Magician Scholar
Part XX
การต่อสู้แห่งชะตากรรม
สายลมแห่งเหมันต์ฤดูบนยอดเขาอเลอว์เรสต์อันหนาวเหน็บสุดขั้วพัดพาไปยังชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งยืนนิ่งอยู่ ณ หน้าวิหารสีขาวสะอาดแต่ขั้นบันไดทางขึ้นกลับเป็นสีดำสนิทราวรัตติกาล ชายหญิงทั้งสองยืนประจันหน้ากับอย่างนิ่งสงบไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ จนกระทั่งเปลวไฟสีนิลและสีขาวปรากฏขึ้นข้างหน้าของทั้งสองฝ่าย ชายหนุ่มผู้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำสนิท ใบหน้าคมคายถึงปิดบังด้วยหน้ากากสีเงินสลกัลายอ่อนช้อยงดงาม เส้นผมสีดำปลิวพลิ้วไปตามสายผมที่พัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ยื่นมือหนาออกมารองรับเปลวไฟสีดำแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมั่นคงไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ
ในนามแห่งข้า เจ้าชายเฟราเทียส เจ้าชายแห่งความมืดมิด ข้าขอให้สัตย์สาบานว่าตัวข้าจะประลองด้วยความซื่อสัตย์และขอทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อการประลองนี้
เฟเทียสเอื้อนเอ่ยอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่นทรงพลังและแผงไปด้วยพลังอำนาจที่มีอยู่ภายในตนเอง การประลองครั้งนี้แม้ตัวเขาเองจะรู้ว่าตนต้องสิ้นไปตามคำทำนายแห่งสวรรค์และตามชะตากรรมของตัวเขาเอง ตัวเฟเทียสเองรู้ดีว่าตัวเชริลเองยังไม่ทราบถึงสายสัมพันธ์ทางสายเลือดของตัวเธอเองกับเขาและตัวเขาเองก็ให้สัตย์ว่าจะไม่บอกนางจนกว่าจะถึงเวลาซึ่ง เวลานั้นตัวเขาเองคงกลับคืนสู่ความว่างเปล่าไม่เหลือแม้ร่างกายและจิตใจ
ในนามแห่งข้า เจ้าหญิงเชริลย่า อความารีน ดาร์โกเรน เจ้าหญิงแห่งดาร์กไซน์และสโนว์แลนด์ และเจ้าหญิงแห่งแสงสว่างแห่งทิวากาล ข้าขอให้สัตย์ว่าจะดำเนินการต่อสู้นี้อย่างซื่อสัตย์เสียงหวานของเชริลดังขึ้นอย่างหนักแน่นไม่แพ้เฟเทียสซึ่งยืนประจันหน้ากับเธอ เมื่อเสียงของเชริลจบลงเปลวไฟทั้งสองก็พุ่งเข้ามารวมตัวกับกลายเป็นดวงไฟสีขาวและดำที่อยู่ร่วมกับก่อนที่จะแปรเปลี่ยนกลายเป็น หยินหยาง ลอยอยู่ระหว่างทั้งสอง
การต่อสู้ระหว่างเจ้าหญิงแห่งแสงและเจ้าชายแห่งความมืดเริ่มขึ้นแล้ว เชิญท่านทั้งสองทำการประลอง
เสียงทุ้มห้าวดังขึ้นมาจากหยินหยางที่ลอยอยู่เป็นสัญญาณแห่งการต่อสู้ที่เริ่มต้นขึ้นตามกงล้อแห่งโชคชะตา ร่างสูงดึง คาร์ออส ดาบเล่มงามออกมาด้วยท่าทีที่สง่าผ่าเผย ไอเวทย์เริ่มแผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าอย่างมากมายมหาศาลผสมปนเปกับจิตสังหารที่แข็งแกร่ง ดวงตาคู่งามที่เคยมีความสดใสอยู่บ้างบัดนี้กลับนิ่งสงบไร้ซึ่งประกายใดๆ
เริ่มได้แล้ว เจ้าหญิงน้อยเฟเทียสเอ่ยเรียบๆ
ข้ารู้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามาร่างบางดึงอาร์เรียดาบคู่กายของเธอออกมาจากมิติที่ว่างเปล่าและตั้งท่าเตรียมต่อสู้
อย่าตายเสียตั้งแต่ดาบแรกล่ะเฟเทียสเอ่ยเรียบๆและหายตัวออกไปจากคลองสายของเชริลก่อนที่จะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของร่างบอบบางที่ยืนอยู่ ร่างสูงถ่ายพลังเวทย์เข้าไปยังดาบสีดำสนิทและเสือกดาบเข้าไปยังช่วงลำตัวของร่างบางด้านหน้าตน ร่างบางรู้สึกตัวอีกครั้งและเอี้ยวตัวหลบแต่ก็ยังช้าเกินไปดาบสีดำของเฟเทียสแทงเฉียดลำตัวเธอจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นทางยาวและลึก
ร่างบางดีดกายออกห่างเฟเทียสโดยระหว่างนั้นเธอเก็บดาบของเธอเอาไว้ในไอเวทย์และเรียกธนูสีขาวพิสุทธิ์สลักลายอ่อนช้อยออกมาและง้างคันธนูออกโดยเล็งเข้าไปยังจุดตายของเฟเทียสแต่ก่อนที่เธอจะปล่อยลูกธนูออกไปร่างของเฟเทียสก็หายไปอีกครั้งและปรากฏตัวเหนือศีรษะของเธอ ร่างบางเงยหน้าขึ้นและเล็งลูกธนูไปด้านบนโดยไม่มองแม้แต่น้อยและปล่อยออกไป
ลูกธนูวิ่งแหวกอากาศขึ้นไปหาเฟเทียสอย่างรวดเร็วและแม่นยำแต่ร่างสูงผู้เป็นเป้าหมายกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เฟเทียสวาดดาบเป็นรูปครึ่งวงกลมครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็ว สายพลังมากมายที่โอบล้อมเฟเทียสอยู่กลายสภาพเป็นลูกธนูนับร้อยพุ่งเข้าไปหาเชริลและทำลายลูกธนูที่เธอส่งออกมา ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกแต่เพราะเสียงแผ่วเบานุ่มหูดังขึ้นราวกับจะเตือนสติเธอทำให้เธอกลับมามีสมาธิอีกครั้ง
ใจเย็นๆเจ้าหญิง แสงสว่างรอบกายท่านจะไม่ทอดทิ้งนายแห่งมัน จงควบคุมสติเอาไว้
เชริลรีดเร้นพลังเวทย์ของเธอออกมาใช้ในการสร้างบาเรียสีขาวสะอาดขึ้นมาปกป้องตัวเธอจากลูกธนูสีดำของเฟเทียส ลูกธนูทั้งหมดสลายหายไปเมื่อสัมผัสกับบาเรียสีขาวของเชริล โดยสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายในสายตาของเฟเทียสโดยตลอด
ยอดเยี่ยมมาก...น้องข้า แบบนี้ข้าคงออมมือไว้ไม่ได้แล้วสินะเฟเทียสเอ่ยชื่นชมเชริลอยู่ภายในใจ
สายลมที่แปรผันชั่วกาลเวลา รัตติกาลที่ยิ่งใหญ่และงดงาม โปรดมอบพลังอำนาจมาสู่ข้า ดาร์กวอร์เฟเทียสเอ่ยร่ายเวทย์รัวเร็วจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ เมื่อเสียงร่างเวทย์จบลงรอบกายของเฟเทียสก็ปรากฏหมอกควันสีดำสนิทที่ลอยโอบล้อมร่างสูงเอาไว้ราวกับจะปกป้อง
ร่างบางดูหมอกควันเหล่านั้นอย่างฉงนและเริ่มร่ายเวทตอบโต้บ้างอย่างไม่น้อยหน้า
สายลมที่ผกผันมิอาจควบคุม ทิวากาลอันสว่างรุ่งเรือง ทวยเทพไท้ทั้งหลายเอ๋ย ข้าขอยืมพลังแห่งท่าน วินด์โฮลี่ไลท์
พลันจบเสียงหวานของเชริลสายลมในบริเวณนั้นก็กรรโชกพัดแรงขึ้นอย่างแปลกประหลาดและรอบกายของเชริลก็มีหมอกสีขาวโอบล้อมเช่นเดียวกับเฟเทียส ร่างสูงยกมือขึ้นเป็นท่าทางปริศนากลุ่มหมอกควันก็แปรสภาพเป็นปีศาจขนาดเท่าตัวเขาพุ่งเข้าหาเชริลซึ่งยืนอยู่ เชริลมองปีศาจอย่างอ่อนโยนและยกมือขึ้นสลายร่างปีศาจที่ก่อตัวขึ้นมาจากควันอย่าง่ายดาย
ท่านก็น่าจะรู้ ความมืดมิอาจต้านทานแสงสว่าง การต่อสู้ครั้งนี้ข้าคือผู้ชนะเชริลเอ่ยอย่างอ่อนโยนและมองไปยังเฟเทียส
ข้าย่อมรู้ข้อนั้นดีเจ้าหญิง แต่ตัวข้าคือผู้กำหนดชะตาของตัวข้าเองหาใช่โชคชะตาหรือสิ่งอื่นใดเฟเทียสเอ่ยตอบเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกใดๆเช่นเดิม
ร่างบางฟังคำตอบของเฟเทียสอย่างสงบก่อนที่จะย่อกายลงเล็กน้อยและดีดกายขึ้นจากพื้นและสะบัดแขนเสื้อที่รุ่มร่ามของตนไปทางเฟเทียส ผ้าสีขาวค่อยๆกลายสภาพเป็นมีดคมกริบที่สามารถสะบั้นได้แม้กระทั่งสายน้ำพุ่งเข้ามายังจุดตายของเฟเทียสอย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แต่เฟเทียสก็ไวพอที่จะเบี่ยงกายให้ผ้านั้นปักลงที่ไหล่ขวาของเขา
อุก...เฟเทียสเสียหลักและล้มลงกับพื้นเพราะความแรงของผ้าที่เข้ามาปะทะ ร่างสูงพยุงกายลุกขึ้นยืนโดยที่ไหล่ขวาของเขามีโลหิตไหลซึมออกมามากมายจนย้อมเสื้อสีดำของเขาให้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของผู้เป็นเจ้าของ เฟเทียสยกมือขึ้นกดปากแผลที่ไหล่อย่างเจ็บปวด แม้ใบหน้าหลังหน้ากากสีเงินจะไม่แสดงอาการใดๆแต่ความเจ็บปวดที่เกิดจากผ้าของเชริลนั้นเจ็บเกินที่จะบรรยายเพราะภายในผ้านั้นบรรจุไปด้วยพลังเวทย์สีขาวพิสุทธิ์อันเป็นสิ่งที่เป็นผลร้ายต่อเขา
อัญมณีสีดำที่หน้าผากของเฟเทียสประกายแสงออกมาและค่อยๆหรี่แสงลง ร่างสูงใช้พลังเวทย์สีดำตัดผ้าส่วนที่ปักอยู่ที่ไหล่อของเขาออกและลุกขึ้นโดยไม่สนใจอาการเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เฟเทียสเอ่ยร่ายเวทอีกบทอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักหมอกควันรอบกายของเขาก็กลายเป็นหอกนับพันที่พุ่งเข้าทิ่มแทงร่างบางตรงหน้าเขาพร้อมกับ
ฉึก
หอกอันหนึ่งแทงทะลุท้องของร่างบางอย่างแรงและเริ่มแผ่พลังเวทย์สีดำของเฟเทียสออกมา เชริลทรุดกายลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดเฉกเช่นเดียวกับความเจ็บปวดที่เฟเทียสได้รับแต่เพียงไม่นานร่างบางงก็ยืนขึ้นอีกคราโดยบาดแผลที่โดนหอกของเฟเทียสแทงนั้นไร้ซึ่งเลือดที่ไหลออกมาจากปากแผล
เชริลมองไปยังเฟเทียสอย่างมุ่งมั่นและเรียกดาบคู่กายออกมาอีกคราและพุ่งทะยานเข้าไปหาเฟเทียสด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ เฟเทียสเห็นเช่นนั้นก็เรียกดาบของตนออกมาเช่นกันและตั้งดาบขึ้นรับดาบของเชริล ร่างสูงตวัดดาบไปมาอย่างชำนาญและรวดเร็วซึ่งบางบางก็ไม่ยอมแพ้พยายามปัดป้องวิถีดาบที่พุ่งเข้ามาโจมตีเธอ ร่างทั้งสองต่อสู่โรมรันกันอย่างดุเดือด
ร่างสูงใช้ดาบเล่มยาวของตนปัดดาบของหญิงสาวจนกระเด็นไปปักยังพื้นที่ห่างออกไป เฟเทียสปักดาบสีดำของตนเองลงกับพื้นแล้วประกบมือเข้าหากันและหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ร่างบางเห็นท่าทีของเฟเทียสจึงเรียกธนูคู่กายของตนอกมาพร้อมกับผนึกพลังเวทย์สีขาวของตนเองให้กลายเป็นลูกศร เชริลง้างธนูออกและเล็งไปยังเฟเทียสที่หลับตาลงก่อนที่จะปล่อยออกไป
ลูกธนูสีขาวพิสุทธิ์พุ่งแหวกอากาศออกไปอีกครั้งโดยที่ลูกศรแยกจากหนึ่งเดียวกลายเป็นสอง จากสองกลายเป็นสี่ จากสี่กลายเป็นแปดและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนปรากฏห่าลูกศรสีขาวพุ่งเข้าหาเฟเทียส ร่างสูงยังคงหลับตานิ่งทั้งที่ลูกธนูพุ่งเข้ามาหาเขา ไม่นานนักปีกสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นที่กลางหลังของเฟเทียสและสิ่งนั้นปกป้องเฟเทียสจะห่าธนูนั้นราวกับมีชีวิต
ร่างสูงเหยียดยิ้มออกมาอย่างเหนือกว่า ณ ตอนนี้หมอกควันสีดำที่เคยรายล้อมอยู่รอบกายสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือเพียงปีกสีดำที่กลางหลังของเฟเทียส ร่างสูงยืนประจันหน้ากับร่างบางอีกครั้งต่างคนต่างจ้องมองกันอย่างไม่ลดละทำให้เกิดความสงบเงียบครอบคลุมพื้นที่ที่ทั้งสองยืนอยู่ เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ปีกสีดำสนิทก็เหยียดออกจนสุดแล้วพาร่างของเฟเทียสโผทะยานไปยังเชริลอย่างรวมเร็วปานสายลม ร่างของเฟเทียสกลายสภาพเป็นเพียงเงาสีดำที่พุ่งไปมาโจมตีร่างบางโดยที่ไม่ใช้อาวุธใดๆเลย
ผัวะ ผัวะ ผัวะ
ผ่ามือของเฟเทียสโจมตีร่างบางตรงหน้าอย่างรุนแรงโดยไม่ปล่อยให้เธอตั้งรับได้ แต่เพียงไม่นานร่างบางก็เริ่มตั้งรับโดยใช้ไอหมอกรอบกายเป็นตัวคอยปัดป้อง เชริลมองฝ่ามือนับสิบที่พุ่งเข้ามาหาเธออย่างตื่นตะลึงเพราะหมอกรอบกายของเธอสลายไปเมื่อไรก็ไม่มีใครทราบ เธอจึงทำได้เพียงใช้ผ่ามือและหมัดของเธอปกป้องและตอบโต้เฟเทียสแต่การเคลื่อนไหวของเธอยังช้าเกิดไปที่จะสู้กับเฟเทียส
ร่างบางทรุดตัวลงเพื่อหลบผ่ามือของเฟเทียสและเตะกวาดขาเพื่อให้เฟเทียสเสียหลักแต่ร่างสูงไวกว่าจึงกระโดดขึ้นและเงื้อหมัดขึ้น เชริลตั้งหลักได้เมื่อเห็นหมัดของเฟเทียสที่พุ่งเข้ามาจึงเอี้ยวกายหลบได้อย่างเฉียดฉิวและส่งลูกเตะขึ้นไปโจมตี แต่การโจมตีนั้นกลับโจมตีได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่าเพราะร่างของเฟเทียสนั้นหายไปอีกครั้ง ร่างบางหันไปมองรอบๆอย่างฉงนก่อนที่จะสะดุดตากับเงาสีดำเล็กๆข้างหลังเธอ
เฟเทียสฟันสันมือลงไปยังต้นคอขาวของอีกฝ่ายอย่างแรงหมายจะทำให้สลบแต่ร่างบางหยุดสันมือของเขาไว้ได้ เฟเทียสชักมือออกและถอยออกไปตั้งหลักห่างๆ ร่างบางหอบหายใจถี่ๆอย่างเหนื่อยล้าเพราะการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องของตัวเธอเอง ส่วนเฟเทียสนั้นแม้จะมีอาการหอบแต่ก็เพียงเล็กน้อย
ปีกแห่งรัตติกาล...ร่างบางพึมพำออกมา
ใช่ สิ่งที่อยู่กลางหลังของข้าคือ ปีกรัตติกาลเฟเทียสเอ่ยขึ้นเรียบๆ
เจ้าคือผู้ถือครองคนปัจจุบันของสิ่งนี้งั้นหรือ ไม่น่าเชื่อเชริลเอ่ยอย่างไม่เชื่อสายตา
สิ่งที่เจ้าเห็นย่อมบอกเจ้าได้อย่างดีอยู่แล้ว
เฟเทียสเก็บปีกสีดำที่หลังของตนเพราะไม่จำเป็นต้องใช้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเรียกดาบของตนเข้ามือและตั้งท่าเตรียมพร้อม
นี่คือครั้งสุดท้ายและ เจ้าหญิง...เฟเทียสเปรยขึ้นมา
ตัวเจ้าเองแทบจะไม่มีแรงแล้วมิใช่รึ งั้นมาจบการประลองนี้กับเถอะเฟเทียสเอ่ยต่อ
เชริลได้ฟังดังนั้นจึงเรียกดาบของเธอเข้ามือและพุ่งเข้าไปโรมรันกับเฟเทียสอย่างกล้าหาญและรุนแรง เฟเทียสวาดดาบเป็นวงกลมและแทงเข้าที่จุดตายของร่างบางอย่างแม่นยำ เชริลตั้งรับเฟเทียสได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยที่เธอเองก็สามารถโต้เฟเทียสกลับไปได้เช่นกัน
จนสุดท้ายร่างกายของอิสตรีก็มิอาจสู้ร่างกายของชายหนุ่มผู้ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้มีพละกำลังมากกว่า ร่างบางเริ่มล้าแต่ก็กัดฟันไม่แสดงอาการออกมาแต่ดวงตาของเธอกลับฉายประกายกล้าที่ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดๆ เฟเทียสมองเชริลอย่างอดสงสสารที่เธอต้องมาทำแบบนี้ไม่ได้แต่ชะตากรรมก็คือชะตากรรม ร่างบางเสียท่าทรุดลงกับพื้นเพราะดาบของเฟเทียสที่แทงทะลุไหล่ของเธอทำให้เธอเสียหลักล้มลงกระแทกกับพื้น
เฟเทียสกระชากดาบของตนออกมาและเงื้อดาบขึ้นหมายจะแทงเข้าไปยังหัวใจให้ร่างบางตรงหน้าดับดิ้นไปแต่จู่ๆดาบของเฟเทียสก็หยุดชะงักเพราะความรู้สึกบางอย่างที่ห้ามไม่ให้เขาทำ เฟเทียสหยุดดาบลงก่อนที่ปลายดาบของเขาจะแทงลงไปยังหน้าอกด้านซ้ายของเชริลเพียงไม่กี่เซนต์ ร่างสูงหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้าเพียงชั่วครู่
เชริลเล็งเห็นโอกาสรอดเธอจึงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายยกดาบขึ้นมาแทงสวนกลับไป ดาบของเชริลแทงทะลุหน้าอกด้านซ้ายของเฟเทียสอย่างแม่นยำในจังหวะที่เขาหลับตาลง
เชร์อย่านะ!!!!!เสียงของราเชสดังขึ้นเพื่อห้ามในสิ่งที่เชริลทำแต่มันก็สายไป ดาบของเธอแทงทะลุหัวใจของเฟเทียสไปแล้ว
ดวงเนตรสีแดงสดเบิกกว้างด้วยความปวดร้าวที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง โลหิตสีแดงสดค่อยๆไหลย้อยออกมาจากปากของร่างสูง หน้ากากสีเงินที่ปกปิดใบหน้าของเขาหลุดออกและหล่นลงกระทบพื้น ริมฝีปากบางของเฟเทียสขยับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเชริลเป็นครั้งแรกและสุดท้าย
เฟย์...เชริลเอ่ยออกมาแผ่วเบาอย่างไม่อยากเชื่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจ น้ำใสๆค่อยๆเอ่อล้นลงมาจากขอบตาของเธอราวกับทำนบแตก
ทำไมล่ะ หมอนั่นยิ้มทำไมเชริลคิดอย่างสับสน
ลาก่อนเชริล น้องสาวเพียงคนเดียวของข้า เจ้าหญิงแห่งแสงสว่าง ราเชส ข้าคงต้องทิ้งเจ้าไว้เพียงลำพังอีกคราแล้วสินะ ข้า...ขอโทษ...เฟเทียสเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาและยกมือขึ้นลูบศีรษะของเชริลอย่างอ่อนโยนแผ่วเบาก่อนที่มือนั้นจะตกลงพร้อมๆกับดวงตาสีแดงที่ปิดลงอย่างสงบและสายลมแห่งชีวิตที่หยุดลง ใบหน้าคมคายสงบนิ่ง
หมายความว่า...ยังไง...เฟย์....พี่ชาย...ร่างบางเพ้อออกมาอย่างสับสน
เฟย์คือพี่ชายของเจ้าเชริล ชื่อของเฟย์คือ เฟราเทียส อาร์โซลเดล ดาร์โกเรนราเชสซึ่งวิ่งเข้ามาเอ่ยอย่างราบเรียบ
ไม่นะ....เชริลร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพลางกอดร่างที่ไร้ซึ่งชีวิต