|
View : 245 Post : 4
18 กรกฏาคม 2551
ชื่อตอน : [Review] The Ghosthunt 10 ปริศนา นักล่าผีเล่ม 10 ในที่สุดก็ออกเสียที (ระวัง Spoil)
เกริ่นเรื่อง : รอคอยมานานเกือบปี ในที่สุดการ์ตูนเรื่องโปรดของเราก็ออกมาให้ยลโฉมแล้ว ฉะนั้นก็ต้องขอบรรยายความประทับใจหลังอ่านหน่อยเหอะ!

ขออภัยที่ยังเป็นเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอยู่ เนื่องจากขี้เกียจสแกนปกภาษาไทยอ่ะ -_-"
คำเตือน 1. นี่เป็นแค่รีวิวความประทับใจของเราหลังอ่านจบเท่านั้น ไม่ใช่งานวิจารณ์วรรณกรรมชั้นเลิศแต่อย่างใดนะคะ
2. มีสปอยแน่นอน ฉะนั้นถ้าใครยังไม่ได้ซื้อเล่ม 10 มาอ่านก็ขอเตือนเอาไว้ก่อนเน้อ
เรื่องก็มีอยู่ว่า เมื่อวันจันทร์ พอเห็นรายชื่อหนังสือออกใหม่ในเวบบงกช ข้าน้อยก็วิ่งแจ้น 4 x 100 ไปร้านการ์ตูนอย่างด่วนจี๋ ก่อนจะหยิบการ์ตูนเล่มหนึ่งขึ้นมาไว้ในมือ (ความจริงมันก็มีหลายเรื่องอ่ะนะ) โกสฮันต์ ปริศนา นักล่าผีเล่ม 10 ออกแล้ว อ๊างงงง! b(>///<)o พอจ่ายเงินเสร็จ ก็รีบแจ้นกลับมาบ้าน แกะซอง แล้ว....หนูก็ได้สัมผัสโกสฮันต์เล่ม 10 แล้ว อ๊างงงง! โอเคๆ หยุดทำเสียงแปลกๆ แล้วมาเข้าเรื่องดีกว่า สิ่งที่เราสำรวจดูก่อนเป็นอันดับแรกก็คือ ปกหลัง ว่ายังไงดีล่ะ แบบว่า คำโปรยปกหลังมันแปลคล้ายกับอันที่เราแปลแล้วแปะไว้ในนิยายเล่มหนึ่งกับสามเลยอ่ะ งี้ก็แสดงว่า เราแปลถูกใช่ม้า อิๆ (แหงล่ะ ถ้าแค่นี้แปลไม่ถูก ไอ้สามเล่มที่แปลมาก็คงต้องพิจารณาใหม่แล้ว) ต่อไปก็คือ ภาพ เพราะเป็นอะไรๆ ที่เห็นได้ชัดสุดล่ะนะ ภาพของเล่มนี้จะลายเส้นคล้ายๆ ช่วงเล่ม 8-9 จะว่าไปก็ไม่ค่อยชอบลายเส้นสองเล่มนั้นสักเท่าไหร่ เพราะเวลาที่เป็นฉากที่มืดหรือมีสีดำมากๆ มันจะลงดำเป็นปื้ดๆ ดูไม่สวย อย่างรอยตวัดเส้นผมมันก็ดูยุ่งๆ แต่เล่มนี้แว่บแรกที่ได้เห็นก็รู้สึกเลยว่า ถึงลายเส้นมันจะเหมือนเล่มที่แล้วก็จริง แต่มีความแตกต่างจากเดิมอย่างเห็นได้ชัด อย่างพวกลายสกรีนเสื้อผ้า รอยยับ แสงเงาของผมและตามฉากต่างๆ เส้นหนักเบาแสดงระยะใกล้ไกล ซึ่งเห็นถึงความประณีตของคนเขียนวาดจริงๆ คุ้มกับที่เลื่อนวันออกจำหน่ายมานานมาก แต่สิ่งเดียวเท่านั้นที่รู้สึกว่า มันทะแม่งๆ ก็คือ...
หน้านาลมันอ้วนขึ้นเป็นกองเลยอ่า...
6(-_- ;) หรือว่าเงินค่าจ้างค่อนข้างดี ก็เลยส่งผลให้กินดีอยู่ดีขึ้นกันแน่นะ แต่เอวกับสะโพกนาลมันก็คอดๆ เล็กๆ นะ พูดไป สะโพกนาลเนี่ยนะสวยได้ใจสุดๆ จริงๆ เจ๊ล่ะ ช้อบ ชอบ (นี่หล่อนดูตรงไหนของหล่อนเนี่ย) ถึงหน้านาลจะอวบอูมขึ้นแต่ก็ไม่ได้ลดความหล่อลงหรอกนะ โดยเฉพาะยิ่งตอนผมเปียกเนี่ย ท่านนาลกลายเป็นชายงามเลย รินซังก็ด้วย พอเปียกน้ำแล้วก็หล่อโคดๆ แถมเอวสวยเหมือนกันด้วย อุ๊ๆๆ เอาล่ะๆ ก่อนจะเริ่มหื่นไปมากกกว่านี้ มาพูดถึงเนื้อหาในเรื่องนี้กันหน่อยดีกว่า
จริงแล้วๆ การ์ตูนโกสฮันต์เล่มสิบนี้ เราได้อ่านจากเวอร์ชั่นนิยายไปเรียบร้อยแล้วล่ะ ก็ไม่ได้อ่านละเอียดทุกตัวหนังสือมากนักหรอก เพราะอ่านแบบข้ามๆ เอาแค่ตรงส่วนที่อ่านออกเท่านั้น ก็พอจะรู้อยู่แล้วว่า จะเจออะไรกันบ้างในเวอร์ชั่นมังงะ แต่พอได้อ่านเข้าจริงๆ ก็ยังรู้สึกเหงายังไงไม่รู้
อย่างแรกเลยก็ภาพเปิดที่เป็นรูปนาลกับมาอิยืนคู่กันนั่นแหละ (หนูมาอิถ่างแข้งถ่างขาซะไม่เหลือเค้ากุลสตรีเลยนะจ๊ะ ห้าวซะ) บวกกับชุดนักเรียนของมาอิด้วย พอเห็นแล้ว ก็นึกถึงตอนแรกที่สองคนนี้พบกันเลย แล้วคดีที่ต้องไปสำรวจโรงเรียนร้างด้วยแหละ รู้สึกเหมือนหลวงพี่เลยว่า นึกถึงอดีตที่ได้มาเจอกัน และก็อย่างว่าแหละ เรื่องสไตล์นี้ พอนึกถึงอดีตในตอนแรกที่ไร มันก็มักจะเป็นตอนสุดท้ายของเรื่องเสมอ
ปกติพอจบคดีหนึ่ง ก็จะมีคดีใหม่โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับตอนเก่าเลย แต่คดีนี้กลับเป็นเรื่องราวต่อจากคดีที่แล้ว เหตุการณ์ก็ดูปกติ สนุกสนานรื่นเริงเหมือนเช่นทุกครั้ง จนกระทั่งเมื่อเจอทะเลสาบแห่งหนึ่ง และเมื่อนาลบอกมาอิว่า ให้หางานใหม่ เพราะเขาจะไม่เปิดกิจการอีกจนกว่าจะกลับไป มันเหมือนเป็นเค้าลางของจุดจบ และยิ่งรู้ว่าสิ่งที่นาลกำลังหานั้นคืออะไร ความรู้สึกมันเหมือนมีอะไรตัดฉับลงมาเลยแหละ
ที่ไม่ชอบเลยก็คือความเย็นชาของนาลล่ะมั้ง จริงอยู่ว่า ปกตินาลก็เย็นชาอยู่แล้วอ่ะนะ แต่ว่าเล่มนี้มันสุดๆ จะเย็นยะเยือกเลยอ่ะ อารมณ์ประมาณว่า ไม่อยากเกี่ยวข้องกับพวกมาอิอย่างแรง ถึงขนาดบอกมาอิว่า อย่ามายุ่งกับฉันเนี่ย นายกล้าพูดยังงี้ได้ยังไงกัน ขนาดรินซังยังดูใจดีกับมาอิเสียกว่าเลย และยิ่งได้รู้เรื่องราวจากเวอร์ชั่นนิยายแล้ว ข้าน้อยก็ชักเริ่มลังเลซะแล้วสิว่า นาลอาจจะไม่ได้ชอบมาอิ (ในแบบของคนรัก) เลยก็ได้นะ (สงสัยต้องไปอ่านให้ละเอียดๆ อีกที)
แต่ยังไงซะสิ่งที่ไม่ชอบที่สุดเลย (และอยากจะบอกมานานตั้งแต่ภาคนิยายแล้ว) ก็คือ ทำไมรินซังถึงต้องหายไปคนแรกด้วยยยย (ฟะ)!!!
ระหว่างไขคดีเล่มหน้าก็จะไม่มีรินซังโผล่มาเลยอ่า ฮือๆ เศร้า TT^TT ใจร้ายยยย ก็รู้หรอกนะว่า รินมันบทน้อย แต่ไม่เห็นต้องกำจัดไปด้วยวิธีนี้เลยอ่า อาจารย์โอโนะขา....
พูดถึงตัวละครอื่น ดูเหมือนหลวงพี่ จอห์น ยาสึฮาระจะระแคะระคายในตัวจริงของนาลมานิดๆ แล้ว (บางทีอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำ) แต่ทำไมต้องกีดกันไม่ให้มาอิรู้ด้วยนะ และก็หลวงพี่ถึงจะดูเหลาะแหละยังไง แต่ในสถานการณ์วิกฤติ กลับสุขุมได้อย่างผิดคาด อายาโกะ ไม่น่าเชื่อเลยว่า เธอจะทำอาหารเป็นกับเขาด้วย (ดูจากท่าทางและการแต่งกายอ่ะนะ เหมือนคุณหนูที่ทำไรไม่เป็นเลยอ่ะ) แต่ผิดคาด ดูเป็นคุณแม่เต็มตัวเลยแฮะ (ขอโทษทีที่อ่านแล้ว ไม่ค่อยจะรู้สึกเสียใจกับการหายไปของเธอเลย เพราะในเมื่อรินซังหายไป ฉันก็ไม่เหลืออะไรให้เสียใจอีกแล้ว เหอๆ)
มาซาโกะ ตอนนี้ดูไม่ค่อยมีฉากไหนน่าหมั่นไส้เลย (จริงๆ ก็เลิกหมั่นไส้มาซาโกะตั้งแต่เล่มสามแล้วอ่ะนะ ความจริงเธอก็เป็นเด็กดีคนหนึ่ง) ว่าแต่คนที่มาซาโกะบอกว่า มาอิอาจจะไม่ได้เจออีกนั้น นั่นหมายถึงนาลแน่หรือเปล่าน้า
รินซัง สายตาที่มองมาอิ ตอนรู้ว่า นาลบอกมาอิว่าอะไรจมอยู่ในทะเลสาบนั่น หมายความว่าไงคะ?
จอห์น หนูเปียกน้ำแล้ว หล่อจริงเลยค่า! (ชักเริ่มไร้สาระ)
ยาสึฮาระ เล่มนี้ยาสึฮาระก็มักจะไปไหนมาไหนกับมาอิอยู่เสมอ พูดจริงๆ ในภาคนิยาย สองคนนี้ก็ไปไหนด้วยกันบ่อยๆ จนเรียกว่าแทบจะตัวติดกันแจเลยแหละ จนชักอยากจะเชียร์คู่นี้เป็นคู่ที่สามรองจาก คู่ นาลxมาอิ รินซังxมาอิ (เฮ้อ...มาอิอุเคะ จริงๆ เลยเรา)
มาอิ...เล่มนี้น่ารักขึ้นนะ แล้วก็ไม่อยากให้เธอได้รู้ความจริงทั้งหมดเลย....
พูดถึง ซีนที่สะดุดอารมณ์มากที่สุดก็คงเป็นตอนที่พวกนาลติดอยู่ในโรงเรียน แล้วพยายามรีบวิ่งไปห้ามพวกหลวงพี่ไม่ให้เข้ามาข้างใน แต่สุดท้ายพวกหลวงพี่ก็เข้ามาจนได้ พอเห็นหน้าพวกหลวงพี่ ยาสึฮาระ และมาซาโกะที่เข้ามาข้างในแล้ว มันรู้สึกจบเห่ยังไงไม่รู้ มานึกๆ ดู ถ้าเป็นเหตุการณ์แบบนี้ในหนังฝรั่ง เวลาที่โดนขังออกไปไหนไม่ได้ บ่อยครั้งที่เขาจะทำกันก็คือ หยิบโทรศัพท์มือถือมาลองโทรออกก่อน แต่เรื่องนี้กลับไม่มีฉากแบบนั้นเลย คงเพราะนิยายมันแต่งในช่วงที่ยังไม่มีมือถือใช่กันแพร่หลายอย่างสมัยนี้ล่ะมั้ง (แต่ถึงมี มันก็คงใช้การไม่ได้อยู่ดี) ว่าไป อาจารย์โอโนะที่สามารถคิดพล็อตเรื่องได้ขนาดนี้ ก็ถือว่าสุดยอดเลยนะ (สมัยนั้นคงไม่ค่อยมีใครคิดได้เท่าไหร่หรอก)
อ๊ะ มีอีกซีนที่น่าสนใจ ก็ตอนที่หลวงพี่ชมนาลว่า สุดยอด แล้วนาลยิ้มรับขอบคุณน่ะแหละ มีความรู้สึกว่า รอยยิ้มของนาลอันนั้น เป็นรอยยิ้มจริงๆ นะ ไม่ใช่ยิ้มเชิดหยิ่งหรือยิ้มประชด จะว่าไป นอกจากมาอิที่มักจะทำให้นาลยิ้มได้ (รวมไปถึงทำให้รินซังหัวเราะในช่วงเล่มหกด้วย ) ก็คงเป็นหลวงพี่เนี่ยแหละมั้ง ที่พอให้นาลอารมณ์ดีได้นิดหน่อย น่านะ ก็คุณพ่อนี่น้า
เอาล่ะ ระบายอารมณ์ความประทับใจเรียบร้อยแล้ว (ยาวชะมัดเลย) ในเล่มหน้าปริศนาทั้งหมดก็คงจะคลี่คลายแล้ว (ล่ะมั้ง ) - - - เพราะมันยังไม่พ้นเล่มหนึ่งของนิยายเลย และคดีคราวนี้ก็ไม่สามารถหาข้อมูลอะไรๆ ได้เหมือนคดีอื่นๆ ด้วย เรียกว่าหินสุดๆ อย่างไรก็ตามขอเตือนให้ทำใจและอย่าคิดว่ามันจะจบแบบแฮปปี้ครอบครัวหรรษาสักเท่าไหร่นัก อันนี้ด้วยความหวังดีจริงๆ ไม่ใช่สปอย (สำหรับเรา เราคิดว่า มันจบแบบนั้นไม่ได้เสียหายเลวร้ายอะไรมากนักหรอก แต่ว่าไม่รู้คนอื่นจะคิดเหมือนกันหรือเปล่าเนี่ยสิ)
แล้วเจอกันใหม่เมื่อเล่มหน้าออกนะค้า ว่าแต่ต้องรออีกสักกี่เดือน (ปี) มันถึงจะออกล่ะเนี่ย?
|