JUSTICE

ตอนที่ 7 : ตอนที่7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 เม.ย. 60

การปรากฏตัวของผู้ถือหุ้นใหญ่ของเครือบริษัทอัญมณีเครื่องประดับ เป็นที่น่าแปลกใจของพนักงานและผู้บริหารระดับสูงหลายคน หล่อนจะโผล่มาตอนช่วงแบ่งผลกำไรเท่านั้น นอกนั้นเหรอ ถ้าแมวดำน้ำได้ล่ะก็ เจ้าหล่อนถึงยอมโผล่ตัวออกมา และวันนี้ก็เหมือนแมวจะตกถังน้ำเสียด้วยสิ คนในบริษัทเลยแตกตื่นกันใหญ่เพราะเธอเดินเข้ามาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

ช่วยเรียกพนักงานที่ชื่อ ฐิติพร ให้มาพบฉันที” เธอบอกกับพนักงานแถวนั้นแล้วรีบเดินเข้าห้องทำงานซึ่งแทบจะทิ้งร้างไว้แรมปี มันมีไว้เพียงประดับบริษัทเท่านั้น ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครกล้าบ่น เพราะ เธอเป็นผู้ถือหุ้นที่คุมอำนาจบริษัทไว้ในมือน่ะสิ

พนักงานหลายคนลอบมองเธออยู่นาน มีคำถามสินะว่าทำไมถึงได้ดูเด็กกว่าอายุทุกทีที่เจอ จะตอบอย่างไรดีล่ะ เฮ้อ....สงสัยคงต้องได้เปลี่ยนธุรกิจอีกแล้วนะ และนั่นอาจหมายรวมถึงการเปลี่ยนตัวตนของเธอด้วย อยู่ไหนนานก็ไม่ได้ เหนื่อยจริงณิกานต์

แต่ก่อนจะเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่นี้ เธอต้องจัดการกับบางเรื่องให้หมดเสี้ยนหนามเสียก่อน และหนึ่งในเรื่องพวกนั้น ก็คือผู้กองจอมจุ้นนั่นแหละ

ณิกานต์นั่งประจำเก้าอี้ตัวใหญ่ เธอมองดูรอบๆ ห้องอย่างเชื่องช้า ต้องมีคนมาทำความสะอาดทุกวันแน่ๆ ไม่งั้นฝุ่นคงจับ เธอจ้องรูปวิวทิวทัศน์ที่ตั้งบนโต๊ะทำงาน มันต่างกับของคนอื่นสักหน่อย เพราะหลายคนมักวางรูปตัวเองถ่ายร่วมกับคนในครอบครัว

แล้วเธอล่ะ ไม่อาจบอกได้เต็มปากว่าไร้ใครเลย แต่รู้ว่าความเหงามันคลืบคลานมาช้านานแล้ว เธอชินกับการอยู่ตัวคนเดียวมาหลายปี แม้ว่าจะมีเพื่อนร่วมทางอย่างชนินทร หากลึกๆ ในหัวใจนี้กลับรกร้างว่างเปล่า เงียบเหงาจนฝุ่นเกาะ

ณิกานต์นั่งถอนหายใจเป็นจังหวะได้อึดใจหนึ่ง ประตูที่ผ่านการเคาะมาสองสามครั้งก็ค่อยๆ แง้มเปิดออก และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากคนที่เธอต้องการจะพบตั้งแต่เมื่อวานที่ค้นประวัติเจอ

แปลกใจนิดหน่อยกับบุคคลที่ตามหา เธอค้นไปทั่วว่าเจ้าหล่อนอยู่ที่ใด หายไปไหน จนเมื่อใกล้ถอดใจแล้ว การค้นหาครั้งสุดท้ายก็เจอะได้อย่างง่ายดาย

แท้ที่จริงก็อยู่ใกล้กันนี่เอง สามปีกว่าที่ฐิติพรทำงานให้บริษัทแห่งนี้ บางทีอาจเคยเดินผ่านกันนับครั้งได้ กลับไม่ทันสังเกต แต่ก็นะ ถ้าไม่เพราะพี่สาวหล่อนจงใจเข้ามาขุดคุ้ยเรื่องเธอแล้ว วันนี้ก็คงไม่ต้องเรียกน้องสาวคนที่เหลืออยู่ของฐิติภัทรเข้ามาพบหรอก

สวัสดีค่ะ” หน้าเจี๋ยมเจี้ยมเดินเข้ามาในห้อง คงไม่รู้ว่าผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องการอะไรจากหล่อนรึเปล่า เพราะตัวหล่อนเป็นพนักงานเงินเดือนระดับกลางธรรมดาทั่วไป ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่นมากนัก ทั้งยังไม่มีความเกี่ยวเนื่องอันใดจนต้องเข้ามาพบกับณิกานต์อย่างในวันนี้

อืม.... โครงเดียวกับพี่สาวจริงๆ ทั้งจมูก ปาก และดวงตาคู่สวย หล่อนแอบน่ารักกว่าฐิติภัทรเยอะเลย เพราะรายนี้ไม่ได้เครียดกับชีวิตและเอาจริงเอาจังแบบอีกคน

ฉันณิกานต์นะ เรียกกานต์ก็ได้” แนะนำตัวแบบสบายๆ การมาครั้งนี้เธอไม่ได้เป็นทางการเท่าไหร่นัก ไม่เคยสนว่าตัวเองเป็นผู้ถือหุ้น และไม่ต้องการจะยกระดับตัวเองเหนือใคร หล่อนคงสงสัยว่าเธอต้องการอะไร เรียกมาพบเพราะทำอะไรผิดหรือเปล่า ตั้งแต่เรียนจบก็มาสมัครงานที่นี่ไม่คิดว่าจะได้เจอผู้บริหารระดับสูงสุดในเร็ววันเช่นนี้

ฉันเรียกเธอว่ามิว แล้วกันนะ”

อ่ะ.... ค่ะ”

ไม่ต้องถามหรอกว่ารู้จักมิวได้ยังไง เพราะฉันรู้จักพี่สาวของเธอ” ณิกานต์พิจารณาฐิติพรอยู่ชั่วครู่ พบความไม่พอใจแฝงอยู่ภายใต้ใบหน้านิ่งๆ หล่อนเกลียดพี่สาวตัวเองทำไม ผู้กองออกจะรักและหวงน้องสาวอย่างกับอะไรดี

“ฉันมีข้อเสนอให้ หวังว่ามิวคงจะรับ”

“อะไรเหรอคะ”

“ย้ายไปทำงานที่บ้านฉัน....สำหรับเงินเดือน อยากได้เท่าไหร่ขอให้บอก” เธอยื่นข้อเสนออย่างตรงไปตรงมา

“แต่ฉันมีงานที่นี่อยู่แล้วค่ะ” บริษัทว่าจ้างในฐานะพนักงานประสานงานกับสาขาใหญ่ที่ต่างประเทศด้วยดีกรีปริญญานอกของเธอ เงินก็สูงใช่เล่น ไม่จำเป็นต้องทำตามข้อเสนอนี้เลยก็ได้ หรือถ้าณิกานต์ไล่เธอออก งานใหม่ก็พร้อมเปิดรับเธออย่างง่ายดาย

“เรื่องนั้น ไม่เป็นปัญหา จะกลับมาทำที่เดิมนี่เมื่อไหร่ก็ได้ ตกลงมั๊ย” ณิกานต์เสนอไปอีกครั้ง

 แต่ก็ลืมลงรายละเอียดในเรื่องที่กำลังชวน เธอแค่คิดว่าหากสามารถชักชวนฐิติพรให้มาอยู่ด้วยได้ พี่สาวของหล่อนก็คงจะรามือไปเอง หรือไม่ก็หยุดขุดเรื่องราวของเธอชั่วขณะหนึ่ง และด้วยตัวฐิติพรเอง ก็น่าจะเป็นประเด็นสำคัญของฐิติภัทร สองคนนี้อาจชักนำเธอให้ได้พบกับบุคคลอันตรายที่เธอต้องกำจัด

“ขอไม่รับดีกว่าค่ะ เพราะไม่รู้ว่างานอะไร แล้วคุณกานต์ก็รู้จักกับพี่สาวฉัน เกรงว่าจะไม่สะดวก” ฐิติพรตอบปฏิเสธอย่างสุภาพ

นึกไม่ออกเลยว่าคนพี่จะเคยพูดจาไพเราะแบบคนน้องบ้างมั้ย และถึงแม้จะพูดมันก็แฝงไปด้วยความแข็งกร้าว ดุดัน และเอาจริงเอาจังสุดขั้วจนแอบคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนั้นปิดตายตัวเองให้จมดิ่งอยู่กับงานแสนเครียดอย่างเดียวรึยังไง

ด้วยสีหน้าแววตาท่าทางนั้น เธอจับได้ว่าหล่อนกำลังกังวลเรื่องพี่สาว ไม่อยากเจอ ไม่อยากยุ่งเกี่ยว พร้อมจะต่อต้านทุกคนที่อยู่ข้างพี่ ส่วนเรื่องจะเปลี่ยนงานนั้นไม่ได้อยู่ในความคิดเลย หล่อนรู้ว่าเธอเป็นใคร มีอำนาจกับบริษัทนี้ยังไง จะโยกย้ายงานหล่อนยังไงก็ย่อมได้ หากไม่พอใจก็แค่ไปหางานที่อื่นทำแค่นั้น

“ผู้กองภัทรมาหาฉันที่บ้าน เพราะคิดว่าฉันไปเกี่ยวพันกับคดีที่คนร้ายหายตัว” เธอเริ่มเล่าขึ้นอย่างใจเย็น ค่อยๆ สังเกตความเป็นไปของอีกคน

“....” แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมิวด้วยล่ะค่ะ ทำไมต้องทำชีวิตให้ยุ่งยากเพราะผู้หญิงคนนั้นด้วย

“พี่เธอตามมารังควาญฉันเพราะคิดว่าฉันสั่งเก็บพวกคนร้ายในคดีร้ายแรง ซึ่งมันก็คงเป็นแบบนั้น ถ้าฉันมีอำนาจมากพอ ฉันคงอยากเก็บพวกนั้นให้หมด....ส่วนมิวเป็นน้องสาวของคนที่ฉันไม่อยากจะยุ่งด้วย ฉันหวังว่าเธอจะเป็นประโยชน์ให้ฉันได้บ้าง” ณิกานต์แทรกความคิดที่ว่าต้องการกำจัดผู้ร้าย ซ้ำยังแอบต่อต้านกับคติประจำใจของฐิติภัทรอยู่ในที

“ให้เป็นไม้กันหมาเหรอคะ”

หล่อนค่อนข้างฉลาดไม่ต่างจากคนพี่ เธอแค่เล่ามานิดเดียว อีกคนก็ประติดประต่อเรื่องแล้วก็ชั่งใจเอาว่าเธอเป็นคนดีจริงรึเปล่า แต่ด้วยความที่ขัดแย้งกับฐิติภัทรมาเนิ่นนานก็ทำให้อีกคนมีอคติในการตัดสินใจ

“ไม่ขนาดนั้นหรอก เพียงแต่ถ้ามิวทำงานกับฉัน พี่เธอคง....” ไม่ทันจบประโยคก็ถูกขัดด้วยเสียงของเจ้าหล่อน

“ตกลงค่ะ”

ห๊า ง่ายขนาดนี้เลยรึ เมื่อกี้ยังคิดไม่ตกอยู่เลย ความคิดคนเราจับไม่ได้ ไล่ไม่ทันจริงๆ หล่อนแค่อยากสร้างความลำบากใจให้พี่สาวงั้นรึ โอ้ว ความเคียดแค้นช่างมีอานุภาพแรงกล้าเสียจริง

“งั้นเริ่มงานพรุ่งนี้ ส่วนคอนโดที่มิวเช่า ย้ายออกมาอยู่กับฉันชั่วคราว ตกลงมั๊ย” ณิกานต์เอ่ย

“ต้องย้ายที่อยู่ด้วยเหรอคะ”

“ถ้าได้ก็ดี ฉันไม่รู้ว่าพี่เธอจะมาที่บ้านอีกเมื่อไหร่” เป็นคำชักชวนที่เธอก็ออกจะเกรงใจฐิติพรอยู่บ้าง หล่อนอาจไม่สะดวกใจก็ได้

“อืม ได้ค่ะ แล้ว....”

“ไม่ต้องห่วงหรอก บ้านฉันไม่แคบขนาดนั้น ฉันอยู่กับเพื่อนสองคนเอง” ณิกานต์รีบตอบไปหน่อย อันที่จริงเธอควรรอให้อีกฝ่ายถามจบ แต่ก็นะ การเดาใจใครในสถานการณ์ง่ายๆ เช่นนี้ มันได้ยินชัดแจ่มเลยล่ะ

เหมือนกับเดาความคิดได้เลยนะฐิติพรนึก ชักจะเริ่มระแวงเธออยู่บ้าง เพราะยังไม่ทันถามก็ตอบมาเสียก่อน

 

ณิกานต์นั่งพิงพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลง น้องสาวผู้กองออกไปแล้ว หล่อนเป็นครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของผู้กอง เป็นคนเดียวที่มีอิทธิพลต่อจิตใจของฐิติภัทร และเป็นคนเดียวที่เธอต้องดึงเข้ามาร่วมด้วยไม่ว่ายังไง เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้อีกคนเลิกรังควานเธอได้สักที แล้วตัวเธอนั่นน่ะรึ ที่จริงก็ไม่ได้กังวลกับการถูกรบกวนมากนัก เพราะตัวเธอนั้นไม่มีใครเหลือ ไม่เหลือใครให้ต้องนั่งห่วง ชนินทรก็ดูแลตัวเองได้ไม่ต่างกับเธอ จะมีใครที่ต้องกังวลก็คงเป็นคนที่เลือกเดินข้างเธอที่มีอยู่เพียงไม่กี่คน ก็ไม่ยากนักที่จะแยกย้ายพวกเขาให้พ้นจากการถูกจับตามอง

แต่การไม่มีใครนั้นก็ไม่ค่อยน่ากลุ้มมั้ง เพราะไม่รู้ว่าที่นั่งถอนหายใจอยู่นี่เธอกำลังวิตกเรื่องอันใด ให้ทำยังไงได้ล่ะ คนไม่มีใครก็ต้องมานั่งคิดอะไรไปเรื่อยแบบนี้แหละ

ทุกวันของเธอจึงผ่านไปอย่างว่างเปล่า เงินทองก็มี เวลาก็มี อยากทำอะไรก็ได้ทำ อยากไปไหนก็ได้ไป แต่ทุกอย่างที่กำลังทำนั้น ไม่มีจุดหมายอะไรเลย เพียงแค่ทำไปเรื่อยๆ ตามความต้องการที่อยากให้โลกน่าอยู่ขึ้นมาบ้าง

ถึงอย่างนั้น แม้โลกจะไม่น่าอยู่ เธอก็ไม่ได้มีความทุกข์ร้อนอันใดเลยสักนิด นี่แหละนะ ความว่างเปล่า

เธอนึกย้อนไปถึงเรื่องราวของครอบครัวเมื่อนานมาแล้ว เคยมีความสุขกันพร้อมหน้า มันเป็นแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้นที่เกิดขึ้นกับชีวิต เมื่อเทียบกับวันเวลาเนิ่นนานซึ่งเกือบดูดกลืนเอาความทรงจำที่มีค่าให้สาบสูญ หากแต่รอยหยักในสมองที่สมบูรณ์ของเธอนั้นพยามนึกถึงไม่ให้มันเลือนลางได้ทุกครั้งไป

วันเวลาของเธอได้มาเพราะการแย่งมาจากคนอื่น คนที่ไม่สมควรจะมีเวลาอยู่บนโลกนี้ แต่เธอก็ช่วยเหลือคนที่คิดว่าดีทุกคนให้พ้นจากความเจ็บปวด หรือความตายที่ต้องแลกมาด้วยการกำจัดความชั่วร้ายทิ้ง มันอาจไม่ถูกต้องสำหรับหลายคน แต่สำหรับเธอนั้นนั้นมันก็คุ้มค่าต่อการทำให้โลกสวยใบนี้ให้น่าอยู่ขึ้น

ทุกคน หรือเกือบทุกคนที่จะช่วยได้ หากแม้นสิ่งเดียวที่เธอไม่อาจทำได้ก็คือการรักษาชีวิตของครอบครัว ไม่ว่าจะพยามเท่าไร การรักษาเยียวยาพวกเขาก็ไม่เป็นผล เหมือนเป็นสิ่งต้องห้ามที่เธอจะต้องเสียสละ

มันไม่มีความหมายหรอกที่ต้องอยู่คนเดียว อายุขัยที่ได้มามากมายนั้นไร้ประโยชน์ ถ้าไม่มีแม้แต่คนให้คิดถึง ไม่มีแม้แต่คนให้ห่วงใย

แล้วการขจัดคนชั่วนั้นก็เพื่อการณ์นี้เอง คนพวกนั้นจะไปยับยั้งชีวิตของคนดีๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง มันสร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวของเหยื่อผู้ที่ต้องนอนร้องไห้แทบทุกครั้งไป ตัวอย่างใกล้ตัวเช่นฐิติภัทร ผู้กองที่ปากหนัก ใจแข็ง สร้างกำแพงใหญ่โตแข็งแกร่ง แต่แท้จริงแล้ว หล่อนก็แค่คนธรรมดาที่สูญเสีย

การมีเรื่องวุ่นวายมาให้เธอได้ตามแก้ก็สนุกดี มันเป็นความตื่นเต้นใหม่ที่น่าค้นพบ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าผู้กองภัทรทราบเรื่องราวของเธอ หล่อนจะหวาดกลัวหรือพยามเพิ่มข้อหาให้เธอกันแน่ แต่ถ้าถูกจับได้จนไม่มีทางหนีจริง คงต้องหายตัวไปสักพักเหมือนทุกครั้ง ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

อีกอย่างเธอก็ไม่คิดทำร้ายคนดีๆ อย่างฐิติภัทร คนแบบนี้หาได้ยากเหลือเกินในสังคม คนที่พร้อมจะทุ่มเทเพื่อคนอื่น น่าภูมิใจกับหล่อนเหมือนกัน เพราะชีวิตของผู้กองนั้นมีค่า กับหลายๆ คดีที่เธอเข้าถึงความคิดของหล่อน สัมผัสได้ว่ามันน่าปิติ เต็มไปด้วยความสำเร็จซึ่งเป็นผลพวงของความตั้งใจ

อ่า อยากแลกชีวิตของเธอกับหล่อนบ้าง อยากทำในหลายสิ่งที่หล่อนทำได้แต่เธอทำไม่ได้ หล่อนสามารถลากตัวอริมนุษย์ไปจองจำ ไปรับโทษ โดยที่ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ อย่างเธอ หรือว่าครั้งหน้าของการเปลี่ยนชื่อใหม่ เธอควรเป็นตำรวจดีนะ จะได้ทำในสิ่งที่ไม่ต้องเรียกว่า แอบ ลักลอบ หรือฆาตกรรม

อย่าดีกว่า จะเป็นอะไรก็ช่าง รู้เพียงแต่วันนี้ต้องจัดการกับบางคนในที่นี้เสียแล้ว ประสาทสัมผัสของเธอรับรู้ได้ว่ามีฆาตรกรต่อเนื่องเดินเข้ามาในบริษัทเมื่อครู่นี้เอง

โรคจิตเข้าขั้นเลยคนนี้ เกิดจากปมด้อยหรืออะไรสักอย่างในใจของเขา และคืนนี้พนักงานระดับล่างในบริษัทเธอคนหนึ่งจะต้องตาย เพราะแผนการล่อลวงของเขาในครั้งนี้

พ่อแม่ และน้องชายของหล่อนจะทำได้เพียงแจ้งความทิ้งเอาไว้ ไม่มีทางที่ผลกรรมจะไล่ตามทันในเร็ววันหรอก เขายังคงไล่ฆ่าอีกเป็นร้อยกว่าจะถูกจับ

เพราะเขาซ่อนทุกอย่างไว้ได้มิดชิด หน้ากากในสังคมของเขาช่างแสนดีแฝงไปด้วยกลิ่นไอความน่าทุเรศ เละเฟะแสนสาหัส ความเลวทรามถูกย้อมไว้ด้วยกลีบดอกไม้ ฉากหน้าของความดี ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเลวที่ปกปิด

ต้องไปจัดการเขาก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะลุกลาม ก่อนจะมีใครต้องเดือดร้อนกับความร้ายกาจ สมองที่ไร้จิตสำนึก ไร้ความถูกผิด มันไม่ได้รับรู้สักนิดว่ามนุษย์ผู้อื่นนั้นก็มีความเจ็บปวด หวาดกลัว การกระทำเพียงช่วงหนึ่งของวินาที มันสามารถฆ่าทุกสิ่งให้มลายได้ในพริบตา

แต่ไม่อีกหรอก เขาจะไม่สามารถทำอย่างที่ใจคิดได้อีกต่อไปแล้ว ไม่มีทางที่มันจะสำเร็จ เพราะเธอไงล่ะ เธอจะขวางความผิดบาปนั้นไว้ และทวงเอาความยุติธรรมอันล้ำค่าคืนกลับมาเอง


........................
ลงไว้อีกที่นึงนะจ๊ะ
........................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น