MG บทจบภาค 1 [40%]
ตอนก่อนหน้า

MG บทจบภาค 1 [40%]
เกริ่นเรื่อง: แอบลงไว้ให้อ่านเล่นก่อนนะครับ
26 ส.ค. 51 , View: 418 , Post : 1


Magician Scholar

Part XX

 

การต่อสู้แห่งชะตากรรม

 

                  สายลมแห่งเหมันต์ฤดูบนยอดเขาอเลอว์เรสต์อันหนาวเหน็บสุดขั้วพัดพาไปยังชายหญิงคู่หนึ่งซึ่งยืนนิ่งอยู่ ณ หน้าวิหารสีขาวสะอาดแต่ขั้นบันไดทางขึ้นกลับเป็นสีดำสนิทราวรัตติกาล ชายหญิงทั้งสองยืนประจันหน้ากับอย่างนิ่งสงบไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวใดๆ จนกระทั่งเปลวไฟสีนิลและสีขาวปรากฏขึ้นข้างหน้าของทั้งสองฝ่าย ชายหนุ่มผู้แต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำสนิท ใบหน้าคมคายถึงปิดบังด้วยหน้ากากสีเงินสลกัลายอ่อนช้อยงดงาม เส้นผมสีดำปลิวพลิ้วไปตามสายผมที่พัดเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ยื่นมือหนาออกมารองรับเปลวไฟสีดำแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นมั่นคงไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ

 

                  “ในนามแห่งข้า เจ้าชายเฟราเทียส เจ้าชายแห่งความมืดมิด ข้าขอให้สัตย์สาบานว่าตัวข้าจะประลองด้วยความซื่อสัตย์และขอทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อการประลองนี้”

 

                  เฟเทียสเอื้อนเอ่ยอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่นทรงพลังและแผงไปด้วยพลังอำนาจที่มีอยู่ภายในตนเอง การประลองครั้งนี้แม้ตัวเขาเองจะรู้ว่าตนต้องสิ้นไปตามคำทำนายแห่งสวรรค์และตามชะตากรรมของตัวเขาเอง ตัวเฟเทียสเองรู้ดีว่าตัวเชริลเองยังไม่ทราบถึงสายสัมพันธ์ทางสายเลือดของตัวเธอเองกับเขาและตัวเขาเองก็ให้สัตย์ว่าจะไม่บอกนางจนกว่าจะถึงเวลาซึ่ง เวลานั้นตัวเขาเองคงกลับคืนสู่ความว่างเปล่าไม่เหลือแม้ร่างกายและจิตใจ

 

                  “ในนามแห่งข้า เจ้าหญิงเชริลย่า  อความารีน  ดาร์โกเรน เจ้าหญิงแห่งดาร์กไซน์และสโนว์แลนด์ และเจ้าหญิงแห่งแสงสว่างแห่งทิวากาล ข้าขอให้สัตย์ว่าจะดำเนินการต่อสู้นี้อย่างซื่อสัตย์”เสียงหวานของเชริลดังขึ้นอย่างหนักแน่นไม่แพ้เฟเทียสซึ่งยืนประจันหน้ากับเธอ เมื่อเสียงของเชริลจบลงเปลวไฟทั้งสองก็พุ่งเข้ามารวมตัวกับกลายเป็นดวงไฟสีขาวและดำที่อยู่ร่วมกับก่อนที่จะแปรเปลี่ยนกลายเป็น “หยินหยาง” ลอยอยู่ระหว่างทั้งสอง

 

                  ‘การต่อสู้ระหว่างเจ้าหญิงแห่งแสงและเจ้าชายแห่งความมืดเริ่มขึ้นแล้ว เชิญท่านทั้งสองทำการประลอง’

 

                  เสียงทุ้มห้าวดังขึ้นมาจากหยินหยางที่ลอยอยู่เป็นสัญญาณแห่งการต่อสู้ที่เริ่มต้นขึ้นตามกงล้อแห่งโชคชะตา ร่างสูงดึง คาร์ออส ดาบเล่มงามออกมาด้วยท่าทีที่สง่าผ่าเผย ไอเวทย์เริ่มแผ่ออกมาจากร่างสูงสง่าอย่างมากมายมหาศาลผสมปนเปกับจิตสังหารที่แข็งแกร่ง ดวงตาคู่งามที่เคยมีความสดใสอยู่บ้างบัดนี้กลับนิ่งสงบไร้ซึ่งประกายใดๆ

 

                  “เริ่มได้แล้ว เจ้าหญิงน้อย”เฟเทียสเอ่ยเรียบๆ

 

                  “ข้ารู้แล้ว ถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามา”ร่างบางดึงอาร์เรียดาบคู่กายของเธอออกมาจากมิติที่ว่างเปล่าและตั้งท่าเตรียมต่อสู้

 

                  “อย่าตายเสียตั้งแต่ดาบแรกล่ะ”เฟเทียสเอ่ยเรียบๆและหายตัวออกไปจากคลองสายของเชริลก่อนที่จะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของร่างบอบบางที่ยืนอยู่ ร่างสูงถ่ายพลังเวทย์เข้าไปยังดาบสีดำสนิทและเสือกดาบเข้าไปยังช่วงลำตัวของร่างบางด้านหน้าตน ร่างบางรู้สึกตัวอีกครั้งและเอี้ยวตัวหลบแต่ก็ยังช้าเกินไปดาบสีดำของเฟเทียสแทงเฉียดลำตัวเธอจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นทางยาวและลึก

 

                  ร่างบางดีดกายออกห่างเฟเทียสโดยระหว่างนั้นเธอเก็บดาบของเธอเอาไว้ในไอเวทย์และเรียกธนูสีขาวพิสุทธิ์สลักลายอ่อนช้อยออกมาและง้างคันธนูออกโดยเล็งเข้าไปยังจุดตายของเฟเทียสแต่ก่อนที่เธอจะปล่อยลูกธนูออกไปร่างของเฟเทียสก็หายไปอีกครั้งและปรากฏตัวเหนือศีรษะของเธอ ร่างบางเงยหน้าขึ้นและเล็งลูกธนูไปด้านบนโดยไม่มองแม้แต่น้อยและปล่อยออกไป

 

                  ลูกธนูวิ่งแหวกอากาศขึ้นไปหาเฟเทียสอย่างรวดเร็วและแม่นยำแต่ร่างสูงผู้เป็นเป้าหมายกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านแม้แต่น้อย เฟเทียสวาดดาบเป็นรูปครึ่งวงกลมครั้งหนึ่งอย่างรวดเร็ว สายพลังมากมายที่โอบล้อมเฟเทียสอยู่กลายสภาพเป็นลูกธนูนับร้อยพุ่งเข้าไปหาเชริลและทำลายลูกธนูที่เธอส่งออกมา ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกแต่เพราะเสียงแผ่วเบานุ่มหูดังขึ้นราวกับจะเตือนสติเธอทำให้เธอกลับมามีสมาธิอีกครั้ง

 

                  ‘ใจเย็นๆเจ้าหญิง แสงสว่างรอบกายท่านจะไม่ทอดทิ้งนายแห่งมัน จงควบคุมสติเอาไว้’

 

                  เชริลรีดเร้นพลังเวทย์ของเธอออกมาใช้ในการสร้างบาเรียสีขาวสะอาดขึ้นมาปกป้องตัวเธอจากลูกธนูสีดำของเฟเทียส ลูกธนูทั้งหมดสลายหายไปเมื่อสัมผัสกับบาเรียสีขาวของเชริล โดยสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ภายในสายตาของเฟเทียสโดยตลอด

 

                  ‘ยอดเยี่ยมมาก...น้องข้า แบบนี้ข้าคงออมมือไว้ไม่ได้แล้วสินะ’เฟเทียสเอ่ยชื่นชมเชริลอยู่ภายในใจ

 

                  “สายลมที่แปรผันชั่วกาลเวลา รัตติกาลที่ยิ่งใหญ่และงดงาม โปรดมอบพลังอำนาจมาสู่ข้า ดาร์กวอร์”เฟเทียสเอ่ยร่ายเวทย์รัวเร็วจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ เมื่อเสียงร่างเวทย์จบลงรอบกายของเฟเทียสก็ปรากฏหมอกควันสีดำสนิทที่ลอยโอบล้อมร่างสูงเอาไว้ราวกับจะปกป้อง

 

                  ร่างบางดูหมอกควันเหล่านั้นอย่างฉงนและเริ่มร่ายเวทตอบโต้บ้างอย่างไม่น้อยหน้า

 

                  ”สายลมที่ผกผันมิอาจควบคุม ทิวากาลอันสว่างรุ่งเรือง ทวยเทพไท้ทั้งหลายเอ๋ย ข้าขอยืมพลังแห่งท่าน วินด์โฮลี่ไลท์”

 

                  พลันจบเสียงหวานของเชริลสายลมในบริเวณนั้นก็กรรโชกพัดแรงขึ้นอย่างแปลกประหลาดและรอบกายของเชริลก็มีหมอกสีขาวโอบล้อมเช่นเดียวกับเฟเทียส ร่างสูงยกมือขึ้นเป็นท่าทางปริศนากลุ่มหมอกควันก็แปรสภาพเป็นปีศาจขนาดเท่าตัวเขาพุ่งเข้าหาเชริลซึ่งยืนอยู่ เชริลมองปีศาจอย่างอ่อนโยนและยกมือขึ้นสลายร่างปีศาจที่ก่อตัวขึ้นมาจากควันอย่าง่ายดาย

 

                  “ท่านก็น่าจะรู้ ความมืดมิอาจต้านทานแสงสว่าง การต่อสู้ครั้งนี้ข้าคือผู้ชนะ”เชริลเอ่ยอย่างอ่อนโยนและมองไปยังเฟเทียส

 

                  “ข้าย่อมรู้ข้อนั้นดีเจ้าหญิง แต่ตัวข้าคือผู้กำหนดชะตาของตัวข้าเองหาใช่โชคชะตาหรือสิ่งอื่นใด”เฟเทียสเอ่ยตอบเสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกใดๆเช่นเดิม

 

                  ร่างบางฟังคำตอบของเฟเทียสอย่างสงบก่อนที่จะย่อกายลงเล็กน้อยและดีดกายขึ้นจากพื้นและสะบัดแขนเสื้อที่รุ่มร่ามของตนไปทางเฟเทียส ผ้าสีขาวค่อยๆกลายสภาพเป็นมีดคมกริบที่สามารถสะบั้นได้แม้กระทั่งสายน้ำพุ่งเข้ามายังจุดตายของเฟเทียสอย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งกว่าครั้งไหนๆ แต่เฟเทียสก็ไวพอที่จะเบี่ยงกายให้ผ้านั้นปักลงที่ไหล่ขวาของเขา

 

                  “อุก...”เฟเทียสเสียหลักและล้มลงกับพื้นเพราะความแรงของผ้าที่เข้ามาปะทะ ร่างสูงพยุงกายลุกขึ้นยืนโดยที่ไหล่ขวาของเขามีโลหิตไหลซึมออกมามากมายจนย้อมเสื้อสีดำของเขาให้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของผู้เป็นเจ้าของ เฟเทียสยกมือขึ้นกดปากแผลที่ไหล่อย่างเจ็บปวด แม้ใบหน้าหลังหน้ากากสีเงินจะไม่แสดงอาการใดๆแต่ความเจ็บปวดที่เกิดจากผ้าของเชริลนั้นเจ็บเกินที่จะบรรยายเพราะภายในผ้านั้นบรรจุไปด้วยพลังเวทย์สีขาวพิสุทธิ์อันเป็นสิ่งที่เป็นผลร้ายต่อเขา

 

                  อัญมณีสีดำที่หน้าผากของเฟเทียสประกายแสงออกมาและค่อยๆหรี่แสงลง ร่างสูงใช้พลังเวทย์สีดำตัดผ้าส่วนที่ปักอยู่ที่ไหล่อของเขาออกและลุกขึ้นโดยไม่สนใจอาการเจ็บปวดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง เฟเทียสเอ่ยร่ายเวทอีกบทอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักหมอกควันรอบกายของเขาก็กลายเป็นหอกนับพันที่พุ่งเข้าทิ่มแทงร่างบางตรงหน้าเขาพร้อมกับ

 

                  ฉึก

 

                  หอกอันหนึ่งแทงทะลุท้องของร่างบางอย่างแรงและเริ่มแผ่พลังเวทย์สีดำของเฟเทียสออกมา เชริลทรุดกายลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดเฉกเช่นเดียวกับความเจ็บปวดที่เฟเทียสได้รับแต่เพียงไม่นานร่างบางงก็ยืนขึ้นอีกคราโดยบาดแผลที่โดนหอกของเฟเทียสแทงนั้นไร้ซึ่งเลือดที่ไหลออกมาจากปากแผล

 

                  เชริลมองไปยังเฟเทียสอย่างมุ่งมั่นและเรียกดาบคู่กายออกมาอีกคราและพุ่งทะยานเข้าไปหาเฟเทียสด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ เฟเทียสเห็นเช่นนั้นก็เรียกดาบของตนออกมาเช่นกันและตั้งดาบขึ้นรับดาบของเชริล ร่างสูงตวัดดาบไปมาอย่างชำนาญและรวดเร็วซึ่งบางบางก็ไม่ยอมแพ้พยายามปัดป้องวิถีดาบที่พุ่งเข้ามาโจมตีเธอ ร่างทั้งสองต่อสู่โรมรันกันอย่างดุเดือด

 

                  ร่างสูงใช้ดาบเล่มยาวของตนปัดดาบของหญิงสาวจนกระเด็นไปปักยังพื้นที่ห่างออกไป เฟเทียสปักดาบสีดำของตนเองลงกับพื้นแล้วประกบมือเข้าหากันและหลับตาลงอย่างเชื่องช้า ร่างบางเห็นท่าทีของเฟเทียสจึงเรียกธนูคู่กายของตนอกมาพร้อมกับผนึกพลังเวทย์สีขาวของตนเองให้กลายเป็นลูกศร เชริลง้างธนูออกและเล็งไปยังเฟเทียสที่หลับตาลงก่อนที่จะปล่อยออกไป

 

                  ลูกธนูสีขาวพิสุทธิ์พุ่งแหวกอากาศออกไปอีกครั้งโดยที่ลูกศรแยกจากหนึ่งเดียวกลายเป็นสอง จากสองกลายเป็นสี่ จากสี่กลายเป็นแปดและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนปรากฏห่าลูกศรสีขาวพุ่งเข้าหาเฟเทียส ร่างสูงยังคงหลับตานิ่งทั้งที่ลูกธนูพุ่งเข้ามาหาเขา ไม่นานนักปีกสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นที่กลางหลังของเฟเทียสและสิ่งนั้นปกป้องเฟเทียสจะห่าธนูนั้นราวกับมีชีวิต

 

                  ร่างสูงเหยียดยิ้มออกมาอย่างเหนือกว่า ณ ตอนนี้หมอกควันสีดำที่เคยรายล้อมอยู่รอบกายสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลือเพียงปีกสีดำที่กลางหลังของเฟเทียส ร่างสูงยืนประจันหน้ากับร่างบางอีกครั้งต่างคนต่างจ้องมองกันอย่างไม่ลดละทำให้เกิดความสงบเงียบครอบคลุมพื้นที่ที่ทั้งสองยืนอยู่ เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่ปีกสีดำสนิทก็เหยียดออกจนสุดแล้วพาร่างของเฟเทียสโผทะยานไปยังเชริลอย่างรวมเร็วปานสายลม ร่างของเฟเทียสกลายสภาพเป็นเพียงเงาสีดำที่พุ่งไปมาโจมตีร่างบางโดยที่ไม่ใช้อาวุธใดๆเลย

 

                  ผัวะ ผัวะ ผัวะ

 

                  ผ่ามือของเฟเทียสโจมตีร่างบางตรงหน้าอย่างรุนแรงโดยไม่ปล่อยให้เธอตั้งรับได้ แต่เพียงไม่นานร่างบางก็เริ่มตั้งรับโดยใช้ไอหมอกรอบกายเป็นตัวคอยปัดป้อง เชริลมองฝ่ามือนับสิบที่พุ่งเข้ามาหาเธออย่างตื่นตะลึงเพราะหมอกรอบกายของเธอสลายไปเมื่อไรก็ไม่มีใครทราบ เธอจึงทำได้เพียงใช้ผ่ามือและหมัดของเธอปกป้องและตอบโต้เฟเทียสแต่การเคลื่อนไหวของเธอยังช้าเกิดไปที่จะสู้กับเฟเทียส

 

                  ร่างบางทรุดตัวลงเพื่อหลบผ่ามือของเฟเทียสและเตะกวาดขาเพื่อให้เฟเทียสเสียหลักแต่ร่างสูงไวกว่าจึงกระโดดขึ้นและเงื้อหมัดขึ้น เชริลตั้งหลักได้เมื่อเห็นหมัดของเฟเทียสที่พุ่งเข้ามาจึงเอี้ยวกายหลบได้อย่างเฉียดฉิวและส่งลูกเตะขึ้นไปโจมตี แต่การโจมตีนั้นกลับโจมตีได้เพียงอากาศที่ว่างเปล่าเพราะร่างของเฟเทียสนั้นหายไปอีกครั้ง ร่างบางหันไปมองรอบๆอย่างฉงนก่อนที่จะสะดุดตากับเงาสีดำเล็กๆข้างหลังเธอ

 

                  เฟเทียสฟันสันมือลงไปยังต้นคอขาวของอีกฝ่ายอย่างแรงหมายจะทำให้สลบแต่ร่างบางหยุดสันมือของเขาไว้ได้ เฟเทียสชักมือออกและถอยออกไปตั้งหลักห่างๆ ร่างบางหอบหายใจถี่ๆอย่างเหนื่อยล้าเพราะการเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องของตัวเธอเอง ส่วนเฟเทียสนั้นแม้จะมีอาการหอบแต่ก็เพียงเล็กน้อย

 

                  “ปีกแห่งรัตติกาล...”ร่างบางพึมพำออกมา

 

                  “ใช่ สิ่งที่อยู่กลางหลังของข้าคือ ปีกรัตติกาล”เฟเทียสเอ่ยขึ้นเรียบๆ

 

                  “เจ้าคือผู้ถือครองคนปัจจุบันของสิ่งนี้งั้นหรือ ไม่น่าเชื่อ”เชริลเอ่ยอย่างไม่เชื่อสายตา

 

                  “สิ่งที่เจ้าเห็นย่อมบอกเจ้าได้อย่างดีอยู่แล้ว”

 

                  เฟเทียสเก็บปีกสีดำที่หลังของตนเพราะไม่จำเป็นต้องใช้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเรียกดาบของตนเข้ามือและตั้งท่าเตรียมพร้อม

 

                  “นี่คือครั้งสุดท้ายและ เจ้าหญิง...”เฟเทียสเปรยขึ้นมา

 

                  “ตัวเจ้าเองแทบจะไม่มีแรงแล้วมิใช่รึ งั้นมาจบการประลองนี้กับเถอะ”เฟเทียสเอ่ยต่อ

 

                  เชริลได้ฟังดังนั้นจึงเรียกดาบของเธอเข้ามือและพุ่งเข้าไปโรมรันกับเฟเทียสอย่างกล้าหาญและรุนแรง เฟเทียสวาดดาบเป็นวงกลมและแทงเข้าที่จุดตายของร่างบางอย่างแม่นยำ เชริลตั้งรับเฟเทียสได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยที่เธอเองก็สามารถโต้เฟเทียสกลับไปได้เช่นกัน

 

                  จนสุดท้ายร่างกายของอิสตรีก็มิอาจสู้ร่างกายของชายหนุ่มผู้ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาให้มีพละกำลังมากกว่า ร่างบางเริ่มล้าแต่ก็กัดฟันไม่แสดงอาการออกมาแต่ดวงตาของเธอกลับฉายประกายกล้าที่ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดๆ เฟเทียสมองเชริลอย่างอดสงสสารที่เธอต้องมาทำแบบนี้ไม่ได้แต่ชะตากรรมก็คือชะตากรรม ร่างบางเสียท่าทรุดลงกับพื้นเพราะดาบของเฟเทียสที่แทงทะลุไหล่ของเธอทำให้เธอเสียหลักล้มลงกระแทกกับพื้น

 

                  เฟเทียสกระชากดาบของตนออกมาและเงื้อดาบขึ้นหมายจะแทงเข้าไปยังหัวใจให้ร่างบางตรงหน้าดับดิ้นไปแต่จู่ๆดาบของเฟเทียสก็หยุดชะงักเพราะความรู้สึกบางอย่างที่ห้ามไม่ให้เขาทำ เฟเทียสหยุดดาบลงก่อนที่ปลายดาบของเขาจะแทงลงไปยังหน้าอกด้านซ้ายของเชริลเพียงไม่กี่เซนต์ ร่างสูงหลับตาลงอย่างเหนื่อยล้าเพียงชั่วครู่

 

                  เชริลเล็งเห็นโอกาสรอดเธอจึงรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายยกดาบขึ้นมาแทงสวนกลับไป ดาบของเชริลแทงทะลุหน้าอกด้านซ้ายของเฟเทียสอย่างแม่นยำในจังหวะที่เขาหลับตาลง

 

                  “เชร์อย่านะ!!!!!”เสียงของราเชสดังขึ้นเพื่อห้ามในสิ่งที่เชริลทำแต่มันก็สายไป ดาบของเธอแทงทะลุหัวใจของเฟเทียสไปแล้ว

 

                  ดวงเนตรสีแดงสดเบิกกว้างด้วยความปวดร้าวที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง โลหิตสีแดงสดค่อยๆไหลย้อยออกมาจากปากของร่างสูง หน้ากากสีเงินที่ปกปิดใบหน้าของเขาหลุดออกและหล่นลงกระทบพื้น ริมฝีปากบางของเฟเทียสขยับยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเชริลเป็นครั้งแรกและสุดท้าย

 

                  “เฟย์...”เชริลเอ่ยออกมาแผ่วเบาอย่างไม่อยากเชื่อกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดวงตาคู่งามเบิกกว้างด้วยความตกใจ น้ำใสๆค่อยๆเอ่อล้นลงมาจากขอบตาของเธอราวกับทำนบแตก

 

                  ‘ทำไมล่ะ หมอนั่นยิ้มทำไม’เชริลคิดอย่างสับสน

 

                  “ลาก่อนเชริล น้องสาวเพียงคนเดียวของข้า เจ้าหญิงแห่งแสงสว่าง  ราเชส ข้าคงต้องทิ้งเจ้าไว้เพียงลำพังอีกคราแล้วสินะ ข้า...ขอโทษ...”เฟเทียสเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาและยกมือขึ้นลูบศีรษะของเชริลอย่างอ่อนโยนแผ่วเบาก่อนที่มือนั้นจะตกลงพร้อมๆกับดวงตาสีแดงที่ปิดลงอย่างสงบและสายลมแห่งชีวิตที่หยุดลง ใบหน้าคมคายสงบนิ่ง

 

                  “หมายความว่า...ยังไง...เฟย์....พี่ชาย...”ร่างบางเพ้อออกมาอย่างสับสน

 

                  “เฟย์คือพี่ชายของเจ้าเชริล ชื่อของเฟย์คือ เฟราเทียส  อาร์โซลเดล  ดาร์โกเรน”ราเชสซึ่งวิ่งเข้ามาเอ่ยอย่างราบเรียบ

 

                  “ไม่นะ....”เชริลร้องออกมาอย่างเจ็บปวดพลางกอดร่างที่ไร้ซึ่งชีวิต


แฟนคลับ [0]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1 _Tsukima_ บอกว่า :
    อ๊ากกกกก เฟ๊ยยยยย์ /*/ สติแตกไปเป็นที่เรียบร้อย แม้จะรู้อยู่ก่อนแต่พอมาอ่านก็ดันทำใจไม่ได้แฮะ สู้ๆ เขา!! เอ้อ ซัสโซเรียส อีกห้าหน้าเท่านั้น เราจะได้รู้กันแล้วล่ะจ้ะ!!! ปล.2 มีเรื่องบางเรื่องอยากจะบอก เอาไว้เจอกันในเอ็มนะจ๊ะ^^
    PS.  ท้องฟ้ากว้างไกลไร้สิ้นขอบ อยากเป็นนกที่โบยบินไร้จุดหมาย... ขอฝากนิยายด้วยครับ^^ http://my.dek-d.com/Tsukima/story/view.php?id=382553
    27 ส.ค. 51 / 12:46

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    2
    Comments
    1
    Fanclub
    0


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog