ดีจ้า อิอิ แค่ที่ปรึกษาในใจ- < My.iD > [1 มิ.ย. 51 / 15:33]
ฮ่าๆจ้า เราก็เล่นเหมือนกันแต่ไม่ติดมาก shinichi1412- < My.iD > [27 พ.ค. 51 / 13:32]
หวัดดีถ่าไห้เดาเมิงไม่เข้าไอดีตะเองนานมากแล้วได้ฮายฟายแล้วลืมเหรอเมิงอิบร้า ไปเช๊คเมลของไทยเมลกันเหอะ PANIC!!!! AT THE MY HOUSE- < My.iD > [7 มี.ค. 51 / 10:02]
HNY ปีใหม่ ขอให้มีความสุขตลอดปีนะคะ แล้วปีหน้า จะมาต่อยอดให้ค่ะ !!^!!noonutja- < My.iD > [1 ม.ค. 51 / 14:09]
Happy New Years จ้า ปีใหม่ไปเที่ยวไหนป่าวเอ่ย? shinichi1412- < My.iD > [28 ธ.ค. 50 / 11:20]
เขาไม่ได้ชอบเพื่อนต้วเองสักหน่อย ไม่เคยชอบด้วย อิอิ wern fang- < My.iD > [24 พ.ย. 50 / 12:36]
อี่เรย์ อี่บ้า อชบเพื่อนตัวเอง กิ้วๆๆๆๆ PANIC!!!! AT THE MY HOUSE- < My.iD > [3 ก.ย. 50 / 09:54]
แฮปปี้เบิดเดยฺน้า หุหุ shinichi1412- < My.iD > [2 ส.ค. 50 / 21:49]
H.B.D.นะจ๊ะ ขอให้มีความสุขกับวันนี้นะ ว่างๆก้อมาเยี่ยมมายไอดีเราบ้างนะ เราก้อชอบดงบังเหมือนกัน ซิลวาร์- < My.iD > [2 ส.ค. 50 / 17:53]
ขอบคุนจ๊า ที่ไปHBDให้ อิอิ ->>[นู๋]iove[ไอติม]-<<- < My.iD > [13 ก.ค. 50 / 23:31]
ฮุ้ขี้ poweroflove- < My.iD > [13 ก.ค. 50 / 16:54]
น่ารักเนอะ.............. wern fang- < My.iD > [13 ก.ค. 50 / 16:53]
ไอ้บ้าเรย์ poweroflove- < My.iD > [13 ก.ค. 50 / 16:34]
อันนยองฮาเซโย ชอนึน คุณนายคิม ภริยาเอกแจจุง คุณนายคุโด้ ภริยาเอกชินอิจิ คุณนายยางามิ ภริยาเอกไลท์ (เฮ้ออตำแหน่งยาวจัง พิมแล้วเมื่อย55) วันนี้รร.เราหยุดอ่ะเลยมาเยี่ยมได้ ก่อนที่จะไม่มีเวลาเราะงาน+การบ้านที่ครูสั่งมันทับถมจนกองเป็นภูเขาฟูจิ+เอเวอเรสแล้วเนี่ยะ แต่เราก็ยังไม่ทำ เอ้ยย ทำอยู่แต่แวะมาเยี่ยมนิสนึงอ่ะ 55 ก่อนที่จะไปทำต่อ แล้วเปิดเทอมแล้วเป็นไงกันมั่ง อย่าบอกนะว่าไม่มีงานเลยอ่ะ เราอิจฉานะรู้ม้ายยยยยย เดี๋ยวก็เรียกให้ชินอิจิแจไลท์มใช่วยทำเลยนิ ชินอิจิๆ มาช่วยทำวิทย์เร้วว โอ้ยชินอิจิไปสืบคดียังไม่กลับมาเลยอ่ะ แจจุงงงง มาสอนดนตรีหน่อยยยยย โอ้ย แจจุงก็ไปร้องเพลงคอนเสิร์ตยังไม่กลับมมาเหมือนกัน ไลท์คุงงงงง โอ้ย นี่ก็อีกคนไปกำจัดอาชญากรเพื่อโลกใบใหม่ โฮๆๆ เหลือที่พึ่งสุดท้าย โดเรมอนนนน~ เอาของวิเศษมาช่วยเราหน่อยสิ โอ๊ะๆ ดีมากจ้าขอบคุณมากเลยยย 5555555 (ไอนี่มันบ้า) นี่ๆๆเออใช่แดนบีมออกอัลบั้มใหม่แล้วน้าอย่าลืมไปซื้อล่ะเพราะมากกกกก เราชอบเพลงก้ำกึ่ง คนเสียแฟน เวลาไม่เคยพอ กลัวที่เก่า เลิฟวิ่งยู เอ้ยันนี้ไม่ใช่ๆๆ พอและๆๆสรุปชอบทุกอัลบั้มเลยย หุหุ อีกข่าวนึง Sakai Izumi นักร้องวง Zard เสียชีวิตแล้ว โฮๆๆๆ ม่ายยยยยยย เพลงของเธอจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไปนะ คนนี้อ่ะที่ร้องเพลงประกอปโคนันมูฟวี่2กะ9แล้วก็เพลงเปิด-ปิดโคนันอีกตั้งหลายเพลง เศร้าจริงๆๆๆๆๆๆๆ ฮือๆๆๆๆ ซืดดดด(สูดน้ำมูก) วันนี้เราไปแล้วนะ เพราะมาระบายอะรมณ์ระบายอะไรเยอะแยะเลยถ้าขึ้เกียจไม่ต้องอ่านก็ได้นะ 55(มาบอกเอาอ่านนี้เค้าคงอ่านกันหมดแล้วแหละย่ะ) เฮ้อออ วันนี้เราก็ไม่มีอะไรพูดมาดมายนะ(เนี่ยนะ ถ้าเราพูดมากคงจะเอาไปทำเป็นนิยายขายได้เลยเนี่ยะ55) ไปและไปจริงๆ อันนยองจ้าๆๆๆ ชัล ชาโย ฝันดีจ้าๆๆๆๆๆๆๆๆ (ถ้าจะฝันดีต้องฝันถึงชินอิจิไลท์แจ55) shinichi1412- < My.iD > [31 พ.ค. 50 / 11:43]
นาง ฟ้า ^_____^ หัวข้อ แม้จะมองไม่เห็น แต่ผมรู้สึกได้ครั้งนี้ผมขอพูดอย่างจริงจัง ซีเรียส และตักเตือนขอให้พวกคุณเชื่อฟังแต่โดยดี (กลับบ้านเร็วหน่อย และแข็งแรงปลอดภัยอยู่ตลอด)นี่คือ เรื่องที่ต้าตงเป็นห่วงมากเป็นพิเศษระหว่างทำงานยุ่งทั้งวันทั้งคืน การได้เห็นพวกคุณอยู่เคียงข้าง นับเป็นเรื่องที่ทำให้มีความสุขมากผมรู้สึกประทับใจสิ่งนี้จากก้นบึ้นของหัวใจแต่.. ทุก ๆ ครั้งที่คิดถึง ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าตี4 หรือดึกถึงตี 2พวกคุณยังนั่งเฝ้าผมอยู่ด้านนอก หรือขับขี่รถตามรอยเท้าของผมนับวันผมยิ่งทนไม่ได้ นับวันยิ่งไม่อยาก มองเห็นพวกคุณทำเช่นนี้โดยเฉพาะการตามตั้งแต่เช้าตรู่ตลอดถึงดึกดื่นความปลอดภัยและสุขภาพของพวกคุณ คือสิ่งที่ผมเป็นกังวลเป็นที่สุดหลายครั้งที่ต้าตงเอง เวลาวิ่งรอกตามงานหรือหลังจากเลิกงานแล้วระหว่างที่ขี่มอเตอร์ไซด์อยู่ แล้วสู้ความง่วงไม่ไหวหนังตาที่หนักมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ก็ได้ปิดลง เกือบจะหลับไป แม้จะเป็นแค่ความง่วงชั่วพริบตาแต่พอได้สติแล้วก็รู้สึกตกใจมาก เพราะว่ามันอันตรายจริง ๆ !!!!ตอนนี้ ผมจะพิจารณาดูสติและสภาพร่างกายของตัวเอง แล้วตัดสินใจเลือกวิธีเดินทางเพื่อไม่ให้แม่และคนที่เป็นห่วงผม เป็นกังวลพวกคุณก็เช่นกันนะมีหลาย ๆ เวลาเเละกิจกรรมที่เป็นทางการ ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นพวกคุณมากันมากมายแต่พอได้เห็นพวกคุณในเวลาเช้าตรู่ หรือมืดค่ำ ความประทับใจกลับลดลงทุกครั้งความเป็นกังวลจะมากกว่าความรู้สึกส่วนนั้นรู้สึกเป็นห่วงพวกคุณที่ทำอย่างนี้มากนับวันยิ่งไม่อยาก ให้พวกคุณมารอให้เวลาเเบบนี้อย่าทำให้ต้าตงเป็นห่วงอีกดีไหมครั้งนี้ผมขอพูดอย่างจริงจัง ซีเรียส และตักเตือนต้าตงเชื่อว่าพวกคุณจะคอยสนับสนุนผมอยู่ตลอดแม้จะมองไม่เห็น แต่ผมก็รู้สึกได้ครั้งนี้ผมขอพูดอย่างจริงจัง ซีเรียส และตักเตือนต้าตงเชื่อว่าพวกคุณจะคอยสนับสนุนผมอยู่ตลอดแม้จะมองไม่เห็น แต่ผมก็รู้สึกได้หวังว่าพวกคุณทุกคนจะปลอดภัย ๆ ๆ ปลอดภัย ๆ ๆ ตลอดไปเด็กดีทั้งหลาย ต้องเชื่อฟังนะ เชื่อผมแม้จะมองไม่เห็น แต่ผมก็รู้สึกได้ถึงความรักของพวกคุณ
ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา 4 หนุ่มหล่อ F4 ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มบอยแบนด์จากไต้หวันที่ออกมากระชากใจสาวๆ ทั่วเอเชีย จนเกิดกระแสฟีเวอร์ไปทั่วภาคพื้นเอเชีย ทำให้พวกเขากลายเป็นไอดอลให้รุ่นน้องได้เดินตาม เพราะล่าสุดได้ 4 หนุ่มหล่อนามว่า Fahrenheit หรือออกเสียงตามสำเนียงคนไต้หวันว่า เฟยหลุนไห่ บอยแบนด์น้องใหม่ล่าสุด ที่ออกมาเขย่าใจแฟนๆ ไปอีกครั้งแล้ว ซึ่งตอนที่มีโอกาสได้เจอตัวเป็นๆ ในงานแจกลายเซ็น คอนเฟิร์มเลยว่า เวิร์กมาก น่ารักกันทุกหนุ่มเลย สาวๆ ไต้หวันงี๊กรี๊ดกันสนั่นหวั่นไหวไปหมด...งั้นวันนี้เราจะเปิดเนื้อที่ให้ 4 หนุ่มหน้าใสกลุ่มนี้ มาฝากเนื้อฝากตัวในอ้อมใจของแฟนๆ จะได้ไม่ตกยุคไงคะหนุ่มคนแรก Calvin ( เฉินอี้หรู ) หลังจากจบชั้นมัธยม Calvin ก็ไปเรียนต่อที่แคนาดา และอยู่ที่นั่นคนเดียวถึง 7 ปี แต่พอตัดสินใจจะเรียนต่อปริญญาโทก็มาคว้ารางวัล Sunshine Boyz ซะก่อน ทำให้เป็นจุดพลิกผันให้เขาอยากจะเข้าวงการบันเทิง ความจริงผมเกือบจะได้เข้าวงการมาแล้วนะครับ จำได้ว่าตอนปี 2000 ผมอาศัยช่วงปิดเทอมหน้าร้อนกลับมาเทสต์หน้ากล้องงานแสดงที่ไต้หวัน แล้วก็ยังได้โชว์ความสามารถด้านการร้องเพลงด้วย และต่อมาทางผู้จัดฯ ก็จัดให้ผมได้ออกรายการ Guess Guess Guess! แต่ว่าเวลาอัดเทปดันไปตรงกับเวลาที่เครื่องบินไฟต์ที่ผมจะนั่งกลับแคนาดาพอดี ทำให้ผมพลาดโอกาสงามๆ ครั้งสำคัญไปแต่ต่อมาเขาก็ไปคว้าตำแหน่ง Sunshine Boyz ที่แคนาดามาได้ คุณพ่อของผมอยากให้ผมตั้งใจเรียนปริญญาโทให้จบ แล้วทำงานรับเงินเดือน แต่ใจผมมันไม่ยอมที่จะปล่อยโอกาสให้หลุดลอยครับ ดังนั้นผมจึงแอบเก็บเงินและเอารางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับแวนคูเวอร์-ฮ่องกง เปลี่ยนมาเป็นไต้หวันแทน แอบกลับไต้หวันมาอาศัยอยู่บ้านเพื่อนเดือนครึ่งแน่ะ ซึ่งทุกวันนี้คุณพ่อก็ยังไม่ทราบว่าช่วงนั้นผมอยู่ไต้หวัน เพียงแต่รู้สึกแปลกๆ ว่าทำไมโทร.ไปหาผมที่แวนคูเวอร์ทีไรถึงไม่เจอผมสักที และแน่นอนว่าการโกหกบุพการีมักจะส่งผลไม่ดีตามมา เรื่องนี้ Calvin ซาบซึ้งดี นั่นเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงปีใหม่แล้วเขาก็ไม่สามารถจะกลับไปร่วมฉลองกับที่บ้านได้ทั้งๆ ที่อยู่ไต้หวัน แต่ตอนนี้เขามีผลงานเพลงของตัวเองออกมา และแอบเห็นรอยยิ้มของคุณพ่อเวลาดูหนังสือพิมพ์ที่มีข่าวของเขา เขาจึงรู้ว่าคุณพ่อยอมรับในการตัดสินใจของเขาแล้ว และเขาจะพยายามไม่ทำให้คุณพ่อผิดหวังอีกหนุ่มคนที่ 2 Jiro ( หวังตงเฉิง ) หนุ่มน้อย Jiro มีฉายาว่า ต้าตง เมื่อครั้งที่เขาอายุได้เพียง 19 ปี ได้ตั้งวงดนตรีกับเพื่อน และเข้าร่วมการประกวดจนได้เซ็นสัญญาเป็นนักร้องในค่าย BMG ไต้หวัน ตอนนั้นบริษัทจะปั้นเขาเป็นนักร้องเดี่ยวนามว่า Jiro!! ทำให้เขาได้เข้าไปฝึกที่บริษัท พร้อมกันนั้นก็ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยโปรดิวเซอร์และอัดเสียงไปในตัว ถึงขนาดอัดเพลงเสร็จไปแล้ว 2 เพลง ตอนนั้นผมคิดว่าทุกอย่างคงราบรื่น แต่ที่ไหนได้กลับเกิดเหตุ 9/11 ทำให้บริษัทแม่ตัดสินใจยกเลิกบริษัทที่ไต้หวัน รวมทั้งศิลปินใหม่ที่เซ็นสัญญา 5 ปีอย่างผมก็โดนเด้งไปด้วย ตอนที่อยู่บริษัทมาหนึ่งปีผมได้เงินเดือนเดือนละไม่ถึงหมื่นแปด ( เทียบกับค่าครองชีพก็เหมือนเงินเดือนแปดพันเก้าเมืองไทย ) นอกจากจะต้องส่งค่าบ้านแล้วก็ยังมีที่ต้องใช้ทุกวัน โชคดีที่ผมทานข้าวของบริษัททำให้พอประคองตัวมาได้จากนั้น ต้าตง ก็ต้องไปเกณฑ์ทหารและหลังจากปลดประจำการ เขาก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายเพลงแห่งหนึ่งเป็นหนที่ 2 แต่รอแล้วรอเล่าเป็นปีบริษัทก็ยังไม่มีแผนจะออกงานเพลงให้สักที ตอนนั้นผมคิดว่าท่าทางสวรรค์คงจะไม่สนับสนุนให้ผมเป็นนักร้องมั้ง เซ็นสัญญาตั้งสองครั้ง สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว ก็เลยผันตัวมาเป็นสไตลิสต์ครับ และเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้เขาได้รู้จักกับผู้กำกับโฆษณาหลายคน มีงานโฆษณาและมิวสิกวิดีโอออกมาหลายชิ้น จนกระทั่งได้มาเจอค่ายเพลงที่เขาทำงานอยู่ด้วยตอนนี้ ตอนนั้นก็สับสนเหมือนกันครับว่าจะเซ็นสัญญาเป็นครั้งที่ 3 ดีมั้ย จะแห้วอีกหรือเปล่า? แต่สุดท้ายก็คิดว่ายังไงผมก็ยังอายุไม่มากเป็นไงเป็นกัน ผมไม่อยากจะอยากมีเรื่องไปเล่าให้ลูกฟังตอนแก่ว่า สมัยพ่อเป็นหนุ่มมีเรื่องน่าเสียดายเรื่องหนึ่ง ผมเลยตัดสินใจเซ็นสัญญา และในที่สุดก็ได้มีงานเพลงจริงๆ ด้วยหนุ่มคนที่ 3 Jun ( อู๋จุน ) สุดหล่อนาย อู๋จุน จากประเทศบรูไน และคงเป็นเพราะดวงตากลมโต ใบหน้าหล่อลากดิน บวกความสูงระดับไม่ธรรมดา ทำให้เขามีโอกาสได้เป็นนายแบบที่สิงคโปร์ แล้วก็มีโมเดลลิ่งไต้หวันไปเจอตัวเขา และคว้าตัวมาอยู่ในสังกัดปัจจุบัน ได้เป็นพระเอกซีรี่ส์ไปแล้ว 2 เรื่องคือ ตงฟางจูลี่เย้ และเรื่อง ฮวาย่างส้าวเหนียนส้าวหนี่ว์ ความโชคดีระดับนี้ทำให้แม้แต่ตัวเขาเองยังแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ตอนนั้นผมคิดอยู่นานเลย เพราะเป็นคนหน้าบางเลยคิดไม่ออกว่าจะมาแสดงอยู่หน้ากล้องหรือไปร้องเพลงบนเวทีได้ยังไง แต่พอได้เห็นหน้าแฟนๆ ส่งแรงสนับสนุนมากมายขนาดนี้ ก็มีความมั่นใจขึ้นเยอะ แต่ถึงดวงในวงการบันเทิงจะราบรื่น ชีวิตคนเราก็ใช่ว่าจะราบเรียบไปซะทุกอย่างผมเปลี่ยนไปมากนะ คงจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่ผมเสียคุณแม่ไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนครับ ตอนนั้นผมกำลังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่ออสเตรเลีย แต่พอพี่เขยโทรศัพท์มาบอกเรื่องแม่ ผมก็เลยเปลี่ยนความตั้งใจ คุณแม่ของเขาป่วยเป็นมะเร็งมาตั้ง 8 ปีแล้ว แต่กลัวลูกจะไม่สบายใจก็เลยขอให้คุณพ่อปิดเงียบไว้ ตอนที่ผมรู้เรื่องน่ะ อาการของคุณแม่ทรุดหนักแล้ว ช่วงนั้นผมหาข้อมูลและวิธีการรักษาคุณแม่แบบเอาเป็นเอาตาย และยังพาคุณแม่ไปหาที่รักษาทั่วอเมริกาและออสเตรเลีย แต่ก็ไม่ได้ผล ตอนนั้นสภาพจิตใจของเขาแย่มากจนคิดอยากฆ่าตัวตาย หนำซ้ำวันต่อมาเพื่อนรักก็ยังมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ หลังจากผ่านเรื่องความเป็นความตายมาแล้ว ผมก็รู้สึกว่าไม่มีเรื่องอะไรจะต้องกลัวอีก ผมคิดว่าต่อให้เจอเรื่องพลิกผันแค่ไหนก็คงจะไม่เป็นปัญหาแล้วล่ะครับหนุ่มคนสุดท้าย Acron ( เหยียนหย่ากวาน ) น้องเล็กสุดท้องของวง ความจริงแล้วผมรู้สึกว่าผมโชคดีมาก ตั้งแต่เข้าวงการมาก็มีแต่คนคอยอุปถัมภ์ ถึงแม้ว่าตอนเด็กๆ ผมจะแอบฝันว่าตัวเองจะได้มายืนอยู่บนเวที แต่สำหรับผมแล้วเรื่องเข้าวงการบันเทิงเป็นความฝันอย่างหนึ่ง ซึ่งผมเองก็ไม่ได้วาดหวังไว้มากนัก หลังจากเข้าวงการบันเทิงแล้วผมได้แสดงละครเรื่อง จงจี๋อี้ปาน ซึ่งละครเรื่องนี้ทำให้ทุกคนได้รู้จักผม แถมตอนนี้ผมยังได้มาร้องเพลงอย่างที่ผมชอบ คงพูดได้แค่เพียงว่าผมโชคดีมากครับ แต่เป็นเพราะโรคเก่ากำเริบ ส่งผมให้งานเพลงออกมาล่าช้ากว่ากำหนด เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกผิดต่อเพื่อนๆ ในวงเป็นอย่างมากทีมงานดูแลผมดีมาก แฟนๆ ก็เอ็นดูผม ถึงแม้ว่าจะเป็นเพราะผมไม่ระวังตัวทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขา และไม่สามารถไปเต้นบนเวทีกับเพื่อนๆ ได้ แต่ทุกคนก็เข้าใจและดูแลผม บางทีผมยังคิดว่าคนอย่างผมสมควรได้รับสิ่งดีๆ จากทุกคนขนาดนี้เชียวเหรอ? ผมเคยนั่งเขียนบล็อกไปร้องไห้ไป เพราะผมเป็นคนที่ทุ่มเทกับสิ่งที่ผมรักโดยไม่คำนึงว่าจะเกิดอะไรขึ้น จนทำให้คนที่ห่วงใยผมเป็นกังวล แต่แรงสนับสนุนของคนในครอบครัวก็ทำให้เขาบอกกับตัวเองว่าจะต้องพยายามให้มากขึ้น ทีแรกผมคิดว่าคุณพ่อผมที่เป็นหมอไม่เห็นด้วยกับการที่ผมเข้าวงการ แต่พอผมบอกคุณพ่อท่านก็ตอบผมว่า ขอเพียงเป็นเรื่องที่ลูกอยากทำ และได้ทำความฝันให้เป็นจริง ครอบครัวต้องสนับสนุนลูกอยู่แล้ว ดังนั้นนี่จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ผมก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงครับ