หลบรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,780 Views

  • 5 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    85

    Overall
    2,780

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เรื่องราวความรักที่พยายามหลบลี้ของแซนกับไอซ์ และความรักที่ต้องซ่อนไว้ของอิ๊กกับเก้า พวกเขาจะหลีกหนีมันได้จริง ๆ น่ะหรือ?


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องนี้มีสองพาร์ทนะคะ (แซนไอซ์ กับอิ๊กเก้า ค่ะ)

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 4 มี.ค. 59 / 21:59

บันทึกเป็น Favorite


ห ล บ รั ก
 
(Sand x Ice)



ครั้งแรกที่ผมเจอหมอนั่น ผมเป็นซีเนียร์ ส่วนมันเป็นเฟรชชี่

เราเรียนคณะเดียวกัน เอกเดียวกัน มันเป็นรุ่นน้องที่ป้า ๆ เอ่ยปากว่าเห็นแล้วถึงกับน้ำลายหก แน่นอนว่ามันหน้าตาดี ยิ้มมีสเน่ห์ เป็นพวกเกรียนเกม สิงอยู่ตามแหล่งอบายมุข กินเหล้าไม่เป็น แต่ตีดอทเก่ง วัน ๆ ถ้าไม่มีสอบหรือเช็คชื่อเข้าห้องเรียน เจอมันที่คณะแทบนับครั้งได้ 

ผมชอบผู้ชาย และผมมองมันตามประสาเห็นคนหน้าตาดี ที่รู้คือมันมีแฟนแล้ว คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาจิ้มลิ้มแบบที่ควงอวดใครได้ไม่มีอาย ส่วนมันเองก็คงจำได้ว่าผมเป็นรุ่นพี่ ไม่รู้ว่าจำได้เองหรือเพราะสนิทกับเพื่อน ๆ ผม ที่มีทั้งไอ้เก้าที่อยู่หอเดียวกับมัน แล้วก็พวกผู้หญิงที่อยากทำตัวเป็นป้าแก่ ๆ เลี้ยงต้อย
ทำไปทำมา ผมยังคิดเลยว่ามันดูเหมือนสนิทกับรุ่นผมมากกว่ารุ่นเดียวกันเสียด้วยซ้ำ


 “ไอ้ไอซ์ มึงมีชุดไปบายเนียร์หรือยังวะ”

เสียงทุ้มของเพื่อนสนิทถามให้ผมละสายตาจากเด็กปีหนึ่งที่นั่งยิ้มร่าในกลุ่มรุ่นพี่ ไอ้นี่แหละที่ชื่อเก้า สนิทกับผมตั้งแต่ ปี 1 กระทั่งตอนนี้ที่กอยู่ปี 4 


“ว่าจะไม่ไป”

“เฮ้ย ได้ไง ปีสุดท้ายแล้วไปสักหน่อยเถอะ น้องมันอุตส่าห์จัดให้”

“ไร้สาระ”

“มึงก็เป็นเสียแบบนี้ ขอเถอะ ไปให้กูหน่อย กูไปไซโคลชี่ไว้ว่ารุ่นเราไปกันครบ ให้พวกมันตามกันมาให้หมด”

“ภาระใครก็ภาระมันสิวะ มึงรับปากเอง”

“ไอ้เชี่ยไอซ์”

ผมทำท่าจะเดินหนี แต่เก้าผู้อ่านเกมขาดทุกงานคว้าปกเสื้อไว้จากด้านหลัง เก้าเป็นประธานรุ่น ประธานเชียร์ของคณะด้วย 


“กูจะฟ้องเฮีย”

“ไอ้เชี่ยยย”

“ไม่รู้แหละ กูโทรบอกเฮียอิ๊กแน่ ๆ ว่าเสาร์นี้มีบายเนียร์” ไอ้เก้าปล่อยมือจากคอผม กอดอกแสดงเจตนารมย์ชัดแจ้ง “ทำเป็นเล่นตัวนะไอ้หอก มีป๋าเปย์ให้แท้ ๆ เสื้อผ้าหน้าผมใช่ว่าจะจ่ายเอง”

คนพูดตบหน้าผากผมจนหงายแล้วเดินไปรวมกลุ่มกับเพื่อน ๆ คุยอะไรกันเสียงดังแต่ผมได้ยินไม่ชัด จากนั้นรุ้่นน้องหนุ่มร่างสูงใหญ่เพียงคนเดียวในกลุ่มก็ทิ้งสายตามาที่ผม 

เป็นแววตาที่ผมไม่อาจอ่านออกว่ามันกำลังพยายามหมายถึงอะไร





รถยุโรปราคาแพงเคลื่อนตัวจอดหน้าสโมสรทหารบกที่เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงส่งรุ่นพี่ เฮียอิ๊ก พี่ชายต่างแม่ของผมลงมาจากรถเพื่อเปิดประตูให้ อันทีจริงใช้คำนั้นคงดูดีเกินไป เพราะในความเป็นจริงที่ผมกับเฮียรู้กันดีเราเรียกมันว่า ถูลู่ถูกัง

ไอ้เก้ามีน้องสาวหนึ่งคนชื่อกิ๊บ เฮียอิ๊กถูกอกถูกใจมาหลายปีแล้ว ทุกครั้งที่ไอ้เก้าไหว้วานอะไรเฮีย ผมจะถูกบังคับให้ทำตามความต้องการของเพื่อนสนิทโดยมีน้องกิ๊บเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของเฮียเป็นประจำ ซึ่งครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากงานรับน้อง หรือเข้าค่ายไหน ๆ ที่ไอ้เก้ามันโทรไปฟ้องเฮียให้ลากผมมาจนได้ 
งานพบปะสังสรรค์ไม่ได้เลวร้ายนักหรอก เพียงแต่ผมไม่ชอบคบค้าสมาคมกับคนหมู่มาก ผมเป็นคนพูดน้อยโดยนิสัย ไม่ได้เกิดจากครอบครัวที่ไม่มีแม่ตั้งแต่เด็กตามคำสันนิษฐานของคนนอก เรื่องเฮียอิ๊กก็ด้วย ปากมอม ๆ ของไอ้เก้าทำให้เกิดคำครหาไปต่าง ๆ ว่าผมมีป๋าเปย์ กลายเป็นเด็กเสี่ยตั้งแต่ปี 1 ยัน ปี 4 โดยไม่เคยมีใครเดินเข้ามาถามความจริงกับผมสักคน 

ผมชินแล้ว อยากคิดอะไรก็คิดไป ถือว่าทำบุญทำทานมีเรื่องเมาท์ให้สนุกปากแก่เด็กรุ่นหลัง ๆ


“จะให้มารับกลับบ้านไหม ?”

เฮียอิ๊กกระซิบถามเพราะเห็นว่ากำลังถูกจับจ้องด้วยสายตาประหลาดจากคนรอบข้าง 
ผมไม่เคยบอกเฮียว่ามีข่าวลืออะไรระหว่างผมกับมัน แต่เฮียเองรู้สึกว่ามันไม่ปกติมาตลอด เฮียเคยถามว่าเพื่อน ๆ ไม่ชอบเฮียหรือเปล่าผมก็ได้แต่หัวเราะแห้ง จะให้บอกยังไงว่าใคร ๆ เขาก็คิดว่าเฮียเป็นผัวผมกันหมด


 “เดี๋ยวค้างหอไอ้เก้า พรุ่งนี้เฮียมารับไอซ์ตอนเที่ยง ๆ แล้วกัน”

เฮียพยักหน้า พอดีกันกับไอ้เก้าเดินออกมาจากงาน มันยิ้มแผล่ยกมือไหว้พี่ชายผม “ขอบคุณมากครับเฮีย ถ้าไม่ได้เฮียบังคับไอซ์นะ มันไม่ยอมมาอีกตามเคย”

“อืม ฝากดูแลด้วยล่ะ อย่าให้กินเหล้าเยอะ”

เฮียยิ้มให้ไอ้เก้าแต่ตบบ่าผมปุ เพื่อนสนิทผมพยักหน้ารับแข็งขันแล้วยืนรอส่งจนรถยุโรปราคาแพงวิ่งลับไปนอกประตู เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบตัวเหมือนผึ้งแตกรัง ไม่ต้องบอกผมก็รู้ ว่าคนอื่น ๆ กำลังพูดถึงเรื่องอะไร

ใช่...ผมรู้ แต่ไอ้เก้าไม่รู้ มันเป็นประธานรุ่นที่เก่งแต่ซื่อบื้อได้ใจ ผมเองก็ไม่เคยพูดให้มันฟังหรอกว่าที่มันเรียกเฮียผมว่า ป๋าไอ้ไอซ์ ถูกตีความกว่าความตั้งใจเดิมไปถึงไหนต่อไหน มีแค่ไม่กี่คนที่รู้ความจริง แต่ไม่มีใครใส่ใจจะแก้ข่าวให้เพราะคิดแค่ว่าไม่ใช่เรื่องของตัวเอง


“วันนี้กูขอป๋ามึงมาได้แล้ว จัดให้เละ อย่าให้เหลือ”

“มึงรับปากจะดูแลกูไม่ใช่เหรอไอ้เก้า”

“เอาน่า นาน ๆ ที” 

ไอ้สันขวาน ไอ้หอกหัก 
เพื่อนรักเพื่อนตายผลักผมเข้าไปในงานแล้วส่งให้กลุ่มสาว ๆ พลางตะโกนเย้วเสียงดังว่าให้พรรคพวกพากันมารุม "งานนี้ไอ้ไอซ์ไม่เมาอย่าเรียกกูว่าพี่เก้า”
สิ้นเสียงประกาศกร้าวผมถูกจับกรอกเหล้าตั้งแต่พิธีการยังไม่เริ่ม สักพักคนที่ชอบมองบ่อย ๆ ก็ถูกพวกผู้หญิงลากมานั่งที่โต๊ะด้วย มันชื่อ แซน เป็นเด็กปีหนึ่งที่ตัวสูงใหญ่ ใบหน้าหล่อคมไม่เกรงอกเกรงใจรุ่นพี่


“ไอ้ไอซ์ ๆ มึงถ่ายรูปกูกับน้องแซนให้หน่อย”

เพื่อนผู้หญิงสะกิดผมยิก ยัดโทรศัพท์รุ่นใหม่ล่าสุดมาให้ในมือ ผมพยักหน้าแล้วหันไปหาคนที่นั่งข้าง ๆ ประโยคแรกที่พูดกับมันคือ 
“พี่ส้มอยากถ่ายรูปด้วย”

ไอ้แซนยิ้มโชว์เขี้ยวเดินอ้อมหลังผมมายืนข้างส้ม ผมกดถ่ายให้มันได้สองสามชอตก็ส่งคืนแล้วมานั่งกินเฟรนช์ฟรายต่อ 


“ผมอยากถ่ายกับพี่ไอซ์บ้าง พี่ส้มถ่ายให้หน่อย”

ไอ้แซนสะกิดพี่สายมันยิก ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับมัน อะไรบางอย่างบอกว่าไม่ใช่เรื่องธรรมดา แต่ก็ไม่เคยอ่านออกว่าแซนพยายามจะทำอะไร “เอามือถือพี่ไอซ์ถ่ายได้ไหม ผมใช้บีบีกล้องไม่ชัด”

ผมยื่นโทรศัพท์ตัวเองให้ส้มหลังรุ่นน้องขอ แซนลุกมายืนซ้อนด้านหลังผมวางมือกับบ่าก้มหน้ามาใกล้จนเกือบแนบแก้ม พอถ่ายเสร็จไอ้ส้มก็ส่งคืน 


“พี่ไอซ์ส่งไลน์ให้ผมด้วยดิ”

“พี่ไม่มีไลน์เรา”

“แอดดิ เอาเบอร์มาเดี๋ยวผมซิงค์หาเอง”

ผมกดเบอร์ให้รุ่นน้องแล้วส่งให้ พักเดียวก็มีชื่อมันทักมาผ่านโปรแกรมแชท ผมส่งรูปให้มัน ถือเป็นอันจบ ไอ้แซนยอมนั่งคุยกับเพื่อนคนอื่น ๆ ของผมโดยไม่หันกลับมาวอแวให้อึดอัดใจอีก


 “เฮ้ย ๆ แก้วนี้กูขอชนกับไอซ์”

เสียงไอ้เก้าดังมาแต่ไกล ผมเห็นมันถือแก้วไพน์มาสองอัน แหวกผู้คนเดินมายัดใส่มือให้ผมถือ “หมดแก้วนะมึง”


“พี่เก้าแกล้งพี่ไอซ์” ไอ้แซนโวยเสียงดัง เพื่อนคนอื่นเริ่มสงเสียงแซว “เดือดร้อนอะไรกับเขาล่ะไอ้แซน”

“ก็รู้อยู่ว่าพี่ไอซ์ดื่มไม่เก่ง เอามานี่เลย ผมดื่มแทนเอง”

ไอ้แซนยื้อแอลกอฮอล์ฟองฟอดไปจากมือผม ยกขึ้นดื่มอึก ๆ พร้อมเสียงโห่ฮาของเพื่อนร่วมเอก

แซน คอแข็งตั้งแต่เมื่อไหร่มึง”

“คอไม่แข็งหรอกครับ แต่ผมอยากดูแลพี่ผม”

เสียงหัวใจผมเต้นดังแทรกเสียงแซวสนุกปาก รู้สึกได้ทันทีว่าแก้มทั้งสองข้างร้อนฉ่า แต่ไอ้เก้าไม่หยุดแค่นั้น

“มึงน่ะเป็นพี่ ต้องให้รุ่นน้องคออ่อนปกป้องแบบนี้ไม่เสียศักดิ์ศรีเหรอวะ”

มันหันไปกวักมือเรียกบริกร รอไม่นานจากนั้นเบียร์หนึ่งเหยือกเต็ม ๆ ก็ถูกยัดใส่มือ

“แดกไม่หมดเป็นหมา”

ผมมองค้อนให้ไอ้เก้า เพื่อนสนิทยักคิ้วท้าทายพร้อมเสียงโห่ฮารอบทิศ ไอ้เชี่ยเก้า รู้แก่ใจว่าปกติกูไม่กินเบียร์ ก็ยังยัดเยียดมาให้จนได้ ไอ้เพื่อนสับปะรังเค กูเกลียดมึง!




----------------------------------------------

รู้สึกเมื่อยขบไปทั้งตัว

ความทรงจำเมื่อคืนปะติดปะต่อเป็นเรื่องทันทีที่ลืมตาขึ้น มีช่วงที่ขาด ๆ หาย ๆ เป็นพัก จำได้ว่าไอ้เก้าลากออกมาจากที่จัดงานแล้วยัดผมใส่แท็กซี่พร้อมใครอีกสอง – สามคน บนรถขับโคลงเคลงจนต้องโก่งคออ้วก ก่อนจะมีเสียงกระซิบจากใครบางคนให้เดินไปอ้วกที่ห้องน้ำ
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ถูกจูบ

แล้วผมก็จำอะไรไม่ได้เลย



เสียงประตูห้องน้ำถูกปิดดังขึ้นจากด้านซ้าย ผมหยัดตัวเองลุกนั่งแต่ปวดหน่วงไปตลอดช่องท้องและช่วงล่าง ภาพของหอพักหน้าตาคล้ายห้องไอ้เก้าแต่ไม่เหมือนเสียทีเดียวปรากฏชัดในตา เฟอร์นิเจอร์บางอย่างเท่านั้นที่เหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วถือว่าเรียบร้อยมากกว่าที่จะเป็นห้องเพื่อนสนิทผมได้ 
สักพักคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ก็เดินมาหาผม กวาดตามองร่างกายที่ตั้งแต่คอลงมาจนถึงเหนือสะดือเพราะต่ำกว่านั้นมีผ้านวมผืนหนาปกคลุมเอาไว้พลางยิ้มอบอุ่น


 “เป็นยังไงบ้างพี่ไอซ์ ปวดหัวหรือเปล่า มีไข้ไหม?”

มันขยับตัวเองที่นุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวขึ้นมานั่งบนเตียงเดียวกัน ยื่นมือมาอังหน้าผากให้ผมสะบัดหน้าหนี
ผมเริ่มเรียบเรียงความคิดในหัวอีกครั้งและพบว่ามันเกิดขึ้นแล้ว


ผมกับ......



 “ใส่เสื้อผ้าของผมก่อน ผมเพิ่งเอาชุดพี่ไปซักมายังไม่ทันแห้ง ส่วนตัวพี่เมื่อคืนผมเช็ดให้แล้ว ยังอยากอาบน้ำหรือเปล่า อาบไหวมั้ย ผมช่วย”

“ไม่เป็นไร ขอของพี่คืนก็พอ”

แซนเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์และโทรศัพท์มาให้พร้อมเสื้อผ้าชุดใหม่ มือถือของผมถูกปิด และพอเปิดเท่านั้นเฮียอิ๊กก็โทรเข้าเหมือนกระหน่ำโทรมาก่อนหน้านี้หลายหน

“ไอซ์ อยู่ไหน เฮียรออยู่ใต้หอไอ้เก้า โทรขึ้นไปไม่มีคนรับ โทรเข้าเครื่องเราก็ปิดเครื่อง”

“มาถึงแล้วเหรอครับ?”

“ก็ใช่น่ะสิ นัดเฮียไว้กี่โมง แล้วนี่กี่โมงแล้ว”

“เฮีย เดี๋ยวไอซ์ลงไป จะเสร็จแล้ว”

พูดจบผมก็กัดฟันลุกขึ้นแต่งตัวโดยมีสายตาของรุ่นน้องจับจ้องอยู่ ภาพสะท้อนที่กระจกเผยให้เห็นผิวขาวจัดมีรอยช้ำ และแผลจากเขี้ยวคมประปราย แต่อย่างน้อยแซนก็ไม่ได้ทิ้งรอยไว้ในที่ที่สามารถมองเห็นชัดได้นัก


“เขามารับเหรอครับ?”

“?”

“เสี่ยที่เลี้ยงพี่ไอซ์อยู่”

ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับมัน แซนเคยมีดวงตาขี้เล่นแต่ตอนนี้ไม่เหลือเค้าของเด็กรักสนุกเลย ดวงตาสีดำขลับดุดัน เกรี้ยวกราด ผมไม่ตอบแต่ยัดของใช้ใส่กระเป๋ากางเกง 


“เดี๋ยวพี่ซักให้แล้วจะเอามาคืน”

“ไม่ไปได้มั้ยพี่ไอซ์”

แซนคว้าแขนผมไว้ นาทีนั้นผมไม่รู้จริงๆว่าเพราะอะไร พยายามขืนตัวออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ผล แซนผลักผมเข้ากำแพง ตามด้วยทิ้งน้ำหนักตัวบดเบียดเข้าชิด “แซน!”

“คิดว่ามันจะเอาพี่อีกเหรอ ทั้งตัวมีแต่ร่องรอยของผมขนาดนี้ “

“มันเป็นปัญหาที่พี่จะจัดการเอง แซนทำในเรื่องที่ตัวเองควรจะทำไปเถอะ”

ผมจะลบทุกอย่างออกจากความทรงจำ แค่ผ่านวันนี้ไป ผมกับมันจะกลับมาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ไม่มีเรื่องให้ต้องคุยกันอีก เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดพลาด ผมเมา มันเมา แล้วเราก็ขาดซึ่งความยับยั้งชั่งใจ


“คิดซะว่าเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้นแล้วกัน”



ผมก็ผู้ชาย  มันก็ผู้ชาย

ไม่มีอะไรที่เสียหาย  ไม่มีอะไรต้องเสียใจ





--------------------------------------------------------

“เชี่ยไอซ์ เมื่อคืนก่อนไปนอนไหนมาวะ กูตื่นมาไม่เจอมึง กลัวป๋ามึงยิงกบาลกูจะตายห่า ต้องเนียนไม่รับสายไปวันนึงเต็มๆ”กรุณา หรือไอ้เก้าส่งเสียงมาก่อนตัวจนเป็นกิจวัตร 

ผมเงยหน้าขึ้นจากสมุดเลคเชอร์แต่ไม่ตอบมัน ก่อนทำเมินมาอ่านหนังสือต่อ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะสนใจท่าทางไม่สบอารมณ์ของผู้ถาม


“กูรึก็เป็นห่วงไปเถอะ สารภาพมาไปนอนที่ไหน”

“ห้องแซน”

“บ๊ะ ไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไร ไม่ใช่ว่าที่มัน สี ๆ มึงในงาน เสร็จแล้วก็ตกลงปลงใจกันเลยนะ เป็นไง ได้เสียเป็นเมียผัวกันหรือเปล่าล่ะ”

ผมยังประหยัดคำพูดไว้เหมือนแรกเริ่มบทสนทนา แต่ไอ้เก้าก็สามารถหัวเราะเอิ๊กอ๊ากมุกตลกร้ายของมันคนเดียวได้ไม่มีฝืด มันคงไม่คิด เหมือนกับที่ผมไม่คิดว่าอย่างแซนจะเป็นไบเซ็กส์ชวล ก่อนหน้านี้ก็เห็นสวีทกับแฟนดี ถ้าไม่อยู่กับพวกเพื่อนผม เจอทีไรก็ตัวติดกันกับเด็กผู้หญิงคนนั้นตลอด

“แล้วเมื่อวานมึงไม่สบายเหรอ เฮียบอกกูมา แล้วนี่เป็นยังไงบ้างวะ ไม่ไหวจริง ๆ นอนพักก็ได้นะ โทรบอกกูทำควิซท้ายคาบให้ก็ได้นะ”

“เปล่า ไม่ได้ป่วย แฮงค์เฉย ๆ วันนี้หายแล้ว”

“เออ ดีแล้ว งั้นเย็นนี้เล่นบาสกัน พวกไอ้ต๊ะมันชวน”

ผมส่ายหน้า อันที่จริงไอ้ต๊ะปี 2 ก็เป็นกลุ่มที่เล่นกีฬามาด้วยกันมาตลอด ผมเล่นไม่บ่อย ไม่ได้เป็นนักกีฬาคณะเหมือนพวกมันแต่ก็พอเล่นได้ 

“จะสอบอยู่แล้ว เดี๋ยวก็ไม่จบ”

“ปี 4 เทอม 2 แล้วจะแจกเอฟกูว่าก็เกินไป๊”

“พวกปีแก่ยังมีให้มึงเห็นไม่มากพอใช่ไหม?”

ไอ้เก้าหัวเราะคิกอีกรอบเพราะมีพวกปีแก่เดินผ่านพอดี มันนั่งยอง ๆ ลงบนโต๊ะไม้หน้าคณะที่ผมนั่งอยู่ก่อนพลางใช้มือป้องปากกระซิบ “ตาเดียวน่า แล้วไปอ่านหนังสือที่หอกู เดี๋ยวโทรขอป๋าให้”

“กูไม่ไป”

“เฮ้ย อย่าแล้งน้ำใจสิครับพ่อว่าที่เกียรตินิยม ไปอ่านเองด้วย ติวพวกไอ้แซนมันด้วย ไอ้พวกห่านั่นเล่นเกมกันทั้งเทอม วันก่อนเทสย่อยเห็นบ่นว่าทำไม่ได้กันสักคน พี่สโม พี่ว้ากอะไรก็ไม่เคยเป็น ทำตัวเป็นพี่สอนหนังสือน้อง ๆ หน่อยก็ยังดี อีกไม่ถึงเดือนก็จบแล้ว ถือซะว่าทำบุญ”
ผมถอนหายใจยาว วางมือบนประเป๋าเป้ที่ใส่เสื้อผ้าเตรียมคืนรุ่นน้องเอาไว้พลางชั่งใจ
ยังไม่อยากเจอหน้ามันหรอก แต่หลบไปก็เท่านั้น ยังไงก็ต้องเอาชุดไปคืน

ไปติวให้ก็ได้... แค่วันนี้เท่านั้นแหละ






เสียงเฮละโลดังออกมาจากทั้งอาคารพร้อมกันเป็นพัก ๆ 

หอพักของเก้าอยู่คนละชั้นกับแซนแต่ตึกเดียวกัน เสียงที่ดังเป็นระลอกไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคืนนี้มีบอล ความตั้งใจเดิมที่ไอ้เก้าว่าจะให้ผมมาช่วยติวน้อง ๆ เห็นทีจะล่มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เก้าไม่ใช่พวกบ้าบอล จริง ๆ มันไม่รู้เรื่องพวกนี้ด้วยซ้ำผมเลยไม่นึกโทษโกรธมันที่ลากมาหอด้วยจนได้ ถือเสียว่าเปลี่ยนบรรยากาศอ่านหนังสือ 
ดังนั้นพอเข้ามาในห้องเลยปิดประตูหน้าต่าง เปิดแอร์อ่านหนังสือของตัวเองเงียบ ๆ แทนที่จะไปร่วมวงกับพวกเด็ก ๆ ที่ชั้นล่าง


“เฮ้ยไอซ์ เดี๋ยวกูลงไปดูพวกไอ้แซนหน่อย ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไงบ้าง เห็นว่าอ่านหนังสือกันตั้งแต่บ่าย มึงอ่านของมึงไปก่อนถ้าบอลจบเดี๋ยวกูโทรเรียก”

ซีเนียร์ดีเด่นแห่งชั้นปีหันมาบอก ผมพยักหน้า เลิกสนใจเจ้าของห้องจนอ่านไปได้หลายบท 
พยายามไม่นึกถึงแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าใจยังพะวงถึงไอ้เด็กนั่นอยู่ 


ยิ่งสร่างเมา ภาพยิ่งชัด 

คืนนั้นผมกลับมาที่ห้องนี้ แต่เพราะมีเพื่อนหลายคนแย่งกันใช้ห้องน้ำ ไอ้แซนเลยลากผมลงไปที่ห้องของมัน 
มันล้างหน้าล้างตา ใช้ทิชชู่เช็ดหน้าให้ผมแล้วสบตานิ่ง

ตาของมันที่ดูดผมให้ไม่กล้าขยับ เวลาที่ใบหน้าหล่อเหลาของมันโน้มลงมาใกล้

แซนไม่ใช่จูบแรกของผม เวลาที่ริมฝีปากได้รูปประกบลงมา ผมจึงรู้ว่าควรตอบรับอีกฝ่ายยังไง

—ตบมือข้างเดียวไม่เคยดัง


—โทษมันฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก



ประตูห้องพักถูกเปิดออกอีกครั้งให้ผมที่นั่งเหม่ออยู่สะดุ้งสุดตัว คนที่กลับมาไม่ใช่คนที่ออกไปเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ 
รุ่นน้องปีหนึ่งที่อยู่ในภวังค์ของผมเมื่อครู่ยืนหน้าแดงตาเยิ้ม สบตาผมนิดเดียวแล้วเบือนหน้าหนีพลางก้าวเข้ามาข้างในโดยไม่ขอคำอนุญาตใด ๆ


“ไอ้เก้าล่ะ”

“กินเบียร์อยู่ข้างล่าง พี่เก้าให้ผมขึ้นมาเอาเพิ่ม”

“ไหนว่าจะอ่านหนังสือกัน”

ผมขมวดคิ้วชนกันมุ่น รุ่นน้องไม่ตอบ รื้อตู้เย็นของรุ่นพี่อย่างเดียว ผมได้กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนจัดลอยออกมาจากตัวมัน และชัดขึ้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้ “เก้าไม่เก็บไว้ตรงนั้นหรอก ถอยออกมาเดี๋ยวหาให้”

แซนยอมก้าวออกมาแล้วให้ผมก้ม ๆ เงย ๆ กับตู้เย็นที่อุดมไปด้วยขยะและของหมดอายุของเจ้าของห้อง ด้วยความคุ้นชิน พักเดียวผมก็รื้อเจอเบียร์แบรนด์ไทยสองขวด กำลังจะหันหลังส่งให้แซนแต่กลับถูกรุ่นน้องโถมเข้ากอดจากด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว


เสียงหัวใจเต้นดัง ไม่รู้ว่าไจผม หรือใจมัน ที่ลึก ๆ ยังเฝ้าโหยหาสัมผัสแบบนี้จากอีกฝ่ายทั้งที่รู้ว่าไม่ควร


"พี่ไอซ์ทำได้ยังไง"

"..........."

"ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง"

. . . . .

. . .


“แซน....เมาแล้ว”

"ผมไม่ได้เมา! ผมตั้งใจ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าพี่มีมัน แต่ผมก็ยังทำ"

“........”

"ผมอยากให้พี่เป็นคนของผม"


"...อยากให้เป็น แค่ของผม"


พูดจบรุ่นน้องก็พลิกตัวผมให้หันหน้าหาแล้วก้มหน้าลงขยี้กลีบปากชื้นกับริมฝีปากผมรุนแรง มือสองข้างตรึงไหล่ไม่ให้ขยับไปไหน แล้วแยกปลายขาของผมด้วยหัวเข่า กลิ่นของเหล้าผสมกับกลิ่นเฉพาะตัวในแบบผู้ชายของแซนดูดให้ผมตกลงไปในหลุมดำ พยายามตะเกียกตะกายเท่าไหร่แต่กลายเป็นตัวเองที่แหวกว่ายลงไปลึกกว่าเดิม

ผมดิ้นขัดขืนในทีแรก พยายามส่งเสียงต่อว่าแต่กลับถูกกลืนกินด้วยเรียวลิ้นของอีกฝ่าย พักเดียวเรี่ยวแรงที่มีเหมือนหดหาย ร่างกายตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้อย่างไม่น่าให้อภัยแม้แต่น้อย

ขวดเบียร์ร่วงลงกระทบพื้น มันไม่สูงพอจะทำให้บรรจุภัณฑ์แตกแต่ก็ทำให้โอนเอนจนล้มกลิ้งลงไปหลุน ๆ ผมยกมือขึ้นเกาะบ่าแซนไว้แน่น


“พี่ไอซ์.....”

เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู ดวงตาสีดำขลับจับจ้องตั้งแต่ดวงตาลงมายังริมฝีปาก มือใหญ่ไล่ฟอนเฟ้นตามแอ่งชีพจรใต้ร่มผ้าให้ผมต้องผวาตัวตอบรับปฏิกิริยาได้อย่างไม่รู้จักกระดากอาย

“....ผมชอบพี่”

เสียงแหบกระซิบต่ำเครือชิดหู จากนั้นไรหนวดสากก็ไล่ถูไถจากแก้มลงมาต่ำ 

ต่ำกว่านั้น 

และต่ำลงเรื่อย ๆ


“ผมชอบพี่”








เสียงของน้ำฝักบัวกระทบพื้นหยดดังซู่ซ่า ผมเงยหน้าขึ้นรับน้ำอุ่น ๆ ที่ผ่านเครื่องกรองด้วยหัวใจที่บีบรัด 

มันเกิดขึ้นอีกแล้ว

เซ็กส์ระหว่างผมกับรุ่นน้องที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน เกิดขึ้นจากความไม่ยับยั้งชั่งใจ ความมักง่ายที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล
ไม่มีข้ออ้างว่าเมาสำหรับผม เพราะตอนที่ถูกกระทำสติสัมปชัญญะผมครบถ้วนตั้งแต่เริ่มไปจนจบ ต่อด้วยนอนให้ไอ้แซนกอดอีกครึ่งค่อนชั่วโมงถึงค่อยลุกมาจัดแจงตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเจ้าของห้องตัวจริงจะกลับมา


ผมเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้

เกลียดตัวเองที่ยังทำแบบนี้



เสียงโทรศัพท์ห้องแผดดังลั่น แซนคงลุกขึ้นรับเพราะได้ยินไม่กี่ครั้งก็ตัดไป ผมกลับออกมาอีกทีพร้อมชุดนอนตัวใหญ่ของเก้า เห็นแซนนั่งพูดโทรศัพท์พลางเปิดหนังสือผมผ่าน ๆ เลยเดินผ่านไปเป่าผมหน้ากระจก หันกลับมาอีกทีรุ่นน้องก็วางสายไปแล้วแต่มองผมตาหวานเยิ้มอยู่ปลายเตียง


“พี่เก้าโทรมาบอกว่าจะนอนที่ห้องผม”

ผมพยักหน้า สักพักก็ลุกหาเสื้อผ้าให้แซนใส่ พอยื่นผ้าเช็ดตัวกับชุดฟรีไซส์ให้ รุ่นน้องกลับดึงข้อมือผมให้ล้มลงนั่งบนตัก ใช้คางเกยบ่าพลางไซ้จมูกคมตามพวงแก้มให้ผมผินหน้าออกห่าง

“ไปอาบน้ำ เหม็นเหล้า”

“พี่ไอซ์อย่าโกงผมดิ”

“โกงอะไร”

“ผมบอกชอบพี่ไปแล้วนะ ไม่คิดจะรับผิดชอบจริง ๆ จัง ๆ สักหน่อยเหรอ”

“อย่ามาพูดอะไรเลอะเทอะ”

“พี่มีหัวใจหรือเปล่า ยอมให้ผมกอดถึงสองรอบน่ะไม่รู้สึกอะไรกับผมบ้างเลยหรือไง”

ไอ้แซนกระชับแขนผมแน่นตอนที่พูด ถึงพยายามขืนตัวออกแต่เพราะออกกำลังกายน้อยมากเลยไม่สามารถฝืนกำลังของอีกฝ่ายได้ “หรือพี่ไอซ์ต้องใช้เงิน เดือดร้อนเรื่องอะไรบอกผมสิ ผมช่วยพี่ได้นะ”

ผมพยายามคิดตามคำที่รุ่นน้องว่า แซนคงหมายถึงเรื่องi[]ป๋า[/i]ที่ถูกกุขึ้นเป็นตุเป็นตะ ใจหนึ่งก็อยากเถียง เพียงอีกใจ กลับมองว่าเฮียอาจเป็นตัวช่วยเดียวที่ทำให้ผมหลุดออกจากเรื่องบ้า ๆ ที่เกิดขึ้นเลยได้แต่เงียบไว้ มันไม่ใช่เรื่องที่เหมาะ ที่ถูกที่ควร ผมยอมให้เกิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นถึงสองครั้งก็เรียกได้ว่ามากเกินพอ

แซนทำท่าไม่พอใจ สังเกตได้จากลมหายใจที่เริ่มถี่ขึ้นเมื่อผมไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ สักพักก็ผละปากออกจากพวงแก้ม มาขบซอกคอแล้วดูดดึงรุนแรง “ไอ้แซน เดี๋ยวเป็นรอย!”

“ก็ให้มันเป็นน่ะสิ จะได้รู้ว่าพี่น่ะของใคร ไปบอกเลิกมันได้แล้วไอ้เสี่ยนั่นน่ะ”

“แล้วแฟนมึงล่ะแซน”

ผมถามกลับทันที ไม่ได้มีเจตนาจะให้มันเลิกกับคนรักเพียงแต่อยากให้ระลึกถึงบ้างผมรู้ตัวว่าผมผิด ผมมาทีหลัง และไม่คิดจะเรียกร้องหรือสานต่อใด ๆ ผมไม่ได้มีเจตนาทำให้ใครเดือดร้อน ถึงแม้ว่าการกระทำจะเผลอไผลไปทั้งตัวทั้งใจแล้วก็ตาม

ผมยอมรับ


ผมเองก็ชอบมัน



“หึงผมเหรอ?”

เสี้ยวหนึ่งของความรู้สึก มันก็เป็นแบบนั้น เพียงแต่ว่า ผมไม่มีสิทธิก็เท่านั้นเอง


“พอเถอะแซน”

“หรือพี่ไอซ์จะบอกให้ผมลืมเรื่องวันนี้อีกครั้ง”

คู่สนทนาจับมือผมแน่น ผมไม่ได้หันหน้าไปมองมันแต่ก็พอรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมีสีหน้าเช่นไร
ไอ้แซนมันเด็ก คิดยังไงก็แสดงออกแบบนั้น มันเป็นรุ่นน้องผมถึงสามปี

“ที่ผมชอบพี่ ผมพูดจริง ๆ นะ ชอบตั้งแต่วันรับน้องแล้ว แต่พี่เก้าเล่นประกาศว่าพี่มีเสี่ยเลี้ยง เลยไม่กล้ายุ่งด้วยมาตลอด”

“ก็ถูกแล้ว มึงไม่ควรจะยุ่งกับกูตั้งแต่แรก”

“ผมผิดที่ผมจูบพี่ก่อน แต่ถ้าพี่ไม่จูบผมตอบเหมือนกันผมก็ไม่ทำหรอกนะ ถ้าผมไม่ได้มีสิทธิ์ในตัวพี่เท่า ๆ กับมัน ผมก็ไม่ไฝว้ท์ขนาดนี้หรอก มาก่อนมาหลังแล้วไง พี่ก็เป็นเมียผมเหมือนกัน คืนนั้นพี่ก็ครางชื่อผม กระทั่งเมื่อกี๊ พี่ก็เรียกแต่ชื่อผมแล้วจะให้ผมปล่อยไปง่าย ๆ เหมือนเมื่อก่อนได้ไง”

คนพูดวางคางกับบ่าผมแล้วกอดแน่น “หรือพี่ไม่รู้ตัว ว่าเราแอบมองกันมาตลอด”

ผมชะงักคำที่เตรียมด่ามันไว้ที่หลอดลม แซนพูดถูก ว่าผมกับมันมักมองกันท่ามกลางความโกลาหลรอบตัว ยับยั้งชั่งใจกับตัวเองว่าไม่ควรเอาตัวไปเกี่ยวพันกับคน ๆ นี้

อย่าสนิทกันเสียดีกว่าถ้ารู้ว่าต่างคนต่างชอบ แต่มันเป็นไปไม่ได้


“มันไม่ใช่แค่นั้นนะแซน"

"..........."

"...มึงแค่มองหน้ากู กูมองหน้ามึง มองกันไปมองกันมา อะไรทำให้มึงแน่ใจได้ว่าว่าอยากจะคบกูจริง ๆ เรื่องของกูมึงรู้สักเท่าไหร่ นิสัยกูที่ไม่ได้ออกมาจากปากคนอื่น มึงรู้เหรอว่ากูเป็นคนยังไงแล้วไหนจะเรื่องแฟนมึง..”

“พี่ก็ยอมรับมาสิว่าพี่หึงผมกับเจน”

ให้ตายก็พูดออกมาไม่ได้ 
ผมตอบมันด้วยความเงียบ ฟังเสียงเข็มนาฬิกาเดินนวยนาดอย่างคนไม่มีถ้อยคำใดใดสรรหามาปั้นแต่งให้ดูดีได้อีก 

“หรือถ้าอยากรู้จักกันมากกว่านี้ พี่ก็ให้โอกาสเรามาศึกษากันสิ”



“พี่ไอซ์.. ถ้าผมคิดแค่อยากเอาพี่ ผมไม่มานั่งพูดแบบนี้หรอก”


“อย่าหลบมันเลย ความรู้สึกจริง ๆ ของพี่น่ะ”

ผมรู้สึกหูอื้อไปหมด แขนที่เหมือนเป็นกรงของแซนกำลังรัดเข้าไปถึงหัวใจ ผมไม่ตอบอะไร แต่แซนจะไม่ยอมปล่อยผ่านเหมือนไอ้เก้า เสียงทุ้มพร่ำกระซิบคำเดิม ๆ

“ให้โอกาสผมนะพี่”


"พี่ก็รู้ว่าผมจริงจัง"




"ผมชอบพี่"





--------------------------------------------------------



ผมนั่งอยู่หน้าห้องสอบ ทำข้อสอบเสร็จก่อนหมดเวลาเกือบสิบนาที รอไอ้เก้าออกมาแล้วจะไปยืมหนังสือด้วยกันที่หอสมุดต่อ 
เรื่องวันนั้นของผมกับแซนถูกตัดบทไปเพราะเฮียอิ๊กโทรมา รุ่นน้องตัวดียังไม่กวนตีนถึงขั้นระรานผมกับเฮียผ่านโทรศัพท์ แต่โมโหปึงปังออกจากห้องไปแล้วไม่พูดกับผมอีกเลย

กระนั้น ก็ใช่ว่ามันจะหายหน้าหายตาไปโดยสิ้นเชิง มันทำตัวเหมือนเดิม คือชอบเดินมากับกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกับผม นั่งคุยกับพวกผู้หญิงแต่ตาจ้องผมไม่กระพริบ บางทีก็มาชวนไอ้เก้าคุย โดยไม่คิดจะทักผมสักคำ

ผมยังไม่ให้คำตอบมัน แต่ไม่ใช่ว่าไม่คิดหรือมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ

ผมคิดมากกว่าที่มันจะนึกได้ไปไกล



“สอบเสร็จแล้วเหรอพี่ไอซ์”

ไอ้ต๊ะ รุ่นน้องที่เป็นนักกีฬาบาสเดินมา มันใส่ชุดไปรเวทแต่เรียบร้อย คิดว่าคงเข้ามาอ่านหนังสือกับเพื่อน ๆ ผมพยักหน้ามันเลยกระโดดมานั่งเก้าอี้ตัวใกล้ ๆ กัน

“รอพี่เก้าเหรอ?”

“เออ หมดเวลาแล้วยังไม่ออกมาเลย”

“ไปหาอะไรกินกันไหมพี่ ค่อยโทรหาพี่เก้าเอา ผมหิ้วหิว เลี้ยงน้องหน่อยดิ”

“ไม่อะ ขี้เกียจวนไปวนมา อยากกินก็เอาตังค์ไป”  ผมควักเหรียญสองบาทให้มัน ไอ้ต๊ะหัวเราะร่วน 

“เอาไปซื้ออะไรได้วะสองบาท”

“ไม่ได้ให้ไปซื้อ ให้อม”

“กวนตีนเหมือนกันนี่หว่า พี่ไอซ์น่ะ” คนพูดประสานมือมองผมยิ้ม ๆ ผมเหลือบตามองมันนิดเดียวแล้วเฉไฉ  “มึงคิดว่ากูเรียบร้อยนักหรือไง”

ไอ้ต๊ะหัวเราะร่วนอีกครั้ง ทั้งโบกมือทั้งส่ายหน้า “เปล่า ๆ แค่ไม่คิดว่าจะกวนตีนคนอื่นก่อน ไป ๆ  ไปหาไรกินกันเถอะ ต๊ะเลี้ยงเอง”

คนพูดชี้นิ้วโป้งเข้าหาตัวแต่ผมปฏิเสธอีกครั้งเลยถูกดึงแขนให้ลุกขึ้น แต่จู่ ๆ เสียงหวานของเด็กผู้หญิงก็ดังขัด ผมหันไปเห็นแฟนไอ้แซนยืนยิ้ม โบกมือให้ไอ้ต๊ะหยอย ๆ

“พี่ต๊ะ! เห็นพี่ตั้มไหม?”

ไอ้ต๊ะส่ายหน้า รุ่นน้องหน้าตาน่ารักเลยเดินหน้าหงิกมาพร้อมใครอีกคนที่ตัวติดกันบ่อย ๆ 
ทำเป็นพูดว่าจริงจัง ทำเป็นบอกว่าชอบไปเถอะ ผมก็ยังเห็นมันสองคนอยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลาอยู่ดี


ทว่าคนที่ควรรู้สึกผิด และกระดากอายกับสิ่งที่ตัวเองบอกผมกลับมองมือผมที่ถูกไอ้ต๊ะจับไว้สลับกับมองหน้านิ่ง แสดงความไม่พอใจผ่านสายตาชัดจนกลายเป็นผมที่ต้องขืนตัวออกจากการเกาะกุมของรุ่นน้องก่อนจะมีวางมวย พอยกมือขึ้นกอดอกได้ไอ้แซนก็ทำหน้าพออกพอใจขึ้นมาระดับหนึ่งแต่ยังคงไม่พูดอะไรทั้งกับผม และกับไอ้ต๊ะที่เป็นรุ่นพี่มันหนึ่งปี

“พี่ตั้มนัดเจนไว้ตึก 8 แต่ไม่รู้หายไปไหน ให้แซนช่วยหาจะพลิกคณะแล้วเนี่ย”

“ขึ้นไปดูที่ห้องสโมหรือยัง?”

“ขึ้นได้ที่ไหนล่ะ แซนก็ปีหนึ่ง ไม่มีคนพาเข้า พี่ต๊ะพาไปหน่อยสิ เดี๋ยวก็มางอนเจนอีกแหละว่านัดแล้วไม่มา”

ไอ้ต๊ะพยักหน้างง ๆ หันมาลาผมแล้วก็เดินตามน้องเจนที่ดึงแขนตัวเองไป แต่ครั้งนี้แซนตามไม่ได้ไปด้วย มันหยุดสายตามองหน้าผมนิ่งด้วยสายตาระราน เลยกลายเป็นผมที่ชวนมันคุยก่อนเพราะเริ่มรู้สึกวางตัวไม่ถูก

ทั้ง ๆ ที่มันเป็นคนผิดแท้ ๆ แต่กลับทำท่าแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน


“ตามแฟนไปสิ”

 “มือข้างที่ให้พี่ต๊ะจับ ข้างนี้ใช่ไหม”

ผมไม่ทันตอบ ก็ถูกอีกฝ่ายคว้าข้อมือเข้าให้ ไอ้แซนดึงผมเข้ามาชิด หลุบตามองผมโดยนวดปลายนิ้วลงบนหลังมือซ้ายของผมเบา ๆ “เมื่อไหร่จะเลิกทำตัวแบบนี้สักที ผมไม่ชอบ...”

“อะไร?”

“เมื่อไหร่จะเป็นของผมคนเดียวได้สักที”

ผมก้มหน้า ดึงมือออกมาไขว้หลัง นึกถึงคนที่มากับมันแต่กลับเดินจากไปพร้อมคนอื่นแทน “มึงควรหึงเจนกับต๊ะ ไม่ใช่กูกับต๊ะ”

“ผมกับเจนเป็นเพื่อนกัน ที่มาคณะบ่อย ๆ เพราะมันมาหาพี่ตั้ม”

ผมมองมันตาเหลือก อ้าปากค้างตอนที่อีกฝ่ายพูด “เจนมันรู้ว่าผมชอบผู้ชาย แล้วก็รู้ด้วยว่าผมชอบพี่”

“เพื่อนเหรอ? ก็เคยได้ยินมาว่า...”

“ใคร ๆ เขาก็รู้กันหมดแล้วว่าเจนกับพี่ตั้มเป็นแฟนกัน ผมก็รอวัดใจแค่พี่เท่านั้นว่าจะสนผมบ้างหรือเปล่าวันนั้นพี่ถามเลยไม่ได้ปฏิเสธ” 

เหมือนกับว่าผมกับมัน ก็ต่างมีเรื่องที่ซ่อนไว้เพื่อลองใจอีกคนหนึ่งเหมือนกัน ผมเงยหน้าขึ้นมองแซน ที่ขยับมาชิดจนได้กลิ่นเมนทอลอ่อน ๆ ออกมาจากลมหายใจ

กลิ่นบุหรี่


“ผมแบไพ่ในมือหมดแล้ว ไม่มีอะไรมาลองใจพี่แล้วนอกจากคำตอบของพี่เอง คราวนี้พี่ให้คำตอบได้หรือยังว่าจะเลือกมันหรือผม?”

“กู...”

“พี่ปฏิเสธผมมาสองครั้งแล้ว ครั้งนี้ผมจะไม่เอาคำตอบทันที...”

".............."

“แต่ถ้าพี่พูดออกมาว่าไม่เลิกกับมัน ผมจะไม่กวนใจพี่อีกเลย”



------------------------

สอบวันสุดท้ายเสร็จตั้งแต่เมื่อวาน


แต่ผมยังมามหาวิทยาลัยทั้งที่ไม่ได้มีความจำเป็น แค่นอนอยู่บ้านเฉย ๆ แล้วไอ้เก้าโทรมาชวนเล่นบาสก็เลยออกมา พวกไอ้ต๊ะสอบเสร็จกันตั้งแต่เช้า ตกเย็นเลยขนโขยงกันมาที่สนามใหญ่ เห็นว่าวันนี้เป็นวันเกิดน้องมัน พวกเพื่อน ๆ ในเอกเลยอยู่รอกินหมูกระทะมื้อเย็นตั้งแต่สอบเสร็จ

ผมดังค์ลูกหนังสีส้มบนสนามแล้วชูตลงบ้างไม่ลงบ้าง แต่ถึงหาข้ออ้างว่ามาเล่นบาสเพราะไอ้เก้าชวน ที่จริงก็รู้อยู่ลึก ๆ แก่ใจว่าผมมาเพื่อหวังจะเจอใคร

ครั้งนี้มันให้เวลาผมนานเกินไป... 
หลังจากวันนั้น ก็ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นอีกเลย


“โอ้ย!”

“พี่ไอซ์ เป็นไรป่าว”

เพราะใจลอยแต่ยังวิ่งไปแย่งลูกไอ้ต๊ะ เลยเผลอสะดุดขาตัวเองล้มตึง ข้อเท้าซ้ายปวดจนไม่สามารถลุกได้ และจากประสบการณ์ คิดว่าคงบวมไปอีกหลายวัน 


“โทษพี่ โทษๆ”

“ไม่เป็นไร กูล้มเอง มึงไปเล่นเถอะ ไอ้เก้ามาเปลี่ยนตัวกับกูหน่อย”

ผมตะโกนเรียกคนชวนที่ยืนดูดน้ำแดงแมงลักอยู่ข้างสนาม กรุณาพยักหน้าแล้ววิ่งมาผลัดกับผมที่ถูกไอ้ต๊ะประคองออกมาข้างนอก พอล้มตัวนั่งกับพื้นได้รุ่นน้องก็วิ่งไปหาน้ำแข็งมาประคบข้อเท้าให้ 


“ไปห้องพยาบาลเถอะพี่”

ผมพยักหน้า พยายามยันตัวเองลุกแต่ทุลักทุเลพอตัว ไอ้ต๊ะเลยจับผมขี่หลังมัน ถึงจะเด็กกว่าสองปี แต่เพราะเป็นนักกีฬาคณะเลยตัวสูงใหญ่จนแบกผมได้สบาย ดูจากหุ่นก้านแล้วไม่ต่างจากไอ้แซนนัก รายนั้นนักว่ายน้ำเก่า ผมเองก็เคยไปดูมันแข่งตอนกีฬาคณะเมื่อหลายเดือนก่อน


“ไหวไหมพี่ ผมพันผ้าให้”

ผมยกข้าข้างหนึ่งขึ้นชัน ไอ้ต๊ะรื้อเครื่องปฐมพยาบาลที่ไปขอหมอมาแล้วจัดการทำแผลให้ กางเกงบาสที่ผมสวมเป็นผ้าแบบโปร่งเบาขากว้าง พอยกขาขึ้นชันไอ้ต๊ะเลยลอบมองลึกไปถึงต้นขาผมแล้วหน้าแดงก่ำ


“ทะลึ่ง”

“น้องดูนิดดูหน่อยทำเป็นหวง แต่ขาโคตรขาวเลยว่ะ”

“ยังมีหน้ามาพูดอีก เดี๋ยวถีบให้”

ผมยกขาทำท่าจะถีบมันจริง ไอ้ต๊ะเลยรีบจับไว้ ดึงหัวเข่าผมเข้าหาตัวให้ผมไถลลงไปนอนบนเบาะคนไข้แล้วแทรกตัวมาตรงกลาง ภาพตอนนี้เลยกลายเป็นว่าผมนอนกางขาคร่อมเอวไอ้ต๊ะอยู่


“ท่านี้ สุดยอด”

“ไอ้เหี้ยต๊ะ!”

รุ่นน้องหัวเราะร่วน โน้มตัวลงท้าวแขนกับเบาะ ใช้มือข้างหนึ่งปัดปอยผมหน้าม้าผมไปด้านข้าง “เดี๋ยวนี้ผมไม่ค่อยเห็นเขาเลย แฟนพี่อะ เลิกกันแล้วเหรอ”

“อะไรของมึง อย่ามาทำท่าแบบนี้กูไม่ชอบ”

“ดุว่ะ แค่จะขอของขวัญวันเกิดหน่อยเดียวเอง”

ผมมองหน้าไอ้ต๊ะหยั่งเชิง มือที่จับเกลี่ยเส้นผมเมื่อครู่ลากลงมาที่คาง ปลายนิ้วหยาบเกลี่ยเบา ๆ ที่ปากผมก่อนก้มตัวลงต่ำ

ปึง!

เสียงประตูห้องพยาบาลเปิดออก ดวงตาดำขลับไม่ฉายแววของแซนจับจ้องผมนิ่ง บนเตียงพยาบาลเดียวกันที่ดูเหมือนผมสมยอมให้ไอ้ต๊ะนัวเนียผิดวิสัยทำให้มือใหญ่ของคนมาเยือนกำจนเห็นเลือดปูดโปน 


“ขอโทษครับ พี่เก้าให้ผมมาดูว่าพี่ไอซ์เป็นยังไงบ้าง”

“ไอ้เชี่ยแซน ไปไหนก็ไปเลยมึง ขัดจังหวะจริง”

ต๊ะผละออกจากตัวผมมาดันรุ่นน้องออกไปด้านนอกแล้วจัดการปิดประตูห้องเสร็จสรรพแล้วเดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง 


“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่ ไอ้แซนมันไม่ใช่พวกปากมาก ผมต่อนะ”

“ต๊ะ...”

รุ่นน้องตัวใหญ่ยิ้ม นวดปลายนิ้วหัวแม่มือกับแก้มผม จับจ้องที่กลีบปากผมเหมือนเด็ก ๆ ที่อยากชิมขนมหวาน 

“อย่าทำแบบนี้เลย”



“....กูไม่สบายใจ”




--------------------------


โปรแกรมเดิมของวันเกิดไอ้ต๊ะคือเล่นบาสเสร็จแล้วไปต่อที่ร้านหมูกระทะ แต่ทำไปทำมาพอออกจากห้องพยาบาลมันก็บอกเพื่อน ๆ ว่าให้หากินข้าวกันเองส่วนมันจะเลี้ยงเหล้า ผมมองหน้ารุ่นน้อง แต่ไอ้ต๊ะไม่สบตากับผม ถึงอยากปลีกตัวกลับก่อน แต่ก็ไม่อยากทำให้ผิดสังเกตเกินไปเลยมากินด้วยโดยเลือกที่นั่งใกล้ ๆ ไอ้เก้า แต่ห่างจากเจ้าภาพสุดลูกหูลูกตาแทน

ไอ้ต๊ะดวดเหล้าคนเดียวไปมากกว่าครึ่ง ความรู้สึกของมันอันที่จริงผมเองก็ใช่ว่าไม่รู้เพียงแต่เลี่ยงมาตลอด ผิดกับอีกคนที่ผมพยายามถามหาด้วยแววตามาเกือบปีแต่ไม่เคยเจอคำตอบ น่าแปลกที่พอมันเฉลยกลับเป็นผมเองที่หลบลี้หนีไปไม่ยอมรับ

ไม่รู้ว่ากลัวอะไร
กลัวใจมัน หรือตัวเอง
ผมไม่ชอบ ความรู้สึกที่ไม่สามารถคอนโทรลได้แบบนี้เลย



ครั้งนี้คนที่ผมกำลังนึกถึงไม่แตะเหล้าสักหยด แซนนั่งกินกับแกล้มกับน้ำอัดลมเหลือบมองผมเป็นระยะ พอผมลุกไปเข้าห้องน้ำก็ทำเป็นลุกตามมาห่าง ๆ แล้วสูบบุหรี่จนกว่าผมจะกลับไปนั่งในร้านกับไอ้เก้าถึงค่อยตามกลับเข้ามาอีกที เป็นอย่างนี้อยู่สองสามครั้งจนผมบอกไอ้เก้าว่าง่วงแล้วจะขอกลับก่อน แซนเลยทำทีบอกว่าถูกโทรตามให้กลับแล้วเหมือนกัน ไอ้เก้าฝากฝังให้ผมอยู่กับแซนจนกว่ามันจะกลับหอ ก่อนหันไปชนเหล้ากับไอ้ต๊ะที่นาน ๆ ทีจะเห็นมันจัดหนักอย่างสนุกสนาน 

ผมไม่พิรี้พิไร เดินกะเผลกออกมาเรียกแท็กซี่แล้วขยับชิดในให้รุ่นน้องเข้าไปนั่งตาม



มวลความอึดอัดกระหน่ำซัดจากทุกช่องทางยกเว้นเสียง สายตา อารมณ์ และความเกรี้ยวกราดแสดงออกผ่านลมหายใจที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นบุหรี่ทำให้ผมรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง อยากอธิบายติดก็ตรงที่แซนไม่นึกจะถาม เล่นสงครามประสาทจนปวดมวนไปทั้งหัวทั้งท้อง
กระทั่งถึงห้อง ผมก็ไม่อาจทนอยู่กับความเฉยชาของรุ่นน้องได้อีกต่อไป

“ไม่พอใจก็บอกสิ” ผมพูด 

แซนชะงักขาหลังจากเดินนำผ่านประตูห้องตัวเองเข้ามาแล้วทำท่าจะเลี่ยงไปที่ระเบียงโดยให้ผมใช้ห้องมันพักผ่อนระหว่างรอไอ้เก้ากลับมาเพียงลำพัง


“ผมจะใช้สิทธิอะไรไปไม่พอใจพี่ล่ะครับ”

“อย่ามาทำแบบนี้นะ”

ผมคว้าท่อนแขนใหญ่เอาไว้เพราะรั้งด้วยคำพูดไม่ได้ แซนแกะมือผมออกง่าย ๆ แต่การสบตาผมกลายเป็นเรื่องที่ยากเกินที่จะทำ


“พี่ไอซ์นั่นแหละอย่าทำแบบนี้ ไปนอนพักเถอะ ยืนนาน ๆ เดี๋ยวขาจะบวมเข้าไปใหญ่”

“ให้มันบวมไป”

“ชอบเจ็บตัวนักหรือไง!“

 ในที่สุดไอ้แซนก็ยอมมองหน้าผม ดวงตาคมที่เคยดึงดูดจ้องกลับมาเกรี้ยวกราด ทั้งที่เด็กกว่าแต่เวลาโมโหผมกลับถูกอีกฝ่ายควบคุมได้สบาย ๆ แซนลากผมมาที่เตียง ถึงจะฉุนเฉียวแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันพยายามทะนุถนอมที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

มือใหญ่กดบ่าผมให้นอนบนเตียง แล้วยกขาข้างที่เจ็บให้พาดกับหมอนอีกใบที่ว่างอยู่


“ที่มึงถามเอาไว้…”

“ผมไม่อยากฟังคำตอบตอนนี้ รักษาตัวให้เดินออกไปจากห้องผมเองให้ได้ก่อนค่อยมาคุยกัน”

เด็กหนุ่มทำท่าจะลุก ผมเลยต้องดึงแขนเอาไว้อีกรอบ แซนไม่ขืนตัวออก แต่ถอนหายใจหน่ายแล้วยอมนั่งลงบนเตียงอย่างไม่เต็มใจนัก “...กูกับเฮียอิ๊ก เป็นพี่น้องกัน หมายถึง พ่อคนเดียวกัน แล้วกูกับไอ้ต๊ะ ก็ไม่ได้...”

“ผมบอกให้พัก เรื่องอื่นไว้ทีหลัง ผมยังไม่อยากเถียงกับพี่”

“แล้วจะเถียงทำไม—“

ผมถาม ไม่ได้เจอไปด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้นไม่พอใจ แต่กำลังถามเชิงอ้อนขอให้มันฟัง “มึง—ไม่เชื่อที่กูพูดเหรอ?”

แซนกรอกตาไปมาอย่างใช้ความคิด ยกมือขึ้นดึงเส้นผมที่ยุ่งเหยิงตัวเองไปด้านหลัง “พี่ไอซ์พยายามจะทำอะไรกันแน่ อย่ามาล้อเล่นกับความรู้สึกผมนะ”

“กูไม่ใช่คนขี้เล่น”

“พี่จะอธิบายผม ในเรื่องที่ไม่เคยพูดให้คนอื่นฟัง? พี่ทำทำไม ถ้าไม่ได้คิดจะเลือกผมก็อย่าทำเหมือนแคร์กัน เป็นคนไร้หัวใจไปเลยก็ดี ผมจะได้ตัดใจง่าย ๆ”

เจ้าของห้องหยุดดวงตาสีดำขลับเมื่อหันมาเห็นผมจ้องอยู่ก่อน ก้อนแข็ง ๆ ในลำคอถูกกลืนลงอย่างลำบาก รู้สึกมันยากที่จะพูด แต่ถ้าจะให้อยู่กับความอึดอัดที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับมัน กลายเป็นสิ่งที่ไม่อยากทำมากกว่า

ไม่ใช่ว่าอยู่ไม่ได้ถ้าต้องกลายเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกับแซน
แต่จิตใจของผมเองที่มันไม่สามารถสงบนิ่งได้เลยสักนาที


“ยังทันหรือเปล่า”

ความเงียบเป็นสิ่งที่ตอบคำถามให้ทั้งผมและรุ่นน้อง เสียงหัวใจเต้นหนักจนทำให้หน้าผมร้อนผ่าว เผลอกำมือกับผ้านวมผืนหนา แต่สักพักก็มีมือใหญ่วางทาบทับลงมา

“พี่ไอซ์????”

“ถ้าบอกว่าแคร์ บอกว่าเลือกมึง ไม่อยากให้มึงตัดใจ กูยังบอกทันหรือเปล่า?”

ไม่มีคำพูดจากริมฝีปากที่ผมเฝ้ารอคำตอบ มือแค่ข้างเดียวของแซนกระชากผมขึ้นจากเตียงมากอด กอดจนผมคิดว่าจะจมหายไปกับแผ่นอกแกร่งกลายเป็นคน ๆ เดียวกับมัน

Silence speaks when words can’t 
ผมรับรู้ได้ ว่ามันตอบว่าอะไร
ผมจะเผชิญหน้าไปพร้อมกับมัน
สิ่งที่เติมเต็มให้หัวใจผมฟูฟ่องแต่หนักอึ้งแต่เบาสบาย
ความรู้สึกที่ผมไม่รู้จะเรียกว่าอะไร มันคล้าย ๆ กับขนนกที่โรยตัวแบบไม่ต้องกริ่งเกรงและหวั่นใจใดใดอีกแล้ว


“ผมรักพี่”
แซนพูด และผมตอบรับความรู้สึกของมันผ่านลำคอ “อื้อ...”



END





ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ -west- จากทั้งหมด 14 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

5 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:13
    ความปากมอมของเพื่อนเป็นเหตุให้ลำบาก
    #5
    0
  2. #4 tellvoeii (@nasara61) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 03:27
    มันดีมากเลยค่ะะฮื่ออออออออ
    #4
    0
  3. วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 22:46
    ไอซ์น่ารักมากกกก ชอบอ่ะ เป็นคาแรคเตอร์ที่ตรึงใจยัวไงบอกไม่ถูก บอกได้แค่แบบถูกใจ ฮุ่ยยย
    #3
    0
  4. #2 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 11:41
    อู้หูว ถึงตอนแรกจะไม่ชอบแซนนิดๆก็เถอะ 5555555555555 /ไม่ชอบเก้าที่สุดในเรื่อง 55555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555555
    #2
    0
  5. วันที่ 14 มีนาคม 2559 / 01:47
    อัพต่อนะเรื่องของอิ๊กเก้า หรือตอนพิเศษแซนไอซ์ก็ได้ ตอนนี้บีบหัวใจมากกกก
    #1
    0