|
ซาหวัดดี คราฟ.........ป๋ม เธอไม่ต้องดูดีเหมือนคนอื่นเขา แค่คอยดูแลแบ่งเบาในยามท้อ มีเธอเป็นคนรักที่รักฉันก้อมากพอ เติมเต็มแล้วฉันไม่ขอ...ไม่ต้องการอะไร
นี่ๆ มีนิทานมาเล่าให้ ฟังกาน
ชื่อเรื่องว่า ความรักเปรียบดั่งสายน้ำ
ณ ทะเลทรายแห่งหนึ่ง ซึ่งอากาศร้อนระอุ นานๆ ครั้งฝนจาตกลงมา เหล่าสัตว์และพืชต่างๆ ต้องรอคอย เพื่อต้องการน้ำมาประทังชีวิต ต่อไปจะเล่าถึงกระบอกเพชรต้นหนึ่ง กระบอกเพชรต้นนั้น เติบโตในทะเลทรายแห่งนี่มานาน แล้ว ในชีวิตของมัน ไม่เคยเจอกับหยาดน้ำฝนเลย สักครั้งมันได้แต่รอคอยวันนั้น วันที่ฝนตกลงมา ในไม่ช้าเม็ดฝนเม็ดแรกก้อได้ปรากฏในชีวิตของมัน มันดีใจมากที่ได้เห็นสายน้ำหยาดน้ำฝน แต่มันก้อรู้ว่าอีกไม่นาน ฝนที่ตกก้อต้องจากมันไป มันมัวแต่ร้องไห้กับการจากไปกับหยาดฝนที่ตกลงมาเพืยงน้อยนิด แต่มันก้อมีความสุขแม้สายฝนที่ตกลงมาจะเป็นเวลา อันน้อยนิดก้อตาม...
ร้อยเพลงฝัน เย็นสายลมห่มหล้าอาบฟ้ากว้าง หยาดน้ำค้างแต่งแต้มริมแก้มสรวง ม่านฟ้าพราวดาวระยับประดับดวง เปลี่ยนตามห้วงคืนวันที่ผันแปร ดุจชีวิตดิ้นรนที่พ้นผ่าน ดั่งสายธารวกเวียนไม่เปลี่ยนแน่ มีเจ็บช้ำน้ำตาคราอ่อนแอ คราวพ่ายแพ้เหนี่อยล้าอย่าหวั่นใจ ศึกษาตนแห่งตนรู้ค้นคิด ค้นชีวิตปรับแปรเพื่อแก้ไข แม้จุดหมายปลายทางจะห่างไกล แต่เส้นชัยยังอยู่เคียงคู่เรา เมื่อหัวใจไม่ท้อต่อความทุกข์ เสี้ยวความสุขมีให้เห็นเมื่อใจเศร้า แม้ปัญหาสารพันก็บรรเทา ถ้ายึดเอาคุณธรรมชี้นำตน อยากจะเป็นดั่งดาวแวววับฟ้า บรรเจิดจ้าทอแสงทุกแห่งหน รู้สรรค์สร้างความดีที่ใจตน บุญกุศลเสริมให้....สุขใจจริง (ขวัญฤทัย แก้วงาม สงขลา)
ฉันก้อมีค่า
ฉันไม่รู้ว่าฉันมาอาศัยที่ยอดไม้ต้นสักนี้ตั้งแต่เมื่อไร เท่าที่ฉันจำความได้รากของฉันก็หยั่งลึกลึกลงไปในเนื้อไม้ของต้นสักต้นนี้เสียแล้ว
"นี่ๆ เจ้านกเจ้านกสีชมพูสวน เธอรู้ป่าวว่าฉันมาอยู่บนต้นสักต้นนี้ตั้งแต่เมื่อไร" ฉันถามเจ้านกชมพูสวน ตัวกระจิริด แต่เสียงดัง มีขนสีแดงสดเป็นแนวยาวไปถึงโคนหางด้านบน ที่กำลังกินลูกไม้กาฝากอย่างมีความสุข
"ฉันก้อไม่รู้เหมือนกันจ๊ะ" นกสีชมพูสวนตัวนั้นตอบ "ตั้งแต่ฉันลืมตาดูโลก จนเติบใหญ่แล้วบินมากินทางนี้ก้อเห็นเธออยู่ที่นี่แล้ว"
ยังไม่ทันที่นกสีชมพูสวนพูดจบ นกปรอดหัวโขนที่กำลังกินแมลงอยู่ใกล้ๆ ก้อบินเข้ามาร่วมคุยด้วย "เรารู้นะว่าเธอมาจากใหน"
"งั้นบอกมาสิจ๊ะว่าฉันมาจากใหน" กาฝากถามด้วยท่าทางอยากรู้
"แม่ของข้าเล่าว่า เมื่อ 4 เดือนก่อน แม่ได้ไปกินลูกไม้กาฝากจากต้นจำปาโน้น" นกปรอดหัวโขนพูดพลามชี้ปีไปทางทิศเหนือ "แล้วมาบินกินแมลงอยู่แถวนี้ ก้อได้ถ่ายมูลที่เม็ดกาฝากนั้นคือ
"เธอ" ใว้ตรงนี้ จากนั้นเอก้อเจริญเติบโตเรื่อยมา จนออกลูกมาให้พวกเรากินไงล่ะ" ว่าแล้วนกปรอดหัวโขนก้อจิกกินลูกไม้ทันที แล้วพุดต่อว่า "เดี๋ยวเราจะไปถ่ายมูลทิ้งใว้ที่ต้นอื่นๆ ต่อ จะได้มีลูกไม้กาฝากให้กินเยอะๆ ในเดือนต่อๆ ไป"
"ไม่จริงหรอก เธอโกหกแน่ๆ เลย" นกสีชมพูสวนไม่เชื่อ
"ที่เธอว่ามาเป็นเรื่องจริงแน่นะ" กาฝากถามด้วยความมั่นใจ
"ข้ารับรองว่า ข้าพูดความจริง" นกปรอดหัวโขนตอบ แล้วอุปมาว่า "เราไม่กลับกลอกเหมือนมนุษย์หรอก"
การสนทนาระหว่างกาฝากกับนกปรอดหัวโขนจบลงเพียงแค่นั้นเพราะแมลงตัวเล็กๆ บินล่อตานกปรอดอยู่เต็มไปหมดไปหมด
"เราอยากไปหาแม่ของเราจัง อยากไปหาเคารพท่านสักครั้งหนึ่งในชีวิต และอีกอย่างฉันจะมีหน้าตาเหมือนแม่หรือป่าว" กาฝากใครรู้ "เราจะทำอย่างไรดี ไปใหนก้อไม่ได้ เจ้านกชมพุสวนช่วยฉันหน่อยสิ"
"งั้น..... เอาอย่างงี้ฉันจะบินไปทางต้นจำปาทางโน้นตามที่นกปรอดหัวโขนบอก แล้วจะบินมาเล่าเรื่องให้เธอฟัง ดีหรือป่าว" ฉันเห็นด้วยจึงตอบตกลง แล้วนกสีชมพูสวนขอตัวไปหากินที่อืนต่อ ตอนบ่าย ตะวันคล้อยมาทางทิศตะวันตก เหล่านกบินไปพักผ่อน แถวต้นไม้เพื่อหลบความร้อนจากแสงแดดจากดวงอาทิตย์ บรรยากาศช่างทำให้ฉันเคลิ้มหลับกลางวันเสียจริง แต่แล้วฉันรู้สึกจั๊กจี้ เหมือนมีมดตัวเล็กๆมาไต่บนตัวฉัน ก่อนที่ฉันจะเอ่ยปากทักทาย เสียงหนึ่งที่ดังขึ้น "พี่กาฝากจ๋า ฉันขอยืมใบไม้ของพี่ทำรังหน่อยได้ใหมจ๊ะ" มดแดงประสานเสียงพูดพร้อมกัน "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เราเพื่อนร่วมโลกใบเดียวกัน มีอะไรให้ได้ฉันให้หมด" กาฝากพูดอย่างเป็นมิตร "ขอบคุณจ๊ะพี่กาฝาก" มดแดงประสานเสียงพูดอีกครั้ง "ไม่เป็นไรหรอก" นับตั้งแต่นั้นมา ตลอดเวลาฉันก้อมีเพื่อนคุย ไม่เหงาเหมือนแต่ก่อน "วันนี้ได้อะไรมากินหรือจ๊ะ มดน้อย" ฉันถามขึ้น "หนอนที่กินใบของพี่กาฝาก" มดแดงตัวน้อยตอบ "มันคงทำให้พี่เจ็บไม่น้อยเลยใช่ใหมจ๊ะ" "ขอบใจมากนะ" ฉันมีความสุขมากเหลือเกิน ที่มีมิตรเช่นนี้ ทุกเช้า ฉันตั้งหน้าตั้งตารอเจ้านกสีชมพูสวนกลับมาเล่าเรื่องความเป็นอยู่ของแม่ให้ฟัง วันแล้ววันเล่าจนล่วงไปถึงวันที่เจ็ด "กาฝากๆ" เหมือนมาใครมาเรียกฉันแต่ไกล "ฉันเอง" "อ้อ เจ้านกสีชมพูสวนนี่เอง" "เป็นอย่างไรบ้าง" "ก็ สบายดีนะ ฉันไปที่ต้นจำปามาแล้ว ที่โน้นมีกาฝากขึ้นเต็มไปหมดเลย ไม่รู้ว่าใครเป็นใครบ้าง แต่ที่แน่ๆ ที่นั้นมีลูกไม้ให้ฉันกินจนอิ่มแปล้เลย" "ไม่เป็นไร ขอบใจมากนะเจ้านกน้อย" บ่ายวันหนึ่งต้นสักที่ฉันอาศัยอยู่ด้วยก็ถามคำถามที่สะกิดใจฉันว่า"นี่เจ้ากาฝาก ทำไมเจ้าไม่คิดที่จะหาน้ำและแร่ธาตุกินเองบ้าง ล่ะคอยดูดน้ำจากฉันอยู่เรื่อย" "ก็..." ในตอนนั้นฉันยังไม่มีเหตุผลที่ดีให้กับต้นสักไม่ได้นอกเสียจาก "ธรรมชาติให้ฉันมาเป็นเช่นนี้" ต้นสักทำทีเมินเฉยต่อคำพูดของฉัน ฉันเลยรู้สึกผิดตั้งแต่นั้นมา... วันเวลาผ่านไป... ฉันก็เริ่มเห็นน้องๆ กาฝากเกิดใหม่บนต้นสักที่ฉันอาศัยอยู่ รากค่อยๆ งอกลงไปในเนื้อไม้ดูดน้ำและแร่ธาตุจากต้นสัก ใบสีเขียวอ่อนๆขนาดเล็กเริ่มผลิ เพื่อสร้างอาหาร "ตอนเเรกเกิดฉันก็คงเป็นอย่างนี้สินะ" ฉันคิด "แต่ต้องอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมธรรมชาติต้องให้พวกฉันมาคอยเอาเปรียบผู้อืนอยู่อย่างนี้" "ที่จริงแล้ว ฉันไม่อยากเกาะกินน้ำจากต้นสักหรอก" ฉันตะโกนขึ้นมาดังๆ "ฉันอยากหากินเองบ้าง" แต่แล้วในเช้าตรู่ของวันหนึ่ง ขณะที่ฉันกำลังงัวเงียกับการตื่นนอนใหม่ๆ แสงสีเหลืองนวลกำลังประกายอยู่เหนือขอบฟ้าไม่มากนัก
ฉึกๆ..... เสียงเลื่อยกิ่งไม้ดังขึ้น กิ่งไม้ที่ว่าใช่กิ่งใหนอื่น นอกเสียจากกิ่งที่มีกาฝากอย่างพวกฉันอาศัยอยู่ ฉันและน้องๆ ตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็วด้วยแรงโน้มถ่วงของโลก พร้อมกับรังมดแดง
โชคดีที่พวกมดแดงไม่เป็นไร เพราะมีกิ่งไม้กันกระเเทกใว้และจากนี้ไปฉันคงเป็นที่อยู่ให้กันมดแดงไม่ได้ เนื่องจากฉันกำลังหมดลมหายใจ พวกมดแดงต่างเดินเป็นแถวออกจากรังอย่างเป็นระเบียบ พร้อมพูดอย่างพร้อมเพรียงกันว่า "ขอบใจพี่กาฝากมากๆที่ให้ที่อยู่อาศัยอันอบอุ่นกับพวกเราโดยตลอด" มดตังสุดท้ายที่จากฉันไปได้กล่าวกันฉันเป้นการส่วนตัว แต่อยากให้ทุกคนรู้ว่า "พี่กาฝากก็มีคุณค่านะคราฟ........" อยากฟังนิทานแนวใหนก้อส่ง msgบอกป๋มนะหรือว่าทางข้อความลับก้อได้ใครอยากฟังแนวใหนมากสุดป๋มก้อจะจักให้ ซึ้งๆก้อมี ป๋มจะจัดให้ ประจำเดือน
nikkijung _narak -nik
ki- -nik ki-
- Pe ko- - Pe ko- - Pe
ko-
|