ตอบ Shadow★Phantom ที่พูดไว้ว่า : 5555. บางทีขนาดเกรทไม่ร้องเพลงแค่ตะโกนเรียกเพื่อนดังๆหลายๆครั้งยังแสบแก้วหูตัวเองเลย แหะๆ ...
เสียงพี่น่ะจะมีพลังก็ต่อเมื่อเสียงอยู่ในระดับพอดีหรือต่ำนิดๆ มันจะทำให้ดูขลังขึ้นนิดๆ เวลาตะโกนบางทีเสียงพี่ก็กลายเป็นแหลมแสบหูเหมือนกันแหละ

เสียงตัวเองจะตาย
ถามว่าพี่แต่งสดมั้ย...แต่งน่ะสดค่ะ แต่พล็อตน่ะคิดไว้ในหัวตั้งแต่ต้นจนจบ เอาเหตุการณ์ยัดๆๆแล้วก็เขียน จะให้ตอนนั้นตอนนี้มีอะไร วางแผนล่วงหน้าไว้สักวันสองวันแล้วก็เขียน ปกติพี่เขียนนิยายตอนหนึ่งใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆก็เสร็จแล้วแหละ ไม่นานค่ะ จะว่าสดก็ไม่เชิงนัก เพราะทุกอย่างอยู่ในหัว แค่เอามาเรียงใหม่ให้ดีหน่อยแค่นั้น เกรทว่าฝีมือการเขียนพี่เป็นไงบ้างล่ะคะ?
แหม ถ้าเกรทอยากแต่งนิยายล่ะก็ เต็มที่ค่ะ มีปัญหาตรงไหนถามพี่ได้ เคล็ดลับในการแต่งพี่ก็ไปหาๆมาจากที่แนะนำกันทั้งหลายนั่นแหละมาปรับใช้เอา ผสมกับที่ชอบอ่านนิยายเก่าๆ ก็เลยลองเอามาแต่ง ได้ออกมาแบบนี้แหละค่ะดีไม่ดีไม่รู้ ไม่ดีหรอกมั้ง...
เกรทเป็นน้องสาว(และเพื่อนในเด็กดี) คนแรกเลยล่ะที่พี่สามารถคุยระบายอะไรต่อมิอะไรได้แบบสบายไม่ต้องกลัวหรือแคร์อะไร พี่เป็นยังไงพี่ก็บอกไปอย่างงั้น นี่แหละพี่่ล่ะ
ชีวิตพี่ลุ่มๆดอนๆแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว บ้าบอคอแตกมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พี่ไม่ชอบเข้าพวกไปไหนกับใคร แต่พี่ก็สามารถอยู่กับพวกได้แบบไม่มีปัญหา ปัญหาครอบครัวพี่ไม่มีหรอกค่ะ มีแต่ปัญหาเรื่องสุขภาพกับการเรียน ซึ่งก็มาจากที่พี่ขี้เกียจส่งงานนั่นแหละ พี่ไม่ค่อยจะอะไรกับชีวิตเท่าไรหรอก เกิดมาก็ตายเหมือนกันทุกคนจะเอาอะไรกะชีวิตนักหนา อะไรจะเกิดก็ช่างมัน พี่คิดอย่างงี้...แต่ขออย่างเดียว อะไรที่เราอยากทำใครอย่ามาขัดก็พอ
มีครูอยู่หลายคนที่พี่คุยด้วยได้ บางคนพี่ก็สนิทด้วย แต่ถึงสนิทพี่ก็ไม่เคยใช้ประโยชน์จากครูหาของดีให้ตัวเอง(ยกเว้นแต่ครูจะเอามาให้เอง อย่างขลุ่ยพันสองซึ่งพี่เพิ่งทำหายไปตอนวันไม่สบายเนี่ย) พี่มีครูที่ไม่ค่อยจะชอบหน้าพี่อยู่เหมือนกันแต่น้อยค่ะ ครูคนหนึ่งตอนเด็กพี่สนิทกะแกคุยอะไรก็ได้ แต่พอโตมารู้สึกว่าพี่จะไม่อยากคุยกะแกอีกแล้ว ไม่อยากจะยุ่งเลย เพราะท่าทีแกเปลี่ยนไปมาก แต่ในบรรดาครูที่สอนพี่ มีอาจารย์เก่าของพ่อพี่ด้วยล่ะ ตอนนนี้เกศียณไปแล้วค่ะ เกษียณไปปีที่แล้วนี่เอง พี่ไม่ได้ไปหาแกเลยตั้งแต่จบโรงเรียนนั้น
มีครูอยู่คนหนึ่งที่พี่นับถือแกมาก ชื่ออ้อย ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าออกไปหรือยัง เพราะพี่ไม่ได้ไปหาแก แต่ใช่ว่ามาอยู่โรงเรียนมัธยมแล้วพี่จะไม่มีครูคนไหนนา มีหลายคนเหมือนกันค่ะ ไม่รู้เพราะอะไร แต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรหรอก ครูสังคมคนหนึ่ง เอ๊ยไม่สิ สองคน แล้วก็ครรูแนะแนว ภาาษาไทย(ภาษาไทยนี่ที่คุ้นกันเพราะพี่ทำงานให้ครูแกหลายงานค่ะ ทั้งเป็นนักเรียนประสานวงดนตรีตอนภาษาไทยมีงานให้วงช่วย ทั้งเป็นตัวแทนประกวด) ดนตรี กับนาฏศิลป์บางคน(เจ๊ใหญ่วงดนตรีอย่างครูอรชรเป็นครูที่พี่คคุ้นที่สุดในดรงเรียน ชนิดไปไหนมาไหนเจอแกไม่ทักกันเป้นไม่ได้ แหย่กันเล่นประจำ เพราะพี่อยู่วงดนตรีเจอแกทุกวัน ไปออกงานเดินทางกะแกก็บ่อย แถมได้นอนด้วยกันตั้งหลายครั้งตอนไปเดินทาง) แต่มีครูคอมคนหนึ่งสมัยพี่อยู่ ป. สี่ พี่เกลียดขี้หน้าแกสุดๆ เนื่องจากพี่โดนเพื่อนว่าแล้วอารมณ์ขึ้น เลยมีเรื่องปีนเก้าอี้ไล่กันจนแกด่า แล้วแกก็ว่าพี่คนเดียวว่าไม่เจียม ทั้งๆที่เพื่อนมมันทำพี่ก่อน
ของเกรทเองรู้สึกจะเจอเรื่องเจ็บช้ำเพื่อนกับครูเยอะใช้ได้นะคะ ครูแต่ละคนก็มีโอกาสอวยศิษย์รักตัวเองทั้งนั้น แต่พี่แปลกอยู่อย่างถ้าเทียบเรื่องของเกรท พี่ได้ไปไหนมาไหนบ่อยเกือบจะที่สุดในบรรดานักเรียนดนตรีไทย ในวงมีพี่นั่นแหละที่ไปไหนมาไหนใกล้ชิดครูบ่อยๆ ครูแกก็เป็นกันเอง นักเรียนคนไหนว่างไปนั่งตากแอร์ในห้องแก แก็ไม่เคยว่า บางทีก็เอาอะไรมาให้ด้วยซ้ำไป แต่ถึงพี่จะไปไหนมาไหน ออกงานแสดง เดี่ยว ทำงานโรงเรียน แข่งขันบ่อย แต่พวกวงดนตรีก็ไม่มีใครว่าหรือทำอะไรพี่เลย พี่มีเพื่อนเยอะค่ะในวง แต่ที่สนิทแบบเม้าแหลกได้เหมือนเกรทน่ะไม่ค่อยจะมี(เกรทเป็นคนที่สองที่พี่สามารถเม้าเรื่องดราม่าชีวิตแบบนี้ให้ฟังได้ล่ะ ถ้าไม่นับเพื่อนของพี่จริงๆอีกคนที่ตอนนี้มันย้ายโรงเรียนไปแล้ว)
พี่เคยโดนเรียกไปยืนหน้าห้องแล้วด่า แต่วันนั้นถึงจะสั่น แต่พี่ก็ไม่โกรธครูค่ะ เพราะมันเป็นวันที่พี่งัดโทณรศัพธ์นั่นแหละ แถมยังแอบอยากร้องไห้ด้วย เพื่อนที่มันมาวายกับพี่เรียกตัวพี่ออกไปข้างนอกตอนเรียนดนตรี ร้องไห้ แล้วบอกว่าเกิดเรื่อง จากนั้น

เพื่อนคนนั้นก็โดนไล่กลับห้อง แล้วพี่ก็เผชิญชะตากรรมโดนด่า แต่ครูกับเพื่อนช่วยพี่ เป็นอะไรที่ซึ้งใจสุดๆ
พี่ชอบโดนล้อตอนประถม หลายฉายาค่ะที่มันล้อพี่น่ะ บางทีล้อชื่อพ่อชื่อแม่ก็มี แต่การเอาชื่อพ่อแม่มาเรียกเป็นชื่อลููกน่ะเรื่องไม่แปลกสำหรับโรงเรียนพี่ค่ะ มีเยอะจะตาย แต่พี่ไม่โดน(พ่อแม่พี่คงเรียกไม่เหมาะมั้ง) โดนอย่างมากก็แค่ล้อเล่นๆ แต่พี่กล้าบอกชื่อพ่อแม่ให้ใครรู้ก็ได้ เพราะพี่มั่นใจว่าถึงโดนล้อก็ไม่โกรธ
ถ้าครูที่ทำพี่ยับเยินตอนอนุบาลยังอยู่ตอนนี้นะ พี่รับประกันได้ว่าพี่กล้าเดินเข้าไปหาซึ่งๆหน้าได้เลย แล้วก็สาสามารถด่าอะไรแกก็ได้ เพราะพี่เจ็บช้ำอยู่ แต่ยังงไงตอนนี้แกไปแล้วพี่ก็ไม่ถืออะไร แต่แหม สอนความแข็งแกร่งให้พี่เยอะจริงๆ เยอะจนสมองมีปัญหาเลย ถึงเคยกินนยาแก้เครียดพี่ก็ใช่ว่าจะหมดปัญหานา....ตอนนี้เวลาเครียดทีไรพี่ถึงชอบนึกแต่เรื่องนี้จนกลายเป็นการพยายามหลีกเลี่ยงความเครียด พยายามทำอะไรไม่ให้ตัวเองเครียด เพราะพี่เป็นคนกลัวความเครียดมาตั้งแต่อนุบาล...พี่ไม่อยากอยู่ในภาวะกดดันอีก ทุกวันนี้เวลาพี่คิดมากหรืออารมณ์เสีย พี่มักจะคิดฟุ้งซ่านจนเลยเถิดไปถึงการอยากตายให้มันพ้นๆ แต่ก็ตายไม่ได้สักที จนสุดท้ายก็ลุกขึ้นสู้ ตายแล้วได้อะไร ตายแล้วให้เขารับปัญหาแทนแล้วมันดีตรงไหน
โรงเรียนประถมพี่เคยออกข่าวทารุณเด็ก ทำโทษนักเรียนให้ยืนเข้าแถวจนเป็นลมสามสิบกว่าคน ผู้ช่วย ผอ. ถูกไล่ออก แต่พี่่ไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ เคยเป็นลมครั้งเดียวในชีวิต แต่เคยเกือบเป็นลมหลายครั้งนะคะ
เพื่อนพี่ก็คล้ายๆกับเกรท รั่วบ้าง ฮาบ้าง คุยไปถีบกันไป มีทั้งคุยทั้งด่า เดี๋ยวก็

ใส่กันเป็นว่าเล่น นี่แหละค่ะพี่กับเพื่อน เดี๋ยวคุยๆไปก็จะมี สรรพคำด่า ด่ากันมันเสด็จ นั่่งเม้าคนนั้นคนนี้ แล้วก็เอาเรื่องบ้านช่องมาคุยปรับทุกข์กัน แต่ยังไงถึงง่องแง่งแต่พอจะจากกันจริงๆก็รู้สึกโหวงไปมาก เพื่อนนสนิทโรงเรียนพี่ในชีวิตนี้บอกได้ว่ามีไม่ถึงสามคน และตอนนี้ไม่มีใครอยู่กับพี่ ทำให้พี่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกครั้งหนึ่งหลังจากไม่รู้สึกมานาน พี่โดดเดี่ยวแต่เด็ก ไม่ติดเพื่อน แต่ในสภาวะแบบนี้เป็นใคครก็ต้องว้าเหว่ เมื่อคนที่รู้ใจกันจริงๆคนหนึ่งไม่ได้อยู่ด้วยกันน่ะ
เพื่อนคนที่พี่เล่นน่ะ ปกติมันโทรมาหาพี่บ่อยค่ะ โทรมาคุยกัน มาปรับทุกข์กัน ต่อไปก็จะไม่ได้เจอกัน แล้วก็คิดถึงกัน มันก็คล้ายพี่ คล้ายเกรท ชีวิตดราม่าพอกันนั่นแหละ
รู้สึกว่าตังเม่นี่จะ...แอบสองจิตสองใจเล็กๆ ทางที่ดียื่นคำขาดไปเลยว่ามันจะเลือกใคร ถ้ายังเป็นแบบนี้รับรองว่าอยู่่ไม่ยืด พี่ไม่ว่าถ้าการโกหกจะส่งผลดีต่อกันทั้งสองฝ่าย เพราะพี่ก็เคยทำ แต่ส่วนใหญ่พี่จะไม่โกหก พี่จะปิดบังมากกว่า ส่วนที่ม่อนทำแบบนี้ บางทีอาจจะเพราะกลัวก็ได้ ลองไปคุยดีๆอีกทีแล้วค่อยคิดก็ได้ค่ะ พี่เองก็มีปัญหาเหมือนกันเรื่องนี้น่ะ กับ

เพื่อนจอมวายคนคนเดิมนั่นแหละ
อ้าว...

ทีมคนนี้นี่มันหน้าไไหว้หลังหลอกนี่หว่า ทำเหมือนตัวเองดูดี แต่ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น พี่เองถ้าถามว่าดีมั้ย...ตัวตนขอองพี่จริงๆก็แทบไม่มีอะไรต่างจากในเน็ตหรอก เว้นแต่ใในเน็ตพี่จะเรียบร้อยกว่าตอนอยู่จริงๆเล็กน้อยแค่นั้นแหละ
แต่พูดไปพี่ไม่ชอบคนถามคำตอบคำ ไม่คุยก็ไม่สน พี่ไม่ชอบแบบนี้นา พี่เองเวลาจะทักใคครบางทีีก็ไม่กล้า แต่

ทีมเวรนี่มันรู้แล้วว่าใครเป็นใคร ยังไง แต่่มันมาตีสองหน้าใส่แบบนี้เป็นพี่ถล่มแหลกแล้วจริงๆนา
พระราชวังเหรอ...ก็อย่างที่พี่บอกแหละค่ะ เป็นยิ่งกว่าคฤหาสน์เจ้าใหญ่นายโโต สูง ติดแอร์รอบ มีแต่อะไรดีหรูหราจนไม่อยากเชื่ออยู่เต็ม เบาะเก้าอี้งี้หนนามากกว่าห้านิ้วด้วยซ้ำ นุ่มด้วย อาหารการกินก็แสนจะเลิศ แต่การเข้าเฝ้าน่ะมีพิธีมากค่ะ อย่างว่า อยู่นานสุดๆกว่พระองค์จะเสด็จ วังที่พี่ไปคือวังสราญรมย์ค่ะ ไปรับโล่กับพระหัตถ์(และเคยออกข่าวพระราชสำนักสองครั้ง) ความจริงไม่ใช่แค่ใบประกาศค่ะ พี่ออกทีวีหลายครั้งเหมือนกัน ออกด้วยความบังเอิญ(ครูจับยัดน่ะ)
รายการที่พี่เคยออกก็มี...คนละไม้ละมือ(ไอทีวีสมัยก่อน ออกกับเด็กศูนย์ตาบอดลำปางค่ะ) ตีสิบ(ก็ไปช่วยงานเด็กศูนย์ลำปางอีกนั่นแหละ ไปสองครั้ง) ทีวีพู(อันนี้ออกตอนนได้รางวัลขลุ่ยค่ะ ถ่ายหน้าเสาธง เดี่ยวขลุ่ยออกด้วย) เนวิเกเตอร์(ทัวร์หกเจ็ดวันกับพี่ติ๊กและทีมงาน ไปกะเด็กศูนย์อีกแล้ว ไปชลบุรีค่ะ ทะเลทั้งนั้น พี่ทำงานให้ศูนย์เยอะว่างั้นเหอะ เพราะเป็นสมาชิกวงศูนย์ด้วย วงดนตรีนา)
ตอนนี้วงดนตรีที่พี่เป็นสมาชชิกอยู่มีสามวงค่ะ คือ วงโรงเรียนพี่(บุญวาทย์) วงของศูนย์คนตาบอดลำปาง(พี่ไปช่วยเขาา) วงในหมู่บ้านพี่(พี่ขอเข้า) ส่วนวงที่ยุบไปแล้วก็มี วงหอศิลป์ของอาจารย์ที่สอนดนตรีพี่ วงของโรงบาลประจำจังหวัด วงโรงเรียนเก่า วงโรงเรียนพ่อพี่(พี่ไปช่วยเป็นระยะ ไปออกงานด้วยก็มี)
รางวัลเหรอ...เด่นๆที่พี่เคยได้ก็...
อ่านภาษาไทยระดับชาาติ(โล่พระเทพสองครั้ง แต่ได้โล่พระเทพจริงแล้วหกเจ็ดครั้ง เข้าเฝ้าสองครั้งนั่นแหละค่ะ)
ขลุ่ยเพียงออระดับชาติ(ศิลปะหัตถกรรม ได้ที่สิบครั้งหนึ่ง ที่สามครั้งหนึ่ง ที่สามได้ปีนี้แหละค่ะ)
คนดีศรีบุญวาทย์(รางวัลประจำโรงเรียน)
ถ้าไม่นับใบประกาศเล็กๆน้อยๆ ก็คงจะมีแค่นี้แหละมั้งคะ