แรงบันดาลใจหรือ Copy มา...
ตอนก่อนหน้า

แรงบันดาลใจหรือ Copy มา...
เกริ่นเรื่อง: แรงบันดาลใจกับการก๊อบ ขอบเขตของสิ่งที่เรียกว่าแรงบันดาลใจ
3 ต.ค. 52 , View: 801 , Post : 2


แรงบันดาลใจหรือ Copy มา...

หลายครั้งที่ผู้คนพูดถึงเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญหา หลายๆ ครั้งที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ และนี่คงเป็นอีกหนึ่งมุมมองของหนึ่งในคนที่เรียกตัวเองว่า เด็กที่ย่างก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แน่นอนว่าเราไม่ได้ผ่านโลกมามากมาย ไม่ได้มีความรู้เยอะแยะ แต่สิ่งที่จะกล่าวต่อจากนี้เกิดจากความคิด และสิ่งที่ได้เผชิญมา

ก๊อบ เป็นคำศัพทย์ที่ผู้กันจนติดปาก กล่าวได้ว่าการก๊อบแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมไทย ตั้งแต่กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอางค์ นั่นล้วนแล้วแต่เพื่อการค้าซึ่งก็รู้กันดีว่าผิดกฎหมาย แต่นอกจากนั้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่เราพบเห็นกันว่า มันลอกเขามาชัดๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆ และใกล้ตัว เพลง เราเป็นคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลง อาจจะมีเพลงไทยน้อยกว่าเพลงต่างชาติ แต่นั่นทำให้เราได้รู้หลายๆ อย่าง ประเด็นที่กลุ่มคนฟังเพลงชอบจ้องจับผิดคืออะไร เมโลดี้ของเพลงคล้ายคลึงกัน อย่างช่วงนี้ก็คงจะเป็นเพลงไทยที่ไปคล้ายกับเพลงญี่ปุ่น เพลงเกาหลีที่ไปคล้ายกับเพลงฝรั่ง

กลุ่มคนที่จะแก้ต่างให้ก็มักมีแนวคิดว่า “โน้ตดนตรีมันก็มีแค่ไม่กี่ตัวจะซ้ำกันบ้างก็ไม่เห็นแปลก” หรือ “ถึงจะก๊อบแต่เราชอบมากก่า เพราะมากกว่า จะทำไม” มันเป็นเรื่องที่เราได้พบเห็นแล้วรู้สึกแปลกๆ ปน ขบขัน โน้ตดนตรีมีถึงเจ็ดตัว ความเร็ว บีท ต่างๆ ของเพลงจะเหมือนกันได้อย่างไร ถ้าเกิดจากคนแต่งคนละคน จะบอกว่าบังเอิญงั้นเหรอ มันยากนะ

และยากมากสำหรับคนที่ฟังเพลง และอยู่ในวงการเพลงมานาน

นั่นไม่ใช่การทดลองแต่งเพลง สำหรับเด็กเพิ่งหัดแต่ง หรือมือใหม่ แต่มันเป็นการทำงานของมืออาชีพแล้วนี่ คุณกล้าจะเผยแพร่สิ่งที่คุณทำ แต่คุณไม่กล้าที่จะคิดขึ้นมาใหม่เชียวหรือ?

บางทีหลายๆ ครั้ง เราเองยังชอบกลับมาย้อนมองตัวเอง ทุกวันนี้เราได้ก๊อบความคิดของใครมาหาประโยชน์ใส่ตัวเองบ้างรึเปล่า…

เว็บเด็กดีเองก็มีการรณรงค์ไม่ให้ก๊อบนิยายหรือบทความ เมื่อก่อนเราก็เคยสงสัยเวลาเข้าไปอ่านนิยายของใครๆ ก็จะมีข้อความที่เขียนไว้อย่างเด่นชัด ว่าห้ามก๊อบ หรืออะไรก็แล้วแต่ เมื่อก่อนก็แปลกใจ เพราะไม่เคยคิดหรอกว่าจะมีคนก๊อบกันด้วยเหรอ นิยายมันไม่ได้เกิดจากจินตนาการของใครคนหนึ่งเหรอ

พล๊อตเรื่องเอย สไตล์เอย มันมีเป็นร้อยเป็นพัน อย่างน้อยคาแรคเตอร์ตัวละครคงไม่ซ้ำกันหรอก ทุกอย่างมันต้อง Keyword และเอกลักษณ์ของเนื้อเรื่องด้วยสิ

สังเกตได้ว่านิยายที่มีความคล้ายคลึงในส่วนของพล๊อตเรื่องและแรงบันดาลใจ มีให้เกลื่อนกลาด ไม่ใช่แค่ในเว็บ แต่ทั่วไปตามร้านหนังสือ อย่างช่วยหนึ่งที่นิยายแนวแฟนตาซีมักจะเป็นเรื่องราวของ ผู้หญิงปลอมตัวเป็นผู้ชาย ถูกอาคม เป็นผู้ชาย เข้าไปในโรงเรียน หรือว่าช่วงนี้อาจจะเป็นแนวออนไลน์ก็ได้ (น่าจะอย่างนั้น ถ้าสังเกตจากชื่อเรื่องหมวดแฟนตาซีช่วงนี้)

มันเกลื่อนเลยล่ะ แต่สิ่งสำคัญ คือทุกเรื่องมีเค้าโครงเรื่องที่ต่างกัน มีลักษณะการดำเนินเรื่อง เหตุผลที่รองรับตัวละครที่ต่างกัน คงไม่มีนิยายเรื่องใดที่อ่านแล้วรู้เลยว่า เนื้อเรื่องจะดำเนินอย่างไรต่อไป รวมถึงภาษาและสำนวนที่ต่างกัน

จนกระทั่งวันหนึ่ง...

เราได้พบกับนิยายที่มีลักษณะเด่น คล้ายคลึงกับนิยายอีกเรื่องที่เราเคยอ่าน คล้ายขนาดไหน อย่างที่บอกไป นิยายแต่ละเรื่องต้องมีคีย์เวิร์ดของ การดำเนินเรื่องที่ต่างกัน เหตุผลที่รองรับการกระทำของตัวละครที่ต่างกัน รวมไปถึงอุปนิสัยของตัวละครที่จะดำเนินเรื่องที่ต่างกัน

แต่สิ่งที่เราพบมันไม่ใช่ ถึงชื่อตัวละครจะเปลี่ยนไป แต่เราพบถึงกลิ่นไอของนิยายที่เราเคยอ่านอย่างมาก เหตุผลของตัวละคร การใช้ชีวิต รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวละคร ถึงแม้นจะไม่ได้ถอดคำพูดมาเปะๆ แต่อ่านแล้วรู้วสึกได้ว่า

เราเจอนิยายฝาแฝดเข้าแล้วสิ ถึงไม่ใข่ฝาแฝดไข่ใบเดียวกัน แต่ก็ยังเป็นฝาแฝดอยู่ดี...

เรากำลังถามว่า ระหว่างการก๊อบของคนๆ นั้นรู้สึกอย่างไร นำเพลงของคนอื่นแล้วใส่ทำนองเพิ่มเติมลงไปนิดหน่อย แปลเนื้อเพลงเป็นภาษาไทยก็โอเค เอานิยายของคนอื่นมายำนิดหน่อย เปลี่ยนชื่อตัวละคร และองค์ประกอบเล็กน้อยก็เป็นของตัวเองได้งั้นเหรอ

มันเป็นเรื่องของแรงบันดาลใจแน่เหรอ

บางที ถ้าเราลองมองย้อนกลับไป กลับไปหาสไตล์ของเราให้เจอ กับไปหาแนวคิดของเราให้เจอ คนเราเกิดในแต่ละสิ่งแวดล้อม ย่อมมีควมคิดที่แตกต่างกัน แม้แต่พี่น้องที่มีสิ่งแวดล้อมคล้ายคลึงกัน มันก็ยังมีความต่างกันเลย

สุดท้าย พูดถึงคนอื่นแล้วมองย้อนกลับมาดูที่เรา แรงบันดาลใจเราก็ใช่ว่าไม่ต้องหา เราชอบวาดรูปแต่ยังหาแนวทางที่ชอบจริงๆ ไม่เจอ ไม่รู้ควรวาดแนวไหน เราก็ไปนั่งดูการวาดภาพของคนอื่น ลองฝึกวาดตาม แต่ก็ไมได้เผยแพร่สิ่งเหล่านั้น เราจะเผยแพร่รูปที่เราวาดก็ต่อเมื่อ สิ่งที่เราวาด ไม่ใช่แนวทางของใครคนหนึ่ง แต่เป็นสิ่งที่เราได้ปรับปรุงแก้ไขเป็นแนวทางของเราจากการวาดภาพจากหลากหลายสไตล์

หาแนวทางของเราให้เจอ

หากลิ่นไอของสิ่งที่เราทำให้เจอ

แต่งเพลงแต่งได้ แต่อย่าได้เอาเพลงของคนอื่นมาแก้ไขแล้วใส่เครดิตตัวเอง แต่นิยายอะแต่งได้ แต่อย่าได้เอาของคนอื่นมาแต่งเสริมเติมแต่งแล้วบอกว่านี่แหละนิยายของตัวเอง

เพราะถ้าเป็นเครดิตของคุณ มันก็ต้องเกิดจากความคิดของคุณทั้งหมด

แรงบันดาลใจมันก็มีขอบเขตเหมือนกัน

สุดท้าย อยากให้ใครที่อ่านถึงประโยคนี้ ลองทบทวนขอบเขตของแรงบันดาลใจดู ว่าขอบเขตของคุณอยู่ที่ตรงไหน อะไรคือแนวทางของคุณ สไตล์ของคุณ อะไรคือสไตล์ของเขา แนวทางของเขา

คุณได้หยิบเอาความคิดของคนอื่น แล้วมาแอบอ้างว่าเป็นของตัวเองบ้างมั้ย

ทุกสิ่งที่เรากล่าวไปอาจจะเป็นเรื่องที่ชวนงงและวกไปวนมา เนื้อหาจริงๆ ที่อยากจะพูดก็แค่ อย่าก๊อบคนอื่นเลย มันทำให้เรารู้สึกว่าคุณกำลังดูถูกความคิดของตัวเองอยู่นะ...

ที่เขียนถึงตรงนี้ ก็คงเพราะไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นในสังคมไทยอีก เรารู้สึกเหมือนการก๊อบจะกลายเป็นเรื่องปกติของคนไทย มันแสดงถึงความมักง่ายของคน และมันกำลังบอกว่าผู้บริโภคอย่างเราไม่ฉลาดเลยนะ เหมือนดูถูกกันเองเลยล่ะ
ขอบคุณค่ะ
^^

  

 


แฟนคลับ [2]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 เหมนันต์ บอกว่า :


    จะภูมิใจไหม ถ้าจะมีใครยกย่องเราว่าเป็น 
    "เจเคเมืองไทย" 
    "สตีเฟนคิงคนต่อไป" 
    "น้องชายแดนบราวน์"

    หรือว่าเราอยากเป็นแค่ตัวเรา ที่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับคนดังคนไหน

    เพราะสิ่งที่เราทำด้วยตัวเอง ก็สามารถดังได้ แบบที่คนอื่นทำไม่ได้

    "เดินตามรอยคนอื่น ก็ไม่มีรอยเท้าเป็นของตัวเอง"

    อ่านมาจากโฆษณาจอนนี่ว๊อกเกอ

    พูดให้ถูกก็คือ

    ก็อปมาจากโฆษณาจอนนี่ว๊อกเกอ

    (ฮา)


    4 ต.ค. 52 / 03:29

    2 Bella บอกว่า :
    โดนมากเลยค่ะ เเวะมาเปิดเจอ
    ชอบมากเลยคะ คิดเเบบนี้เหมือนกัน
    หวังว่าจะสักวันเราคงจะหาสไตล์ของเราเจอ

    24 มี.ค. 53 / 14:17

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    2
    Comments
    5
    Fanclub
    2


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog