|
View : 19 Post : 0
30 ตุลาคม 2551
ชื่อตอน : ปมปริศนา
เกริ่นเรื่อง : ปมในใจ ผู้ชาย หญิงสาว
 ปมปริศนา ปมในใจ ผู้ชาย หญิงสาว
ปมปริศนา ตอนตุ๊กตาหัวมนุษย์/ ผู้แต่ง วสันต์ นิธิวรกุล/ สำนักพิมพ์เลมอน กรีน/ ราคา 179 บาท ว่าแล้วก็ได้ฤกษ์เอานิยายที่ได้จากงานหนังสือมาชำแหละสักที หลังจากที่ปีนี้แมวซ่าซุ่มเงียบมานาน....ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้....ก็ได้เวลาลับเขี้ยวของเฮาแล้ว แต่เขี้ยวเล็บน้อยๆ ของแมวตัวนี้คงไม่ไปทำให้ใครถึงกับแขนขาด ขาขาด ก่อสงครามเสื้อสีเหลือง-สีแดงแน่นอน ทั้งๆที่วงการหนังสือปีนี้แข่งกันดุเดือด ทั้งของพรีเมียมสวยๆ หน้าปกเริดๆ การโปรโมตที่แรง กระแสเกาะติด ต่างๆ นานา น่าจะเรียกได้ว่าเป็นพัฒนาการอย่างนึงของบรรณพิภพที่ยิ่งแข่งก็น่าจะยิ่งมีพัฒนาการมากขึ้น แต่ทั้งนี้เราก็ได้ไปหยิบนิยายเรื่องนึงมาจากสำนักพิมพ์ที่ไม่ค่อยมีคน (ตอนไปซื้องี้ไม่ต้องเบียดกับใครเลย สบ๊าย~สบาย) นั่นก็คือนิยายแนวสืบสวน "ปมปริศนา ตอนตุ๊กตาหัวมนุษย์" ผลงานของวสันต์ นิธิวรกุล ขนาดรูปเล่มดูแปลกและเก๋ เพราะมันเล็กกว่าพอคเก็ตบุคทั่วไป แต่นั่นก็หมายถึงความกระชับของเรื่องที่อ่านไม่กี่ชั่วโมงก็จบ ดูเหมือนว่านี่จะเป็นซีรีส์ และตอนที่เราซื้อก็เป็นตอนที่ 2 กระนั้นก็มีการปูพื้นมากพอจะให้คนอ่านเข้าใจเนื้อเรื่องได้ ดังนั้นจึงไม่เป็นปัญหาและอาจจะทำให้คนอ่านอยากไปหาเล่มแรกมาอ่านด้วยซ้ำ (แต่เราไม่อ้ะ...) หน้าปกดูสวยดี เพียงแต่การใช้สปอตยูวี (จุดที่อาบมัน) ช่วงปอยผมมันดูขาดความละเอียดไปเล็กน้อย คือถ้าออกแบบปกให้แจ่มกว่านี้มันก็จะดีมาก ปมปริศนาว่าด้วยเรื่องของ รณชัย นักวิชาการสายจิตวิทยาที่ถูกชะตากรรมชักนำให้เข้าสู่กรมสืบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในตอนเปิดเรื่อง รณชัยยังมีความรู้สึกผิดจากคดีเล่ม 1 ติดตัวอยู่ มันทำให้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะสืบคดีที่กำลังสะเทือนขวัญชาวกรุง "คดีไอ้ตุ๊กตา" ซึ่งเป็นคดีของฆาตกรที่ฆ่าตัดหัวหญิงสาวแล้วทิ้งศพกับหัวสังเคราะห์ที่หล่อให้เหมือนหน้าเดิมไว้ในที่สาธารณะ แต่ วาลิกา หญิงสาวซึ่งเป็นทั้งลูกศิษย์และคู่นอน ก็พยายามชักจูงให้เขากลับมาทำงานให้ DSI อีกครั้ง ดังนั้นการคลายปมคดีครั้งนี้จึงเหมือนเป็นการเยียวยาคนที่กำลังตกอยู่ในบ่วงความซึมเศร้าอย่างรณชัย และพัฒนาความเป็นนักสืบแนว Noir ที่จะยิ่งทำให้เขาดิ่งความมืดมนของสังคมอันฟอนเฟะมากขึ้นทุกที เป็นไปตามขนบของเรื่องแนวสืบสวน ที่เริ่มปมด้วยการตายของเหยื่อด้วยวิธีการวิปริต หญิงสาวที่ถูกพบเป็นศพเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดัง 2 คน เป็นศพสังเวยแรก ขณะที่เมื่อเปิดเรื่องฆาตกรกำลังลักพาตัวเหยื่อรายที่ 3 ซึ่งเป็นลูกตำรวจนายหนึ่ง ดูเหมือน DSI จะจนตรอกเอาการ จนวาลิกาเจ้าหน้าที่สาว DSI ต้องไปงัดตัวรณชัย พระเอกของเรื่อง (ผู้พิสมัยการฟังเพลง Metal เป็นชีวิต) ให้กลับมาช่วยสืบคดี รณชัยนั้นมีตรรกะในการสืบหาคนร้ายในแบบของตัวเอง ซึ่งทำให้เขาไม่เป็นที่ชื่นชอบในหมู่เจ้าหน้าที่หัวเก่านัก และเมื่อเขาเข้ามาช่วยวาลิกาอย่างแกนๆ วิธีการของเขาก็คือ....คิดแบบเดียวกับฆาตกรว่าทำไมมันจึงเลือกฆ่าหญิงสาวเหล่านั้น และมีแรงขับดันทางจิตอะไร? ขณะเดียวกัน นิยายก็เดินเรื่องจากฝ่ายฆาตกรเองเช่นกัน (ไม่ต้องให้คนอ่านลุ้นให้ยาก เพราะจุดมุ่งหมายคนเขียนเขาบอกในคำนำว่าต้องการให้เข้าใจที่มาของฆาตกรมากกว่าสืบสวน) ปมทางจิตในใจของเขาก็คือความเก็บกดจากแม่ซึ่งเป็นโสเภณี สิ่งที่เขาได้รับนั้น....ทำให้เขาเติบโตมาพร้อมกับเสียงบงการในใจซึ่งไม่อาจขัดขืนได้ จนมีลักษณะอย่างคนจิตเภท..และแสดงออกกับเหยื่อซึ่งประกอบวิชาชีพเดียวกันกับแม่ของเขา......นั่นคือพวกหญิงสาวที่ขายเนื้อสด ความรู้สึกของเราเมื่อได้อ่านถึงการคลายปมเหล่านี้....ทำให้นึกถึงหนังแนวโรคจิตขึ้นหิ้งอย่าง Psycho มันดูจะเป็นขนบเสียแล้วที่ฆาตกรจิตวิปริตนั้นมีปมที่เกิดจากเรื่อง "เพศ" และมักเกิดขึ้นในวัยเด็กโดยผู้ให้กำเนิด (ราวจะตอกย้ำความศักดิ์สิทธิ์ของทฤษฎีแบบฟรอยด์) จนทำให้ฆาตกรต้องมาระบายกับหญิงสาวซึ่งเป็นเพศเดียวกับแม่ตัวเอง แต่ลึกๆ แล้วนิยายเรื่องนี้อาจสื่อให้เห็นว่า....ไม่เพียงปัจเจกเท่านั้นที่ทำให้เกิดฆาตกรรม แต่มันเป็นสังคมของชนชั้นสูงที่มีการซื้อขายบริการทางเพศซึ่งเปิดช่องว่างให้ฆาตกรโรคจิตคนนี้ได้เข้ามาก่อเหตุสะเทือนขวัญด้วยเช่นกัน การขับเคี่ยวระหว่างรณชัยกับฆาตกรโรคจิตที่มีฉากหน้าเป็นคนธรรมดา จบลงโดยการที่พระเอกสามารถสืบหาที่อยู่ของฆาตกรได้ (จากข้อมูลของเหยื่อสาวรายที่ 3 ซึ่งหนีมาได้) แต่นั่นก็มาพร้อมกับความสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตเมื่อวาลิกา คนรักของเขาต้องจากไปเช่นกัน แม้ในตอนจบคนร้ายยังมีก็อกสองอีกนิดหน่อย แต่สุดท้ายปมปริศนาครั้งนี้ก็ถูกคลายออกโดยดี และเป็นการปลดปล่อยรณชัยจากห้วงความซึมเศร้า แต่ว่า...สูญเสียคนรักแบบนี้จะยิ่งเศร้ากว่าเดิมรึเปล่าก็ไม่รู้นะ ตามที่ผู้เขียนได้บอกกล่าวในหน้าคำนำว่า จุดมุ่งหมายของเรื่องไม่ได้อยู่ที่การเฉือนคมในคดีวิปริตอันซับซ้อน แต่ต้องการสะท้อนให้เห็นว่าจริงแท้แล้วอะไรคือสิ่งที่เป็นความเลวร้ายเชิงโครงสร้างของความรุนแรงในเรื่อง ซึ่งเราคิดว่าคำตอบนั้น....อาจเป็น "สังคมชนชั้นอันเหม็นเน่า" ของเราๆ นี่เอง ซึ่งเราเห็นว่ามันก็เป็นคำตอบอมตะที่นิยายสืบสวนยุคโมเดิร์นแบบอเมริกันได้สื่อออกมาให้เห็นหลายเรื่อง ขนบก็คือพระเอกนักสืบของแนวนี้นั้น...ยิ่งสืบก็ยิ่งเห็นว่าปมเหตุฆาตกรรมไม่ได้เกิดจากคนที่เลวร้าย แต่เป็นคนธรรมดาที่ถูกสถานการณ์อันบอกไม่ได้ว่าเขาผิดหรือถูกบีบให้ทำ และบางครั้งสังคมนั่นเองคือคนร้ายตัวจริง จนพระเอกเริ่มรู้จักชีวิตและบรรลุสัจธรรมในสุดท้าย รณชัยก็คล้ายๆ แบบนี้เอง ยิ่งสืบเขากลับยิ่งพบความผิดพลาดเชิงโครงสร้างที่สังคมสร้างสมมากขึ้นทุกที เขาเข้าใจฆาตกรถึงสาเหตุที่มันก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ และอโหสิกรรมให้ในตอนจบเรื่อง อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เราเป็นผู้หญิง...เราอาจเรียกร้องมากไปที่จะบอกว่า เรารู้สึกว่านักศึกษาสาวขายตัวที่ตกเป็นเหยื่อไม่ค่อยได้ถูกปลดเปลื้องความผิดไปด้วยเท่าไหร่เลย บางทีอาจเป็นธรรมดาที่นิยายแนวตัวเอกเป็นนักสืบชายจึงไม่สามารถลงมาประเด็นนี้สักเท่าไหร่ แม้แต่วาลิกาก็ต้องจากไปเพื่อการเติบโตของนักสืบชายหนุ่มผู้มีปมอย่างรณชัย พูดถึงตัวรณชัย จัดได้ว่าเป็นพระเอกแนว Anti-hero เขาไม่ได้เก่งกาจมาดแมน ไม่กล้าจับปืน และทุกข์ทรมานกับอาการซึมเศร้าจนวาลิกาที่คอยปลอบโยนยังแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ นี่เป็นพระเอกแบบคนธรรมดาที่มีความอ่อนแออย่างมนุษย์ทั่วไป และโชคดีที่รณชัยมีคู่นอนอย่างวาลิกาคอยเอาใจใส่ ความสัมพันธ์ของรณชัยกับวาลิกาก็จัดได้ว่าเป็นชาวเมืองสมัยใหม่ พวกเขามีเพศสัมพันธ์ตามธรรมชาติเรียกร้อง แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ยอมรับสถานภาพความเป็นคนรัก ไม่แม้แต่จะแต่งงานอยู่กินกันอย่างเปิดเผย วาลิกาอาจเรียกได้ว่าเป็นหญิงประเภทมือก็ไกวดาบก็แกว่งคนนึง เพราะในหน้าที่การงานเธอก็ถูกบีบอยู่แล้ว (เนื่องจากเบื้องบนไม่ชอบคนแนวๆ อย่างรณชัย) พอเลิกงานไปหาคนรักก็ต้องช่วยปลอบโยนให้เขาเชื่อมั่นในตัวเองอีก ถ้าถามว่าใครเก่งที่สุดในเรื่องนี้..เรากลับเห็นว่าไม่ใช่รณชัยที่มีเซนส์ในการหาคนร้าย แต่เป็นผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังและทำทุกอย่างเพื่อเขา (แม้แต่ค่าเหล้าเธอยังควักให้เขาตั้ง500) อย่างวาลิกานี่แหละ สำนวนการเขียนเรื่องนี้อ่านง่ายดี มันคล้ายๆ อ่านนิยายช่วงทศวรรษ 2520 (ไม่อยากพูดตรงๆ ว่ามันดูเชยนิดๆ) มีความตรงไปตรงมาตามแบบผู้ชายเขียน ซึ่งก็เหมาะกับการเขียนแนวสืบสวนที่ต้องการความตรงไปตรงมาแบบนี้แหละ สรุปโดยรวมก็เป็นหนังสือที่มีเจตนาดี ตัวละครก็เป็นแบบธรรมดามนุษย์ที่ไม่ได้เลิศเลอเกินจริง ถ้ากำลังกระหายเรื่องแนวสืบสวนนัวร์ๆ ก็น่าอ่านเรื่องหนึ่งทีเดียว เพียงแต่ว่า....แมวซ่าขอติติงเรื่องข้อมูลอ้างอิงในเรื่องหน่อยเถอะนะ ฉากที่รณชัยไปสอบถามเพื่อนของเหยื่อรายหนึ่ง ตามเนื้อหาบอกว่าเหยื่อคนนี้เป็นนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแถวๆ ท่าพระจันทร์ มีบทสนทนานึงที่บอกว่า -"แก้วเป็นคนเงียบๆ ค่ะคุณตำรวจ แต่เค้าเรียนเก่ง ได้ G ทุกวิชาแน่ะ"- (หน้า 76 วิฬารีโค้ดข้อความ) ง่า.....ขอยืนยันได้ว่า.....คณะนั้น ของมหาวิทยาลัยนั้น.......ไม่มีการให้เกรดยอดเยี่ยมด้วยตัว G แน่นอนค่ะ มันเป็นระบบ A B C D F ทั่วไปนี่แหละ ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยนิดนึงนะคะถ้ามีการอ้างถึงสถานที่ที่ชัดเจนแบบนั้น
|