Frozen Teardrop (กันดั้มวิง ภาคนิยาย)
ตอนก่อนหน้า

Frozen Teardrop (กันดั้มวิง ภาคนิยาย)
เกริ่นเรื่อง: ‘ฟิน’ แต่ ‘หน่วง’
17 เม.ย. 57 , View: 217 , Post : 0


โมบีลสูทกันดั้มวิง Frozen Teardrop เล่ม 1, คาสึยูคิ สุมิซาวะ, แปลโดยเลอลักษณ์ วีรวุฒิไกร, สำนักพิมพ์ อนิแม็กบุคส์, ครั้งที่ 1 ปี 2557

 

เมื่อปี 1995 สตูดิโอซันไรส์ของญี่ปุ่นได้ผลิตอนิเมชั่นแนวหุ่นยนต์รบในสงครามเรื่อง Gundam Wing เพื่อสร้างความต่อเนื่องของซีรีส์แนวหุ่นยนต์เรื่องนี้ ซึ่งตอนแรกที่ออนแอร์ในปีนั้นก็ปรากฏว่ามันสามารถเรียกคะแนนผู้ชมได้ล้นหลามเพราะเป็นกันดั้มภาคที่มีการตีความใหม่สมกับที่แฟนๆ หลายคนรอคอย

 

นี่ก็ปี 2014 แล้ว เรียกได้ว่าผ่านมาแล้วถึงสิบเก้าปีหลังจากกันดั้มวิงได้ออกฉายทางทีวีญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก เรื่องราวของกันดั้มวิงก็คือ เด็กหนุ่มวัย 15 ปีจำนวน 5 คนจากสเปซโคโลนีห้าแห่งได้ถูกส่งมายังโลกเพื่อก่อวินาศกรรมต่อต้านกองทัพโลกซึ่งปกครองสเปซโคโลนีอย่างกดขี่มานาน พระเอกหลักๆ ของเรื่องก็คือ ฮีโร่ ยุย นักบินรบซึ่งถูกฝึกโดยนักฆ่าอาชีพจนกลายเป็นผู้ก่อการร้ายที่มีความช่ำชองและอุปนิสัยเงียบขรึม ส่วนนางเอกคือรีลีน่า โดเรียน ลูกสาวรัฐมนตรีต่างประเทศของกองทัพโลก ซึ่งต่อมาความจริงจะเปิดเผยว่าเธอเป็นเจ้าหญิงของราชวงศ์แห่งสันติภาพของโลก รายละเอียดอื่นๆ เกี่ยวกับกันดั้มวิงนี้สามารถไล่หาได้อินเทอร์เนต หรือไม่ก็หาดูจาก Gundam Wing ทั้ง49 ตอนซึ่งมีคนอัพโหลดตามเว็บอยู่หลายแห่งค่ะ แต่เนื่องจากมันเป็นอนิเมเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว งานภาพก็อาจจะดูเก่าๆ เชยๆ ไปบ้าง ก็ไม่แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ๆ จะไม่รู้จักและไม่ค่อยสนใจกันดั้มภาคนี้เท่าไหร่นะคะ

 

เนื้อเรื่องของกันดั้มวิงจบลงด้วยดีในปี 1996 (ฉายกันข้ามปี) นั่นคือฝ่ายกองทัพโลกสามารถเจรจาสันติภาพกับชาวโคโลนีในอวกาศได้ จากนั้นสตูดิโอซันไรส์ก็ผลิตกันดั้มเรื่องอื่นๆ ออกมาเรื่อยๆ แต่หมุดหมายสำคัญคือในปี 2000 กันดั้มวิงได้ไปฉายในช่องทีวีที่อเมริกาและไปเจาะตลาดคนดูที่นั่นได้ ทำให้คำว่ากันดั้มวิงและฮีโร่ ยุยกลายเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนเสพอนิเมชั่นในอเมริกา ซึ่งสาเหตุที่กันดั้มวิงสามารถเจาะตลาดที่เดาใจยากอย่างอเมริกาได้จะขอถกในหัวข้อถัดไปนะคะ

 

Frozen Teardrop เป็นโปรเจ็คต์นิยายภาคต่อของ Gundam Wing ซึ่งวางแผงในญี่ปุ่นปี 2011 และเป็นนิยายภาคต่อที่ได้ลิขสิทธิ์เนื้อเรื่องจากทีมเขียนบทของสตูดิโอซันไรส์จริงๆ ไม่ใช่ว่าเป็นแฟนฟิคชั่นที่มโนเขียนกันไปเอง เนื้อเรื่องว่าด้วยเหตุการณ์ 20 ปีหลังจากกันดั้มวิงจบลง บรรดาตัวละครในภาคเดิมต่างกลายเข้าสู่วัยกลางคนกันไปแล้ว และโลกก็มีวิวัฒนาการจนถึงขั้นไปบุกเบิกที่อยู่อาศัยบนดาวอังคาร แต่ก็ดูเหมือนจะเกิดความขัดแย้งขึ้น...จึงได้มีการนำแคปซูลแช่แข็งร่างของนักบินรบในตำนานที่ชื่อ “ฮีโร่ ยุย” มาปลุกคืนชีพโดยกลุ่มเพื่อนนักบินรบของเขาในอดีต นี่คือเรื่องย่อคร่าวๆ ของ Frozen Teardrop ซึ่งแค่นี้ก็ส่งกลิ่นตุๆ แล้วว่าคงมีฉากบู๊กันสนั่นและได้ขยี้อารมณ์ตัวละครกันน่าดูชม

 

Frozen Teardrop เป็นลิขสิทธิ์ของ สนพ. A-Plus (ในเครือนิตยสารการ์ตูน Animag) ซึ่งก็ต้องขอชมเชยในความกล้าที่ซื้อลิขสิทธิ์เรื่องนี้มาแปลเป็นไลท์โนเวล เพราะเท่าที่ดูคร่าวๆ คนที่สนใจซื้อนิยายเล่มเล็กเรื่องนี้น่าจะเป็นแฟนคลับกันดั้มวิงหรือไม่ก็ต้องรู้จักซีรีส์กันดั้มอื่นๆ มาบ้าง เรียกว่านี่เป็นไลท์โนเวลเฉพาะกลุ่มเลยล่ะค่ะ เพราะถึงแม้ว่าการเล่าเรื่องใน Frozen Teardrop จะเล่าผ่านสายตาของ “แคธี่ โป” ซึ่งเป็นตัวละครใหม่ที่ไม่เคยรู้เรื่องราวของนักบินรบกันดั้มเมื่อ 20 ก่อน (หมายถึงยี่สิบปีในเรื่องนะ) ดังนั้นการเล่าผ่านสายตาของแคธี่จึงทำให้คนอ่านค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวของกันดั้มวิงได้อย่างไม่ติดขัด แต่รายละเอียดของ Frozen Teardrop ก็ถือว่าค่อนข้างเยอะ เนิบนาบ และตัวละครมากจนน่าเวียนหัว แถมในเล่ม 1 นี้ยังเน้นไปที่การแฟลชแบคไปยังชีวิตของเทรซ คุชเรนาด้า นายทหารไฮโซซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในกันดั้มภาควิง และกว่าฮีโร่ ยุย พระเอกตัวจริงของเรื่องจะลืมตาจากแคปซูลแช่แข็งก็เป็นหน้าสุดท้ายของเล่มเลยค่ะ ดังนั้นถ้าไม่ใช่แฟนเดนตายของ Gundam Wing จริงๆ ละก็...อาจจะอ่านแล้วมึนไปเลยก็ได้

 

ในฐานะเด็กโข่งที่คุ้นเคยกับกันดั้มวิงมาก่อน การได้ Frozen Teardrop มาไว้ในครอบครองจึงเกิดอาการ ฟิน อยู่มาก เพราะเหมือนได้กลับมาหาเด็กๆ ที่คุ้นเคยอีกครั้ง โดยส่วนตัวเราชอบกันดั้มภาคนี้มากค่ะ เพราะเป็นภาคแรกที่ติดตามข่าวจากนิตยสาร...และเป็นภาคแรกที่ได้ดูทางฟรีทีวีในไทย ถึงแม้แฟนๆ ซีรีส์กันดั้มส่วนหนึ่งจะยี้ใส่ภาค Wing ด้วยเหตุที่ว่ามันเป็นภาคที่ขายหน้าตาคาแรกเตอร์ตัวละคร (ก็เล่นมีพระเอกขับหุ่นยนต์รบกันดั้มเปิดตัวตั้ง 5 คน) และยังเป็นภาคที่ตัวละครพูดถึงทฤษฎีสันติภาพกันเสียมากกว่าขับหุ่นมาสู้รบ แต่เรากลับคิดว่าทั้งหมดนี่แหละคือเสน่ห์ของภาค Wing อันนี้

 

ดังที่เกริ่นแล้วว่าเราจะลองวิเคราะห์ว่าทำไม Gundam Wing ถึงค่อนข้างโด่งดังและเป็นที่รู้จักในอเมริกา ทั้งๆ ที่ในเอเชียแล้วภาค Gundam SEED (ฉายปี 2003) จะมีภาษีดีกว่าเยอะ นั่นคือประเด็นที่ว่าสงครามใน Gundam Wing นั้นไม่ใช่สงครามเต็มรูปแบบ (total war) แต่มันเป็นสงครามก่อการร้ายจากชาวโคโลนีซึ่งถูกกองทัพโลกปกครองอย่างกดขี่มานาน เนื้อหาแบบนี้เองที่เข้าถึงจิตใจคนอเมริกัน เพราะอเมริกาก็เคยเป็นอาณานิคมของจักรภพอังกฤษมาก่อนจะปลดแอกตัวเองด้วยสงครามเพื่อประกาศอิสรภาพ แถมรูปแบบสงครามใน Gundam Wing ซึ่งโดนแฟนคลับกันดั้มภาคอื่นๆ ค่อนขอดว่า “พูดกันมากกว่ารบ” นั้นก็เป็นรูปแบบสงครามของชาวตะวันตกเขาจริงๆ เพราะฝรั่งนี่เวลาทำสงครามกันเขาจะมีการเจรจาโดยนักการทูตผสมอยู่ตลอด [แม้แต่สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นสงครามเต็มรูปแบบก็เถอะ...ฝรั่งเขาก็ยังมีการทูตผสมอยู่ในนั้น...ไม่ได้ปล่อยให้แม่ทัพส่งทหารไปอีลุ่ยฉุยแฉกกันท่าเดียว] ดังนั้นการที่เนื้อเรื่องของ Gundam Wing  ไม่มีการรบเต็มรูปแบบจนถึงช่วงท้ายเรื่องถึงเป็นสงครามใหญ่จริงๆ มันจึงได้เข้ากับจริตฝรั่งเขาอยู่ไม่น้อย เพราะเรื่องแบบนี้มันปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาวตะวันตกเขาจริงๆ

 

นอกจากนั้น Gundam Wing ยังเป็นภาคที่มี “ความเป็นสากล” อยู่สูง บรรดาพระเอกนักบินรบกันดั้มทั้ง 5 คนมีคาแรกเตอร์แบบที่ชาวตะวันตกนิยมชมชอบ นั่นคือเป็นนักบินที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่(ทั้งที่อายุแค่ 15-16) มีจุดยืนชัดเจน และไม่ย่อท้อกับชะตากรรม บรรดาพระเอกทั้ง 5 จะไม่ค่อยแสดงความรู้สึกกดดันเมื่อเผชิญหน้าศัตรูเลย พวกเขาอาจเจ็บใจบ้างเวลาถูกชาวโคโลนีซึ่งเป็นบ้านเกิดตัวเองหักหลังหรือเวลาถูกกองทัพโลกจับตัวได้ แต่ก็พร้อมจะต่อสู้และเอาตัวรอดในแบบของตัวเอง [ถ้าเทียบกับภาค SEED เราจะเห็นพระเอกภาค SEED ร้องไห้บ่อยๆ เวลาเจอสถานการณ์บีบคั้น โอเค...คนเอเชียอย่างเราๆ ดูก็จะรู้สึกเห็นใจเพราะพระเอกเป็นพลเรือนที่จับพลัดจับผลูไปข้องเกี่ยวกับสงคราม แต่ฝรั่งเขาคงไม่เข้าใจอารมณ์นี้ของภาคSEEDเท่าไหร่ เพราะพื้นฐานความคิดของฝรั่งคืออุปสรรคเป็นสิ่งเติมเต็มของชีวิต...มนุษย์ต้องเรียนรู้และฝ่าฟันมันไป] ทั้งนี้อาจจะเป็นเพราะพระเอกทั้ง 5 ถูกฝึกมาแบบผู้ก่อการร้ายก็ได้เลยอึดกันเสียขนาดนี้ ดังนั้นการที่ Gundam Wing สามารถเจาะตลาดอเมริกาได้ก็คงเพราะคาแรกเตอร์ที่มี “ความเป็นสากล” แบบนี้ก็เป็นได้...

 

เอาล่ะ พูดถึงความฟินไปก็แล้ว ทีนี้ก็ขอพูดถึงอารมณ์ “หน่วง” จาก Frozen Teardrop ซะหน่อยดีกว่า ดังที่บอกไปแล้วว่านี่คือไลท์โนเวลที่เล่มเล็กขนาดครึ่งหนึ่งของหนังสือไซส์ปกติ ดังนั้นความรู้สึกแรกที่เปิดอ่านเล่มนี้ก็คือ...ตัวหนังสือเล็กมาก!!! ก็ด้วยความที่ขนาดหนังสือมันเล็กจนวางบนฝ่ามือได้นี่แหละค่ะ...ตัวอักษรเลยต้องเล็กและเบียดเสียดตามหน้ากระดาษไปด้วย คือถ้าเรายังอยู่ในวัย teenage ก็คงจะชอบรูปเล่มพกสะดวกอย่างนี้หรอกนะ แต่ตอนนี้อิฉันเป็นพวก aging แล้วนี่สิ ดังนั้นที่ซื้อมาเนี่ย...ได้อ่านคร่าวๆ ไปไม่กี่บทเอง..รู้สึกเหนื่อยสายตายังไงไม่รู้...ตัวหนังสือมันเล็กเกิ๊น เฮ้อ...เลยไม่แน่ใจว่าจะสอยเล่ม 2 หรือเปล่า เพราะท่าทางจะยาวหลายเล่ม (เห็นว่าที่ญี่ปุ่นออกมา 9 เล่มแล้ว) แต่เรื่องนี้เอาไว้ค่อยคิดทีหลังก็แล้วกัน...

 

พูดถึงสำนวนแปลสักหน่อย เท่าที่ดูก็แปลได้สละสลวยและกระชับดี แต่ขอติงนิดนึงเพราะเราเคยอ่านเวอร์ชันแปลโดยแฟนคลับตามอินเทอร์เนตมาบ้างแล้ว อยากจะบอกว่ามือสมัครเล่นบางคนสามารถเลือกใช้คำไทยได้เวิร์กกว่าฉบับแปลลิขสิทธิ์ในบางจุดเสียอีก แต่โดยรวมฉบับตีพิมพ์ของ A-Plus ก็ถือว่าได้มาตรฐานหนังสือแปลค่ะ อ่านคร่าวๆ ก็ได้รสชาติของไลท์โนเวลสไตล์ญี่ปุ่นดี

 

สรุปว่า...นี่เป็นการรีวิวไลท์โนเวลที่ไม่ค่อยพูดถึงเนื้อหาในเล่มเท่าไหร่เลย เพราะเอาแต่เวิ่นเว้อความเป็นมาของกันดั้มวิงไปเรื่อยด้วยความฟินของตัวเอง เอาเป็นว่า Frozen Teardrop อาจเป็นนิยายเฉพาะกลุ่มก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่เคยรู้จักมาก่อนจะลองอ่านดูก็ไม่เลว ไม่แน่นะคะว่าคุณอาจจะติดซีรีส์แนวหุ่นยนต์รบสงครามไปเลยก็ได้... (แล้วจะกลายเป็นแม่ยกกันดั้มเหมือนอิฉัน) 


แฟนคลับ [3]
Add เป็นแฟนคลับ Blog นี้

แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม



  • C o m m e n t
  • 1

    1

    ตอนก่อนหน้า

      C O M M E N T   B o X

    อยากบอกว่า :

    ลงชื่อ
    พิมพ์ตัวเลข

    My Blog
    40
    Comments
    75
    Fanclub
    3


        Blog ที่ผ่านมา


    ดู Blog ทั้งหมด


        Favorite Blog
    เก็บรายชื่อ Blog ที่เราชอบมากๆ

    ยังไม่มี Favorite Blog