JUSTICE

ตอนที่ 2 : ตอนที่2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มี.ค. 60

ผู้กองครับ ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม”

จ่าเสริมรายงานด้วยหน้าตาที่บ่งบอกว่าพอเถอะ มันไม่มีประโยชน์ที่จะตามหา เพราะดูจากคดีแล้ว ก็คงไม่ต่างกับคดีก่อนๆ ที่คนร้ายได้หายตัวไปทั้งหมด และมันก็เป็นแววตาที่ทำให้ผู้กองทราบดี จนถึงกับถอดใจ

งั้นจ่าบอกทีมเราเตรียมกลับฐาน เดี๋ยวฉันขอเดินดูรอบๆ นี้หน่อย” ฐิติภัทร หรือผู้กองภัทร ยังเดินสังเกตไปรอบๆ ที่เกิดเหตุซึ่งเมื่อคืนมีผู้ประสงค์ดีแจ้งว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์ฉุดลากหญิงสาวเข้าไปในดงป่าข้างทาง แล้วก็ได้ยินเสียงโหยหวนของคนเหล่านั้น น่าแปลกตรงที่เสียงร้องลั่นกลับไม่ใช่เสียงของหญิงสาว

จะว่าไปแล้วรอยหญ้าที่แหวกออกเหมือนมีคนจำนวนหนึ่งเดินผ่านไม่นาน น่าจะมีการทำร้ายร่างกายกันบริเวณนี้ แต่กลับไม่พบสิ่งใดผิดปกติแม้แต่น้อย ร่องรอยของดินก็ยังปกติ ไม่มีการขุดเจาะในเนื้อดินแถวนี้มาได้สักระยะแล้ว

จนสายตาเฉียบคมเหลือบไปเห็นบัตรประชาชนของใครคนหนึ่งหล่นอยู่ไม่ไกล ไม่ใช่หล่นสักเท่าไหร่ มันเรียกได้ว่าเกือบจะฝังอยู่ในดินที่แน่นหนา มือที่สวมถุงมือบรรจงดึงหลักฐานชิ้นสำคัญใส่ถุงพลาสติกใส

จ่าๆ ให้ทีมสืบลองขุด ที่บริเวณนี้ดู”

ครับๆ แต่ผมว่าดินก็ยังแน่น เท่าที่ดูไม่น่ามีการขุดในสองสามสัปดาห์นี้ครับ” เขากล่าวตามหลักการ เพราะเห็นว่าดินบริเวณนั้นไม่มีแม้แต่ล่องรอยการขุดเจาะ

เอาเถอะน่า ลองขุดดูก่อน แล้วส่งคนไปสำรวจรถตู้สีขาวนั่นด้วยนะ” เธอยังสงสัยเมื่อคำบอกเล่าเห็นกลุ่มชายเหล่านั้นเดินออกมาจากรถตู้

แถบนี้มักจะมีคนโดนทำร้ายร่างกายอยู่บ่อยๆ เนื่องจากเป็นที่เปลี่ยวเกือบจะอโคจรเลยก็ว่าได้ ไม่ค่อยมีใครจะสัญจรมายังเส้นทางเหล่านี้เท่าไหร่ ผู้ร้ายก็เลยชุกชุม

ผู้กองภัทรกำมือแน่น เธอโกรธแค้นแทนเหยื่อเหล่านั้นที่ไม่สามารถปกป้องตนเองได้ อีกทั้งการตามสืบหาหลักฐานมัดตัวผู้กระทำความผิดยังคงต้องใช้เวลาและขั้นตอน เวลาเหล่านั้นจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพลเมืองดีอีกตั้งเท่าไหร่

ตราบใดที่ลมหายใจของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์คนนี้ยังมีอยู่ เธอจะไม่ปล่อยให้คนชั่วพวกนี้ลอยนวลอยู่ได้นานนักหรอก ความถูกต้องจะลงโทษพวกมันเอง

ผู้กองครับ เจอเศษผ้า หลายชิ้นบริเวณนี้ แต่ไม่พบชิ้นส่วนมนุษย์” ทีมขุดเจาะรายงานเธอ

เอาเศษผ้าพวกนั้นไปตรวจวิเคราะห์”

คิ้วบางขมวดเจ้าหากันอย่างสงสัย เหมือนกับคดีก่อน....มีผู้หวังดีแจ้งเบาะแส แต่ก็ไม่พบสิ่งอื่นใดนอกจากเศษผ้ายุ่ยๆ หลายชิ้นอยู่ภายใต้ผืนดิน แม้จะขุดลึกลงไปอีกเท่าใดก็ไม่พบคำตอบ

“จ่า ไม่ต้องขุดแล้ว” เปล่าประโยชน์ สิ่งเหล่านั้นไม่สามารถนำทางไปสู่คำตอบ แต่ยังสร้างคำถามนานับที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้จบ

หมายความว่ายังไงกัน ผู้ร้ายน่าจะก่อเหตุบริเวณนี้ แต่ทำไมหลักฐานกลับไม่มี ซ้ำผู้ก่อเหตุยังหายไปราวกับบุคคลสาบสูญ แม้กระทั่งเหยื่อเองก็ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เพราะไม่มีหลักฐานชิ้นใดโยงถึงเหยื่อได้อีกเช่นกัน

แต่คราวนี้แหละ บัตรประชาชนใบนี้จะต้องบอกเบาะแสของคดีได้บ้างล่ะ ถ้าเป็นบัตรที่ไม่ได้ปลอมขึ้น เจ้าของบัตรจะต้องเกี่ยวข้องในคดีนี้ จิตใต้สำนึกของเธอมันบอกเช่นนั้น และการสืบเสาะจากคนแถบนี้คงช่วยได้ไม่มากก็น้อยล่ะ

ใช่ครับผู้หญิงคนนี้เลย แต่มีบางอย่าง” บาร์เทนเดอร์ทำท่าครุ่นคิดถึงเรื่องเมื่อคืน

ทำไมเหรอคะ” ผู้กองภัทรรีบถาม

เหมือนจะปลอมบัตรเพื่อเข้ามาครับ เพราะหน้าตาไม่น่าจะเกินยี่สิบ ก็ปกติของวัยรุ่นแถวนี้ ที่แปลกก็คือเธอแตกต่าง ดูดีและรวยเกินกว่าจะเข้ามาที่นี่ ดูไม่กลัวอะไร เหมือนกับจะเห็นเรื่องน่ากลัวเป็นแค่ความสนุก” เขาเล่า

แล้วได้เห็นครั้งสุดท้ายประมาณกี่โมงคะ”

บาร์เทนเดอร์ให้รายละเอียดเท่าที่เขาสามารถจำได้ ผู้หญิงคนนั้นมาพร้อมกับรถมินิคูเปอร์สีแดงสด ดูบุคลิกเป็นคนมีฐานะ อาจเป็นเด็กรวยใจแตกหนีพ่อแม่มาเที่ยว แต่มาในสถานที่ห่างไกลเช่นนี้ เพื่ออะไร ก็ไม่มีใครทราบ

มีความเป็นไปได้สูงที่บัตรนี่จะเป็นบัตรปลอม แล้วเจ้าหล่อนล่ะ มีพยานยืนยันว่าเป็นตัวจริง มาเหยียบยังสถานที่นี้จริงๆ

 

ณ ห้องทำงานสีขาวขุ่นซึ่งประดับประดาไปด้วยภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุมากมาย ไม่น่าอภิรมย์สักนิดสำหรับคนทั่วไป แต่มันชาชินไปแล้วสำหรับเธอ ภาพเหยื่อบางรายมีเลือดสดๆ ไหลนอง ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร หนึ่งในรูปภาพมีแขนขามนุษย์ถูกชำแหละ และถูกทรมานจนขาดใจตาย

คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เธอยอมลงทุนควักงบตัวเองเพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบเสาะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่คนที่นี่จะแปลกใจ ฐิติภัทรทุ่มเทกับการไล่ล่าคนร้ายอยู่เสมอ การของบจากส่วนกลางเป็นเรื่องที่ไม่ทันใจเอาเสียเลย มันจะง่ายกว่าถ้าเธอสละทรัพย์เสียเอง

นิ้วมือไล่ไปตามตัวเลขที่แป้นพิมพ์ เคาะเลขสิบสามหลักอย่างใจจดใจจ่อ รอคอยกับบางสิ่งที่คอมพิวเตอร์เร็วแรงนี่กำลังประมวลผล และแล้ว....

นี่มันบัตรจริงนี่นา

ณิกานต์ ....สามสิบแปดปี กับใบหน้าอ่อนเยาว์

ใบหน้านี่ช่างดูคุ้นเคย เหมือนจะเห็นที่ไหนมาก่อน ไม่รอช้า ชื่อและนามสกุลของเจ้าหล่อนถูกค้นหาในระบบทั่วไปของอินเทอร์เนต

ไฮโซสาว ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลดัง เจ้าของธุรกิจเครื่องประดับพันล้าน และผู้สนับสนุนงบประมาณให้กับทางตำรวจสืบสวนสอบสวนเป็นจำนวนหลายสิบล้านต่อปี

เป็นไปได้อย่างไรที่บัตรประชาชนของเจ้าหล่อนจะตกหล่นอยู่แถวที่เกิดเหตุฐิติภัทรรีบอ่านหัวข้อในข่าวเกี่ยวกับหล่อน ใช้สมองประมวลผลอย่างเฉียบขาด ก็ได้คำจำกัดความเกี่ยวกับคนๆ นี้....

ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม ชอบช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ และหน่วยงานรัฐ ไม่ชอบถ่ายรูปกับสื่อเท่าใดนัก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีภาพถ่ายหล่อนเพียงไม่กี่ภาพบนสังคมออนไลน์

ทำอย่างไรถึงจะเข้าพบบุคคลเช่นนี้ได้ หรือจะรอจนถึงงานขอบคุณผู้สนับสนุนหน่วยงาน ไม่มีทาง มันนานไป หล่อนอาจส่งตัวแทนมางานเหมือนทุกครั้งก็เป็นได้

คิดสิคิด ฐิติภัทร จะเข้าหาหล่อนได้ทางไหนบ้าง แล้วความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาอย่างแยบยล ในเมื่อบัตรใบนี้ทำให้ฉันค้นพบหลักฐานที่อาจไม่เกี่ยวโยงเลยก็ได้ แต่มันก็จะทำให้ฉันตอบคำถามที่สงสัยได้อีกเช่นกัน

และแล้วความอยากรู้ก็นำพาสองเท้ามายืนนิ่งอย่างรอคอยหน้าประตูบ้านโอ่โถงหลังหนึ่ง

ดิฉันผู้กองฐิติภัทร มาขอพบคุณณิกานต์ค่ะ” เธอพูดพร้อมแสดงบัตรยืนยันตัวเอง

ได้นัดไว้รึเปล่าคะ” แม่บ้านท่าทางเอาจริงเอาจังคนหนึ่งถามผู้มาเยือน

ไม่ได้นัดค่ะ” นั่นเป็นความจริง เธอไม่เคยนัด และไม่เคยพบผู้หญิงคนนี้มาก่อน

งั้นคงเข้าพบไม่ได้ค่ะ ตอนนี้คุณณิกานต์ก็ไม่ค่อยสบาย ถ้ายังไงดิฉันบอกคุณณิกานต์ให้นะคะ” แม่บ้านทำท่าเชิญแขกกลับในทันที คงยากเป็นแน่แท้ ต่อให้ธุระทั่วไปก็ยังยากเลย คนระดับนี้น้อยเรื่องนักที่จะทำให้เจ้าหล่อนปลีกเวลา

ถ้าอย่างนั่นพรุ่งนี้เวลาเดิม ฉันจะมาพบใหม่อีกครั้ง ฝากบอกคุณณิกานต์ด้วยนะคะว่ามีคนจะเอาบัตรที่คุณณิกานต์ลืมไว้มาคืน”

เพียงเท่านี้เธอก็แน่ใจแล้วว่าในวันรุ่งขึ้นต่อให้ไม่สบายหนักแค่ไหนหล่อนก็ต้องออกมาพบเธออยู่ดี

เสี้ยวนึง แม้มันจะเป็นหลักฐานที่ไม่ควรนำออกมาให้เจ้าของได้รู้ตัว ซึ่งก็คงไม่มีใครยอมรับกันง่ายๆ และมันก็คงจะเป็นแค่หลักฐาน หากไม่นำมาใช้เกี่ยวโยง หลักฐานชิ้นนี้ก็คงไม่ได้ช่วยอะไรเลย ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจใช้มันเพื่อเข้าถึงตัวณิกานต์ และเป็นการลดขั้นตอนการสืบสวนซึ่งต้องผ่านนั่นนี่อีกหลายชั้น

 

ณ ห้องๆ หนึ่งในบ้านขนาดมหึมา

ฐิติภัทรเหรอ” ณิกานต์ทวนคำพูดแม่บ้านซ้ำอย่างสงสัย

เธอร้อนรนมาตั้งแต่วันก่อนที่ดันลืมบัตรประชาชนเอาไว้ในที่เกิดเหตุ ภาวนาขออย่าให้ใครพบเห็น เธอจะรีบกลับไปค้นหาทันทีที่ตำรวจพวกนั้นออกไปจากการสืบหลักฐาน แต่นี่แม่ผู้กองฐิติภัทร หล่อนเป็นใครกัน ถึงกับขุดจนเจอของที่เธอลืมไว้

นึกย้อนไปถึงตอนที่เธอพยามยามจะเปลี่ยนใจเดรัจฉาน พวกมันดึงเอาบัตรใบนั้นขว้างไปไกลจากที่เกิดเหตุ มันน่าจะไกลพอสิ อีกอย่างหลักฐานอื่นเธอก็จัดการไม่ให้สาวไส้ถึงเธอได้อย่างแน่นอน

ส่วนบาร์เทนเดอร์ที่มีลูกสองนั่น อาจกล่าวถึงเธอ แต่ก็ไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องพัวพันกับโจรชั่วเหล่านั้นได้ สรุปเธอต้องรอจนวันรุ่งขึ้นถึงจะเจอเจ้าหล่อนสินะ

จิตใจร้อนรนนั้นสั่นคลอนให้บุคคลรอบข้างได้รับรู้ เธอบอกกับแม่บ้านและคนในนั้นว่าไม่เป็นไร การปิดบังความเป็นจริงไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งคนพวกนี้ก็ยังเลือกที่จะปิดบังให้เธอ พวกเขาติดตามเธอมาตลอด ไม่ว่าเรื่องที่เธอทำนั้นจะเรียกได้ว่าผิดสำหรับกฎเกณฑ์ หากแต่ความเป็นความตายได้เฉียดข้องกายพวกเขา และคนที่รัก มันก็มากพอที่จะตัดสินใจเดินตามณิกานต์ ผู้ที่หยิบยื่นความยุติธรรมคืนให้พวกเขา เนื่องด้วยความเป็นธรรมที่ลำเอียง การมีณิกานต์ก็เหมือนมีความถูกต้องให้โลกใบนี้ได้น่าอยู่ขึ้น

ตัวเธอเองขอบคุณกับความไว้เนื้อเชื่อใจ และความนับถือของเหล่าคนในบ้าน แม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็นการจ้างงานคนเหล่านี้ตามปกติ แต่ภายในแล้ว พวกเขายอมตายเพื่อปกปิดความลับทั้งหมดของเธอและเหล่าผู้ทวงคืน ดังเช่นในตอนนี้ หาใช่มีแต่เธอคนเดียวที่เป็นกังวลต่อหลักฐาน คนอื่นในที่นี้ก็เช่นกัน

 

ผู้กองภัทรก้าวลงจากรถกระบะสีดำสนิท ลงสู่บ้านพักที่เธออาศัยอยู่ เพราะมันใกล้กับสถานที่ทำงาน ส่วนบ้านที่แท้จริงนั้นน่ะรึ ถูกปิดร้างไว้เมื่อหลายปีก่อน

ลู่วิ่งออกกำลังถูกเปิดใช้งานจากผู้ที่พึ่งกลับมาถึง หากแต่ระดับความเร็วนั้นถูกลดลงจนแทบจะดูเหมือนเป็นการเดินเร็วๆ เสียมากกว่า จนถึงเวลาที่เครื่องบอกเวลาดังขึ้น เธอจึงเริ่มเดินให้ช้าลงจนหยุด

ผมซึ่งถูกมัดให้เรียบถูกสยายออกด้วยมือเจ้าของร่างสูงโปร่ง เธอปลดเปลื้องผ้าที่เกี่ยวพันร่างกายออกทีละชิ้นลงตะกร้า

เดินสะบัดตัวเข้าห้องน้ำ ปล่อยให้น้ำเย็นๆ ไหลจากฝักบัวกระทบสู่ผิวสีน้ำผึ้งอ่อน มือบางลูบไล้สบู่ไปทั่วร่าง ก่อนจะหยุดลงตรงขาซ้ายบริเวณที่มีแผลรอยเข็มเย็บเล็กๆ

แม้ว่ามันจะผ่านมานานแล้วสำหรับหลายคน แต่ตัวเธอเองยังคงรู้สึกผิดที่ไม่สามารถจับคนร้ายในคดีนี้ได้ ทำไมพวกเค้าต้องมาช่วย เธอน่าจะตายลงกับความโศกเศร้า มันรุมกัดกินหัวใจดวงนี้เสมอมา

จะมีใครรู้บ้างไหมว่าผู้หญิงที่ดูแข็งแกร่งคนนี้มีความทุกข์ สายน้ำเย็นไหลผ่านตัวเธอนั้นเจือปนกับหยาดน้ำใส มันมาจากดวงตาคู่สวยที่เจ้าของร่างมิได้สนใจจะแต่งแต้มให้โดดเด่นอย่างที่ควรจะเป็น

ร่างสูงบางเดินออกจากห้องน้ำอย่างเฉื่อยชา เช็ดผมที่เปียกให้หมาดอย่างลวกๆ ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนแข็งๆ ถอนหายใจแล้วภาวนาซ้ำๆ ทุกวัน

วันพรุ่งนี้ ขออย่าให้ฉันตื่นขึ้นมาอีกเลย



........................

ลงไว้อีกที่นึงนะจ๊ะ

kwanoi.blogspot.com

........................

0 ความคิดเห็น