ฟิค Han + Ye แรงปราถนา ตอนจบ

ฟิค Han + Ye แรงปราถนา ตอนจบ
เกริ่นเรื่อง:
19 ต.ค. 52 , View: 948 , Post : 3




ก่อนอื่นต้องขอโทษคนอ่านทุกท่านนะค่ะ  ที่ช่วงหลังลงฟิคช้ามาก  เพราะไม่ว่าจะเขียนออกมายังไงมันก็ไม่ถูกใจซะที  จนในที่สุดฟิคโดนแบน แม่เจ้า  แต่ตอนนี้กำลังปลดแบนอยู่  เพราะงั้นรอหน่อยค่ะ  จะพยายามเอาฟิคขึ้นเว็บเหมือนเดิม  รอกันหน่อยน้า

*******************************************************************


สามวันหลังจากนั้น

ชีวอน และฮันคยองต่างยืนมองสภาพของสำนักมังกรครามที่ตอนนี้ไม่ต่างจากบ้านร้างนัก  เหตุเพราะสภาพของตัวบ้านที่พังยับจากการปะทะกันเมื่อไม่กี่วันก่อน  และอีกสาเหตุเพราะตอนนี้ทั้งชีวอนและฮันคยองต่างตกลงกันว่าทั้งสำนักมังกรครามและแก๊งพยัคฆ์ขาว  ทั้งสองแก๊งมาเฟียที่ยิ่งใหญ่จะรวมกำลังกันเป็นหนึ่ง  จึงทำให้คนของสำนักมังกรครามทั้งหมดย้ายไปอยู่ที่แก๊งพยัคฆ์ขาวชั่วคราว  ในขณะที่ทั้งคู่กำลังยืนมองบ้านกันอยู่เงียบๆ

“ วันนั้นนายกันฉันเอาไว้ไม่ใช้ขึ้นไปที่ชั้นบน  เพราะนายกำลังกันให้คนบางคนได้หนีสินะ ”  ฮันคยองถอนหายใจออกมาแรงๆ เมื่อได้ยินคำถามจากชีวอน  ฮันคยองใช้มือทั้งสองข้างไขว้หลังไว้ก่อนที่จะหันมามองหน้าชีวอน

“ ทำไมนายถึงคิดแบบนั้น  ทำไมไม่คิดว่าบางทีฉันอาจจะจัดการทุกอย่างจบไปแล้วจริงๆ ก็ได้ ”  ฮันคยองจ้องตากับชีวอนนิ่ง  ก่อนที่จะเห็นชีวอนหัวเราะออกมาเบาๆ

“ นายโกหกได้ไม่เนียนเลย  ถึงฉันกับนายจะเพิ่งมาสนิทกันแบบเพื่อนได้ไม่นาน  แต่เราก็เป็นศัตรูกันมาก่อน  นายย่อมต้องศึกษานายมาดีพอสมควรหละน่า ”  ชีวอนเงียบไปก่อนที่จะหันหน้าไปมองบ้านเบื้องหน้าอีกครั้ง

“ พ่อของฉันใช่ไหม  คนที่เป็นต้นเรื่องทั้งหมด  รวมทั้งเป็นคนที่ทำร้ายเยซองด้วย ” สายตาคมของฮันคยองกระตุกวูบไป  พลางมองชีวอนอย่างเห็นใจ

“ ความจริงฉันพอจะรู้ตั้งแต่ตอนที่คยูกับเยซองถูกจับไปแล้ว  เพราะท่าทางของคยู ราวกับกำลังหลบหน้าฉันด้วย และยิ่งตอนที่พวกฉันถูกล่อออกไปช่วยพวกของชางมิน  รวมกับตอนที่กลับมาถึงที่นี่แล้วนายพยายามกันฉันเอาไว้  มันเลยยิ่งทำให้ฉันมั่นใจมากยิ่งขึ้น  แต่ก็ต้องขอบใจพวกนายนะที่คิดถึงความรู้สึกของฉัน  ขอบใจมากนะเพื่อน ”  ชีวอนหันมาตบไหล่ฮันคยองเบาๆ

“ ว่าแต่นายจะทำยังไงต่อไปหละ  แล้วก็ดูเหมือนว่าเยซองจะหายดีแล้ว  แต่กลับจำอะไรช่วงที่ถูกจับตัวไปไม่ได้สักนิดเลยสินะ ”  ฮันคยองถอนหายใจออกมาอีกครั้ง  ก่อนที่จะยิ้มให้กับชีวอน

“ เพราะงั้นฉันถึงได้นึกขอบใจพ่อนายอยู่บ้างนี้ไง  เพราะหลังจากที่รักษาอาการติดยาหายเยซองก็จำอะไรช่วงที่ถูกจับตัวไปไม่ได้เลย  หึ  คิดๆ ดูบางทีนี้อาจเป็นสิ่งที่พ่อนายต้องการแต่แรกก็ได้  แต่ว่าความต้องการที่แท้จริงของพ่อนายคืออะไรฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน  และเพราะเยซองจำอะไรไม่ได้ฉันถึงได้แต่งเรื่องบอกกับเยซองได้ง่ายขึ้นว่าคุณชินดงกับคุณจุนกิ  เสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุช่วงที่เขาหมดสติไปหลายวัน  ถึงเยซองจะเสียใจมากแต่ตอนนี้ก็เริ่มทำใจได้แล้ว ”  ฮันคยองและชีวอนเดินคู่กันไปพร้อมกับคุยเรื่องราวต่างๆ กันไปด้วย

“ แล้วนายพอจะรู้ไหมว่าตอนนี้พ่อฉันกับพ่อนายอยู่ที่ไหนกันแล้ว ”  ชีวอนเอ่ยถามฮันคยองในขณะที่สายตาคมจ้องมองไปเบื้องหน้า

“ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน  หลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ได้ข่าวอีกเลย  รวมทั้งกลุ่มนักฆ่าทั้งหมดด้วย  พวกเขาหายสาบสูญไปราวกับไร้ตัวตน  เฮ้ออออ  หึ รู้ไหมว่าตอนนี้ฉันคิดถึงอะไรมากที่สุด ” ชีวอนหันมามองฮันคยองเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างๆ อยู่ๆ ก็เงียบไป  ก่อนที่ฮันคยองจะหยุดเดินไปเฉยๆ  ทำให้ชีวอนต้องหยุดตามและหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“ คำพูดของพ่อฉันที่มักพูดติดปาก  ว่าคนอย่างพวกเราจะมีความสุขในชีวิตได้ก็ต่อเมื่อตายไปแล้วเท่านั้น ”

 

 

ณ เชิงเขาที่เป็นท้องทุงหญ้ากว้างจนสุดตา  สายลมอ่อนๆ ที่พัดมาเป็นระยะๆ  พากลิ่นหอมของต้นหญ้าแห้งและกลิ่นของอายของธรรมชาติมาสู่ผู้ที่อยู่ในที่นั้น  บนเนินเขาเตี้ยๆ มีต้นไม้ใหญ่  ปรากฏร่างสองร่างที่กำลังยืนอยู่คู่กัน

“ ทำไมวันนั้นนายถึงไม่ฆ่าฉัน  หรือว่านายกลัวว่าระเบิดจะทำงานจนเด็กพวกนั้นไม่รอดหรือไง ”  ชเว จองวอน ยืนใช้สองมือล้วงกระเป๋ามองตรงออกไปด้านหน้า  มองแผ่นหลังของคนอีกคนที่กำลังยืนกางแขนรับสายลมและกลิ่นอายของธรรมชาติอยู่

“ นายคิดว่าระเบิดที่นายว่ามันจะสามารถทำงานได้งั้นเรอะ  ฉันปลดฉนวนมันออกตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะไปหานายที่สำนักมังกรครามแล้ว ”  ฮันจุนยัง หัวเราะเบาๆ เมื่อหันมามองหน้าเพื่อนรัก

“ นายฝั่งระเบิดนั้นไว้ที่สุสานของมินวู  และทำเหมือนกับว่านายต้องการจะฆ่าฮันคยอง  ทำให้ฉันต้องการเอาจริง  และเมื่อคิดแบบนั้น  แน่นอนฉันต้องไปหามินวูก่อนเพื่อคุยกับเขาแน่  และฉันก็เจอระเบิดที่นั้น  ถ้านายต้องการจะฆ่าทุกคนจริง  นายไม่ฝั่งมันไว้ที่นั้นหรอกเพื่อนเอ๋ย  และก็นั่นมันทำให้ฉันมั่นใจว่าฉันยังสามารถเอานายคนเดิมกลับมาได้  ด้วยความรู้สึกที่ว่านายไม่ได้ต้องการจะฆ่าฮันคยองจริงๆ  แต่นายต้องการจะตายด้วยมือของฉันเองต่างหาก  อาจะเป็นเพราะเบื่อกันการมีชีวิตที่ยืนยาวแบบนี้  หรือไม่ก็สำนึกผิดที่ทำกับมินวูไว้  แต่ก็นะอย่าว่าแต่นายเลย  ฉันเองก็ไม่กล้าฆ่าตัวตายเหมือนกัน  รอคอยให้ใครสักคนมาฆ่าฉันที  แต่จะบอกให้หยุดการทำงานของชิฟที่ฝั่งอยู่  มันก็มีห่วงสารพัด  แต่ตอนนี้มันหมดไปแล้ว  ลูกๆ ฉันก็มีคนคอยดูแลอยู่แล้ว ”  ฮันจุนยัง  หันมามองสบตากับ ชเว จองวอน   ก่อนที่จะเดินทาหาเพื่อนรักที่ยืนอยู่  พลางยื่นมือออกไปลูบตรงหัวใจที่ทำการผ่าตัดเพื่อฝั่งรีโหมดไว้  สายตาของ ฮันจุนยัง สลดวูบลง  แต่ทว่ากลับมีรอยยิ้มที่แสนสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ รู้ไหม  ว่าฉันรอลุ้นคำตอบนายแค่ไหน  ตอนที่ฉันบอกว่าจะดึงชีวอนเข้ามาร่วม  ถ้านายไม่คิดห่วงลูกอีกฉันคงต้องฆ่านายตรงนั้น  แต่พอนายยอมแพ้แต่โดยดี  มันทำให้ฉันดีใจว่านายยังไม่หมดความเป็นคน  ยังมีจิตสำนึกของความดี  อย่างน้อยก็ในด้านของความเป็นพ่อคนหละนะ ”  ชเว  จองวอน  มองใบหน้าของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าตนนิ่ง  ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ

“ แต่ว่าชิฟที่ฝั่งอยู่กับฉันมันจะทำงานได้อีกไม่กี่วันเท่านั้นเองนะ  ฉันตั้งระบบมันไว้แบบนั้น  ก่อนที่ฉันจะไปหาฮันคยองหนะ ”  เมื่อได้ยินที่ ชเว จองวอน พูดออกมา  ฮันจุนยัง  เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนรัก  มองสายตาของ ชเว จองวอน ที่ตอนนี้ไม่มีแววแห่งความแข็งกร้าวดังแต่ก่อน

“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า งั้นเราก็ใจตรงกันอีกแล้ว  ของฉันก็ตั้งเวลาเอาไว้เหมือนกัน  เพราะคิดว่าถ้าวันนั้นฉันเอานายกลับมาไม่ได้ฉันก็จะฆ่านายทิ้งซะ  และก็จะให้ชิฟของตัวเองหยุดการทำงานตาม  หึ  ต้องขอบใจนายเหมือนกันนะที่ทำให้เยซองจำอะไรไม่ได้  ทำให้เด็กนั่นจำไม่ได้ว่าคนที่ทำร้ายตัวเองก็คือพี่ชายตน ” 

“ อา แต่เด็กนั่นก็ต้องเจอกับ .... ” ชเว จองวอน เงียบลงเมื่อเพื่อนรักตรงหน้าโบกมือไปมาอยู่เบื้องหน้า

“ ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไงๆ ซะ ฮันคยองก็ต้องดูแลเด็กนั้นได้อยู่แล้ว  ลูกชายฉันซะอย่างนี่นะ  ส่วนชีวอน ก็ถือซะว่าต้องรับกรรมต้องมาคอยเอาใจเจ้าลูกชายที่เอาแต่ใจของฉันแทนก็แล้วกัน ”  คนทั้งสองหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน  ภาพของความทรงจำเก่าๆ สมัยเมื่อคนทั้งสามเคยสาบานร่วมเป็นร่วมตายกันกลับมาอีกครั้ง

“ เฮ้ออออ  ไม่รู้ว่าพอตายไปถ้าต้องเจอกับเจ้ามินวู  หมอนั้นจะว่ายังไงบ้าง  ทั้งเรื่องที่ฉันได้ทำกับมันเอาไว้  แล้วไหนจะเรื่องของลูกสาวอีก ”  ชเว จองวอน เงยหน้าขึ้นมองบนฟ้า  ราวกับกำลังมองผ่านเมฆไปยังที่ใดที่หนึ่ง

“ มินวูมันเข้าใจดีน่า  ไม่งั้นก่อนตายหมอนั่นคงไม่บอกให้ฉันพานายกลับมาให้ได้หรอก  ส่วนเรื่องลูกสาวนายก็คงต้องขอโทษหมอนั่นเอาเองหละนะ  ส่วนฉันก็ต้องขอโทษหมอนั่นเหมือนกันเพราะเคยสัญญาไว้ว่าจะดูแลลูกสาวให้ แต่สุดท้ายฉันก็เลือกลูกตัวเองก่อนอยู่ดี  ส่วนเจอกันถ้าพวกเราปรับความเข้าใจกันได้  ฉันนึกออกเลยว่าหมอนั้นจะพูดว่าอะไร ”  คนทั้งสองหันมามองหน้าต่างส่งยิ้มให้แก่กันและพูดออกมาโดยพร้อมเพรียงกันว่า

“ พวกแกช้าที่สุด  แม้แต่ตายลงหลุ่มก็ยังช้า  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ฮันจุนยัง และชเว จองวอน  ต่างเดินกอดคอกันหัวเราะ  และพูดคุยกันไปตลอดทาง  ทั้งสองเดินตรงมุ่งไปยังแนวป่าเบื้องหน้า  ร่างของคนทั้งคู่เล็กลงเรื่อยๆ จนหายลับไปในแนวป่า  นับแต่นั้นก็ไม่มีใครได้พบเห็นบุคคลทั้งสองอีกเลย

 

 

หนึ่งเดือนผ่านไป  แก๊งพยัคฆ์ขาวถูกต่อเติมขึ้นใหม่โดยรวมกับสำนักมังกรคราม  ใช้ชื่อแก๊งใหม่ว่า มังกรคู่พยัคฆ์ (เหมือนหนังจีนเลยวุ้ย)  งานเลี้ยงเพื่อฉลองการรวมแก๊งมีขึ้นอย่างใหญ่โต  เพราะมันเป็นเหมือนการประกาศว่าตอนนี้สองแก๊งได้รวมกันแล้ว  และเพื่อให้ทุกแก๊งในโลกมืดได้ประจักษ์ถึงความยิ่งใหญ่ของแก๊งมาเฟียใหม่ที่กำเนิดขึ้น

 

 

ภายในห้องพักของฮันคยอง  ร่างบางร่างหนึ่งกำลังแต่งตัวให้กับชายหนุ่ม  ฮันคยองก้มลงมองใบหน้าหวานที่กำลังขมักขเม้นแต่งตัวให้กับเขาเพื่อออกไปเคารพสุสานของผู้เป็นบิดาหลังจากเสร็จสิ้นงานฉลองการรวมแก็งทั้งสองแล้ว  ชายหนุ่มจ้องมองใบหน้าหวานอยู่นานจนร่างบางที่กำลังแต่งตัวให้อยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมาค้อนให้เมื่อมือแกร่งรั้งเอวบางเข้ามากอด 

“ ถ้าคุณฮันยังทำแบบนี้แล้วเมื่อไหรจะแต่งตัวเสร็จละครับ  ถ้ายังไม่ปล่อยผมจะเรียกแม่บ้านมาแต่งตัวให้คุณแทนแล้วนะ ดูสิเสื้อผ้าผมยับไปด้วยเลย  อ๊ะ ”  เยซองต้องร้องออกมาเมื่อชายหนุ่มออกแรงดึงร่างบางให้ล้มลงไปนอนบนเตียงกว้างด้วยกันทั้งคู่  ทำให้เยซองพยายามดิ้นขลุกขลักเพื่อที่จะลุกขึ้น  แต่แล้วก็ต้องยอมแพ้เพราะยิ่งดิ้นอ้อมแขนแกร่งก็ยิ่งโอบรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม  ซ้ำยังไม่พอเจ้าจมูกโด่งของร่างสูงที่มาคลอเคลียตรงซอกคอเขาอีกนี้สิ  มันทำให้แทบจะรู้สึกเคลิ้มไปเลยทีเดียว

“ คุ คุณฮัน งานจะเริ่มแล้วนะ  เดี๋ยวทุกคนก็รอแย่หรอก  อ๊ะ คุณฮัน  นี่แหนะพูดไม่ฟัง ”

“ โอ้ยยยย  นี่ตกลงเมียฉันเป็นคนหรือเป็นลูกแมวกันแน่  โห ดูสิเป็นรอยเลย  กัดมาได้ ”  ฮันคยองสะบัดมือเร่าๆ พลางมองรอยฟันคมของร่างบางที่ฝากเอาไว้  พร้อมกับหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับร่างบางที่ตอนนี้เผ่นลงจากเตียงไปแล้ว 

“ หึ หึ หึ แบบนี้มันต้องชดใช้  ที่กล้ามาทำร้ายนายใหญ่ผู้ยิ่งยงผู้นี้  หึ หึ หึ ”  เยซองถอยกรูดไปจนติดประตูห้องเมื่อร่างสูงก้าวยาวๆ มาหา  พร้อมกับใช้สองมือยันประตูไว้โดยมีร่างบางของเยซองอยู่ภายใน  ร่างสูงโน้มใบหน้าคมลงหาริมฝีปากบางอย่างช้าๆ

ก๊อก  ก๊อก  ก๊อก

“ พี่ครับ คุณชีวอนให้มาตาม  ได้เวลาไปเคารพสุสานของพวกคุณพ่อแล้วนะครับ ”  คยูที่กำลังยืนเคาะประตูอยู่ด้านนอก  ไม่ได้รู้เลยว่าตอนนี้กำลังขัดจังหวะพี่ชายตนอย่างจัง และเมื่อประตูเปิดออก  คยูก็ต้องงงๆ กับสีหน้าของคนทั้งสองที่เดินออกมาจากห้อง  เพราะเยซองนั้นสีหน้าบอกว่าดีใจจนแทบจะกระโดดกอดและหอมแก้มเขาได้เลยทีเดียว  ส่วนพี่เขา  เอ่อ  คยูคิดว่าถ้าเขาไม่ใช่น้องชาย  ฮันคยองต้องฆ่าเขาเป็นแน่

 

 

ภายในสุสานหน้าป้ายหินทั้งสามที่ได้สลักชื่อไว้ว่า ฮันจุนยัง  ชเว จองวอน  และคิม มินวู

ฮีซอลและแจจุง  เข้าไปเคารพป้ายหินของคนทั้งสามหลังจากที่ฮันคยองและชีวอนเคารพเสร็จและถอยห่างออกมา  ในขณะที่คยูและเยซองได้ปลีกตัวออกไปเคารพหลุมศพของชินดงและจุนกิ  หลังจากที่ฮีซอลและแจจุงเคารพเสร็จเรียบร้อย  คนทั้งสี่ก็มายืนนิ่งมองแผ่นป้ายเบื้องหน้าด้วยความเงียบ  จนกระทั้งฮันคยองพูดขึ้นมาในที่สุด

“ แล้วหลังจากนี้พวกเธอคิดจะทำอะไร ”  ฮันคยองเอ่ยถามฮีซอลที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ ก็ว่าจะพาแม่ย้ายไปอยู่แถวชานเมืองไกลออกไป  ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับโลกมืดอีก  หึ เพราะที่ตรงนั้นไม่มีคนที่ฮันอยากปกป้องอย่างจริงจังอีกแล้ว ”  ฮีซอลมองแผ่นป้ายหินด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย

“ แล้วคุณไม่คิดจะไปพบกับยุนโฮสักครั้งเลยรึ ” แจจุงไม่ได้หันมาสบตากับฮันคยองแต่ทว่ากลับมองออกไปด้านหน้าอย่างไร้จุดหมาย

“ ไม่หละ เขาไม่ใช่เด็กที่ต้องให้คอยปกป้องอีกแล้ว  และก็อีกอย่างผมอยากสืบหาข่าวของพ่อบุญธรรมมากกว่า  หลังจากที่ผมนำซีดีมาให้กับนายใหญ่  พ่อบุญธรรมก็หายสาบสูญไป  ผมลองไปที่ห้องทดลองลับแล้วก็พบว่าทุกอย่างหายไปหมด  ยังไงผมก็ต้องหาพ่อบุญธรรมให้เจอ  แล้วค่อยคิดเรื่องจะพบกับยุนโฮอีกครั้งดีหรือเปล่า ” 

ในขณะที่ฮีซอลและแจจุงกำลังจะหมุนตัวออกไปนั้น  ฮันคยองก็ได้เรียกไว้อีกครั้ง

“ ฮีซอลฉันขอถามอะไรอีกสักหน่อย  วันนั้นเธอพาเยซองหนีไปที่สถานทูตเพื่อต้องการอะไรกันแน่  และก็ทำไมถึงต้องไปอยู่กับอาเธอร์ด้วย ”  เมื่อได้ฟังฮีซอลก็หัวเราะออกมาเบาๆ  กับคำถามจากชายหนุ่มที่ได้ยิน

“ ประการแรกก็ตามคำสั่งของพ่อคุณเพื่อลองใจคุณว่าคุณรักเยซองจริงหรือเปล่าหรือเพียงแต่หลง  เพราะถ้ารักคุณจะมีสิ่งยึดเหนี่ยวด้านจิตใจ  และที่สำคัญพ่อคุณท่านรำคาญที่ลูกชายสุดที่รักมันไม่รู้จักใจตัวเองสักที  ส่วนเรื่องที่ทำไมถึงไปอยู่กับอาเธอร์  ก็อย่างที่รู้อาเธอร์ทำการค้ามนุษย์อย่างลับๆ กับ สมาคมกลางและคุณยูซอนก็มีความจำของนายท่านอยู่  มันทำให้สะดวกเวลาที่ยูซอนนำคนมาส่ง  และฉันจะสามารถแจ้งข่าวได้  และอีกประการอาเธอร์ไม่เพียงค้ามนุษย์แต่เขายังค้ายาเสพติดที่มาจากโลกมืดด้วย  ถ้าอยู่กับเขาฉันก็สามารถหาตัวยาที่ใช้ในการผลิตยาได้ง่ายขึ้นยังไงหละ  ส่วนคุณชีวอน  ฉันรักเพื่อนอย่างจีวอนพี่คุณจริงๆ นะ  ถึงแม้ว่าจากแรกๆ มันจะเป็นเพียงงานก็เถอะ  ฉันเคยคิดฆ่าตัวตายด้วยซ้ำตอนที่ไม่สามารถช่วยจีวอนไว้ได้  แต่นายท่านบอกว่าถ้าช่วยจีวอนไม่ได้ก็สามารถช่วยน้องชายของเพื่อนรักอย่างคุณให้เดินทางที่ถูกได้  ฉันเลยต้องมีชีวิตอยู่เพื่อบอกเรื่องทุกอย่างกับคุณ  เอาหละฉันคงต้องไปแล้วพวกคุณรักษาตัวให้ดีหละ ”  ฮีซอลหมุนตัวเดินห่างออกไป 

“ ฮีซอล  ผมขอโทษนะที่ให้คนทำร้ายคุณในวันนั้น อ่ะ ”  ฮันคยองตะโกนไล่หลังบางที่กำลังเดินห่างออกไป  แล้วก็ต้องยิ้มออกมาเมื่อร่างบางที่กำลังเดินอยู่โบกมือข้ามศรีษะมาเหมือนกับจะบอกว่าไม่เป็นไร

 

 

ภายในรถยนต์คันหรู  ชีวอนกำลังขับรถอยู่ซึ่งด้านข้างมีฮันคยองนั่งอยู่ด้วย  ส่วนด้านหลังมีคยูและเยซองที่กำลังชวนกันคุยตลอดเวลาพร้อมกับชี้ให้ดูข้างทางไปเรื่อย 

“ อา  เสร็จเรื่องสักที  เราคงได้พักกันสักทีหละนะ  หลังจากที่ทั้งยุ่งและเครียดกันมานานแล้ว ”  ฮันคยองหันไปพูดกับชีวอนที่กำลังขับรถอยู่

“ มันก็น่ายินดีอยู่หรอกครับ  เพียงแต่เสียดายที่คุณยุนโฮ  กับทงเฮไม่ว่างมางานฉลองของพวกเรานี่สิ ”  เยซองที่คุยกับคยูอยู่ด้านหลังยื่นศรีษะมายังด้านคนขับ  พร้อมกับเกาะพนักพิ่งด้านที่ฮันคยองนั่งอยู่

“ เอาน่าก็สองคนนั้นเขามีงานต้องทำ  วันหน้าเราต้องได้พบกับพวกเขาอีกแน่  หืออออ  เยซองกลับไปนั่งด้านหลังให้ดีๆ  ชีวอน  นายสังเกตไหม ”  ชีวอนเหลือบไปมองฮันคยองนิดก่อนที่จะตวัดสายตาไปมองยังกระจกที่ใช้ส่องหลังรถ

“ ท่าจะไม่ดีซะแล้วสิ  ทั้งสองคนหมอบลงกับเบาะด้านหลังนะ  ห๊ะ  ทุกคนเกาะเร็ว ”

 

เปรี้ยง!!!!   เอี้ยดดดดดดดด  โครมมมมมมมม  ตูมมมมม

 

เสียงปืนที่ดังสนั่น  เจาะเข้ามาภายในรถยนต์อย่างแม่นยำ  ทำให้รถยนต์เสียหลักและพุ่งลงข้างทาง  ยังไม่ทันที่รถยนต์ที่ผ่านไปมาจะได้ทันเข้าไปช่วย  รถยนต์ที่แน่นิ่งหลังจากที่มีไฟลุกท่วมก็เกิดระเบิดเสียงดังสนั่น

 

 

สี่สิบห้าวันหลังจากที่งานศพคนทั้งสี่เสร็จสิ้นลง  ทนายความก็ได้นำเอกสารหนึ่งมาเปิดต่อหน้าของคิบอม  คิ้วเข้มของคิบอมขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อได้ยินว่ามันคือพินัยกรรมของฮันคยองและชีวอน  โดยทนายได้เปิดพินัยกรรมออก  โดยมีคังอิน  ซองมิน  ยุนโฮ  ทงเฮ  และฮยองแจ  อยู่ร่วมเป็นพยาน

“ เอ่อ  ตามพินัยกรรม คนทั้งสองลงชื่อยกกิจการทั้งหมดและมอบการดูแลสูงสุดให้กับคุณคิบอมเป็นคนรับผิดชอบและสานต่อเจตนารมย์ครับ ”  หลังจากที่ทนายได้อ่านพินัยกรรมให้ฟังและยื่นพินัยกรรมดังกล่าวให้แก่คิบอมแล้ว  ทนายความก็สรุปข้อความสำคัญให้กับคิบอมได้ทราบ  และเมื่อทนายกลับไปแล้วเหลือเพียงพวกเขาที่อยู่ด้วนกันภายในห้อง

แคว่กกกกก

“ เฮ้ยยย  ไอ้บอมแกฉีกพินัยกรรมไม่ได้นะ ไอ้ยุนช่วยห้ามที  อ้าว  เฮ้ยยย  นั่นแกจะไปไหน ”  คังอินเห็นว่าคิบอมกำลังจะฉีกพินัยกรรมทิ้งก็กระโดดเข้าไปห้าม  ในขณะที่หันไปตะโกนขอความช่วยเหลือจากยุนโฮ  แต่ทว่ายุนโฮกลับดึงมือทงเฮเดินลิ่วออกไปจากห้องนั้นซะแล้ว  ทำให้คิบอมหันมาจะวิ่งไปหายุนโฮแทนแต่กลับถูกคังอินรั้งตัวเอาไว้  คิบอมจึงได้แต่ชี้นิ้วไปที่ยุนโฮและตะโกนไล่หลัง 

“ ไอ้คุณยุนโฮครับ  บอกมาว่าไอ้พวกคุณเจ้านายมันแกล้งตายแล้วไปมุดหัวกันอยู่ที่หนายยยยยย  กลับเดี๋ยวนี้นะว้อยยยยย ”

“ แกสติแตกไปแล้วหรือไงวะ พวกเขาตายไปแล้วนะโว้ย ”  คังอินยังพยายามรั้งตัวของคิบอมไว้เพราะคิดว่าเพื่อนอาจจะเสียสติไปแล้ว  แต่ก็ต้องชะงักเมื่อคิบอมหันมาแยกเขี้ยวใส่

“ เอ่อครับคุณเพื่อน  ตอนแรกก็เสียใจแทบบ้าและก็คิดแบบนั้น  แต่พอมาคิดดูตั้งแต่งานฉลองได้คุณยุนโฮก็ไม่มา  ไอ้คุณนั้นมันหายไปไหน  และก็พินัยกรรมนี่อีก  พอมาคิดทบทวนดูให้ดี  ที่ไอ้คุณยุนโฮไม่มาร่วมงานเพราะไปเตรียมการตายให้ไอ้คุณเจ้านายทั้งสองอยู่อ่ะดิ  ตอนนี้ตรูเก็ดแล้วเฟร้ยยยยย  แมร่งงงจะฆ่าให้หมดเล้ยยยย  อย่าให้เจอตัวเชียวนะ  แกร่รรรรรร ”  คังอินเมื่อได้ยินที่คิบอมพูดก็ได้แต่ตกใจ เผลอปล่อยมือจากคิบอม

“ จริง  จริงเหรอ  พวกนั้นยังไม่ตาย  ฮ่า ฮ่า ฮ่า  โอ้ยยย  ดีใจหลาย ”  คังอินหันมากอดกับซองมินและฮยองแจที่กำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ  โดยที่คิบอมเมื่อเป็นอิสระก็วิ่งลิ่วตามหลังยุนโฮออกไปติดๆ

“ อ้าวเป็นไรไปหละ  น่าจะดีใจนะที่พวกเขาปลอดภัยนะ  ว่าแน่นายแน่ใจจริงป่ะ ”  ในขณะที่คนทั้งสามกำลังกอดกันกลมด้วยความดีใจ  ก็หันไปเห็นคิบอมเดินหน้ามุ่ยกลับเข้ามา  เหตุเพราะตามยุนโฮกับทงเฮไม่ทันนั้นเอง

“ เอ่อดิครับไอ้คุณเพื่อน  แน่ใจเต็มร้อยจากท่าทีการหนีของไอ้คุณยุนโฮเนี่ยหละ  ชิ  ไม่หน้ามาโง่ตอนจบเลยกรู ”  คิบอมทิ้งตัวลงบนโซฟา  กอดอกแน่นอย่างคนอารมณ์เสีย  ในขณะที่คนอีกสามคนกำลังกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเป็นครั้งที่สอง

 

 

บนเกาะเล็กๆ  ที่มีบ้านพักหลังน้อยตั้งอยู่ ร่างบางสองร่างกำลังวิ่งเล่นล้อเกลียวคลื่นอยู่อย่างสนุกสนาน  ทางกลางสายตาของชายหนุ่มที่เป็นคนรัก

“ นี่วันนี้แล้วสินะที่ทนายความจะนำพินัยกรรมของเราไปเปิดหนะ  คิดว่าคิบอมจะรู้ตัวไหม  แล้วคิดว่าเขาจะหาเราเจอรึเปล่า ”  ชีวอนหันมาถามฮันคยองหลังจากที่พากันออกมาเดินเล่นได้สักพัก

“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า  คิบอมรู้ตัวแน่  หมอนั้นฉลาดจะตาย  และที่ฉันให้พวกเราแกล้งตายโดยปิดบังคิบอมไว้ก็เพราะกลัวว่าหมอนั้นจะไม่รับผิดชอบต่อจากเรานี่แหละ ถึงจะรู้สึกผิดอยู่บ้างก็เถอะ ”  ฮันคยองหันไปมองหน้าชีวอนก่อนที่จะยิ้มกว้างออกมา

“ แต่รู้สึกผิดแค่นิดเดียวนะ  ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” ชายหนุ่มทั้งสองประสานเสียงหัวเราะกันเสียงดังจนร่างบางทั้งสองที่วิ่งอยู่ชายหาดต้องหันมามองด้วยความสงสัย  ก่อนที่ร่างบางทั้งคู่จะหันไปยิ้มให้แก่กันและกัน  เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มทั้งสองกำลังเดินตรงมาที่พวกตน  และออกตัววิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน  เสียงหัวเราะของคนทั้งสี่ที่ดังไปทั่วบริเวณ  บอกให้รู้ว่าพวกเขากำลังมีความสุขแค่ไหนกับความสงบที่ได้รับในขณะนี้

 

 

สิบปีต่อมา

ห้องโถงใหญ่ภายในสำนักมังกรคู่พยัคฆ์  คิบอมยืนเอามือไขว้หลังมองแผ่นป้ายที่ถูกสลักรูปคู่ของมังกรครามและพยัคฆ์ขาว

“ อ๊ะ  อา ”  คิบอมยกมือขึ้นกุ้มขมับ  รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างฉับพลันจนต้องค่อยๆ เคลื่อนตัวไปนั่งที่เก้าอี้นวมตัวใหญ่  มือแกร่งจับขอบของโต๊ะทำงานไว้แน่นเพื่อระงับความปวดร้าวที่เกิดขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ  จนกระทั้งคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันเริ่มคลายตัวออก  มือแกร่งที่เกาะขอบโต๊ะไว้ถูกยกขึ้นมาเสยผมอย่างลวกๆ  ก่อนที่จะลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ  แต่ทว่าดวงตานั้นกลับไม่ใช่ของคิมคิบอมแม้แต่น้อย

“ หึ หึ หึ  อา  ทุกคนเพิ่งจะได้พบกับผมสินะ  อาห๊ะถ้าอยากรู้ว่าผมเป็นใครลองนึกทบทวนนิดนะครับ  จำได้มัยครับว่ามีสามองค์กรใหญ่ของโลกมืดคอยทานอำนาจกันอยู่  หนึ่งในนั้นคือกลุ่มนักฆ่า  ใช่ครับผมคืออดีตหัวหน้าคนเก่าก่อนที่จะยกตำแหน่งให้กับฮันจุนยัง เดิมทีผมคิดจะฝั่งชิฟของตัวเองไว้ที่ฮันคยองแต่ทว่าฮันจุนยังฉลาดเกินไป  ผมจึงให้นักฆ่าแอบเข้ามาในสำนักมังกรครามอย่างเงียบๆ และเลือกฝั่งชิฟของตนเองไว้ในสมองของคิบอม  ก่อนที่จะยกตำแหน่งให้กับฮันจุนยัง  และวางแผนให้พวกมันฆ่ากันเอง  ทำไมคิบอมถึงฉลาดนัก  นั่นก็เพราะบางครั้งผมก็ใช้ความคิดแว่บเข้าไปในหัวเขานะสิ  อาหลายคนยังสงสัยสินะ  งั้นผมจะบอกอะไรให้อีกหน่อยเอาบุญหละกัน  คิดว่าใครเป็นคนต้นคิดการถ่ายโอนเหรอครับ  คิดว่า จองวอน รู้เรื่องการถ่ายโอนได้ยังไงในเมื่อมันเป็นความลับแน่นอนเพราะผมเป็นคนบอกเขานะสิ  แล้วก็วางแผนให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจผิดกันและก็ฆ่ากันเอง  แต่นั้นยังไม่ใช่จุดประสงค์ใหญ่  นี่ไงครับ  นี่ต่างหาก  สองแก๊งที่ยิ่งใหญ่มารวมกันแล้วและอยู่ภายใต้การควบคุมของผม  อาลองกลับไปอ่านใหม่สิครับ  ยูซอนเคยบอกไว้นี่ว่ามีสามองค์กรใหญ่  และการถ่ายโอนมีให้กับคนสามคน  แล้วอีกคนคือใครหละ อ่ะ  อ่ะ  อย่าพยายามคาดคั้นไรเตอร์เลยครับเขาไม่กล้าบอกคุณหรอก  เพราะยูซอนเคยบอกไว้แล้วว่าคนที่รู้เรื่องการถ่ายโอนดีไม่มีใครรอดมาจ่ายค่าข่าวได้สักคน  เพราะฉะนั้นไรเตอร์คงไม่กล้าบอกอะไรคุณหรอก  เพราะเขาก็กลัวตายเหมือนกัน  ส่วนคนที่เป็นแฟนของฮันคยองกับชีวอน  ช่วยเตือนเขาที่นะครับว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคตถ้ายังอยากมีขีวิตอยู่กับคนรักให้นานๆ อย่าแส่เข้ามายุ่งเด็ดขาด  เพราะนั้นอาจทำให้ลมหายใจของพวกเขาหยุดลง  ส่วนพวกคุณทั้งหมดก็หมดหน้าที่ของพวกคุณแล้วเช่นกัน  ไม่มีอะไรให้พวกคุณต้องรู้อีก  อยู่ในโลกเสรีและมีอิสระของคุณไป  ส่วนผมก็จะมีชีวิตอยู่ในโลกมืดของผม บ้ายบายนะครับทุกคน ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”

 

..............................................จบคร้า........................................

ขอบอกว่าตอนนี้ยาวมากๆ เลยใช่ป่ะ  ก็นะ  ว่าจะตัดออกแล้วแต่มันเสียด๊ายเสียดาย  เลยเอาลงมาทั้งหมดนี้แหละ  5555++  ไงหละ  จบได้ถูกใจหรือขัดใจใครหรือเปล่าหละเนี่ย

แฟนคลับ [4]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 บอกว่า :
    ว้าวๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    จบหักมุมได้ใจมากๆจร้า

    19 ต.ค. 52 / 14:25

    2 บอกว่า :
    ไรเตอร์เพื่อนเอ๋ย
    จบได้หักมุมมากเลย
    แต่ก็หนุกดี 
    อิอิ
    20 ต.ค. 52 / 23:06

    3 บอกว่า :

    ตามมาอ่านค่ะ ซู๊๊ดดดดยอด
    23 ต.ค. 52 / 01:08

    1


      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    1
    Comments
    3
    Fanclub
    4


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ


         อัพเดท 30 พ.ย. 52