JUSTICE

ตอนที่ 5 : ตอนที่5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 เม.ย. 60

ฐิติภัทรค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพที่เห็นตรงหน้าเบลอพร่าไปหมด มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอพยามเรียบเรียงเรื่องราวที่ผ่านมาเมื่อครู่

อย่างกับจะจำได้คับคล้ายคับคลาว่าเธอจูบเจ้าของบ้านไปไม่นานนี่เอง กลิ่นความหอมฟุ้งตรึงใจของหล่อนยังคงกระจายแผ่ไปทั่วสมองเธออยู่เลย

คุณตื่นแล้วเหรอ” ใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้ที่ติก้มลงมองเธอ

นี่เธอทำอะไรฉัน” ความหงุดหงิดของคนตกใจ ทำให้รีบกระชากตัวหล่อนมาเขย่า เผื่อว่าแรงกระเทือนนั่นจะทำให้คำตอบล่วงหลุดออกมาจากปากได้ง่ายขึ้น

เอ๊ะ เสื้อกล้ามตัวเมื่อกี้นี้ ก็ไม่ได้ขาด ผมเผ้าของเจ้าหล่อนก็มัดเรียบร้อย ไม่ได้กระจุยกระจายเหมือนครั้งแรกที่เจอไม่มีผิด ตัวเธอเองก็ไม่ได้รู้สึกฟกช้ำตามแขนขาจากการต่อสู้ดุเดือดเมื่อครู่ แล้วนี่มันโซฟาไม้สักที่เธอมานั่งรอผู้หญิงคนนี้

โอ๊ย เจ็บนะ” สีหน้าหวาดกลัวของหล่อน ทำให้เธอตกใจไม่น้อย สองมือรีบปล่อยตัวเจ้าของบ้านให้เป็นอิสระ

ไม่ใช่ละมั๊ง ไม่ใช่แบบนี้นี่นา เมื้อกี้ยังออกฤทธิ์ออกเดชอยู่เลย จะมาสำออยอะไรตอนนี้ ไม่เข้าใจเลย

เธอรีบผลักคนตรงหน้าให้ล้มลงกับพื้น เปิดฉากการต่อสู้ที่คิดว่ามันยังติดอยู่ในความมึนงงนั่นอยู่ มือทั้งสองคว้าเสื้อหล่อนมากระชากฉีกออกดังเช่นเมื่อครู่ มองดูเรือนร่างขาวผ่อง แบบนี้เลยที่เห็นเมื่อกี้ แล้วรอยช้ำที่เธอรัดไว้หายไปไหน มือบางพยามปัดป้องเธอ แต่ไม่เป็นผล เธอกระชากผมหล่อนให้หลุดลุ่ย ยื่นหน้าที่มีแต่ความสงสัยให้เข้าใกล้มากยิ่งขึ้น กลิ่นหอมแบบนี้เลย แบบนี้แน่นอน

“....” อะไรกัน ใบหน้าหวาดกลัวกับเนื้อตัวที่สั่นเทิ้มนั่น มันไม่ใช่แล้วล่ะ หล่อนร้องไห้ด้วย ทำไมมันกลับกลายเป็นอย่างนี้ไปได้

อย่าทำร้ายฉันเลย” เสียงสะอื้นร้องไห้จนเธอเองเป็นฝ่ายสงสารจับใจ รีบถอยห่างออกจากร่างสวย ฉันทำอะไรลงไป เมื่อครู่มันเป็นเรื่องจริงนะ เรื่องจริงทั้งหมด แต่ทำไม....

ฉะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ว่าแล้วก็รีบคลำดูกระเป๋า ยังคงมีบัตรประชาชนของหล่อน และเครื่องบันทึกเสียง

ใช่! เครื่องบันทึกเสียง มันจะตอบเธอได้หมด แม้ว่ามันอาจจะถูกลบ แต่เมื่อกดเริ่มกดบันทึกอีกครั้งมันจะตั้งให้เป็นหมายเลขต่อจากไฟล์เสียงก่อน

ฐิติภัทรหยิบเครื่องบันทึกออกมากดดูเร็วไว ก็ไม่พบความผิดปกติอันใดเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งเครื่องยังบันทึกต่อจากที่เธอประชุมสัมมนาครั้งก่อน มีเพียงความเงียบกับเสียงตึงตังเหมือนอะไรล้ม คิดว่าเสียงล้มนั่นคงเป็นเธอ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันล่ะ

ฉันมานอนที่นี่ได้ยังไง เธอทำอะไร” ถามเสียงดังกับคนที่นั่งมองเธออย่างหวั่นๆ

คุณเป็นลมไป” หล่อนตอบหวาดหวั่น

ไม่จริง เธอโกหก” เธอตรงรี่เข้าไปกระชากแขนหล่อนอีกครั้ง

ไม่นะ อย่าทำร้ายฉัน” เจ้าของร่างบางไม่ได้ต่อสู้ขัดขืนอย่างที่มันควรจะเป็น หากแต่พนมมือไหว้ขอความเห็นใจ แล้วเรื่องเมื่อสักครู่ล่ะคะ จะว่ามันเป็นฝันเหรอ ฝันที่สมจริงขนาดนั้นเนี่ยนะ

แต่ถ้ามันเป็นฝันจริงๆ ล่ะ ตายแล้ว นี่เราบุกเข้ามาในบ้านเค้า พยามจะทำร้ายเจ้าของบ้านหรือนี่ โอยๆ ผิดเต็มประตูเลย คิดได้ดังนั้นก็รีบปล่อยมือทันที ส่วนคนสวยน่ะเหรอ พยามจะถอยห่างออกจากผู้กองอารมณ์ร้าย แล้ววิ่งไปหลบส่วนอื่นของบ้าน แต่มือไวก็คว้าข้อมือบางไว้ได้ทันอีกครั้ง

คุยกันก่อน” เธอดึงอีกคนให้นั่งลงตาม

“....” ไร้เสียงตอบกลับ แต่เป็นดวงตาจ้องกลับเหมือนลูกกวางกำลังจะถูกสิงโตป่ากิน

ฉันหลับไปนานมั๊ย”

“....” เงียบ

ตอบมาสิ เธอวางยาฉันใช่มั๊ย” ไม่ทันที่จะได้คาดคั้นเอาความก็มีเด็กสาวอีกคนโผล่โพร่งออกมาจากมุมหนึ่งของบ้าน เด็กสาววัยใสที่น่าจะเรียกได้ว่ารุ่นราวคราวเดียวกันกับคนที่นั่งข้างๆ กันตรงนี้ และถ้าเธอไม่ทราบอายุที่แท้จริงของผู้หญิงคนนี้ซะก่อน ก็คงจะเดาไปเองว่าหญิงสาวอีกคนน่าจะอายุน้อยอยู่เช่นกัน

ผู้มาใหม่ไม่ได้ใส่เครื่องแบบเหมือนแม่บ้าน แต่หล่อนยกถาดของว่างเข้ามาในห้อง ทำหน้าตกใจและตะลึงกับภาพที่เห็น....

เจ้าของบ้านถูกตำรวจข่มขู่ เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นของคนตัวสั่นนั่นเล่า จะอะไรอีกถ้าไม่ใช่การกระทำของผู้มาเยือน

กานต์” หล่อนอุทาน ทว่าสติยังดีมากเพราะหล่อนรีบวางถาดขนมลงบนโต๊ะก่อนจะปล่อยมันหล่นพื้น

ฐิติภัทรได้สติก็รีบปล่อยมือออก เห็นณิกานต์รีบลุกขึ้นไปยืนหลบด้านหลังของคนเรียก ส่วนเธอก็ได้แต่มองตาม งามหน้ามั้ยล่ะ มาสร้างความวุ่นวายในบ้านเค้า ทำร้ายเค้ายังไม่พอ ตัวเองเป็นถึงคนรักษากฎหมายอีกต่างหาก

ทว่าคำถามทั้งหมดทั้งมวลยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัด ซ้ำยังมีคนมาขัดจังหวะ หน่วยความจำในสมองเธอยืนยันได้แน่ว่าเมื่อครู่ไม่ได้ฝัน มันเป็นเรื่องจริง เรื่องจริงที่ผู้หญิงมีเล่ห์เหลี่ยมคนนี้กุขึ้น หล่อนยังแกล้งทำหน้าตาตื่นตกใจได้สมจริงอีกต่างหาก

เชิญคุณกลับไปเถอะ ที่นี่คงไม่ต้อนรับคุณอีกเป็นครั้งที่สอง” เด็กสาวแรกรุ่นอีกคนส่งสายตาไม่เป็นมิตรนักมาที่เธอ สายตานั่นช่างดูดุดัน ไม่สมกับความอ่อนเยาว์ของรูปกายภายนอกเลยสักนิด

ฉันจะมาที่นี่อีกแน่” มาพร้อมหมายค้นยังไงล่ะ

แขกผู้มาเยือนเดินออกมาด้วยอารมณ์ที่อธิบายไม่ถูก ระหว่างความสงสัยกับความรู้สึกผิด หรือเธอจะสลบไปจริงๆ แล้วพอฟื้นขึ้นมาก็ทำร้ายหล่อน ไม่เอาน่าเชื่อประสาทสัมผัสของตัวเองหน่อย

 

เธอเปิดประตูเดินเข้าที่ทำงานอย่างเร่งด่วน ด้วยต้องการค้นให้รู้ว่าผู้หญิงอีกคนที่นำถาดของว่างเข้ามาเสริฟนั้นเป็นใคร เพราะแววตาหล่อนช่างแข็งกร้าวน่ากลัวไม่ต่างจากณิกานต์ในฝันยามที่เธอสลบ

ตาคู่นั้นไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด แล้วถ้าหากเธอไม่แว้บไปสังเกตเห็นมือของณิกานต์รั้งชายเสื้อหล่อนไว้ ป่านนี้หล่อนอาจกระโจนเข้าใส่เธอแล้วก็เป็นได้ มันไม่ได้ดูเหมือนการรั้งเสื้อไว้เพราะความหวาดกลัว แต่มันเป็นการเตือนว่าอย่าทำอะไรผลีผลามมากกว่า

ผู้กองภัทรดูสดชื่นจังเลยนะครับ ไปไหนมาป่าว” หนึ่งในลูกน้องแซวเล่นเมื่อเธอเดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่น่าจะเรียกว่าเคร่งเครียดสิคะ ไหงพวกนี้มาล้อเล่นไม่ดูตาม้าตาเรือเลย

ไปสืบคดีมา” คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ แล้วรีบเดินเข้าห้องไป เครียดจะแย่อยู่แล้วยังจะมากวนหาว่าเธอดูสดชื่นได้อีก

ฐิติภัทรถอดเสื้อคลุมวางพาดบนเก้าอี้ทำงานแล้วก็นั่งนิ่งหลับตาครู่ใหญ่ สองมือควานหาปากกากับสมุดโน๊ตใต้โต๊ะ จดขยุกขยิก เขียนความคิดบางอย่างเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย รวมทั้งเรื่องราวที่จำได้ช่วงที่คิดว่าเธอสลบไป

มือเรียวยาวเอื้อมไปเปิดคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เอี่ยม แล้วก็ต้องมาตกใจกับเงาสะท้อนจากวัตถุสีเงินทรงกระบอกที่ใส่ปากกากับดินสอตั้งอยู่ใจกลางโต๊ะทำงาน

นั่นใครกัน! เธอหยิบมันเข้ามาส่องดูใกล้ๆ ระหว่างพิจารณาใบหน้าที่ดูคุ้นเคย มืออีกข้างก็สัมผัสแก้มตัวเองช้าๆ

เธอรีบลุกขึ้นด้วยอารมณ์ใดไม่แน่ชัด กวาดของใช้ที่จำเป็นลงกระเป๋าเป้เดินออกห้องในทันที บอกกับลูกน้องให้สืบค้นดูว่าแม่บ้านหรือผู้อยู่อาศัยคนใหม่ของคุณณิกานต์เป็นใครมาจากไหน แล้วส่งไฟล์เข้าอีเมล์เธอด้วย

 

รถกระบะสีดำสนิทจอดนิ่งที่บ้านพัก ฐิติภัทรเดินลิ่วเข้าไปภายในตัวบ้าน หยุดอยู่ตรงกระจกบานขุ่นมัวภายในห้องน้ำ

เฮ้ย! ตกใจสิ หน้าเธอดูอ่อนเยาว์ลงมาก มากกว่าความเป็นจริง วินาทีแรกที่เห็นก็ทำเอาเธอใจหาย ซึ่งมันควรจะดีใจมิใช่หรือ ทว่าความดีใจนั้นกลับแทนที่ด้วยความประหลาดใจมากกว่า

ใบหน้าสดใสไม่เคร่งเครียดอย่างที่มันควรจะเป็น มิน่าพวกลูกน้องถึงแซว เหมือนย้อนอายุไปสักเจ็ดหรือแปดปี

หล่อนต้องทำอะไรบางอย่างกับเธอแน่ๆ ต้องไปเจอให้ได้ แต่จะกลับไปตอนนี้ ยังก่อน เพราะพึ่งจะฉีกเสื้อคนสวยขาด บิดแขนขาวเนียนนั้นจนเขียวช้ำ ขู่ตะคอกให้ตอบคำถาม เอิ่ม อย่าพึ่งไปเจอดีกว่า

ถอนหายใจยาวเหยียดกับเรื่องหาข้ออ้างไปพบหล่อนอีกทีได้ยังไง จะหาหมายค้นไปจริงก็คงนานกว่าจะได้เจอ รายนั้นคงเก็บหลักฐานเปิดแนบไปแล้ว ทั้งเจ้าหล่อนยังเป็นคนสนับสนุนเงินจำนวนมากให้กับหน่วยงาน คงไม่มีทางได้หมายค้นง่ายๆ

เธอถอดเสื้อผ้าออกเปลี่ยนเป็นชุดออกกำลังกายเตรียมพร้อม แล้วขึ้นไปยืนบนลู่วิ่ง กดปรับสเต็ปการวิ่งให้เหมือนเมื่อวาน ค่อยๆ เดินเชื่องช้าดังเช่นทุกวันที่ออกกำลังกาย พลันรู้สึกว่าช้าไปรึเปล่านะ มันช้าไปจริงๆ นั่นแหละ จึงเปลี่ยนสเต็ปมาเป็นวิ่งๆ ๆ ให้เร็วขึ้น

ไม่จริงน่า! หัวเข่าข้างซ้ายของเธอ รอยแผลมันหายสนิท ไม่หลงเหลือบาดแผลแม้สักนิดเลย ไม่เจ็บปวดเมื่อต้องออกแรงมากๆ อีกแล้ว.... ณิกานต์ เธอทำได้ยังไงกัน พรุ่งนี้ฉันต้องเจอเธอให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม


........................
ลงไว้อีกที่นึงนะจ๊ะ
........................

0 ความคิดเห็น