่านหัวเมืองมอญลงมาทางใต้ มาเข้าทางด่านเจดีย์สามองค์
  
           เมื่อกลับมาถึงกรุงศรีอยุธยาแล้ว สมเด็จพระมหาธรรมราชาก็พระราชทานบำเหน็จรางวัลแก่พวกมอญที่สวามิภักดิ์ ทรงตั้งพระมาหาเถรคันฉ่องเป็นพระสังฆราชา ที่สมเด็จอริยวงศ์ และให้พระยาเกียรติ พระยารามมีตำแหน่งยศ ได้พระราชทานพานทอง ควบคุมมอญที่เข้ามาด้วย ให้ตั้งบ้านเรือนที่ริมวัดขมิ้น และวัดขุนแสนใกล้วังจันทร์ของสมเด็จพระนเรศวร แล้วทรงมอบการทั้งปวงที่จะตระเตรียมต่อสู้ข้าศึก ให้สมเด็จพระนเรศวรทรงบังคับบัญชาสิทธิขาดแต่นั้นมา
  





ชื่อภาพยนตร์: ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
กำกับการแสดง: ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล
บทภาพยนตร์: ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล และ ดร. สุเนตร ชุตินทรานนท์
ทุนสร้าง: 500 ล้านบาท
ระยะเวลาดำเนินการ: 2546 – 2549
ระยะเวลาถ่ายทำ: ปลายปี 2547 – 2549
กำหนดฉาย: 18 มกราคม 2550 ทุกโรงทั่วประเทศ


เรื่องย่อ
พุทธศักราช 2106 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ทรงกรีฑาทัพเข้าตีราชอาณาจักรอยุธยาทางด่านระแหงแขวงเมืองตาก ทัพพม่ารามัญซึ่งมีรี้พลเหลือคณานับได้เข้ายึดครองหัวเมืองฝ่ายเหนือของ ราชอาณาจักรอยุธยาอันมีเมืองพิษณุโลกเป็นประหนึ่งเมืองราชธานีได้เป็นผลสำเร็จ
  

  
ครั้งนั้น สมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดาของสมเด็จพระนเรศวรหรือพระองค์ดำ ซึ่งเป็นเจ้าแผ่นดินครองเมืองพิษณุโลก จำต้องยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนองเพื่อรักษาไว้ ซึ่งชีวิตอาณาประชาราษฎร์มิให้ต้องมีภยันตราย และจำต้องยอมร่วมกระบวนทัพพม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยา ศึกครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้าแผ่นดินอยุธยาทรงยอมเจรจาหย่าศึกกับพม่ารามัญ และยอมถวายช้างเผือก 4 เชือก ทั้งให้สมเด็จพระราเมศวรราชโอรส โดยเสด็จพระเจ้าบุเรงนองไปประทับยังนครหงสาวดีตามพระประสงค์ของกษัตริย์พม่า ข้างสมเด็จพระมหาธรรมราชาซึ่งได้ยอมอ่อนน้อมต่อพระเจ้าบุเรงนอง ก็ได้ถวายสมเด็จพระนเรศวรราชโอรสองค์โต ให้ไปเป็นองค์ประกันประทับยังหงสาประเทศเฉกเช่นกัน ครั้งนั้นพระองค์ทรงมีพระชนมายุได้เพียง 9 ชันษา 
 
 
 
สมเด็จพระนเรศวรทรงเป็นที่รักใคร่ของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ประดุจพระราชบุตรร่วมสายสันตติวงศ์ ด้วยองค์ยุพราชอยุธยาทรงมีพระปรีชาสามารถด้านพิชัยยุทธ ทั้งยังองอาจกล้าหาญ สบพระทัยกษัตริย์พม่าซึ่งก็ทรงเป็นนักการทหาร นิยมผู้มีคุณสมบัติเป็นนักรบเยี่ยงพระองค์ พระเจ้าบุเรงนองทรงมีสายพระเนตรยาวไกล แลเห็นว่าสืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวรจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในอุษาคเนย์ประเทศ จึงทรงคิดใคร่ปลูกฝังให้สมเด็จพระนเรศวรผูกพระทัยรักแผ่นดินหงสา เพื่อจะได้อาศัยพระองค์เป็นผู้สืบอำนาจอุปถัมภ์ค้ำชูราชอาณาจักร ซึ่งพระองค์ทรงสถาปนาขึ้นด้วยความยากลำบาก เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพระเจ้าบุเรงนองนั้นหาได้วางพระทัยในพระราชโอรส คือ มังเอิน (พระเจ้านันทบุเรง) และพระราชนัดดามังสามเกียดนัก ถึงแม้ทั้งสองพระองค์จะทรงเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขโดยตรง ด้วยทรงเล็งเห็นว่าราชนิกุลทั้งสองพระองค์นั้นหาได้เป็นผู้ทรงคุณธรรม อันจะน้อมนำเป็นพื้นฐานให้เติบใหญ่เป็นบูรพกษัตริย์ ปกป้องครองแผ่นดินที่พระองค์ทรงสร้าง และทำนุบำรุงมาด้วยกำลังสติปัญญา และความรักใคร่หวงแหน
  
เหตุทั้งนี้เป็นชนวนให้พระเจ้านันทบุเรงและราชโอรส มังสามเกียดขัดพระทัย ทั้งผูกจิตริษยาสมเด็จพระนเรศวรซึ่งเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าหงสาวดี บุเรงนองกว่าราชนิกุลข้างพม่าทั้งหลายทั้งสิ้น
  

  
พระเจ้าบุเรงนองทรงโปรดให้พระมหาเถรคันฉ่อง-พระรามัญผู้มากด้วยวิทยาคุณและเจนจบ ในตำราพิชัยสงครามเป็นพระอาจารย์ถ่ายทอดศิลปะวิทยาการแก่สมเด็จพระนเรศวร นับแต่เริ่มเข้าประทับในหงสานคร ยังผลให้ยุพราชอยุธยาเชี่ยวชาญการยุทธ กลช้าง กลม้า กลศึก ทั้งข้างอยุธยาและข้างพม่ารามัญหาผู้เสมอเหมือนมิได้ ข้อได้เปรียบตามกล่าวเป็นเสมือนทุนทางปัญญาอันส่งผลให้สมเด็จพระนเรศวร สามารถกอบกู้เอกราช แก้ทางศึกจนมีชัยเหนือพม่ารามัญในภายภาคหน้า
  

  
พุทธศักราช 2112 ปรากฏข่าวระบือไปถึงหงสาวดีว่าหัวเมืองพิษณุโลกฝ่ายเหนือ แลกรุงศรีอยุธยาราชธานีฝ่ายใต้ ของราชอาณาจักรสยามครั้งนั้นเกิดขัดแย้งปีนเกลียวกัน เหตุเนื่องมาจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเจ้าแผ่นดินอยุธยาเสด็จออกผนวช แลสถาปนาสมเด็จพระมหินทร์ราชโอรสองค์รองขึ้นเสวยราชสมบัติสืบแทน สมเด็จพระมหินทร์ทรงคลางแคลงพระทัยในความจงรักภักดีของสมเด็จพระมหาธรรมราชา แต่ครั้งสงครามชิงช้างเผือกในปีพุทธศักราช 2106 ขณะที่เจ้าแผ่นดินพิษณุโลกก็หาได้ยำเกรงสมเด็จพระมหินทร์เช่นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ เมื่อเห็นการใดมิควรก็บังคับบัญชาให้สมเด็จพระมหินทร์ปฏิบัติตามพระประสงค์ จนเป็นที่ขุ่นเคืองพระราชหฤทัยกษัตริย์อยุธยาพระองค์ใหม่ ถึงกับหันไปสมคบกับสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้าง ร่มขาวร่วมกันแต่งกลเข้าตีเมืองพิษณุโลก
  

  
แต่กระทำการมิสำเร็จ พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองเห็น เชิงสบโอกาสก็ยกทัพใหญ่เข้าตีกรุงศรีอยุธยาอีกคำรบ ครั้งนั้นสมเด็จพระนเรศวรร่วมโดยเสด็จมากับทัพหงสา แต่หาได้ตามพระเจ้าบุเรงนองลงมาล้อมกรุงศรีอยุธยา ทรงประทับอยู่เพียงเมืองพิษณุโลก มีเพียงสมเด็จพระมหาธรรมราชา โดยเสด็จกษัตริย์หงสาลงมาล้อมกรุงด้วยตั้งพระทัยจะเกลี้ยกล่อม ให้สมเด็จพระมหินทร์ยอมสวามิภักดิ์พระเจ้าบุเรงนอง เพราะเล็งเห็นว่าอยุธยายากจะต่อรบเอาชัยทัพพม่ารามัญซึ่งมีกำลังไพร่พลเหนือกว่าได้ หากขัดขืนต่อรบจะได้ยากแก่สมณชีพราหมณ์อาณา ประชาราษฎร์ ศึกครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทรงลาผนวช มาบัญชาการรบด้วยพระองค์เอง แต่อยู่ได้มิช้านานก็เสด็จสวรรคตเสียระหว่างศึก พุทธศักราช 2112 มะเส็งศก วันอาทิตย์ เดือน 9 แรม 11 ค่ำ กรุงศรีอยุธยาก็เสียแก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง
  

  
ข้างสมเด็จพระนเรศวรซึ่งประทับอยู่ยั้งยังนครพิษณุโลกแต่ต้นศึก หาได้ทรงเห็นงามหรือคิด ครั่นคร้ามอ่อนน้อมต่อหงสา ถึงจะทรงรู้ซึ้งว่าสมเด็จพระมหาธรรมราชาพระราชบิดา มิได้คิดคดเป็นกบฏต่อแผ่นดิน แต่ก็หาได้เห็นด้วยกับการอ่อนข้อสวามิภักดิ์พม่ารามัญ น้ำพระทัยอันมั่นคง เด็ดเดี่ยวนั้น ถึงแม้จะมิได้แพร่งพรายถึงพระกรรณพระเจ้าบุเรงนอง แต่ก็ประจักษ์อยู่ในหมู่ ข้าราชบริพารใกล้ชิดผู้รักและหวงแหนในเอกราชของแผ่นดิน จึงพากันนิยมในน้ำพระทัย แลพร้อมใจถวายความจงรักภักดีแต่นั้นมา ครั้นเสร็จศึกอยุธยาพุทธศักราช 2112 สมเด็จพระมหาธรรมราชา ทรงถวายพระสุพรรณกัลยา พระพี่นางสมเด็จพระนเรศวร แก่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง แลขอตัวสมเด็จพระนเรศวรไว้ช่วยราชการข้างอยุธยา สมเด็จพระนเรศวรจึงประทับยั้งอยู่ยังเมืองพิษณุโลก สืบต่อมา ครั้นลุปีพุทธศักราช 2114 สมเด็จพระมหาธรรมราชา ซึ่งพระเจ้าบุเรงนองสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยา สืบต่อจากสมเด็จพระมหินทร์ ก็โปรดให้สมเด็จพระนเรศวรเสวยราชย์ครองเมืองพิษณุโลก เป็นใหญ่เหนือหัวเมืองเหนือทั้งปวง
  

  
เหตุการณ์ข้างพม่า หลังจากพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองสิ้นพระชนม์ในปีพุทธศักราช 2124 พระเจ้านันทบุเรงได้ขึ้นเสวยราชสืบต่อและได้สถาปนามังสามเกียดขึ้นเป็นรัชทายาท ครองตำแหน่งมหาอุปราชาแห่งราชอาณาจักรหงสาวดี เมื่อแผ่นดินหงสามีอันต้องผลัดมือมาอยู่ในปกครองของ พระเจ้านันทบุเรง สัมพันธไมตรีระหว่างอยุธยาและหงสาวดีก็เริ่มสั่นคลอน ด้วยพระเจ้าหงสาวดี พระองค์ใหม่มิได้วางพระทัยในสมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระนเรศวรเองก็หาได้เคารพยำเกรงในบุญบารมี ของพระเจ้าแผ่นดินพม่ารามัญเช่นกาลก่อน มิเพียงเท่านั้น สมเด็จพระนเรศวรยังได้ทรงแสดงพระปรีชาสามารถให้เป็นที่ปรากฏครั่นคร้าม ดังคราวนำกำลังทำยุทธนาวีกับพระยาจีนจันตุและศึกเมืองคังเป็นอาทิ
  
พระเจ้านันทบุเรงทรงเกรงว่า สืบไปเบื้องหน้าสมเด็จพระนเรศวรจะเป็นภัยต่อพระราชวงศ์แลแผ่นดินหงสา จึงหาเหตุวางกลศึก หมายจะปลงพระชนม์สมเด็จพระนเรศวรเสียที่เมืองแครง แต่พระมหาเถรคันฉ่องพระราชครูลอบนำแผนประทุษร้ายนั้นมาแจ้งให้ศิษย์รักได้รู้ความ สมเด็จพระนเรศวรจึงถือเป็นเหตุประกาศเอกราช ตัดสัมพันธไมตรีกับหงสาวดี แลกวาดต้อนครัวมอญไทยข้ามแม่น้ำสะโตงกลับคืนพระนคร ซึ่งเป็นชนวนให้พระเจ้านันทบุเรงเปิดมหายุทธสงคราม สั่งทัพเข้ารุกรานราชอาณาจักรอยุธยาสืบแต่นั้นมา 



  

  

ฉากการเจรจาหย่าศึกระหว่างอโยธยากับหงสาวดี
หลังจากพม่าเข้าตีพิษณุโลกได้ โดยสมเด็จพระมหาธรรมราชาจำต้องยอมสวามิภักดิ์ ด้วยเกิดโรคระบาดและขาดไพร่พล พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองจึงขอตัวพระนเรศ (สมเด็จพระนเรศวร) ซึ่งยังทรงพระเยาว์เพียง 9 พรรษา ไปเป็นตัวประกัน จากนั้นได้ยกทัพมาเตรียมเข้าตีอยุธยา สมเด็จพระมหาจักรพรรดิจึงขอเจรจาหย่าศึก โดยฝ่ายพม่าขอตัวพระราเมศวรและพระยาจักรี พร้อมกับช้างเผือก 4 เชือกด้วย (ฉากนี้เป็นการรวมนักแสดงรุ่นใหญ่ทั้งฝ่ายอโยธยาและฝ่ายพม่า)
  


  

ฉากประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง
เมื่อแผ่นดินหงสาวดีผลัดมือมาอยู่ในปกครองของพระเจ้านันทบุเรง สัมพันธไมตรีระหว่างอยุธยาและหงสาวดีก็เริ่มสั่นคลอน ด้วยพระเจ้าหงสาวดีพระองค์ใหม่มิได้วางพระทัยในสมเด็จพระนเรศวร และสมเด็จพระนเรศวรเองก็หาได้เคารพยำเกรงในบุญบารมีของพระเจ้านันทบุเรง ทั้งยังทรงแสดงพระปรีชาสามารถให้เป็นที่ปรากฏครั่นคร้าม พระเจ้านันทบุเรงทรงเกรงว่า ในอนาคตสมเด็จพระนเรศวรจะเป็นภัยต่อพระราชวงศ์ และแผ่นดิน
  
หงสาจึงหาเหตุวางกลศึกหมายปลงพระชนม์สมเด็จพระนเรศวรเสียที่เมืองแครง แต่พระมหาเถรคันฉ่องพระราชครู ลอบนำแผนประทุษร้ายนั้นมาแจ้งให้ศิษย์รักได้รู้ความ สมเด็จพระนเรศวรจึงถือเป็นเหตุประกาศเอกราช หลั่งทักษิโณทกตัดสัมพันธไมตรีกับหงสาวดี และกวาดต้อนครัวไทยครัวมอญข้ามแม่น้ำสะโตง กลับคืนพระนครซึ่งเป็นชนวน ให้พระเจ้านันทบุเรงเปิดมหายุทธสงคราม ส่งทัพเข้ารุกรานราชอาณาจักรอยุธยาสืบแต่นั้นเป็นต้นมา (เป็นฉากสำคัญตามประวัติศาสตร์ ที่ทำให้ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของคำว่า"อิสรภาพ")
  


  

ฉากการซุ่มโจมตีที่ช่องเขาขาด
หลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรทรงหลั่งทักษิโณทกประกาศอิสรภาพแล้ว ทรงให้ไพร่พลเร่งสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสะโตง เพื่อนำชาวไทยชาวมอญทั้งหลายกลับอยุธยา ระหว่างนั้นกองทัพพม่าก็ติดตามมา จึงทรงมอบหมายให้ออกพระราชมนูทหารเอก นำกำลังบางส่วนไปยั้งทัพไว้โดยซุ่มโจมตีทัพพม่าที่ช่องเขาขาด โดยใช้ยุทธวิธีการรบแบบกองโจร ด้วยฝ่ายไทยมีกำลังน้อยกว่าพม่ามาก นอกจากจุดนี้แล้วก็ยังมีกองกำลังของออกพระชัยบุรี และออกพระศรีถมอรัตน์ที่จัดไว้ยั้งทัพพม่าอีกเป็นระยะ เพื่อถ่วงเวลาให้การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำสะโตงแล้วเสร็จ
(เป็นฉากรบที่น่าตื่นตาตื่นใจ และมีการใช้เทคนิคพิเศษหลายรูปแบบ ทั้งในขณะถ่ายทำ โดยใช้ลูกไฟซึ่งท่านมุ้ยคิดค้นวิธีการขึ้นเอง ทำจากฟางเคลือบชันหุ้มด้วยโครงไม้ไผ่สาน และในช่วงตัดต่อโดยการใช้คอมพิวเตอร์กราฟฟิคช่วยให้ดูยิ่งใหญ่อลังการ)
  


  

ฉากพระแสงปืนข้ามแม่น้ำสะโตง
หลังจากที่สมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครงแล้ว ก็ทรงกวาดต้อนชาวไทยชาวมอญพาข้ามแม่น้ำสะโตงเพื่อกลับสู่อโยธยา ฝ่ายพม่าก็ส่งทหารออกติดตามมาทันกันที่แม่น้ำสะโตงนี้ และเกิดการสู้รบกันครั้งใหญ่ โดยสมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนนกสับยาวเก้าคืบ ยิงข้ามแม่น้ำสะโตงถูกสุระกำมา- แม่ทัพของพม่าตกจากคอช้างเสียชีวิตอันนับว่าเป็นเรื่องอัศจรรย์มาก ด้วยแม่น้ำกว้างเหลือกำลังปืน เมื่อกองทัพพม่าเห็นว่าแม่ทัพของตนตายด้วยพระบรมเดชานุภาพจึงเลิกติดตาม สมเด็จพระนเรศวรจึงนำไพร่พลกลับอโยธยาได้
(ฉากยิ่งใหญ่ที่มีนักแสดงหลักและนักแสดงประกอบมากมาย และใช้เทคนิคการถ่ายทำอย่างน่าสนใจ) 
  


  
ความยิ่งใหญ่อลังการของภาพยนตร์ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีหลายด้านที่เป็นการปฏิวัติ วงการภาพยนตร์ไทย ได้แก่
  
ด้านเทคนิค ทั้งเทคนิคในการถ่ายทำและตัดต่อ
การใช้ visual effect, special effect รวมถึงการทำ computer graphic ซึ่งมี supervisor จากต่างประเทศที่มีผลงานจาก ภาพยนตร์ระดับโลกของ Hollywood มาร่วมงาน
  
ด้านเครื่องมือและอุปกรณ์
เช่น Spider Cam ที่ท่านมุ้ยปรับประยุกต์ให้สามารถใช้งานได้ในรูปแบบเดียวกันกับของต่างประเทศ แต่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างกันหลายเท่าตัว
  
ด้าน Production
มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการสร้างฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก, เครื่องประดับตกแต่ง รวมทั้งเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดต่างๆ โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ในภาพยนตร์เรื่อง Lord of the Ring จาก WETA ประเทศ นิวซีแลนด์ (ของ Peter Jackson – ผู้กำกับ) ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เวลา และ แรงงานได้เป็นอย่างมาก ผลงานที่ผลิตออกมามีรายละเอียดที่ประณีต เหมือนจริง
  
ม้าศึก
ม้าศึก ประมาณ 30 ตัวที่ใช้ในเรื่องนี้นำเข้าจากต่างประเทศ (ออสเตรเลีย) โดยเป็นม้าที่ ได้รับการฝึกสำหรับการแสดงโดยเฉพาะ มีความสามารถพิเศษ เช่น เป็นม้าล้มและมีขนาดเหมาะสม โดยบางส่วนเป็นม้าที่แสดงในเรื่อง The Last Samurai
  
หากเทียบกับ "สุริโยไท" ท่านมุ้ยได้วางเป้าหมายเรื่องนี้ไว้ว่าจะต้องทำให้ดีกว่าสุริโยไทใน ทุกด้าน โดยมี scope ของการทำงานใหญ่กว่า,ฉากต่างๆ มีความยิ่งใหญ่อลังการกว่า, นักแสดงหลักและนักแสดงประกอบมีจำนวนมากกว่า, ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ มากกว่า 






ชื่อ: มจ.ชาตรีเฉลิม  ยุคล  หรือ  ท่านมุ้ย
วันเกิด: 29 พฤศจิกายน 1942
  
ประวัติโดยย่อ:
หม่อมเจ้า ชาตรีเฉลิม ยุคล ปีเกิด พ.ศ. 2485 เป็นโอรสของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรณ์มงคลการ และหม่อมอุบลยุคล ณ อยุธยา สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย UCLA ประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มงานกำกับภาพยนตร์ โทรทัศน์เป็นครั้งแรก แล้วจึงต่อด้วยงานกำกับการแสดงภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง มาจนถึงปัจจุบัน ทรงได้รับรางวัลจากการประกวดภาพยนตร์ต่างๆ รวม 19 รางวัล โดยภาพยนตร์แทบทุกเรื่องของท่านยังได้รับรางวัลประเภทอื่นๆ อีก เช่น รางวัลผู้แสดงนำฝ่ายชาย/ฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม รางวัลผู้แสดงประกอบฝ่ายชาย/ ฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม รางวัลการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม เป็นต้น อันเป็นผลจากการกำกับ การแสดงของท่าน ในระดับต่างประเทศ เคยได้รับเชิญเป็นกรรมการตัดสิน ในการประกวดภาพยนตร์เบอร์ลินฟิล์มเฟสติวัล ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ภาพยนตร์เรื่อง "ทองพูน โคกโพ ราษฎรเต็มขั้น" ที่ท่านกำกับฯ ได้รับการคัดเลือก ให้เป็นภาพยนตร์ดีเด่น 1 ใน 20 เรื่องทั่วโลกในงานประกวดภาพยนตร์ที่เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส ภาพยนตร์เรื่อง "กาม" ได้รับรางวัลบทประพันธ์ยอดเยี่ยม จากงานมหกรรมภาพยนตร์อาเซียน หม่อมเจ้า ชาตรีเฉลิม ยุคล ทรงใช้ภาพยนตร์ เป็นเครื่องมือในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการให้ข่าวสารต่างๆ ของสังคมรอบตัวนอกเหนือไปจากความบันเทิง ทั้งยังเป็นผู้ที่ใช้เทคนิคการสร้าง ภาพยนตร์ได้อย่างสมบูรณ์และยอดเยี่ยม ผลงานการสร้างภาพยนตร์ของท่าน จึงมีลักษณะในแนวสร้างสรรค์สังคม และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไป นอกจากในฐานะ ผู้กำกับภาพยนตร์แล้ว ยังทรงอุทิศเวลาส่วนพระองค์ฝึกสอน และให้คำแนะนำแก่ นักศึกษาที่ไปฝึกงานในกองถ่าย ทั้งทางด้านทฤษฎีและด้านปฏิบัติ ตลอดจนพยายาม ให้คำปรึกษาแก่ผู้กำกับภาพยนตร์ รุ่นใหม่มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อส่งเสริมผลักดัน คนรุ่นใหม่ ให้ก้าวเข้าไปในวงการด้วยความเพียบพร้อม ให้รู้จริงทั้งทางด้านภาพยนตร์ และมีจุดยืนเพื่อส่วนรวมด้วย
  
การศึกษา:
มัธยม โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
ศึกษาต่อที่โรงเรียนจีลอง ประเทศออสเตรเลีย
สำเร็จวิชาเอกด้านธรณีวิทยา วิชาโทภาพยนตร์ จาก UCLA สหรัฐฯ โดยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับ ฟรานซิส ฟอร์ด คอฟโพล่า, โรมัน โปลันสกี้ ด้านภาพยนตร์
  
งานด้านภาพยนตร์:
คุ้นเคยกับการสร้างภาพยนตร์ตั้งแต่เด็ก เนื่องจากเสด็จพ่อและ หม่อมแม่เป็นผู้บุกเบิกภาพยนตร์ไทย
ก่อตั้งบริษัทละโว้ภาพยนตร์ ซึ่งผลิตภาพยนตร์เรื่องแรกปี 2481 และมีบทบาทในวงการภาพยนตร์ไทย ในยุคที่เปลี่ยนจาก 16 ม.ม.เป็น 35 ม.ม.
ขณะเรียนที่วชิราวุธวิทยาลัย เริ่มการเขียนภาพซ้อน ซึ่งเป็นขั้นตอนของการทำการ์ตูนเริ่มแรก
ต่อมามีโอกาสเทคคอร์สด้านภาพยนตร์ที่ UCLA ซึ่งเมื่อฝึกทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติก็ได้เรียนรู้จากผู้ที่อยู่เบื้องหลังหลายฝ่าย ทั้งผู้กำกับ ฝ่ายศิลป์ ช่างภาพนิ่ง ซึ่งไม่มีการสอนเป็นบทเรียน อาศัยวิธีลักจำในการเป็นข้อมูลประกอบการเรียน
เริ่มงานในวงการภาพยนตร์ด้วยการเป็นช่างภาพให้เสด็จพ่อ ต่อมาเขียนบนและกำกับ ละครโทรทัศน์เรื่อง "หญิงก็มีหัวใจ" (ปี 2501) ห้องสีชมพู (ปี 2512) เงือกน้อย (ปี 2515) หมอผี (ปี 2516)
กำกับภาพยนตร์เรื่องแรกคือเรื่อง "มันมากับความมืด" ปี 2515 ตามมาด้วยเรื่อง "เขาชื่อกานต์" ซึ่งได้รับรางวัลกำกับภาพยนตร์ดีเด่น ทำให้ "สรพงษ์ ชาตรี" กลายเป็นดาราคุณภาพมาจนถึงปัจจุบัน และอีกหลายเรื่อง อาทิ เทพธิดาโรงแรม ความรักครั้งสุดท้าย เทวดาเดินดิน กาม อุกาฟ้าเหลือง ทองพูนโคกโพธิ์ มือปืน ครูสมศรี คนเลี้ยงช้าง มือปืน 2 สาละวิน เสียดาย ฯลฯ ในระหว่างนั้นก็มีงานด้านละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง เรื่องแรกคือ หญิงก็มีหัวใจ และห้องสีชมพู, เงือกน้อย หมอผี, ห้วยรักเหวลึก, ข้าวนอกนา
  
รางวัล:
รางวัลกำกับภาพยนตร์ดีเด่นจาก "เขาชื่อกานต์" ปี 2516
รางวัลถ่ายภาพและรางวัลบันทึกเสียงจาก "ความรักครั้งสุดท้าย" ปี 2517
รางวัลกำกับภาพยนตร์, รางวัลบทภาพยนตร์, กำกับภาพและกำกับศิลป์ จาก "ครูสมศรี" ปี 2519 ฯลฯ
ปริญญานิเทศศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ มหาวิทยาลัยเกริก ในฐานะผู้มีผลงานดีเด่น ด้านกำกับการแสดงและอำนวยการสร้างภาพยนตร์ไทย (19 ก.ย.2547)
รางวัล Ent Biz Award จากคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เนื่องจากได้สร้างชื่อเสียงและมีคุณูปการแก่วงการภายนตร์ไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวไทย และชาวต่างประเทศ (11 เม.ย.2548)
  
ภาพยนตร์ที่กำกับ-แต่ง:
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (2006)
ความรักครั้งสุดท้าย (2003)
สุริโยไท (2001)
กล่อง (1998)
เสียดาย 2 (1996)






ชื่อ-นามสกุล ร.อ. วันชนะ สวัสดี (CPT. WANCHANA SAWASDEE)
ชื่อเล่น เบิร์ด (BIRD)
อายุ 31 ปี
วัน/เดือน/ปีเกิด 26 ส.ค. 2516
การศึกษา อนุบาล : อนุบาลกาญจนบุรี
ประถมศึกษา : โรงเรียนวิสุทธรังสี
อุดมศึกษา : โรงเรียนเตรียมทหาร โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 45
อาชีพ รับราชการ ตำแหน่ง นายทหารยุทธการและการฝึก กองพันทหารม้าที่ 19 ค่ายสุรสีห์ จังหวัดกาญจนบุรี





ชื่อ-นามสกุล นพชัย ชัยนาม (NOPACHAI JAYANAMA)
ชื่อเล่น ปีเตอร์ (PETER)
อายุ 31 ปี
วัน/เดือน/ปีเกิด 21 พ.ย. 2516
การศึกษา ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
อาชีพ นักแสดง - เริ่มเข้าสู่วงการในปี พ.ศ. 2540 ด้วยการถ่ายโฆษณา และถ่ายละครอีก 2-3 ปี จากนั้นหยุดพักงานด้านการแสดง 1-2 ปี แล้วได้กลับเข้าสู่วงการอีกครั้งด้วย ผลงานเรื่อง องคุลีมาล และล่าสุด คือ "นเรศวร"





ชื่อ-นามสกุล พ.ท. วินธัย สุวารี (MAJ. WINTHAI SUVAREE)
ชื่อเล่น ต๊อด (TODD)
อายุ 35 ปี
วัน/เดือน/ปีเกิด 7 ส.ค. 2512
การศึกษา อนุบาล : โรงเรียนอักษรเจริญ
ประถมศึกษา : โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
มัธยมศึกษา : โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
อุดมศึกษา : โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 30 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 41
อาชีพ รับราชการ ตำแหน่ง ฝ่ายเสนาธิการ กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 1





ชื่อ-นามสกุล อินทิรา เจริญปุระ (INTHIRA CHAROENPURA)
ชื่อเล่น ทราย (SAI)
อายุ 24 ปี
วัน/เดือน/ปีเกิด 23 ธ.ค. 2523
การศึกษา โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์
ระดับปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ เอกโฆษณา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
อาชีพ นักแสดง





ชื่อ-นามสกุล ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ (TAKSAORN PAKSUKCHARERN)
ชื่อเล่น แอฟ (AFF)
อายุ 24 ปี
วัน/เดือน/ปีเกิด 27 ต.ค. 2523
การศึกษา อนุบาล : โรงเรียนปานตา
ประถมศึกษา : โรงเรียนไผทอุดมศึกษา
มัธยมศึกษา : โรงเรียนราชินีบน
อุดมศึกษา : ปริญญาตรี คณะนิเทศศาสตร์ เอกโฆษณา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
อาชีพ นักแสดง - เข้าสู่วงการช่วงปี 2540 เริ่มจากการถ่ายแบบในนิตยสาร พลอยแกมเพชร และงานโฆษณาต่างๆ มีผลงานการแสดงละครเรื่องแรก คือ "มิตร ชัยบัญชา" ทางช่อง 7 (ผลิตโดย JSL แต่ยังไม่ได้ออกอากาศ), จากนั้นได้ร่วมงานกับ ช่อง 3 ในละครเรื่อง "ริษยา" และ "ผู้ชายมือสอง"





ชื่อ-นามสกุล สมภพ เบญจาธิกุล
ชื่อเล่น หมู
อายุ 61
วัน/เดือน/ปีเกิด 4 ตุลาคม 2488
การศึกษา วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ แผนกไฟฟ้ากำลัง
อาชีพ นักแสดง





ชื่อ-นามสกุล จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์
ชื่อเล่น ต้น
อายุ 37
วัน/เดือน/ปีเกิด 25 ตุลาคม 2512
การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา
อาชีพ นักแสดง





ชื่อ-นามสกุล นภัสกร มิตรเอม
ชื่อเล่น ตั๊ก
อายุ 35
วัน/เดือน/ปีเกิด 1 มกราคม 2515
การศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล / สาขา บริหารอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว นานาชาติ
อาชีพ นักแสดง


 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 






 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 










  



  My.iD : Diary :: ไดอารี่ประจำวัน

Diary Link > คอลัมน์ My.iD | แนะนำ Diary กัน |
  บันทึก Diary ห้าวันล่าสุด
15 ก.พ. 50 นี่เข้ามาช่วงวาเลนไทน์แล้วเหรอ??
  • [ View 68/ Comment 2]
  • Intro : ปีนี้ตูก็เจอผู้ชายเลว บัดซบ ระยำอีกแย้วววววว >
  • เนื้อหา :


    อันดับแรกขอกราบสวัสดีคนที่หลงมาอ่านไดอารี่ของฟางนะเจ้าก๊ะ

    เนื่องจากฟางเป็นที่ไม่ค่อยจะมีเรื่องที่จำเป็นต้องเขียนไดอารี่

    ก็เลยกลายเปนคนที่เขียน
  • 7 ก.พ. 50 บ้าก่อนสอบ!!!!!
  • [ View 21/ Comment 0]
  • Intro : รูปถ่ายของเพื่อน ๆ ในห้องบ้างส่วนอ่ะนะ~
  • เนื้อหา :

    หลังจากห่างหายจากการอัพไดไปนานม๊ากกก
    ฟางก็ได้ฤกษ์อัพไดเสียที  อิอิ~
    ก็ปกติมานขี้เกียจนี่น๊า





    ถ่ายกับกล้องที่ร้านคอมหน้าบานเป็นจานดาวเ
  • 27 ก.ค. 49 เทศกาลแห่งการสอบ
  • [ View 26/ Comment 0]
  • Intro : ไชโย!!!! สอบเร็จแล้วค่ะ
  • เนื้อหา :
    Bonjour~!

    Comment  allez  vous ?

    Moi , je  vais  bien.

    สวัสดีก๊ะ!!

    วันนี้สอบเสร็จแล้ว
  • 26 ก.ค. 49 เทศกาลแห่งการสอบ
  • [ View 18/ Comment 1]
  • Intro : วันที่สองผ่านไปได้ด้วยดี
  • เนื้อหา :
    สวัสดีทุกคนที่เข้ามาอ่านไดของเรานะ

    วันนี้เป็นสอบกลางภาค

    วันที่สองของโรงเรียนเรานะ

    วันนี้เราสอบแค่ 3 วิชาเท่านั้น
  • 25 ก.ค. 49 เทศกาลแห่งการสอบ
  • [ View 27/ Comment 1]
  • Intro : สอบวันแรก
  • เนื้อหา :
    วันนี้สอบวันแรกจ้า~

    วันนี้มีสอบ

    คณิตศาสตร์

    ภาษาไทย

    พระพุทธศาสนา

    และก็วิทยาศาสตร์

    เข้า
  • คลิกที่นี่เพื่อดู list Diary ที่ผ่านมา


      My.iD : Writer ::ผลงานบทความ

    Writer Link > คอลัมน์ Writer | บอร์ดนักเขียน | ค้นหาผลงาน! | ส่งผลงานบ้าง |
     10 ผลงานล่าสุด
    STAR I เรื่องยาว
    วิทยาศาสตร์
    อัพเดท: 4 ส.ค. 50 , เข้าชม :0/29 , โพส : 0
    แฟนพันธ์แท้ : 0 , Rating :5
    คำอธิบาย :
      ผลงานบทความที่ผ่านมา

      My.iD : Favorite Writer ::บทความแฟนพันธ์แท้ น่าติดตาม

    :+: มาแต่ง My.iD กัลล์ :+:  โดย  +*+ นู๋แตงกวา +*+
    ห้องเรียนการเขียนนิยายให้เหนือกว่าใคร  โดย  เจ้าหญิงเหนือบัลลังก์(NuNew)
    คู่ขาบ้าน้ำลายกะนายจอมป่วน  โดย  ช่างสังเกต*o*!!
    •| Hi* Seoul Story |• [รักนี้-ห้าว-สุดใจ]  โดย  R e i z'
    Z.A.C. สถาบันวิปลาศ  โดย  7xin
    . . :: วุ่นรัก ยัยตัวร้าย กะ นายจอมโหด :: . .  โดย  วาเลน
    SAVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา  โดย  Zepp, Kalthida, Veerandah
    +::๐::๐::>>เพิ่มลูกเล่นไอดี&นิยายด้วยสคริปโค้ด<<::๐::๐::+  โดย  วิงจี้
    แจกของแต่งได ไอดี น่ารักๆ  โดย  iBlue
    แจกของแต่งได น่ารักๆๆ  โดย  `๏ ยัยหมวย ๏`
    **~~แจกของแต่งไดต่างๆ~~**  โดย  น้ามหวานzz
    เคล็ดลับเกม The sims  โดย  ►Bananaboat◄
    เจ้าสาวจำเป็น  โดย  ฟองคลื่น คืนจันทร์ พันดาว
    มาฮาเดล มหาวิทยาลัยมหาเวท  โดย  NUM M.U
    ~บันทึกรักฉบับยัยตัวร้าย Episode 2~  โดย  ลักลอบเข้าเมือง
    การตั้งชื่อตัวละครให้เป็นชื่อแบบสไตล์ญี่ปุ่น  โดย  MA.chan and Nana
    รวมมิตรญี่ปุ่น  โดย  Himitsu~~
    : : : ตกแต่งIDกันเต๊อะ: : :  โดย  Mimoza
    กลเม็ด  โดย  toonni
    ปฏิบัติการลับ ฉบับยัยตัวร้าย  โดย  white cream
    รักนี้ป่วนหลังไมค์ ♫  โดย  may112
    JusT HopE ความหวังหายนะ  โดย  ฝนตก*
    มารู้จักประวัติอย่อๆของแบรนด์ดังระดับโลกกันเถิดทุกท่าน!  โดย  นางสาวหัวทุย
    โรงเรียนวุ่นลุ้นรักยัยจอมซ่า  โดย  แครอทเปลี่ยนสี
    :+:CoDe:+:  โดย  ~[*ToP@Z*]~
    ~*อันนยองฮาเซโย!! สวัสดี...เกาหลี*~  โดย  My~Destiny
    ของแต่งไอดีสุดน่าร๊ากกกกกก  โดย  ช็อกโกแลตหวานมัน
    ~โค้ดแต่งไดสำเร็จรูป & ของตกแต่งไอดี~  โดย  ~ จอมเดาแห่งวังหลง ~
    ของแต่งได+โค้ดเพลงอีกนิด~~  โดย  ~ไวโอเล็ต~
    : : ID & Diary Room : : แต่งแบบกุ๊กกิ๊ก : :  โดย  : : [P] SuN : i : BeE : :
    The iD. GanG > Gift  โดย  ThE iD. GanG
    เรื่องเล่าชีวิตจริง  โดย  ปุกกี้
    รัตติกาตาหวาน  โดย  ฟองคลื่น คืนจันทร์ พันดาว
    บันทึกรักฉบับยัยตัวร้าย  โดย  ลักลอบเข้าเมือง
    ~My devil lovE~ หนุ่มแสบ หนุ่มซ่าแบบว่า...ซาตาน  โดย  ซากุระซาเกะ*
    Princes & Spy ขโมยหัวใจเจ้าชายเพลย์บอย!!!  โดย  -'๑'- หัวสมองตีบตัน -'๑'-
    เรื่องราวรักจากปากกาทราย  โดย  หัทยาวดี
    ~*!!โค้ดเพลงครับ!!*~  โดย  Five_Phoenix
    Id Clul3 > Code $onGs : ห้องโค้ดเพลง*~  โดย  C L u b - L u v - I D [i a ry]
    ถ้าใครฝัน อยากเป็นนางฟ้า อ่านทางนี้เลยค่า  โดย  kangharu
    อยากเรียน...อักษร!!!  โดย  Kwanrapee_The_Writer
    *+*+* [[100 เคล็ดลับสำหรับผู้หญิง]] *+*+*  โดย  เม็ดทรายสีรุ้ง
    มนตราแห่งทะเลทราย  โดย  กะกันดา
    มาลองค้นตัวเองว่าคุณเหมาะและหรืออยากเรียนคณะไรกันแน่  โดย  รั้วฟ้า
    ตำนานอียิปต์ โอม...  โดย  kawako
    ~The Vampires~ ตำนานแวมไพร์  โดย  Nightmare
    ++รับหาโค๊ดเพลงจ้า++<3  โดย  ปีกสีฝัน
    สัตว์มหัศจรรย์ของเทพนิยายและพ่อมด  โดย  บัวหิมะสีไวท์
    C.I.G.A.R Family ..ครอบครัวสุดป่วน  โดย  โรโรฯ
    เตรียมลุยAdmissions-สอบตรงเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย  โดย  ต้นพืช
    เวปน่าสนใจ...เอามาฝากค่า..  โดย  ice-choco
    อัลซิโอเน่  โดย  -:• DeStiNy`•:-
    Paladin Academy : โรงเรียนนี้มีแต่คนบ้า!!!  โดย  PERTH (จันทร์ทิวา)
    Anime Music  โดย  จoมlวทลิJจ๋o
    -*-Satan Vs. Satan-*-  โดย  -*-St.SlOt-*-
    How to ตกแต่งนิยาย / ไอดี  โดย  A.T.Ruby
    ปฏิบัติการป่วนรัก วุ่นนักยัยตัวร้าย  โดย  Bluecolonede
    เรื่องหน้ารู้เกี่ยวกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดย  na-na-i
    :วุ่ น รั ก ก๊ ว น นั ก เ รี ย น ตั ว แ ส บ : : The Vicious:  โดย  Mimoza
    รักวุ่นวายของนายตัวแสบ [ The Love Mission Devil Boy ]  โดย  Swordman แห่ง Iris
    -[]-Vampire Master-รักล้นหัวใจกับนายแวมไพร์สุดหื่น-_-;;  โดย  ม[ะ]ปราง[ค้]างต้[น]
    CodE MakE ThemE Tip Photoshop ... Id&Hi5  โดย  I m _ n o k k ii
    *★*•.¸¸•´¯`•.¸¸. $ TvxQ & Super Junior $•.¸¸•´¯`•.¸¸.*★*  โดย  ++Cawaii++
    รับสมัครนักเรียน เข้าโรงเรียนMagic Emily School  โดย  ครีเอทีฟหัวตีบ
    อารยธรรมอียิปต์โบราณ  โดย  world_rainbow
    บันทึกประสบการณ์การเขียนนิยาย  โดย  หลานหลิง
    :+*~ ประวัติ suju & tvxq ~*+:  โดย  ~][:JaekwaNg:][~
    >oรักนี้ฉบับเด็กซ่า ครับผมo<  โดย  • Hell Girl •
    FAN CLUB คลับนี้...บริการเป็นแฟน!!!  โดย  -'๑'- หัวสมองตีบตัน -'๑'-
    เคล็ดไม่ลับสู่ความสำเร็จในการเขียนนิยาย  โดย  _Tsukima_
    ยุคราชวงศ์ต่างๆของจีน  โดย  กระบือน้อยคอยรัก~-~
    <^>::เดอะซิมส์2 Objects download:::<^>  โดย  >>:+: ~+*ซาMาu*+~:+:<<
    CLEMENCY  โดย  St. Pisces
    โค้ดลงเพลง MV นานาชาติ(ไทย เกาหลี ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ)  โดย  JunkinY
    โค้ดของแต่งไอดี(ปิดบทความแล้ว)  โดย  _Tsukima_
    ~ [ รับทำนาฬิกาใส่รูปงับ ] ~  โดย  ~[ H ]~a N a
    ♥ รับทำเม้าส์ + แจกเม้าส์ + แจกโค้ด แหล่ม ๆ ••  โดย  •• M a y ii z ,, *
    รับสมัครนักเรียน สู่ Luminary_Writer_School  โดย  Luminary_School
    Thi$ i$ Korea!! :: นี้ แ ห ล ะ เ ก า ห ลี!!~  โดย  Lee JJ

      My.iD : Board :: ตามล่ากระทู้เก่าของฉัน

    Board Link > บอร์ดรวม | บอร์ดสาระ | ตามใจฉัน | มีรูปเด็ด | คลังกระทู้ |
      10 กระทู้ล่าสุด


      กระทู้ที่ถูกเก็บเข้าคลังกระทู้

      กระทู้ที่เคยติด Top 5



      My.iD : Friends :: เพื่อนๆชาว My.iD

    Friends Link > ชาว My.iD ที่เกิดวันนี้ : 8 กันยายน 2551
    นักเดินทางบนโลกไซเบอร์ : พี่พี เขียนเรื่องสนุกเจ้าค่ะ
    candela : พี่กะกันดา
    ผักบุ้ง~ : ผักบุ้งค่ะ
    แสตมป์เบอรี่ : พี่แตมป์รี่สุดสวย นักเขียนเจ้าค่ะ
    ซิงเหมย : ทราย นักเขียนเจ้าค่ะ
    Seoul* : หนุ่มกรุงโซล ค่ะ
    Note - webmaster : พี่โน้ต
    . .๑'วาเลน'๑. . : นู๋วาเลนที่น่ารัก =^o^=
    Spaghettina : เจ๊เกดน่ารักมากมาย~*
    Roxygang : พี่ปราง ของแต่งไดเจ๋งๆทั้งน้านเร้ย ><~*
    ขี้สงสัย+^-^+ : o^J โอ้...เอ้ Jung~*
    เด็กหญิงฟองสบู่ : โอ๊ค
    PloYeR : P`พลอย แต่งไดได้น่ารักสุด ๆ ไปเลย
    Luv ID [ iarY ] CluB : เจ๊แกแจกของสวย ๆ ทั้งน้าน
    เงาจันทรา : หลินหลิน น่ารักมากจ้า
    นู๋ผักบุ้ง+ลูกชายคนเล็ก : เจ๊นู๋ผักบุ้ง นักเขียนค่ะ
    potterchan : พี่มุ้ย มศว.
    princess devil : RiNg เจ้าของไอดีสุดเจ๋ง
    jaejoong_22 : dear สาวกแจจุง
    miz-maya>> : มายา เฟรย เดียร์ดาน่า ลึกลับจิง ๆ
    ศิริวัฒน์ มณีสินธุ์ : ศิริวัฒน์ มณีสินธุ์
    ปากกาขนนก : ~๑~BLUEeYeLis~๑~ : ไอดีสวย เดิ่นดี
    คุณหนู coconut : COCO~JUNG
    takisawa911 : พี่เลิฟ
    *//~jamu-ichigo~//* : แจมจ้า มาเยี่ยมเค้าน่ารักมากมาย
    ::แกงส้มชะอมไข่:: : Ning เจ้าค่ะ~
    magoojag : Baby~
    C_a_r=Yo_o+N : แพรวจัง
    ดุ๊กดิกดุ๊กดิก : หนูบรีม
    ~โอริโอะ~ : ยู่ยี่
    เจ้าชายแห่งความมืด : <@New@>
    มอสคับ555 : น้องมอส
    เดธโน้ต : NOK
    vena : plaeplae
    ||*- หล่อฮั้งก๊วย -*|| : palm
    เค้กก้อนโต : จีนจ้า
    JuNnN : ปลา
    แฮร์รี่กับโคนันไปด้วยกันได้ : มะรู้จะบรรยายไงถูก
    e_v_o : พี่เอ็ม
    view_-_view : วิว
    ||ซด : แซด
    *+NaNneE_Lf+* : แนนนี่
    firstcy_witchy : เฟิร์ส
    ไอรินทร์ : มะรู้ชื่ออาไร
    yotaka : เจ๊หัทยาวดี
    usกถีบส่ง : เดียร์
    cookie&cream : ไวท์ครีม นักเขียน
    sakura sa-ke : ช็อปเปอร์ นักเขียน
    M_mint_zai : พี่มิ้น
    กล่องดนตรีของเจ้าชาย : ยัยบีซ่าส์
    เจ้าปลาน้อย : พี่ปลาน้อย นักเขียนเจ้าค่ะ
    Swordman แห่ง Iris : เจ้าหญิงห่านสุดสวย นักเขียนเจ้าค่ะ
    Webmaster ปอนปอนสะงั้น : Webmaster พี่ปอนปอนเจ้าค่ะ
    เพื่อนแท้ : พี่วิน ชมรมดาราศาสตร์เด็กดีเจ้าค่ะ
    begod : พอลล่า(กอลิล่าจัง)
    เด็กหญิงแก้มป่อง : ศรี
    ...น้ำใสไหลเย็น^ ^... : น้ำใส
    noei_love_love : เดะขายไม้ขีดไฟ
    **Capsule** : เนยจัง
    เด็กหญิง ป๊อกกี้ : เดะขายป๊อกกี้
    ส้นเท้า : มะรู้จะบรรยายไงอ่ะ
    จอมซ่าส์ประจำบ้าน : วรรณ
    Redyan* : เร นักเขียน
    รถตู้ : แม่มดลูกกวาด
    Pp-KunG : ฝน
    [^o^]CyberID[^-^] : มีแกลรูปมังกรด้วยอ่ะ
    ♥ konnho ♥ : น้ำฝน เจอกันในแชท
    orange_ga : น้องส้ม
    Lunatic-:-narak : SuJu
    love dan&soymilk : คลัง Suju
    ~++++~ : ชอบSUJU เหมือนกัน
    hurunagirl : พิม น่ารักดีมาเยี่ยมถึงที่เลย
    เดะแนวแบบใสๆ : มะรู้จาบรรยายไงดีอ่ะ
    feefee : กิ๊ฟท์ ฟีฟี
    โดราเมน่อน : นา หนายก็ไม่รุ้อ่ะ
    beeasia : บี หนายก็ไม่รู้
    *JanZ* : JanZ
    The madecine : ญาส์
    $@ilver : เอ
    นู๋อ้วนเอง : มะรู้ชื่ออาไรอ่ะ
    madoka_may : น้องเมย์
    โดนั้ล : มาเยี่ยมเค้าถึงที่เลย
    W~olfW~indZ : ออย
    poklok22 : แจง เดอะซิม
    PPtvxq--suju : ปลาปักเป้า
    จอมเฉื่อยแห่งขุนเขา : พัด
    ^^สายลมแห่งความหวัง^^ : ฮายจัง
    pouyern : ...ไม่รู้จาบรรยายไง...
    Huan_Zhu_Ge_Ge : องค์หยิงกำมะลอ
    เนโกะ_มาแว้ว : น้องแตงโมค่ะ
    Neen VIP : นีน
    หลานหลิง : พี่หลานหลิง
    นางร้ายน่ารัก : เหมียว
    ~[nemo]~_*ตากลม^o^ !! : ฟางจัง ชื่อเหมือนกานเรยอ่ะ
    lovely^o^ : พิมพ์
    ซาคุทาโร่ : พี่วี
    !!!น้องก:หล่ำปลี!!! : น้องจูน
    เอจิเซ็นเรียวโกะ : แมวน้อย
    ~d0ngk!d~ : มอสจ้า
    ถุงแป้งจัง : คนนี้VIP

    My.iD : Gallery

    อัพเดท 14 มกราคม 2550
    My Stars
    (14 ม.ค. 50 : 54 รูป)
    อัพเดท 13 มกราคม 2550
    ภาพจากภาพยนตร์/ละคร
    (13 ม.ค. 50 : 74 รูป)
    อัพเดท 7 มกราคม 2550
    การ์ตูนญี่ปุ่นเจ้าค่ะ
    (7 ม.ค. 50 : 81 รูป)

    ดู Gallery ทั้งหมด



    My.iD My Identity at Dek-D.com : Copyright © 1999-2008 www.dek-d.com