เปรียบเทียบสำนวนพม่ากับสำนวนไทย
คำว่า สำนวน ในบทความนี้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า expression หมายถึงถ้อยคำที่ใช้สื่อสารกัน เป็นถ้อยความที่มีความหมายลึกซึ้งโดยนัย ดังนั้น สำนวน จึงหมายรวมถึง คำคม สุภาษิต คำพังเพย โวหารต่างๆ
1. แจ๊ว ป๊า ซ้าว ตี้ ดีดพิณข้างหูควาย
การดีดพิณข้างหูความนั้น ไม่ว่าจะดีดอย่างไร ย่อมไม่เกิดประโยชน์ เพราะความไม่สามารถฟังเข้าใจได้จึงไม่รู้สึกถึงความไพเราะของบทเพลง สำนวนนี้ใช้กับผู้ที่โง่ไม่มีปัญญา ไม่ว่าจะอธิบายอย่างไรก็ไม่เข้าใจเนื้อหา ตรงกับสำนวนไทยว่า สีซอให้ความฟัง ทั้งสองสำนวนมีความหมายตรงกันต่างกับเฉพาะสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบคือเครื่องดนตรีนั้นเอง
2. เคว้ ขะ-เล้ อะ-ย้อ-หวิ่น ป๊า ฮเลียะ น้า ฮเลียะ คุ้นเคยกับลูกหมา เลียแก้ม เลียหู
ตรงกับสำนวนไทยว่า เล่นกับหมา หมาเลียหน้า หรือ เล่นกับหมา หมาเลียปาก ซึ่งเป็นสำนวนที่สอนให้ระมัดระวังการวางตนมิควรแสดงความสนิทสนมกับบุคคลที่ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงมิฉะนั้นอาจมีสิ่งใดเกินเลยได้
3.สหย่า มย้า ต๊า เต่ มากหมอ ลูกตาย
ตรงกับสำนวนไทยว่า มากหมอ มากความ คือยิ่งฟังความคิดจากหลายคนก็ยิ่งหลากหลายจนไม่อาจหาข้อสรุปได้ ทำให้เสียเวลา เสียประโยชน์ที่จะได้รับ
4.ง้า เซ้ย มหยื่น ง้า กี่น ปยิ เห็นปลาสด ทิ้งปลาย่าง
เพราะปลาสดเนื้อจะมีรสหวานกว่า อร่อยกว่า บางคนแม้จะมีปลาย่างอยู่ในมือแต่เมื่อพบปลาสดอาจทิ้งปลาย่างอย่างไม่แยแส ตรงกับสำนวนไทยว่า ได้แกง เทน้ำพริก หรือ ได้ใหม่ลืมเก่า
5. จ๊า เจ้า โละ ฉี่น จี๊ โก๊ ฉี่น จี๊ ก๊ะ จ๊า แทะ โซ้ กลัวเสือ พึ่งพาสิ่งศักดิ์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์กลับร้ายกว่าเสือ
ตรงกับสำนวนไทยว่า หนีเสือปะจระเข้ ขึ้นต้นไม่ปะรังแตน คือหนีอันตรายอย่างหนึ่ง กลับพบกับอันตรายอีกอย่างหนึ่ง ความหมายของทั้งสองสำนวนคล้ายกันคือ การเปรียบบุคคลที่หนีภัยอย่างหนึ่ง แต่กลับไปพบภัยอีกอย่าง ซึ่งภัยครั้งหลังอาจร้ายแรงกว่าภัยครั้งแรกก็ได้
6.ง้า โค้ง มะ ตะ-ก่าว เจ้า ตะ-ฮเหล่ โล้ง โปะ เรือเหม็นเน่าทั้งลำ เพราะปลาตัวเดียว
ตรงกับสำนวนไทยคือ ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นทั้งข้อง คือหมายถึงมีผู้กระทำผิดเพียงคนเดียว แต่คนอื่นๆที่มีต้องพลอยเสียหายเพราะการกระทำนั้นไปด้วย
7. นว้า เป่ย ถู่ หลู่ ฮเวะ พยุงวัวผอม คนถูกขวิด
ใช้กับผู้ที่ไม่รู้บุญคุณที่ผู้อื่นทำแล้วแก่ตน นอกจากไม่รู้บุญคุณแล้วยังกระทำสิ่งร้ายต่อผู้มีพระคุณอีก ตรงกับสำนวนไทยว่า ชาวนากับงูเห่า ทั้งสองสำนวนใช้สอนให้ระมัดระวังการช่วยเหลือคนว่า ต้องคิดพิจารณาผู้ที่ตนจะช่วยให้ดี หากเป็นผู้อกตัญญูแล้ว ตนอาจได้รับผลร้ายเป็นรางวัลตอบแทนความช่วยเหลือ
8. ต๊า เหล่ ป่อ เอ้ย ต๊า เหย่ น้า ซ้า นอนบนผืนหนัง กินหนัง
สำนวนนี้ใช้กับคนที่อาศัยอยู่กับผู้อื่นหรืออาศัยทำงานกับผู้อื่น แต่กลับทำผิดคิดร้ายต่อผู้ที่ตนอาศัยนั้น บุคคลผู้นั้นเป็นคนอกตัญญูยิ่ง ตรงกับสำนวนไทยว่า กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา บุคคลที่มีพฤติกรรมนี้ สมควรถูกประณามเป็นที่สุดเพราะสนองคุณด้วยการทำร้ายผู้มีคุณ คนไทยเชื่อว่าบุคคลใดก็ตามที่มีพฤติกรรมเช่นนี้จะไม่เจริญด้วยเป็นผู้ไม่รู้บุญคุณคน
9.หลิ่น ฮนิ่น มะย้า ฉ่า ฮนิ่น ตว้า ผัวกับเมีย ลิ้นกับฟัน
สำนวนพม่านี้ตรงกับสำนวนไทยทุกประการ ของไทยนั้นใช้ว่า ผัวกับเมียเหมือนลิ้นกับฟัน บางครั้งผัวกับเมียย่อมหลีกเลี่ยงการกระทบกระทั่งไปไม่พ้น ด้วยเหตุที่ใกล้ชิดกัน รับผิดชอบสิ่งต่างๆร่วมกันตลอดเวลา แต่ถึงอย่างไรการทะเลาะกันหาได้เป็นเหตุให้ทั้งสองฝ่ายต้องเลิกจากกันไม่ ย่อมต้องกลับมาคืนดีกัน อยู่ร่วมกันไปตลอดเช่นเดียวกับลิ้นและฟัน
10. ตะ-โค้ เต่ ผ่อ ฮญิ ตี่ ขโมยชักชวนเพื่อนไปตาย
คบเพื่อนที่เป็นขโมยก็มักชักชวนให้ไปขโมย จนถูกจับ ถูกทุบตีถึงแก่ชีวิต การคบเพื่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญควรเลือกคบแต่เพื่อนดี เพื่อนที่ไม่พาไปสู่ความหายนะคบแต่เหมือนที่แนะหนทางสว่าง ทางแห่งความก้าวหน้า ตรงกับสำนวนไทยคือ คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
11. ตะ มี้ ตะ ก่าว นว้า ตะ ถ่าว ลูกสาว 1 ตัว วัว 1 พัน
เปรียบการเลี้ยงลูกสาว 1 คนนั้นยุ่งยากเทียบเท่ากับการดูแลวัวถึงพันตัว ตรงกับสำนวนไทยว่า มีลูกสาวเหมือนมีส้วมอยู่หน้าบ้าน เพราะการมีลูกสาวนั้นยากที่จะป้องกันจากความเสื่อมเสียได้ ลูกสาวอาจกระทำเรื่องให้เสื่อมเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลได้ง่าย แสดงให้เห็นแนวคิดที่มีต่อลูกสาวและการเลี้ยงลูกสาวว่าต้องระมัดระวังปกป้องดูแลเป็นพิเศษเพื่อป้องกันความเสื่อมเสียที่อาจจะเกิดขึ้นแม้ว่าทั้งสองสำนวนมีความหมายไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ที่ยกมาก็เพื่อให้ลองเปรียบเทียบระหว่างแนวคิดของพ่อแม่พม่าและพ่อแม่ไทยต่อการดูแลลูกสาว
12. แจว๊ะ มะ ไหน่ จี่ มี้ แนะ โชะ เอาชนะหนูไม่ได้ เผายุ้งข้าว
ตรงกับสำนวนไทยว่า ฆ่าช้างเอางา เผาป่าหาเต่า ขุดเถาเอายอด คือหมายถึงการทำลายล้างสิ่งที่ใหญ่โตเพียงเพื่อของสำคัญเพียงเล็กน้อยโดยไม่คิดว่าคุ้มค่าสมควรกระทำหรือไม่ สำนวนไทยมักใช้กับการลงทุนเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างหนึ่ง สำนวนพม่าสำนวนนี้ยังใช้กรณีต้องการเตือน เช่นเมื่อเวลาทะเลาะด่าว่ากัน ควรดุด่าเฉพาะคนนั้นไม่ควรว่าลามไปถึงบริวารญาติผู้ใหญ่ แต่มีความหมายรวมกันคือ การกระทำที่กระทำแล้วผลที่ได้ไม่เท่าสิ่งที่ต้องเสียไป