ดีจ้า แวะมาเยี่ยมจ้า สบายดีไหม เป็นไงบ้าง ไม่ค่อยได้แวะมาคุยเลย นี่เมล์เรานะ janjira_c@hotmail.com แอดมาคุยกันได้นะ พระจันทร์แสนกล- < My.iD > [22 ส.ค. 51 / 21:45]
หวัดดีจ้า สอบเยอะมากเลยไม่ได้แวะมา พอสอบเสร็จเลยรีบมาบอกว่า Destiny Dream อัพแล้วน้า ฝันดีจร้า...^O^ ปล. ชอบ 1 Litre เหมือนกันเลย i_yuya- < My.iD > [5 ส.ค. 51 / 23:15]
หวัดดีค่ะ คิดถึงกันมั๊ยเอ่ย สบายดีรึเปล่าอ่ะ five_huney- < My.iD > [5 ส.ค. 51 / 12:00]
สวัสดีค่ะวันนี้ธุวดาราแวะมาฝากนิยายเรื่องสงครามลิขิตรัก http://my.dek-d.com/pond/story/view.php?id=417094 ถ้าว่างๆลองเข้าไปอ่านนะคะขอบคุณมากค่ะ ^_^ brook- < My.iD > [3 ส.ค. 51 / 12:12]
ขอบคุณที่แอดนิยาย แอน นะค่ะ ส่วนนิยายของ ไอซ์ เราจะติดตามเหมือนกันจ้า พระจันทร์แสนกล- < My.iD > [3 ส.ค. 51 / 01:47]
อัพตอนใหม่ของวันแล้วน้า ไปดูจิ O__O พระจันทร์เจ้าขา- < My.iD > [30 ก.ค. 51 / 08:30]
มาทักทายครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ ขอฝากนิยายสักเรื่องนะ http://my.dek-d.com/teou_int/story/view.php?id=393936 แนวแฟนตาซีบู๊ Dark_Soul- < My.iD > [28 ก.ค. 51 / 11:50]
ดีครับ ช่วงนี้เรานอนดึกยินดีที่รู้จักครับ หลับฝันดีน่ะครับ black and white- < My.iD > [17 ก.ค. 51 / 21:57]
ปล. เราชอบพิคโกโร่อ่ะ (เท่ห์ดี) แล้วชอบใครอ่ะ? // ไปละนะ ^_^ พระจันทร์เจ้าขา- < My.iD > [16 ก.ค. 51 / 16:12]
อีกอย่างนะตัวเอง! ชอบดรากอนบอลเหมือนเราเลย 555 เจอแฟนพันธ์แท้เหมือนกัน ดีใจเรา พระจันทร์เจ้าขา- < My.iD > [16 ก.ค. 51 / 16:11]
ว่างๆ ก็อย่าลืมเข้าไปอ่านมั้งนา เรารอยู่(หุหุ) พระจันทร์เจ้าขา- < My.iD > [16 ก.ค. 51 / 16:11]
ซาหวาดลีค่า! แวะมาขอบคุณที่แอดนิยายเราไว้อ่านเล่น พระจันทร์เจ้าขา- < My.iD > [16 ก.ค. 51 / 16:10]
งึมงัม งึมงัม K_H_E_M- < My.iD > [7 ก.ค. 51 / 16:25]
อยากได้เพลงบันทึกน้ำตา 1 ลิตรมากๆๆๆเลยค่ะทั้งอัลบั้มเลยช่วยหน่อยนะค่ะ นิกกี้ [27 มิ.ย. 51 / 19:05]
มาเยี่ยมค่ะ สบายดีหรึเปล่าคะ K_H_E_M- < My.iD > [14 มิ.ย. 51 / 06:44]
หวัดดีจ้า แวะมาเยี่ยมจ้า ยินดีที่ได้รู้จักนะ^^ The shadow witch of Heilin- < My.iD > [12 มิ.ย. 51 / 11:01]
เมื่อคืนใครได้ดูตอนจบบ้างเอ่ย ทำเอาเราสองคนบ่อน้ำตาแตกเลยค่า ซึ้งมากมาย ฮือ ฮือ ... แต่ทำไมตอนจบไม่เห็นพระเอกโผล่หน้ามาเลยอ่า -_- นางีสะ-โฮโนกะ- < My.iD > [10 มิ.ย. 51 / 11:48]
เรามาเยี่ยมแล้วน่ะครับ ถ้ามีปัญหาก็บอกมาได้น่ะครับ พอดีพี่คนหนึ่งไม่ว่างแต่สามสาวก็ยุ่งอยู่เหมือนเคยยังไม่หายไปซะทีหนึ่งครับ black and white- < My.iD > [8 มิ.ย. 51 / 19:34]
มาเยี่ยมครับ ขอโทษที่มาเยี่ยมช้านะขอรับ Nina-_-- < My.iD > [7 มิ.ย. 51 / 21:31]
ขอบคุณนะคะสำหรับข้อมูลดีๆไว้จะแวะมาเยี่ยมใหม่ piya [3 มิ.ย. 51 / 11:43]
บันทึกน้ำตา1ลิตร....เพลงเพราะดีอ่ะ piya [3 มิ.ย. 51 / 11:35]
สวัสดี่ มาเยี่ยมนะคะ ไอดีสวยดีค่า oOนิดค่าOo- < My.iD > [1 มิ.ย. 51 / 11:40]
อยู่ป่าวคะ K_H_E_M- < My.iD > [1 มิ.ย. 51 / 11:19]
หวัดดีค่ะ.. ( คิดม่ายออก )- < My.iD > [1 มิ.ย. 51 / 02:38]
ขอบคุณนะค่ะที่ชมว่าไอดีของหนูสวย lulana- < My.iD > [31 พ.ค. 51 / 17:57]
ข้อมูลจาก JKDRAMAS.COM และ Pantip โดย คุณ beos ภาพประกอบจาก Pantip 1 Litre of Tears นำเสนอทาง : ช่อง ไทยพีบีเอส ออกอากาศ : วันจันทร์ อังคาร เวลา 20.30 น. เริ่มออกอากาศ : วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม 2551 เรื่องย่อ ละครเรื่อง 1 Litre of Tears สร้างขึ้นมาจาก ไดอารี่ 1 Litre of Tears ที่ คิโตะ อายะ เด็กผู้หญิงที่ต่อสู้กับโรคร้ายมาตลอดได้บันทึกไว้ เป็นหนังสือที่เอาไดอารี่ของเธอทั้ง 46 เล่มมาสรุปและพิมพ์จำหน่ายในชื่อ 1 Litre of Tears ที่ทำให้ทุกคนประทับใจและจำหน่ายได้ถึง 1.2 ล้านเล่ม และหลังจากที่ละครเรื่องนี้ฉายเป็นละครแล้ว ยอดจำหน่ายได้เพิ่มขึ้นถึง 1.8 ล้านเล่ม ตอนสิ้นปี 2548 และไดอารี่ 1 Litre of Tears นี้ยังได้สรุปบันทึกที่ คิโตะ ชิโอกะ แม่ของอายะ เขียนเอาไว้ในเรื่อง "อุปสรรคของชีวิต" รวมอยู่ในไดอารี่ 1 Litre of Tears นี้ด้วย และวันที่ 23 พฤษภาคม 1988 อายะ ทิ้งความประทับใจเอาไว้ในโลกนี้ และเดินทางสู่สรวงสรรค์ รวมอายุได้ 25 ปี ละครเรื่อง 1 Litre of Tears นี้ เป็นละครชีวิตที่ให้กำลังใจกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้ โดยในละครเรื่องนี้ ได้แทนนามสกุลจริง คิโตะ เป็น นามสกุล อิเคอูจิ "ฉันมีชีวิตต่อเพื่ออะไรกันนะ" นี่คือ ประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46 เล่ม ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเขียนไว้ตลอด ระยะเวลาที่ต่อสู้กับโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษานี้ คิโต อายะ เกิดปี 1962 เป็นโรคที่ชื่อว่า Spinocerebellar Degeneration ซึ่งไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในตอนอายุ 14 ปี เป็นโรคที่รักษาได้ยาก อาการของโรคจะทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำงานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆเสื่อมลง และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง ซึ่งไดอารี่ทั้ง 46 เล่มนี้ ก็คือบันทึกการต่อสู้กับโรคตั้งแต่เริ่มมีอาการ จนถึงตอนที่อายะไม่สามารถ ควบคุมแขนของตัวเองให้เขียนได้ เสมือนเป็นเสียงตะโกนที่ร้องขอการมีชีวิตอยู่ต่อ จากส่วนลึกของหัวใจเธอ "โรคนี้ทำไมถึงเลือกฉันนะ" นี่คืออีก ประโยคหนึ่งจาก ไดอารี่ 46 เล่ม ที่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งทั้งๆ ที่เป็นโรคที่รักษาไม่หาย แต่ก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปกับโรคร้ายนั้น ทุกๆ วันที่ถูกรายล้อมไปด้วย ความรักทั้งของครอบครัว และคนรัก และเพื่อนๆ ที่คอยช่วยเหลือ ร้องไห้และหัวเราะด้วยกัน อยากใช้ชีวิตกันต่อไป เป็นละครชีวิตที่ให้กำลังใจกับคนญี่ปุ่นสมัยนี้ "ร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร" เป็นอีก คำพูดหนึ่งที่ คิโตะ อายะ ได้พูดกับเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลาย ตอนที่จะลาออกจากโรงเรียนไปอยู่ที่โรงเรียนคนพิการ เนื่องจากไม่อยากทำให้เพื่อนทุกคน ในห้องต้องลำบากใจ เพราะเพื่อนๆ ในห้องส่วนใหญ่กลัวจะเรียนไม่ทัน จะสอบต่อมหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะอาจารย์ต้องสอนช้าลง เพื่อให้ อายะ สามารถจดตามได้ทัน เนื่องจากเมื่ออายะ เป็นโรคนี้แล้ว ช่วงแรกก็ยังพอเดินได้ปกติ แต่หลังจากนั้นก็เดินได้ยากขึ้น จนในที่สุดเวลาจะเดินต้องนั่งรถเข็น และเวลาเขียนก็ไม่สามารถเขียนได้เร็วเท่าคนปกติ โดยที่จริงๆแล้ว อายะ ไม่อยากจะไปที่โรงเรียนคนพิการ แต่อยากจะอยู่ที่โรงเรียนกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่อยากให้เพื่อนต้องลำบากเพราะตนเอง จึงได้ตัดสินใจลาออก โดยที่เธอได้บอกกับเพื่อนๆว่า กว่าเธอจะตัดสินลาออกได้ ต้องนอนร้องไห้เสียน้ำตาไปหนึ่งลิตร โรค Spinocerebellar Degeneration คือ โรคที่ยังไม่สามารถรักษาได้ อาการของโรคจะทำให้สมองส่วนการรับรู้ จะยังทำงานเป็นปกติ แต่จะค่อยๆ เสื่อมลง และควบคุมร่างกายไม่ได้ไปทีละอย่าง ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้แต่ละคนจะแตกต่างกันไป บางคนเมื่อเริ่มเป็นโรคนี้อาการจะค่อยๆเป็นหนักขึ้นอย่างช้าๆ แต่สำหรับบางคนอาการของโรคทรุดหนักลงอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มทำให้ขาเดินได้ลำบาก จนต่อมาจะเดินไม่ได้ แขนและมือที่เคยจับเขียนได้ก็จะค่อยๆ จับและเขียนลำบาก จนสุดท้ายก็จะเขียนไม่ได้ การรับประทานอาหารก็จะลำบากขึ้นและจะสำลักบ่อยครั้ง บางคนอาจถึงตายได้เนื่องจากอาหารติดคอ ผู้ป่วยจะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ เพราะยิ่งอาการหนักขึ้นเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เองมากขึ้นเท่านั้น เป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร และยังไม่สามารถรักษาจนถึงปัจจุบัน ทำได้เพียงพยายามชลอให้อาการทรุดหนักช้าลง เท่านั้น ตอนที่ 1 เริ่มต้นสู่วัยรุ่นชีวิตของฉันก็เปรียบเหมือนดอกไม้ที่ยังตูมอยู่ ช่วงเริ่มต้นวัยรุ่นของฉัน อยากใช้ชีวิตอย่างที่ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลังตอนที่ 2 อายุ 15 ปี โรคปิศาจที่แฝงมาแม่คะ ในใจของหนูมีคุณแม่ที่คอยเชื่อในตัวหนูอยู่ตลอด หลังจากนี้ก็ขอฝากตัวเ้วยนะคะ ขอโทษที่ทำให้ลำบากอยู่เสมอตอนที่ 3 โรคนี้ ทำไมถึงเลือกฉันนะโรคนี้ทำไมถึงเลือกฉันนะ ถึงจะบอกว่าก็เพราะโชคชะตา แต่ก็ยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้ตอนที่ 4 ความโดดเดี่ยวของสองคนฉันอยากสร้างเครื่องย้อนเวลาและกลับไปในอดีต ถ้าไม่ได้เป็นโรคนี้ก็คงจะมีความรักได้ อยากจะคุกเข่าขอร้องให้ใครสักคนมาช่วย ฉันจะทนต่อ ไม่ไหวแล้วตอนที่ 5 หนังสือประจำตัวคนพิการจะไม่พูดว่าอยากกลับไปวันนั้นอีกแล้ว จะยอมรับตัวเองตอนนี้และมีชีวิตอยู่ต่อไปตอนที่ 6 สายตาที่เย็นชาบางครั้งรู้สึกเหมือนถูกสายตาที่เย็นชาทำร้าย แต่ก็ได้รู้ว่ายังมีสายตาที่อ่อนโยนอยู่ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่หนีเด็ดขาด ถ้าเป็นอย่างนั้น สักวันหนึ่งก็คง ตอนที่ 7 ที่อยู่ของฉันถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ฉันก็ยังอยากอยู่ที่นี่ เพราะนี่คือที่ที่ฉันอยู่ตอนที่ 8 1 litre of tearsถึงจะล้มกี่ครั้งก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ลุกขึ้นใหม่ได้ ถ้าล้มแล้วมองไปบนท้องฟ้าที่สดใส ฟ้าก็ยังคงกว้างอย่างหาที่สุดมิได้เหมือนเดิม และยังคงยิ้มให้กับเราเสมอ ฉันยังมีชีวิตอยู่ตอนที่ 9 ชีวิตในตอนนี้คงไม่ใช้ใช้ชีวิตในอดีต แต่ต้องใช้ชีวิตในตอนนี้เท่าที่จะทำได้ก็พอตอนที่ 10 Love Letterความเป็นจริงช่างโหดร้ายเหลือเกิน แม้แต่จะฝันก็ยังทำไม่ได้ และเมื่อคิดถึงอนาคต น้ำตาก็จะไหลออกมาอีกตอนสุดท้าย ไปแสนไกล สู่ที่น้ำตาเลือนหายมีชีวิตอยู่ต่อไปนะต่อไปเป็นคำไว้อาลัยที่แม่ของอายะตอนจบอะคะ แต่ว่านะอายะ เป็นเพราะหนูทำให้มีคนคิดเรื่องมีชีวิตอยู่ได้หลายคนมีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่แบบธรรมดาทุกวันและได้รู้สึกถึงความอบอุ่นได้รู้ถึงความมีน้ำใจของคนที่อยู่ใกล้ตัวเองคนที่เป็นโรคเดียวกันแล้วทรมานก็ได้รู้ว่าไม่ใช่มีแต่ตัวเองคนเดียวเท่านั้นที่หนูเสียน้ำตาไปมากมายนั้นและคำพูดของหนูที่เกิดจากสิ่งนั้นได้ส่งไปถึงใจของคนหลายๆคนอายะ อยู่ที่โน่น ไม่ได้ร้องไห้แล้วนะแม่น่ะ อยากเห็นลูกตอนที่ยิ้มอีกครั้ง นักแสดงนำ
อิเคอุจิ อายะ (คิโตะ อายะ) นำแสดงโดย เอริกะ ซาวาจิริ อิเคอุจิ อายะ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ประสบกับโรคที่ชื่อว่า Spinocerebellar Degeneration เป็นโรคที่รักษาได้ยาก อาการของโรคคือทำให้ประสาทส่วนหลังที่เกี่ยวกับการควบคุมร่างกายค่อยๆเสื่อมลง และสูญเสียการควบคุมไปทีละอย่าง แรกเริ่มเธอก็เป็นเด็กสาวที่มีสุขภาพแข็งแรง ร่าเริง สดใส และเป็นสมาชิกในชมรมบาสเกตบอลอีกด้วย แต่ต่อมาอาการก็เริ่มผิดปกติ เมื่อจู่เธอเริ่มหกล้มหลายครั้ง จนเมื่อค้นพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคร้าย เธอเริ่มไม่สามารถควบคุมการเดินได้ และเขียนหนังสือลำบากขึ้น มิซูโนะ แพทย์ประจำตัวของเธอจึง ให้เธอเขียนบันทึกทุกวัน เธอจึงเริ่มเขียน ไดอารี่ตั้งแต่วันที่รับรู้ว่าตัวเองเป็นโรคร้าย อายะไม่เข้าใจว่าทำไมตนเอง เกิดมาและต้องประสบกับโรคร้ายนี้ มันเป็นการยากที่เธอจะทำใจได้ และ กว่าที่เธอจะสามารถพูดคุยกับคนรอบข้างได้อย่างสุขใจนั้น เธอต้องร้องไห้เสียน้ำตาอย่างมากมาย เพื่อทำให้คนรอบข้างเห็นว่าเธอยังแข็งแรงและดูมีความสุข ถึงแม้ว่าเธอจะป่วยหนัก แต่เธอยังมีเพื่อนสนิทและสมาชิกในครอบครัวคอยให้กำลังใจและดูแลเธออยู่เคียงข้างตลอดเวลา อายะ เขียนไดอารี่ระบายสิ่งที่เธอคิดอยู่ในใจ โดยบางข้อความผู้ที่ได้อ่านพบก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดแฝงอยู่ในนั้น และบางข้อความก็ให้กำลังใจกับตนเองและผู้อ่านจนกระทั่ง ไดอารี่ของเธอได้ถุกนำไปตีพิมพ์ประกอบในหนังสือ 1 Litre of Tears
อะโซ ฮารุโตะ นำแสดงโดย นิชิคิโด เรียว
เพื่อนนักเรียนห้องเดียวกันกับ อิเคอุจิ อายะ เขาเป็นคนที่ไม่สนใจในชีวิตหลังจากที่พี่ชายเสียชีวิตลง ทำให้เขาเป็นคนไม่สนใจความรู้สึกของคนอื่น เขาเป็นลูกชายของเจ้าของโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามเขาไม่อยากจะเรียนและดำเนินตามรอยผู้เป็นพ่อ จนกระทั่งเมื่อมีโอกาสได้พบและรู้จักกับ อายะ มิตรภาพ ระหว่างเขาและเธอที่มีต่อกันทำให้ต่างฝ่ายคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และ เมื่อเขารู้ว่าอายะ เป็นโรคที่รักษาไม่หาย เขาก็ไม่ได้รังเกียจ แต่กลับเป็นคนที่คอยให้กำลังใจอายะ และกลับมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ฮารุโตะศึกษาโรคที่อายะเป็น เขาหวังเพียงเสี้ยวหนึ่งว่าจะหาทางรักษาเธอให้ได้ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจมุ่งมั่นเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์ได้ในที่สุด และพยายามจะดูแลอายะจวบจนช่วงสุดท้ายของชีวิต
อิเคอุจิ ชิโอกะ นำแสดงโดย ยากูชิมารุ ฮิโรโกะ มารดาของอิเคอุจิ อายะ มารดาที่พยายามทำทุกสิ่งอย่างเพื่อลูกสาวและแบ่งปันความรู้สึกของอายะทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ( ให้สังเกตตัวละครตัวนี้ไว้ ให้ดีครับ หัวอกของคนที่เป็นแม่นี่คนนี้เลย คุณยากูชิมารุเล่นสมบทบาท มากและถ้าใครดูเบื้องหลังการถ่ายทำจะเห็นว่าเธออินไปกับเรื่องแม้กระทั่ง อยู่ในช่วงพักกองด้วย )
อิเคอุจิ มิซึโอะ นำแสดงโดย จินนะอิ ทาคาโนะริ บิดาของอายะ ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวและเปิดกิจการครอบครัวเป็นร้านจำหน่ายเต้าหู้ เขาเป็นคนที่ขยันและรักครอบครัว พยายามให้ความรักกับ ลูกๆทุกคน หลังจากที่เขาทราบว่าเธอเป็นโรคร้าย เขาจึงคอยดูแลและห่วงใยเธอเป็นพิเศษ และขยันทำงานยิ่งขึ้นเพื่อหาเงินมารักษาลูกสาวของเขา
อิเคอุจิ อักโกะ นำแสดงโดย นารุมิ ริโกะ น้องสาวของ อายะ อักโกะรู้สึกเหมือนกับว่าได้รับความรักจากพ่อแม่น้อยกว่าอายะเพราะคิดว่าพ่อแม่ลำเอียง จึงทำให้เธอทัศนคติไม่ดีต่อพ่อแม่และพี่สาว แต่เมื่อรู้ว่าอายะประสบกับโรคที่รักษาไม่หาย ทำให้เธอห่วงใย และคอยดูแลอายะเป็นอย่างดี อักโกะพยายามสานฝันของพี่สาวที่อยากเรียนจบจากเมวะไดฮิกาชิ และสามารถทำได้ในที่สุด (อายะเรียนไม่จบ เพราะอาการของโรคทำให้ต้องพึ่งพาคนอื่นมากเกินไป)
มิซึโนะ ฮิโรชิ นำแสดงโดย นาโอะฮิโตะ ฟุจิกิ หมอหนุ่มสุดหล่อ ผู้ชำนาญด้านประสาทของมนุษย์ ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตัวของ อิเคอุจิ อายะ ผู้เป็นคนดูแลตั้งแต่ช่วงต้นของโรคจนกระทั่งอายะสิ้นชีวิต เขาให้กำลังใจเธอให้ต่อสู้กับโรคร้ายนี้ และพยายามคิดค้นหาวิธีรักษาโรคร้ายแม้ว่าโอกาสนั้นจะริบหรี่ก็ตาม ในยามที่ท้อแท้เขากลับได้แรงกำลังใจจากอายะ ที่มุ่งมั่นกับการใช้ชีวิตเพื่อต่อสู้กับโรคร้ายก่อนที่เธอจะเสีย
อิเคอุจิ ฮิโรกิ ( น้องชาย )
อิเคอุจิ ริกะ ( น้องสาวคนสุดท้อง )
โออิคาวะ อาซึมิ นำแสดงโดย Oonishi Asae เด็กสาวผู้ที่ประสบโรคร้ายเช่นเดียวกับอายะ เธออายุมากกว่าอายะนิดหน่อย ภายหลังจากเป็นโรคได้เข้ามาเรียนต่อในโรงเรียนคนพิการและเป็นผู้แนะนำ การใช้ชีวิตให้กับอายะ นักแสดงรับเชิญในบทนี้ตอนที่ดูเห็นเธอครั้งแรก สงสัยว่าทำไมเล่นเก่งจัง ( เล่นเหมือนกว่าเอริกะอีกนะ ) ลองค้นดูข้อมูลถึง ได้ทราบว่าเธอรับบทเป็นคิโตะ อายะในภาคภาพยนต์จ้า
เพลงประกอบ บันทึกน้ำตา 1 ลิตร เนื้อร้อง + คำแปลKanashimi no mukou kishi niHohoemi ga aru toiu yoKanashimi no mukou kishi niHohoemi ga aru to iu yoTadori tsuku sono saki ni waNani ga bokura wo matteru?Nigeru tame ja naku yume ou tame niTabi ni deta hazusa tooi natsu no ano hiAshita sae mieta nara tame iki mo nai kedoNagare ni sakarau fune no you niIma wa mae he susumeKurushimi no tsukita basho niShiawase ga matsu toiu yoBoku wa mada sagashite iruKisetsu hazure no himawariKobushi nigirishime asahi wo matebaAkai tsume ato ni namida kirari ochiruKodoku ni mo nareta naraTsuki akari tayori niHane naki tsubasa de tobi tatouMotto mae he susumeAmagumo ga kireta naraNureta michi kagayakuYami dake ga oshiete kureruTsuyoi tsuyoi hikariTsuyoku mae he susumeฝากหนึ่งของความเศร้าจะมีฝั่งที่มีความสุขรออยู่แต่หนทางข้างหน้าที่จะไปถึงไม่รู้จะมีอะไรรออยู่ไม่ใช่เพื่อต้องการวิ่งหนีแต่เพื่อต้องการวิ่งตามความฝันจึงเดินทางในวันหนึ่งในฤดูร้อนที่ผ่านมาแสนนานถ้าได้เห็นแค่เพียงพรุ่งนี้คงไม่ต้องทอดถอนใจดั่งเรื่อที่ลอยทวนสายน้ำตอนนี้มีเพียงแต่ต้องก้าวเดินไปขางหน้าเมื่อเมฆฝนจางหายไปเส้นทางที่เปียกก็จะสว่างแวววับมีเพียงความมืด ที่ช่วยนำทางสอนให้ฉันเข้มแข็งเข้มแข็งดุจแสงแรงกล้าให้ฉันมีแรงก้าวไปข้างหน้าอย่างเข้มแข็งต่อไป
....เราสองคนยินดีต้อนรับค่า แล้วแวะมาอีกน่ะค่ะ....