หลบรัก II

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,140 Views

  • 11 Comments

  • 111 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    54

    Overall
    2,140

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

เรื่องราวความรักที่พยายามหลบลี้ของแซนกับไอซ์ และความรักที่ต้องซ่อนไว้ของอิ๊กกับเก้า พวกเขาจะหลีกหนีมันได้จริง ๆ น่ะหรือ?


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 4 มี.ค. 59 / 22:11

บันทึกเป็น Favorite


ห ล บ รั ก II

(Ik x Kao)






เสียงโทรศัพท์ในเช้าวันหยุดเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดที่สุดในสามโลก โดยเฉพาะวันหยุดที่คืนก่อนหน้านี้เมาหัวทิ่มหัวตำจนหลับคากองอ้วก 

ผมปรือตาเปิดขึ้นเพราะเสียงเครื่องมือสื่อสารกรีดร้องอย่างเอาเป็นเอาตายใต้หมอนรอบที่สาม พลางกวาดมือไปตามแหล่งกำเนิดเสียงก่อนคว้าไอโฟนตกรุ่นที่สั่นแข่งกับดนตรีที่ทะลุแก้วหูมากดรับ ลำคอแห้งผาก ปวดหัวจนแทบระเบิด สิ่งที่กินไปเมื่อคืนตีตื้นขึ้นมาถึงคอหอย แต่ยังคงต้องกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ด้วยอาการวิงเวียนไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่ด้วยความจำใจ 


“...คร้าบบบ”

“ยังไม่ตื่นอีกเหรอ?”

ผมพยักหน้าตอบ แต่ปลายสายยังคงชวนคุยด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ  ผมไม่ได้ดูชื่อคนโทรเข้าแต่เวลานี้ โทนเสียงแบบนี้ไม่ต้องเสียเวลาแหกตาดูให้เมื่อยตุ้ม หนีไม่พ้นป๋าไอ้ไอซ์ที่โทรตามน้องชายตั้งแต่แดดยังเลียตูดได้ไม่ถึงครึ่งซีก 


“เมื่อคืนเมากันมากหรือเปล่า?”

“อืออ นิดหน่อย ไอซ์กลับมาก่อน ไปนอนห้องรุ่นน้องข้างล่างนี่แหละ เฮียโทรไปห้อง 1206 ดิ”

“ไม่ได้มาตามไอซ์ เก้า ลุกมาเปิดประตูก่อน”

อะไรของมันวะะ! ไอ้เฮียอิ๊กก็กวนตีน พูดจบเคาะประตูรัวหลายรอบจนผมต้องเลื้อยจากที่นอนนุ่ม ๆ ไปหน้าประตู ปลดล็อกได้คนที่รออยู่แต่แรกก็เปิดผลัวะเข้ามาหน้าตาบึ้งตึง


“กลิ่นหึ่งเลย”

“ก็ไปกินเหล้ามา”

“แล้วเมื่อคืนกลับยังไง”

“รุ่นน้องมาส่ง” ผมตอบแล้วพุ่งหลาวลงเตียงอีกรอบ ไม่กี่วันก่อนไอ้ไอซ์เพิ่งใจดีเอาไปซักให้ ซุกตัวลงหมอนกับผ้าห่มทีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มยังลอยตลบ เฮียอิ๊กเดินไปเปิดม่านที่ใช้กันแสงจนทึบแล้วปิดแอร์ ก่อนรื้อเสื้อผ้าในตู้ของผมหาอะไรไม่รู้ดังกุกกัก


“ค้นอะไรวะเฮียยยยย” 
ผมลากเสียงถามคนบุกรุกยาวเหยียด ผมกับเฮียสนิทกันครับ รู้จักกันตั้งแต่ปี 1 มันเป็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ ใจดี อายุห่างจากพวกผมประมาณเจ็ดแปดปี ตอนนี้อายุขึ้นเลขสามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายอะไรซักอย่างของบริษัทเตี่ยตัวเอง และยังโสดสนิท แต่ผมรู้มาว่าเฮีย แอบคุยกับไอ้กิ๊บ น้องสาวผมอยู่เมื่อราว ๆ ปีก่อน


“เรานี่มันน่าตบกะโหลก วันนี้นัดพี่มารับให้พาไปสมัครงานที่บริษัทตอน 10 โมง ไอ้เก้า”

“แต่นี่มันเพิ่งเจ็ดโมงเองนะเฮีย”

“แล้วจะวาร์ปไปหรือไง ลุกขึ้นมาอาบน้ำอาบท่า เดี๋ยวจะพาไปกินข้าวก่อน  แล้วเอกสารสมัครงานเตรียมหรือยัง?”

“อยู่ในแฟ้มบนโต๊ะคอมนั่นแหละ ผมปวดหัว ผมอยากนอน ครึ่งชั่วโมงนะ”

หลังจากต่อรองกับพี่ชายนอกสายเลือดอยู่นานก็ฝังหน้าลงบนหมอนนุ่ม ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวก่อนรู้สึกถึงเบาเตียงที่ยวบลง มือใหญ่แต่นุ่มสไตล์คุณชายขยี้ลงบนหัวผมรุนแรงด้วยความหมั่นเขี้ยว สักพักถึงผ่อนแรงมาผ่อนแรงมาเป็นลูบเบา ๆ ไล้ลงมาตามกรอบหน้า ผมเอียงแก้มเข้าฝ่ามือกว้างเหมือนลูกแมวขี้เซา พร้อมกันกับเสียงหัวเราะต่ำที่ลอยมาจากผู้มาเยือนอย่างชอบอกชอบใจ


เฮียอิ๊กเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการพอสมควรสำหรับผม แต่ไม่เคยเห็นมันจะจุกจิกอะไรใส่ไอซ์มากนัก เฮียบอกไอซ์มันรับผิดชอบตัวเองได้ เป็นคนฉลาดและคิดอะไรก่อนทำมากกว่าผม และเนื่องจากที่ผมเป็นเพื่อนสนิทไอซ์ที่ไม่ได้เรื่องที่สุดเท่าที่เฮียเคยเจอมันก็อดห่วงว่าผมจะพาน้องมันเหลวไหลไม่ได้เลยต้องมาคอยดูแลอยู่บ่อย ๆ สุดท้ายเรื่องที่คอยดูแลเลยกลายเป็นความเคยชินอย่างไม่ตั้งใจ เหมือนผมมีพี่ชายอีกคนที่คอยเอาใจใส่ไม่ห่าง สมัครงานนี่ก็ด้วย เดิมทีผมอยากจะอยู่ว่าง ๆ ไปสักสามสี่เดือนค่อยหางาน แต่พอไอซ์มันตัดสินใจต่อโทขณะที่ผมไม่ เฮียก็บังคับผมไปสมัครงานที่บริษัทมันเฉย แถมมีขู่ว่าถ้าไม่รีบงานสบาย ๆ เงินเดือนดีแบบนี้คงชวด เพราะช่วงนี้เขาเปิดรับพนักงาน เด็กจบใหม่มาสมัครกันให้ลึ่ม


แปดโมงตรงไม่ขาดไม่เกิน ผมถูกปลุกอีกครั้งด้วยกลิ่นอาหารหอมฉุยจากเตาไมโครเวฟ ผู้ชายในเสื้อเชิร์ตที่ยับด้านหลังกับเนคไทค์ที่คลายปมออกสบาย ๆ เอี้ยวตัวมาหาผมเมื่อได้ยินเสียงครางบิดขี้เกียจ เฮียอิ๊กเป็นคนหล่อ หล่อโคตร ๆ ยิ่งเวลามันยิ้มแบบนี้ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันหล่อจนน่าอิจฉา ไอ้ไอซ์เป็นลูกคนละแม่กับเฮีย แต่มีเค้าโครงที่เหมือนกันอยู่บ้าง อย่างเช่นรูปหน้า จมูก และริมฝีปาก ตากับคิ้วต่างหากที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นอกจากนั้นก็เรื่องอัธยาศัย บุคลิกที่ผิดกัน ไอ้ไอซ์มันแสดงออกเหมือนเด็กมีปัญหา ไม่พูดไม่จา ทั้ง ๆ ที่ผมทราบมาว่ามันเป็นลูกตามทะเบียนสมรส แม่เฮียต่างหากที่เป็นเมียเก็บซึ่งถูกซุกไว้หลายปี

เสียงสัญญาณจากเตาไมโครเวฟร้องเมื่ออาหารถูกอุ่นจนได้ที่ เฮียเปิดฝาไมโครเวฟเพื่อยกถ้วยโจ๊กออกมากลิ่นยิ่งหอมตลบ ยั่วน้ำลายจนท้องร้องโครกคราก


“ไปอาบน้ำแล้วรีบมากิน“

เฮียบอกทั้งที่ไม่ได้หันมามอง ผมพยักหน้าอย่างว่าง่าย กระโดดลงจากเตียงจนหัวเกือบทิ่ม ใช้เวลาวิ่งผ่านน้ำไม่นานก็กลับออกมาด้วยชุดทูพีซ คือกางเกงบ๊อกเซอร์กับผ้าเช็ดตัวพาดบ่า มีน้ำหยดลงติ๋งติ๋งพอให้เฮียอิ๊กบ่นผ่านสายตา


“ใส่ขิงปะวะ?”

“ไม่ได้ใส่”

“โหยยยย รู้ใจแบบนี้สิรักกันจริง เช็ดหัวแป๊บเดี๋ยวมากิน”

ผมเดินกลับไปไดร์ผมแล้วปล่อยให้เฮียอิ๊กนั่งอ่านเรซูเม่บนเตียง โจ๊กถูกวางไว้ข้างคอมยังส่งควันหอมฉุย พอผมแห้งหมาดก็กลับมาซัดมื้อเช้าที่อุ่นกำลังดี ผมเป็นพี่ชายคนโต บ้านอยู่จังหวัดในภาคเหนือตอนล่างเข้ามาเรียนในกรุงเทพตั้งแต่ ม.ปลาย เมื่อก่อนอยู่กับญาติ พอเข้ามหาลัยได้ก็ออกมาอยู่หอคนเดียว นาน ๆ ทีไอ้กิ๊บกับพ่อแม่จะมาเยี่ยมบ้าง แต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ด้วยตัวเองมากกว่า ผมเป็นคนมีเพื่อนเยอะ เป็นเด็กกิจกรรม เป็นรุ่นพี่ที่ดีทั้งนิสัยและหน้าตา (โดยเฉพาะหน้า เรียกได้ว่าหน้าตาดีมาก) เป็นที่พึ่งพาให้หลาย ๆ คนได้แต่ขณะเดียวกันกลับมีแค่เฮียที่ผมต้องขอความช่วยเหลือจากมันเสมอ ๆ เฮียบอกว่าแลกกัน ให้มันดูแลผม ส่วนผมก็ดูแลไอซ์เวลาที่มันอยู่มหาวิทยาลัย รายนั้นมันเข้ากับคนยาก เป็นพวกปิดตัวเองมาตั้งแต่เด็ก ๆ

แหม เหมือนจะดูดีใช่ไหมครับ แต่ไอ้เฮียน่ะมันกะตีซี้ผมเคลมไอ้กิ๊บมัน ทำไมผมจะดูไม่ออก เจ้าเล่ห์จะตาย ผู้ชายอายุ 30 เนี่ย






หลังจากที่ซัดโจ๊กจนพุงตึงผมก็ถูกพาขึ้นรถยุโรปที่นั่งสบายตูด เปิดวิทยุพลางคลอเพลงไปเรื่อย ๆ กระทั่งสารถีเลี้ยวมาจอดเทียบฟุตบาทข้างตึกสูงใหญ่ ผมพยายามเอาหน้าแนบกระจกว่าชั้นบนสุดอยู่ที่ไหนแต่ก็ไม่สามารถมองเห็นจากในตัวรถได้ เฮียเรียกผมด้วยวิธีป่าเถื่อนโดยใช้สันแฟ้มที่ไว้ใส่เรซูเม่เคาะหัวผมเบา ๆ หนึ่งที


“เดี๋ยวไปแลกบัตรที่ Information แล้วขึ้นไปยื่นเอกสารที่ชั้น 7 เสร็จแล้วก็ไปรอที่ลานจอดรถด้านหลัง จำทะเบียนเอาไว้ มีที่จอดประจำ”

เฮียอิ๊กกำชับผมสั้น ๆ แต่พี่รถข้างหลังเขาใจร้อนเลยบีบแตรไล่จนหูแทบแตก ผมกุลีกุจอลงมาโดยไม่ลืมหยิบเอกสารการสมัครงานมาจากมือเฮียด้วยด้วย เฮียอิ๊กทำงานที่นี่หลังกลับมาจากเยอรมันเพราะเตี่ยไอ้ไอซ์เป็นหนึ่งในสี่หุ้นผู้บริหารระดับสูง สำหรับเด็กจบใหม่หลายคนอิชินะคือความฝัน ใครได้งานในบริษัทนี้และผ่านโปรได้ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานที่ดีมาก คุณภาพของคนที่นี่ถูกการันตีจากทุกฝ่ายว่าถ้าจะเข้าอิชินะไม่ใช่แค่เกรดต้องดี แต่ประวัติในด้านอื่น ๆ ก็ต้องโดดเด่นด้วย

ผมเดินตรงมาที่ Information และทำตามที่เฮียบอกทุกอย่าง ระหว่างอยู่ในลิฟท์ก็เจอเพื่อนร่วมชะตาอีก 2 -3 คนที่มาสมัครงานเหมือนกัน เพียงแต่ไม่มีใครเริ่มพูดคุยเพื่อทำลายบรรยากาศกดดันที่แผ่รอบตัวเราเท่านั้น


“คุณกรุณา เชิญห้อง 1 ค่ะ”

หลังจากยื่นใบสมัครได้สักพักพี่สาวคนสวยก็ออกมาตาม ผมเดินเข้าไปตามที่ถูกเรียกแล้วยกมือไหว้ พี่ฝ่าย HR แนะนำตัวก่อนให้โอกาสผมแนะนำตัวบ้าง 

พื้นเพผมไม่ใช่คนขี้อาย หลังจากแนะนำตัวเสร็จก็ตอบคำถามที่อีกฝ่ายตั้งมาน้ำไหลไฟดับ ชวนคุยทั้งสาระและไร้สาระจนบรรยากาศหม่น ๆ ในทีแรกคลี่คลายเป็นเสียงหัวเราะเบา ๆ  กระทั่งประโยคสุดท้ายที่ทำให้ผมหน้าชาเมื่ออีกฝ่ายหลุดพูดมายิ้ม ๆ


“...เรานี่น่ารักกว่าที่พี่คิดไว้เยอะเลย ประวัติการศึกษา กิจกรรมก็ดี ตอนแรกนึกว่าเป็นเด็กคุณอธิษฐ์แล้วจะไม่เอาไหนจนต้องมาฝากทำงานที่นี่เสียอีก โอเคค่ะ ไปรอด้านหน้านะ เดี๋ยวสัก 11 โมงคุณอธิษฐ์จะลงมาสัมภาษณ์อีกที ถ้าได้งาน ภายในสองสัปดาห์ทางบริษัทจะเรียกมาเซ็นต์สัญญา พี่ขอให้น้องเก้าโชคดีค่ะ”

ผมยกมือไหว้ด้วยความรู้สึกวูบโหวง ตัวเองเคยแซวไอ้ไอซ์ไว้ตั้งแต่ปี 1 ยันเรียนจบไม่เคยได้คิดว่าเวลาถูกเข้าใจผิดมันจะหนักอึ้งในอกแบบนี้ อาจเป็นเพราะผมไม่ใช่ไอซ์ที่ไม่สนโลก ผมอยู่ในแวดวงที่แคร์สายตาทุกคนเสมอ ๆ และสิ่งที่ทำให้รู้สึกหน้าตึงยิ่งกว่านั้น คือสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ ไม่ได้ต่างจากการใช้ความสนิทสนมของอีกฝ่ายมาเอารัดเอาเปรียบเพื่อนร่วมงานคนอื่นจริง ๆ 
เด็กคุณอธิษฐ์...
ไม่ใช่โว้ย!


“เธอ ๆ เมื่อกี๊เขาถามอะไรบ้างเหรอ?”

ขณะที่ผมกำลังทึ้งหัวตัวเองในมุมเงียบ ๆ ผู้หญิงท่าทางเรียบร้อยที่จะถูกเรียกคิวต่อไปก็มาชวนคุยอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ผมพยายามผ่อนลมหายใจแล้วหันกลับไปยิ้มให้ เธอชื่อมิลค์ มิลค์ที่แปลว่านมนั่นแหละครับ จากอารมณ์บูด ๆ เมื่อครู่หายเป็นปลิดทิ้งเลย ชื่อสมกับหน้าอกหน้าใจจริง ๆ ปากนิดจมูกหน่อย ไว้ผมยาวแต่ดัดลอนที่ปลาย รวบตึงแล้วพาดมาบนบ่าด้านขวาของเสื้อแขนยาวสีชมพูอ่อน ตัวเล็กกว่าผมเกือบสิบเซ็นต์  เหยดดด โคตรสเป๊กอะ เรื่องเด็กเฮียอะไรนั่นช่าง ตอนนี้ผมหาเด็กเก้ามาเก็บในสังกัดท่าดีกว่า คนวัยกำลังเจริญเติบโต อยากหาแม่นมพันธุ์ดีเอาไว้ครับ หุหุ

ผมชวนมิลค์คุยต่อจากนั้นแบบไม่ต้องมีใครสอน ทฤษฎีการหลีหญิงของผมแน่นปึ๊ก ถึงไม่ค่อยได้เอามาใช้ก็เถอะ แต่พักเดียว บรรยากาศในการสมัครงานที่แรกของเด็กจบใหม่ก็ถูกปกคลุมด้วยสีชมพูอ่อน ๆ กระทั่งประตูกระจกของแผนกถูกเปิดออก ผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทขนาดพอดีตัวก็เดินเข้ามา เฮียอิ๊กเวลานี้ดูเคร่งขรึมผิดหูผิดตาสุด ๆ ดูดบาเรียสีหวานฟุ้งของผมไปเป็นสีดำทมึน กึ่ง ๆ ม่วงของปีศาจได้ทันตา


“น้องมัณฑนาเชิญห้องสัมภาษณ์ก่อนเลยค่ะ”

มิลค์หันมายิ้มให้ผมหลังจากพี่ฝ่าย HR ออกมาเรียก เราสบตากันก่อนผมจะชูสองนิ้วให้เป็นกำลังใจ ใช้เวลาไม่นานคนอื่น ๆ ที่มาสมัครงานก็ถูกเรียกเข้าไปทีละคนตามลำดับ กระทั่งถึงคิวผม ก็ลุกเดินเข้าห้องไปด้วยท่าทางสบาย ๆ 


“นั่งสิ เป็นไงบ้าง”

เฮียทักก่อน ผมเลยเบะปากใส่นิด ๆ แล้ววางแขนลงบนโต๊ะ “อะไรเป็นไง”

“เวลาอยู่บริษัทไม่ต้องถึงกับเรียกพี่ว่าคุณอธิษฐ์ น้อง ๆ ในแผนกเรียกพี่อิ๊กกันทุกคน แต่จะเล่นหัวเหมือนอยู่ข้างนอกไม่ได้ กฏที่นี่เคร่ง ทำงานภายใต้ความกดดัน คิดว่าไหวป่าว?”

“พี่ HR คิดว่าผมเป็นเด็กเฮีย”

“เรียกพี่อิ๊ก”

“เออ นั่นแหละ ผมไม่ชอบว่ะ บอกตรง ๆ รู้สึกแย่ ผมมาสมัครเพราะเฮียแนะนำ ไม่ใช่อยากมาสมัครเพราะใช้เส้นเฮียนะ”

“จะถูกคิดว่าใช้เส้นก็เพราะมัวแต่เรียกเฮียนี่แหละ คิดว่าฉันชวนนายมาสมัครเพราะเห็นนายเป็นแค่เพื่อนสนิทไอซ์เหรอ นายเป็นยังไงฉันก็ดูมาตลอด คิดว่าน่าจะเอามาช่วยงานที่บริษัทได้ อย่าลืมสิ นี่บริษัทเตี่ยฉัน ใครอยากจะเสียเงินเดือนละหลายหมื่นเพื่อเอาใจแค่เพื่อนลูกชายตัวเองกัน”

“แต่ผมไม่ชอบได้ยินใครเรียกว่าผมเป็นเด็กเฮียนี่หว่า ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย”

“ไม่ต้องคิดมาก” เฮียพูดแล้วยิ้ม ปิดแฟ้มผมทั้งที่ไม่ได้มีทีท่าว่าอ่านอยู่แล้วตั้งแต่แรก “ที่ออฟฟิศก็เป็นแค่เจ้านายลูกน้อง ถึงได้ให้เรียกว่าพี่อิ๊กเหมือนคนอื่นนี่ไง”

ผมถอนหายใจ วางมือลงบนโต๊ะแล้วเคาะนิ้ว

“งั้นพี่มีอะไรจะสัมภาษณ์ผมอีกหรือเปล่า?”

“ไปรอที่ลานจอดรถ เสร็จแล้วเดี๋ยวตามไป”





-------------------------------------------

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเวลาเดินไวมาก ผมไม่ได้ทำอะไรเลย กลับบ้านต่างจังหวัดหนึ่งอาทิตย์แล้วก็มากินเหล้า เล่นบาส ช่วยค่ายน้อง ๆ ที่มหาวิทยาลัย ช่วงนี้ไม่เจอไอ้ไอซ์เพราะเรียนจบแล้วกอรปกับปิดเทอมมันบอกอยู่บ้านอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบเข้าป.โท ผมกับไอซ์สนิทกันแบบเพื่อนผู้ชาย ไม่ได้ติดต่อกันตลอดเวลา เจอกันในเฟสบ้างแต่ไม่ค่อยทัก พี่ชายไอ้ไอซ์ต่างหากที่คอยวนเวียนอยู่รอบเป็นเงาตามตัวไม่ห่าง

ผมไม่ได้แปลกใจหรอก ชินแล้ว ปกติเฮียก็เป็นแบบนี้ โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมที่ผมไม่ได้กลับบ้านจะมาอยู่เป็นเพื่อนทุกปี ส่วนเรื่องงานที่บริษัท ผมเล่าให้เฮียฟังว่า HR โทรหาเมื่อไม่กี่วันก่อนและให้เริ่มงานต้นเดือน เฮียก็ไม่ประหลาดใจสักนิดที่ผมบอกว่าได้งาน แต่กลับแปลกใจนิดหน่อยที่ผมถามหามิลค์ ผู้หญิงที่ยังไม่ทันแลกเบอร์โทรกันตอนนั้น


“มัณฑนาเหรอ เห็นว่าทางคุณรจนาฝ่ายเซลรับไว้นะ รู้จักกันเหรอ?”

“ก็คุยกันวันนั้นแหละ น่ารักดี ผมชอบ”

“จะจีบสาวเหรอ นึกยังไงขึ้นมา อยู่เป็นโสดมาตั้งนานแท้ ๆ ”
เฮียอิ๊กถามผมแต่ไม่มองหน้า ตอนนี้เรานั่งอยู่ในร้านข้าวใกล้ ๆ ม. ที่ผู้คนโหลงเหลงเพราะยังเป็นช่วงปิดเทอมอยู่ 


“โสดตลอดอะไรวะ เห็นอย่างนี้ผมก็เคยมีแฟนนะเว้ย”

“จริงเหรอ ไม่เห็นรู้”

“ผมไม่ใช่คนอวดแฟนว่ะ ฮ่า ๆ เด็กแถวบ้านน่ะ คบมาตั้งแต่ ม.ต้น เพิ่งเลิกกันปีที่แล้วเอง”

“ไม่เห็นกิ๊บเคยพูดถึง” 

เฮียรวบช้อนวางคู่กับส้อม ยกน้ำขึ้นจิบทำหน้าบึ้งตึงเหมือนโกรธที่ผมไม่ยอมเล่าให้ฟัง ผมเลยต้องหัวเราะแห้งแก้เก้อ ไม่ได้ตั้งใจจะปิดนะเว้ย แค่ไม่รู้จะพูดทำไมเท่านั้นเอง 


“เพื่อนไอ้กิ๊บนั่นแหละ แต่มันไม่ชอบ คอยยุให้เลิกกับผมอยู่เรื่อย บอกว่าพอห่างกันแฟนผมก็มีคนอื่น แต่ตอนนั้นไม่เชื่อหรอก จนกลับไปเจอกับตาเข้าให้”

พอได้ยินเฮียอิ๊กก็ยิ้มหยันที่มุมปาก หมุนปลายนิ้วลงบนขอบแก้วไปเรื่อย ๆ


“แล้วไม่เข็ดเหรอ? เพิ่งเลิกกันไม่นานเองนี่ อยู่คนเดียวไปก่อนดิ”

“ไม่ได้หรอก เดี๋ยวไอ้ไอซ์ชิงมีแฟนก่อนผมก็ถูกทับถมตาย น้องเฮียก็ใช่เล่น เห็นเงียบ ๆ อย่างนั้นชอบกัดจิกผมด้วยสายตา ยังกับตุ๊ด”

“ไม่ใช่ตุ๊ด ไอซ์มันเป็นเกย์”


แค่กกก!! 


สำลักครับ นาทีนี้ น้ำเย็น ๆ ที่ดูดขึ้นหลอดเมื่อครู่พ่นออกมาทางจมูก หน้าตาเฮียไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด แม้แต่รอยยิ้มนั่นก็ยังแลดูสบาย ๆ เมื่อพูดถึงด้วยซ้ำ ร้านข้างถนนแบบนี้ไม่มีทิชชู่ พอจะเอาแขนเสื้อเช็ดวันนี้ ใส่เสื้อบาสตัวหลวมโคร่งลงมาจากหอเสียอีก 


“สกปรก เอานี่ไป” 

ได้ผ้าเช็ดหน้ามาผมก็เช็ดหมดเลยครับ น้ำตา น้ำลาย ทิ้งท้ายด้วยการสั่งน้ำมูกแรง ๆ ให้เม็ดข้าวที่หลุดเข้าไปในหลอดลมไหลพรืดออกมาด้วย 


“หน้าแดงไปหมดแล้ว กินน้ำตามไป ช้า ๆ ไม่ต้องรีบ ไอ้เก้า ไม่ต้องเอาผ้ามาคืน กลับไปซักมาก่อน ไอ้ซกมกเอ๊ย”
ถึงทั้งประโยคของเฮียจะดุตั้งแต่เริ่มยันจบมันก็ยังหัวเราะ เฮียอิ๊กเป็นคนอารมณ์ดีหนึ่งในหลาย ๆ คนที่เคยเจอเลยทีเดียว หน้าตามันยิ้มแย้มตลอด ไม่บ่อยที่จะเห็นเฮียเหนื่อย หรือหงุดหงิด คนอารมณ์ดีนี่ดีอย่างครับ  อยู่กับใครคนข้าง ๆ มักจะมีความสุขไปด้วย ผมเลยได้ผลพลอยได้จากเฮียชดเชยอารมณ์บูดบึ้งของไอ้ไอซ์ที่กระหน่ำซัดมาตลอดเวลา

ไอ้ไอซ์ไม่เคยมีแฟน มันเป็นคนหยิ่ง พูดน้อย และถือตัวในระดับหนึ่ง คนชอบมันเยอะมาก ทั้งผู้หญิงผู้ชาย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นมีใครเข้าหา อย่างไอ้เกรียนแซน รายนั้นก็ชอบแซะถามผมเรื่องไอซ์อยู่เรื่อย ดูก็รู้ว่ามันชอบ แต่ไม่รู้ทำไมถึงไม่ยอมทำอะไรเป็นปี


“เฮียรู้ได้ไงวะว่าไอซ์มันเป็นเกย์”

“แฟนมันเป็นผู้ชาย”

โชคดีที่ครั้งนี้ผมไม่ได้ดื่มหรือกินอะไรเข้าไปเลยไม่เกิดโศกนาฏกรรมอีกครั้ง แต่ไอ้ไอซ์มีแฟน ไอ้เหี้ยไอซ์เนี่ยนะ มีแล้วไม่เล่าให้กูฟัง ไอ้สัด เห็นป๋าดีกว่าเพื่อนรักอย่างกู มันน่าน้อยใจนัก


“ใครวะแฟนมัน แล้วเฮียรู้ได้ไง โม้ป่าว”

“ไอ้เด็กห้อง 1206 ไง คบกันมาสักพักแล้ว ก่อนหน้านี้ไอซ์มันไม่ค่อยกลับบ้านเตี่ยเลยเค้น สืบไปสืบมาก็นั่นแหละ รุ่นน้องที่ภาค”

“เชี่ยแซนร้ายมาก กูรึก็เห็นติ๋ม ๆ เจียมเนื้อเจียมตัว ล่อเพื่อนกูซะงั้น ว่าแต่เตี่ยไม่ว่าเหรอเฮีย”

เฮียอิ๊กท้าวคางกับโต๊ะสังกะสี สั่งทับทิมกรอบมากินเพิ่มแถมยังเผื่อผมอีกถ้วย “รู้ใช่ไหมแม่ฉันเป็นมะเร็งตาย”

ผมพยักหน้า เพิ่งเสียไปเมื่อ 4 ปีก่อน ผมเองก็เกณฑ์เพื่อน ๆ ไปช่วยที่งานบ้านเฮียอยู่หลายวัน 


“เตี่ยไม่บอกแม่ เพราะกลัวทรุดเร็ว แต่เวลามันก็ยื้อไม่ได้ว่ะ ตอนที่ใกล้ตาย แม่พูดว่า ถ้ารู้ว่าตัวเองมีเวลาเท่าไหร่ จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ให้มีความสุขที่สุด จะไม่มาเสียเวลาน้อยอกน้อยใจชีวิตที่ต้องตกมาเป็นเมียน้อยพ่อเลย ชีวิตคนมันสั้น ใช้เวลาสั้น ๆ กับสิ่งที่ทำแล้วคิดว่าดี มีความสุขดีกว่า ไอซ์เป็นเกย์ไม่เป็นไร พี่ไม่มีเมียไม่เป็นไร เขาแค่อยากให้พี่กับไอซ์แฮปปี้กับชีวิต”

ผมพยักหน้า เห็นด้วยกับความคิดของเฮียแล้วตักทับทิมกรอบเข้าปาก “นั่นดิ จะตายวันตายพรุ่งไม่รู้ ผมรีบจีบมิลค์ดีกว่าว่ะ”

เฮียอิ๊กไม่ว่าอะไร ท้าวคางกับโต๊ะสังกะสีมองผมด้วยสายตาแปลก ๆ พอกินเสร็จก็เรียกเก็บเงินแล้วเดินกลับเข้ามาส่งในซอยหอเพราะจอดรถไว้ใต้อาคาร ปิดเทอมระหว่างช่วงถนนจากร้านไปหอพักเงียบสนิท มีเพียงไฟโคมเปิดเป็นระยะห่าง ๆ กันเท่านั้น


“ชอบคนแบบไหนวะเก้า?”

จู่ ๆ เฮียก็ถามขึ้น ผมเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยเพราะไม่คิดว่าเฮียจะสนใจแต่ก็ตอบตามความจริง 


“ผมชอบผู้หญิงสวยดิ ผมยาว นมโต ใคร ๆ ก็ชอบ” เว้นจังหวะนิดนึงเมื่อนึกถึงคนที่เลิกกันไป “แต่ผมคงอยากอยู่กับคนที่รักผมจริง ๆ ไว้ใจได้ พูดจารู้เรื่อง ไม่งี่เง่าว่ะ โตแล้ว ไม่อยากคบใครเล่น ๆ ”

“ผู้หญิงไม่งี่เง่ามีด้วยเหรอวะ”

“เออว่ะ ฮ่า ๆๆๆ นั่นแหละ งั้นงี่เง่าก็ได้ แต่อยากให้เข้าใจผม มาเรียนกรุงเทพมันไกลบ้าน กลับบ้านบ่อย ๆ ไม่ได้ก็อยากให้รอ ไม่ใช่แอบไปมีผัวน้อยระหว่างที่ผัวหลวงไม่อยู่”

“อย่ามาดราม่า”

เฮียพูดพลางวางมือลงบนหัวผมแล้วจับโยก ก่อนเลื่อนมาโอบบ่าผมกระชับเข้าใกล้ “เฮียมาจี้ใจดำผมไมล่ะวะ”

“กินเบียร์ไหม”

“เลี้ยงปะ?”

“ได้อยู่แล้ว”

ผมหันไปยิ้มให้เฮียจนปวดแก้ม สิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงหัวเราะอย่างไว้ท่าตามสไตล์ มีร้านมินิมาร์ทใกล้ที่พัก พอเจ้ามือตกลงปลงใจให้โดนปล้นเลยเลี้ยวเข้าไปขนเบียร์ใส่ตะกร้าเต็มสตรีม แล้วทายสิครับผมเจอใคร ไอ้เชี่ยแซนกำลังเลือกถุงยางที่เคาท์เตอร์อยู่เลย


“ไงมึง”
ผมเดินไปตบหัวมัน ไอ้แซนหันกลับมาไหว้จนกล่องถุงยางร่วงระนาว “พี่เก้า ผมตกใจหมด”

“ซื้อเหี้ยอะไรเยอะแยะ ติดสัตว์เหรอมึง”

“ช่วงนี้แฟนไม่อยู่ต้องแอบซื้อตุนเอาไว้ ขืนพามาซื้อด้วยกันเดี๋ยวผมตาย”

“แฟนเต็มปากเต็มคำเลยนะมึง ไปจีบกันตอนไหนเนี่ย”

มันหัวเราะแต่ไม่ตอบ เหลือบตามองคนข้างหลังผมแล้วยกมือไหว้อีกครั้ง “พี่ชายพี่ไอซ์ใช่ไหมครับ?”

เฮียพยักหน้า ไอ้แซนเลยขมวดคิ้วมองผมงง ๆ “ไหงมาด้วยกันได้”

“เออน่า เสี้ยนเบียร์ว่ะ ไปแดกด้วยกันดิ แล้วไอ้ไอซ์ไปไหนวะ”

“กลับบ้านบ้างสิพี่ เออ ๆ ดีเหมือนกัน พี่ไอซ์ไม่อยู่ผมโคตรเหงาเลย ขี้เกียจออกไปร้านเกมด้วย ปิดเทอมมีแต่เด็กหัวเกรียนมาเล่น”

ไอ้แซนเดินไปหยิบขนมเพื่อเป็นกับแกล้มเพิ่มนิดหน่อยแล้วให้เฮียอิ๊กจ่ายเงิน เฮียมันใจดีครับ ไม่บ่นไม่ว่าอะไร จ่ายเงินค่าถุงยางอนามัยให้ไอ้แซนด้วยซ้ำ ไอ้เชี่ยแซนก็หน้าด้าน ไหว้ขอบคุณพี่เมียซื่อ ๆ ผมโบกหัวมันไปหลายรอบแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสลด หลังจากนั้นพากันกลับมากินเบียร์ที่ห้อง




หอพักนี้ผมอยู่คนเดียวตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่ คิดว่าตอนทำงานก็คงยังอยู่ที่เดิม ขี้เกียจย้าย มหาวิทยาลัยผมมีรถไฟฟ้าผ่าน เพราะฉะนั้นจะเดินทางไปมาก็สะดวกอยู่แล้ว คนที่มานอนที่ห้องบ่อย ๆ ก่อนหน้านี้ก็มีแต่ไอ้ไอซ์ พักหลัง ๆ เอะอะไปนอนห้องไอ้แซนตลอด ไอ้เราก็นึกว่าไม่มีอะไร ที่แท้แอบไปกินกันไม่บอกกู นึกแล้วยังน้อยใจไม่หาย

 “มึงจีบไอ้ไอซ์ยังไงวะ” 
ผมถามแซนขณะที่เฮียลุกไปสูบบุหรี่ริมระเบียง แบกกีต้าร์โปร่งราคาไม่กี่พันของผมไปด้วย ไอ้แซนยกเบียร์ขึ้นกรึบ ๆ ก่อนหันมาตอบ

“ได้กันก่อนค่อยจีบ”

“โคตรเชี่ย” ผมหัวเราะ “แล้วยังไง ไปได้กันได้ยังไง”

“วันบายเนียร์แหละพี่ ที่เมาแล้วขนกันมานอนที่ห้องพี่อะ พี่ไอซ์ก็เมา ผมเลยพาไปใช้ห้องน้ำที่ห้อง เฮ้ย อย่ามองแบบนั้นดิ ไม่ได้ตั้งใจจะมอมเหล้าพี่ไอซ์แล้วหลอกฟันนะเว้ย ผมชอบพี่ไอซ์มานาน พี่ก็รู้”

“แต่มึงไม่เห็นมีทีท่าว่าจะจีบมัน เป็นปีเลยนะ”

“ผมคิดว่านั่นน่ะเสี่ยที่เลี้ยงพี่ไอซ์นี่หว่า”
แซนพยักเพยิดไปยังคนที่อยู่ริมระเบียง “จริง ๆ ก็แอบขอเบอร์แลกไลน์ตั้งแต่ในงานแล้ว เผื่อวันนึงพี่ไอซ์เลิกกับป๋าผมจะจีบต่อ ไม่อยากยุ่งกับคนมีเจ้าของว่ะ แต่ก็นะ... พอได้อยู่กับคนที่ชอบตามลำพัง ก็สันดานผู้ชายอะพี่ อยากกอด อยากหอม พอฟัดได้สักพักก็คุมอารมณ์ไม่อยู่ เมาด้วย พี่ไอซ์ก็ไม่ได้ห้าม รู้ตัวอีกทีก็ตอนเสร็จนั่นแหละ”

“มึงก็นะ ดีที่ไม่โดนยิงหัวเข้าให้ ไอ้ไอซ์ดุจะตายห่า”

“พี่ไอซ์น่ารัก” 

ผมลูบแขน ขนลุกครับ ไอ้เชี่ยแซนพูดถึงเมียมันตาหวานเยิ้ม ยิ้มทีเหมือนดูดเอาความสุขคนอื่นไปหมด สารเลว เห็นคนรักกันแล้วมันคันตีนชะมัด


“ว่าแต่พี่กับเฮียพี่ไอซ์น่ะ แปลกว่ะ”

“แปลกอะไร?”

“กิ๊กกันเหรอ?”

ผมแทบพ่นเบียร์ออกมาทางจมูก แต่ก็กล้ำกลืนฝืนทนจนเครื่องดื่มไหลลงคอจนหมดแล้วด่าไอ้คนถาม “กิ๊กเหี้ยอะไร เฮียจีบน้องสาวกูเลยสนิทกัน”

“เขาบอกเหรอ?”

“เปล่า กูจับได้ว่า ชอบโทรไปหาไอ้กิ๊บเลยรู้ ปากหนักจะตาย ถามเท่าไร ๆ ก็เอาแต่ยิ้ม”

ไอ้แซนขมวดคิ้วทำท่าคิด ก่อนขยับตัวมานั่งข้างผม “ผมว่าเขาไม่ได้จีบน้องพี่หรอกว่ะ” มันกระซิบแล้วเอี้ยวตัวหันไปมองด้านหลังที่เป็นระเบียง “พี่เก้า ขอจูบหน่อยดิ”

“ครวยครับ จูบตีนกูก่อนไหม?”

“แค่ปากชนกันเอง ผมอยากรู้”

“มึงจะมาพิสูจน์ชาติพันธุ์เกย์อะไรกับกูวะไอ้เชี่ย เมาแล้วเหรอมึง”

ผมปรายตามองมันแล้วยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม ไอ้แซนเลยขยับมาโอบบ่าผมไว้แทน ที่จริงผมไม่ใช่ผู้ชายตัวเล็กครับ เทียบกับแซนแล้วผอมกว่านิดหน่อย เรื่องส่วนสูงอยู่ระดับมาตรฐานชายไทย เท่า ๆ กันกับเฮียอิ๊กและไอ้แซน แต่สูงกว่าไอซ์ประมาณห้าเซนติเมตร 


“อะไรอีกเนี่ย ร้อนจะตายห่า กระแซะทำซากอะไร แม่ไม่รักเหรอมึง”

แซนหัวเราะ แล้วยื่นหน้ามาใกล้เหมือนสนุกที่ได้แกล้ง ยังไม่ทันจะได้ด่าซ้ำ เสียงปิดบานเลื่อนประตูกระจกริมระเบียงก็ดังขึ้นรุนแรงจนไอ้แซนฝ่ายถอยไปเองด้วยความตกใจ


“เติมเบียร์ให้หน่อย”

ผมยื่นมือไปรับแก้วจากเฮียแล้วส่งต่อให้ไอ้แซนเป็นคนเท เฮียวางกีต้าร์ไว้บนเตียงแล้วลงมานั่งขัดสมาธิที่พื้นข้าง ๆ ผม แต่ตาจ้องไปที่ไอ้แซนไม่กระพริบ


“อะไรวะเฮีย ดูทำหน้าเข้า ปวดขี้เหรอ”

เฮียอิ๊กไม่ตอบ รับแก้วมาจากไอ้แซนแล้วใช้แขนซ้ายท้าวเยื้องไปด้านหลังซึ่งตรงกับหลังผมพอดี เอนตัวนิดเดียวแผ่นหลังของผมก็ชนกับแขนแกร่งราวกับถูกโอบไว้แล้ว ไอ้แซนเลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ พลางอมยิ้ม “พี่ไอซ์บอกว่าพี่เก้าซื่อบื้อ เมื่อก่อนผมไม่เชื่อนะ แต่ตอนนี้ผมว่าใช่แล้วว่ะ”

“อะไรของมึง อย่าไปฟังไอ้ไอซ์มันมาก อ้อ.. โทษ ๆ กูลืมไปว่ะมึงมันกลัวเมีย ขนาดซื้อถุงยางยังต้องซื้อหลบ ๆ ซ่อน ๆ เลย ฮ่า ๆๆ”

“กลัวไรพี่ เขาเรียกเกรงใจ” ไอ้แซนรีบบอกปัด แล้วหันมาชวนเฮียคุย “พี่อิ๊กชอบคนแบบไหนเหรอครับ?”

เฮียอิ๊กยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มแต่ไม่ตอบ เห็นแก้วผมเหลือแต่น้ำแข็งก็ส่งให้ไอ้แซนเติมแล้วยัดใส่มือผม “เก้า...”

“เอออ รู้แล้วน่า” ผมยกแก้วเครื่องดื่มกระดกลงคอพรวด ๆ เชี่ยนี่ ทำมาเร่งให้กูดื่ม ไม่ยอมตอบคำถามน้องมัน ไอ้แซนพอเห็นผมยกมิดซอยก็หัวเราะหน้าดำหน้าแดง แล้วยื้อแก้วเปล่าไปเติมเบียร์ให้ผมใหม่ 

เฮียอิ๊กกับแซนมองหน้ากันเหมือนกำลังพยายามสื่อสารอะไรที่ผมตีความไม่ออก สุดท้ายเลยปีนไปหยิบกีต้าร์มาเล่นแก้เซ็ง ดื่มกันไปได้ค่อนคืนเบียร์ก็หมด ไอ้แซนเมาพับตามประสาคนคออ่อนเฮียเลยอาสาแบกมันไปส่งห้อง แล้วกำฃับให้ผมอาบน้ำสระผมให้เรียบร้อย

ผมน่ะตึง ๆ ยังไม่ถึงกับเมา อาบน้ำสระผมตามคำสั่งเสร็จก็สวมกางเกงบาสใส่นอนโดยไม่มีชั้นใน กลับออกมาข้างนอกเห็นเฮียนั่งเกากีต้าร์อยู่ก็ไปนั่งข้าง ๆ มัน 


“นอนนี่ก็ได้นะเฮีย ดึกแล้ว ดื่มด้วยเดี๋ยวเจอด่าน”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับแท็กซี่ ฝากรถไว้ก่อนพรุ่งนี้ค่อยมาเอา”

“ทำไมเฮียไม่ชอบนอนห้องผมวะ? ชวนอยู่ทีไรก็จะกลับให้ได้”

“ไม่ชินมั้ง” เฮียยกกีต้าร์วางบนตักผมแล้วดึงผ้าเช็ดตัวที่พาดบ่าไว้ออก “ลงไปนั่งที่พื้นไป เล่นให้ฟังหน่อยเดี๋ยวเช็ดหัวให้”

ผมพยักหน้าแล้วเลื้อยลงไปนั่งที่พื้นโดยมีเฮียนั่งอยู่บนเตียง มันเช็ดผมให้พลางกดนวดขมับไปด้วย พอผมแห้ง ปลายนิ้วอุ่นก็กดลงมาที่คอ นวดบ่าให้ ผมนั่งเกากีต้าร์อยู่พักใหญ่ พอนึกถึงเพลงที่ชอบขึ้นมาได้ก็เล่นพลางฮัมไปเบา ๆ ไม่รู้ตัวว่าเฮียเลื้อยมานั่งที่พื้นด้วยกันซ้อนทับด้านหลังผมตั้งแต่เมื่อไหร่ มือที่กดนวดอยู่บริเวณหัวไหล่ทำเอาผมสบายจนต้องครางออกมาเบาๆ


“....อาาห์”

“เก้า... อยู่แบบนี้ดีไหม?”

“หืม? อะไร ที่นวดน่ะเหรอ?”

“เปล่า หมายถึงระหว่างเรา”

“อะไรวะ?”

ผมหันไปมองคนพูดไม่เข้าใจ ทว่ากลับไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมาระหว่างผมกับมันเมื่อบังเอิญประสานสายตากัน ภาพที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้นพยายามสื่อความหมายบางอย่าง ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูกเพราะถ้าไม่คิดเข้าข้างตัวเองจนเกินไป ผมว่าผมอ่านสิ่งที่ซ่อนอยู่ในแววตาคู่คมออก


“—เฮีย”

“ฉันก็เคยชอบผู้หญิง แต่ตอนนี้...”

“ยะ...อย่าพูดนะเว่ย!!”

ผมผลักมันออกแล้วลุกขึ้นยืน เฮียอิ๊กนั่งอยู่ท่าเดิมสักพักก็ลุกขึ้นเหมือนกัน ผมหันไปหยิบซากเสื้อที่ถอดโยนไว้ก่อนอาบน้ำมาสวม มองมันด้วยความหวาดระแวง “ฉันไม่ได้จะ...”

“อย่าเข้ามานะเว่ย!”

“เก้า ใจเย็น ๆ ฟังก่อน” 

ไม่ฟังเหี้ยอะไรแล้ว สี่ปีที่รู้จักกันมาคือหวังฟันตูดกูมาตลอดเลยใช่ไหม เฮียอิ๊กขยับขานิดเดียวผมก็โผเข้าต่อยมันสุดกำลัง ได้ยินเสียงกระดูกเคลื่อนดังกร๊อบแต่ตอนนั้นกลัวมันลุกมาปล้ำมากกว่าเลยกระโดดถอยหนี แต่เฮียอิ๊กกลับยังยืนนิ่งไม่มีปฏิกิริยาใดหลังจากโดนหมัดลุ่น ๆ ของผมอยู่พักใหญ่ 


“มึงกลับไปเลย!”

เฮียอิ๊กใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มข้างที่โดนสอยไปก่อนพยักหน้าลง เดินไปหยิบกระเป๋าตังค์กับมือถือที่วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งแล้วเดินออกไปจากห้องแต่โดยดีและไม่พูดอะไรอีก กระทั่งเสียงประตูห้องปิดลง ผมก็บีบมือตัวเองแน่นอยู่อย่างนั้น

ไอ้เฮียอิ๊ก ไอ้เชี่ย! 

ทำแบบนี้ทำไมวะ ทำเพื่ออะไร ทำลายความเคารพ ความไว้ใจ หักหลังกันด้วยความรู้สึกบ้า ๆ แบบนี้ไปทำไม

ทำไมต้องมองกูด้วยสายตาแบบนั้น.. 

ทำไมต้องคิดกับกูแบบนั้น…


“โว้ย!!!!!”




ทำไม.....






-------------------------------------------

มนุษย์เงินเดินส่วนใหญ่เกลียดวันจันทร์
ผมไม่รู้หรอกว่าคนทั่วไปถึงเกลียดวันจันทร์นักหนา แต่สำหรับผมแล้วมันมีสาเหตุ

เรื่องของเรื่องก็คือ นี่เป็นวันจันทร์ต้นเดือนแรกของชีวิตผู้ใหญ่ของไอ้เก้า นักศึกษาจบใหม่ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเส้นตั้งแต่ยังไม่ได้งาน ประเด็นสำคัญมันไม่ใช่แค่นั้นหรอกครับ ผมเชื่อว่าความสนิทสนมของผมกับเฮียอิ๊กไม่ได้ถูกเปิดเผยในวงกว้าง แต่เรื่องหลักคือผมดันตั๊นหน้าเจ้านายตัวเองไปเมื่อ 2 – 3 วันก่อน และกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้คุยกันเลย 

บอกตรง ๆ อึดอัดครับ อึดอัดโคตร ผมไม่ได้สังเกตหรอกนะว่าเฮียมันจะมาหาผมทุกวัน ถ้าวันไหนไม่มาก็จะโทรมาคุยก่อนนอนจนมันหายไปนี่แหละ อยากโทรไปขอโทษก็กลัวเสียฟอร์ม แต่ยอมรับแมน ๆ เลยว่าเหงา ผมมันเด็กบ้านนอกครับ อยู่กรุงไม่มีใคร ชีวิตก็มีแต่ไอ้ไอซ์ (ที่ตอนนี้ติดผัวอย่างกับอะไรดี) กับเฮียอิ๊ก (ที่ จ้องแทงข้างหลังผมมาตั้ง 4 ปีเต็ม)

ผมทำตัวไม่ถูก ตอนนี้ก็ยังรู้สึกไม่ดี แต่จะทิ้งงานก็ไม่ใช่เรื่อง ขืนทำตัวแย่บริษัทเขาจะแบนมหาลัยผมไป 2 -3 รุ่นเลยครับ สุดท้ายก็เลยต้องถอนหายใจยืดยาวมาทำงานเพื่อน้องรุ่นหลัง ๆ ตามนิสัยผู้เสียสละ ยืนมองตัวเลขของลิฟท์ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยอารมณ์สุดแสนจะเซ็ง กระทั่งถึงชั้นที่กดก็ท่องบทสวดมนต์แผ่เมตตาไปด้วย ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดี ให้เฮียเจอหน้าผมแล้วใจอ่อนเป็นขี้ผึ้ง เลิกโกรธเลิกงอนแล้วกลับมาเป็นเหมือนเดิมเสียที

โอเค... ผมเกลียดวันนี้เพราะไม่อยากจะยอมรับว่าผมมาทำงานตั้งแต่ไก่โห่เพราะคิดถึงมันนั่นแหละ เฮ้อ..





“เก้า?”

เสียงเรียกดังขึ้นเมื่อผมเดินออกไปต่อคิวมนุษย์เงินเดินที่กำลังแสกนนิ้วเข้างาน ผมเหลือบตามองนิดเดียวก็เห็นว่าใครยืนยิ้มหวานให้จนโลกเป็นสีชมพู แปลกที่เวลานี้ผมกลับไม่มีความรู้สึกยินดีปรีดาอะไรเลยที่ได้เจอคนที่แอบชอบ


“ได้งานที่นี่เหมือนกันเหรอ ดีจังเลยเนอะ”

“อืม แผนกมิลค์อยู่ชั้นนี้เหรอ?”

“ใช่แล้ว ตอนแรกตื่นเต้นแทบบ้า เจอเก้าแล้วค่อยใจชื้นขึ้นมาหน่อย”

ผมพยักหน้าให้ ก่อนมิลค์จะขอเบอร์ผมไป เราแลกเบอร์กันอยู่หน้าลิฟท์นั่นแหละครับกระทั่งเสียงกระแอมไอของใครบางคนดังขึ้น ผมก็เผลอรีบเอาโทรศัพท์ซ่อนไว้ข้างหลัง

เฮียอิ๊กไม่พูดอะไร ไม่ได้ทักทายแต่ปรายตามองผมแล้วเดินผ่าน ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่ความรู้สึกตอนนั้นโคตรอยากกระชากมาถามเลยว่าทำไมต้องเมินกันแบบนี้ ความรู้สึกดีๆไม่เหลือให้กันแล้วหรือยังไง แต่สุดท้ายก็ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างเดินห่างออกไปทุกขณะ

มีสิทธิ์อะไรไปโวยวายเขาวะไอ้เก้้า


“คุณอธิษฐ์หล่อเนอะ”มิลค์พูดเหมือนเพ้อ มองตามคนที่จากไปตาละห้อยทำให้หางตาผมรู้สึกกระตุกแปลก ๆ


“ผู้หญิงคนไหนได้เป็นแฟนคงโชคดีเป็นบ้าเลย”

คราวนี้ผมแค่นหัวเราะอยู่ในใจแทน ผู้หญิงคนไหนได้เป็นแฟนคงเป็นบ้ามากกว่า แอ๊บแมนซะกูเงิบ ไอ้เราก็นึกว่ามันมาจีบไอ้กิ๊บ ที่ไหนได้... 

ผมคุยกับมิลค์ต่อนิดหน่อยก่อนปลีกตัวเข้าทำงาน ผมว่าผมมาเช้าแล้วนะ ยังเจอพวกที่มาก่อนเข้างานอีก คนบริษัทนี้มันจะขยันเกินไปแล้ว ทุกคนในแผนกต้อนรับผมหน้าตายิ้มแย้ม เป็นมิตรสุดๆ ก็ผมมันเด็กใหม่คนเดียวแถมยังหล่อเหลาเอาการขนาดนี้ใคร ๆ ก็เห่อ มีแค่คนเดียว คน ๆ เดียวที่รู้จักผมดีเท่านั้นที่ไม่ออกจากห้องกระจกที่ถูกกั้นไว้เป็นส่วนตัว ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามองตอนพี่เลี้ยงที่เป็นคนสอนงานพาผมเข้าไปแนะนำเลยด้วยซ้ำ

มันโกรธผมจริง ๆ เหรอวะ



ผมเริ่มงานวันแรกด้วยความรู้สึกแย่ ๆ ครับ ไม่ใช่แย่กับงานที่ถูกสอนแบบอัดกระป๋อง แต่แย่ที่เห็นเฮียผ่านห้องกระจกใส ๆ แต่กลับไม่สนใจกันเลยต่างหาก ผมนั่งพะวงกับเรื่องมันมาหลายวัน อยากให้ทุกอย่างเป็นเหมือนเดิม เป็นเหมือนตอนที่ผมยังไม่รู้ว่ามันคิดยังไง อยากให้มันอยู่ใกล้ ๆ ใจดีกับผม ไม่จีบมิลค์แล้วก็ได้ แต่อยากให้มันมีผมในสายตาเหมือนเมื่อก่อน
ผมไม่รู้ว่าตัวเองคิดยังไง...
แต่ว่า... ผม ...ต้องการมัน




และไอ้เก้าเป็นคนที่มีความอดทนต่ำ หลังจากผ่านวันแรกไป ผมก็ไปดักรอเฮียที่ลานจอดรถที่เดิม ผมไม่รู้ว่าปกติมันเลิกงานกี่โมงก็รอไปตบยุงไปเรื่อย เล่นโทรศัพท์จนแบตหมด ประมาณทุ่มเศษ ๆ มันถึงเดินออกมา แต่มาพร้อมผู้หญิงหนึ่งคนที่เห็นเข้าไปคุยกับมันในห้องกระจกระหว่างวันบ่อย ๆ ดูท่าแล้วอ่อนกว่ามันแต่แก่กว่าผม เป็นสาวออฟฟิศที่กระฉับกระเฉงและสวยสง่าน่ามองเลยทีเดียว เวลาเดินด้วยกันผมแอบรู้สึกว่ามันเหมาะสมกัน แต่ขณะเดียวกันก็เถียงว่าไม่... เฮียอิ๊กไม่เหมาะที่จะเดินกับใครนอกจากผมสักหน่อย
ผมไม่ได้หลบไปหลังจากที่เห็นมันมีแขกเพราะคิดว่าเดี๋ยวคงแยกกับเขา แต่ผิดครับ เฮียเหลือบตามองผมก่อนอ้อมไปเปิดประตูให้สาวเจ้าเข้าไปนั่งคู่ ผมงี้ก็เหวอเลย มันไม่เอ่ยทักผมซักคำด้วยซ้ำ พอขึ้นรถได้ก็บึ่งออกไป ไอ้เหี้ยอิ๊ก กวนส้นตีนแล้วไหมล่ะ

ผมยืนฟึดฟัดชัดใจอยู่พักใหญ่ คือรอตั้งแต่ห้าโมงครึ่งยันทุ่มครึ่งเพื่ออะไรวะกู โง่แบบสมควรโดนไอ้ไอซ์ด่าจริง ๆ แต่ทำไงได้ สุดท้ายก็ได้แต่กระชับกระเป๋าเป้ตัวเองเดินออกมาขึ้นบีทีเอสข้างนอก บริษัทผมอยู่ห่างจากสถานีไม่ไกลมากแต่ฟ้าฝน จัญไร ตกลงมาตอนเดินมาได้ครึ่งทาง ผมเลยต้องเอากระเป๋าเป้บังหัวแล้วหลบที่ป้ายรถเมล์ใกล้ ๆ รอให้ฝนซาเสียก่อน ทุ่มกว่าหน้าบริษัทผมเงียบเหงามากครับ เหลือพนักงานที่อยู่ทำโอทีไม่กี่คนที่ติดฝนอยู่ด้วยกัน แต่ละคนแข่งกันทำสีหน้าเซ็งโลก บางคนเลิกล้มความตั้งใจจะนั่งรถเมล์มาโบกแท็กซี่ แต่ประทานโทษครับ ฝนตกตอนค่ำ ๆ นี่นาทีทองของพี่แท็ก เรียกคันไหนส่งรถตลอด

ผมยืนมองความอับจนของชีวิตคนไม่มีรถส่วนตัวได้สักพักรถยุโรปราคาแพงเลขทะเบียนคุ้นเคยก็ปราดมาจอดเทียบหน้าป้าย ไม่ต้องรอให้เจ้าของลงมาเรียก ผมก็กระโดดเหยงขึ้นรถแบบไม่เกรงใจใครพลางทำสายตาเห็นอกเห็นใจให้เพื่อนร่วมชะตากรรมที่ยังคงต้องถูกฟ้าดินลงโทษอยู่จนรถเคลื่อนตัวออกมา


“คาดเข็มขัด”

เฮียอิ๊กเป็นฝ่ายพูดก่อน ทว่าไม่ใช่ด้วยน้ำเสียงใจดีอย่างเคย มันทั้งแข็ง ทั้งกระด้าง และกระตุกต่อมตีนสุด ๆ แต่ผมก็ยอมคาดไปไม่ให้มันบ่น เฮียอิ๊กไม่ถามว่าผมมารอทำไม ไม่ถามว่าจะไปลงที่ไหน แต่กลับพาเข้าอเวนิวใกล้ ๆ เพื่อหาอะไรกินแทน


“ผู้หญิงเมื่อกี๊ไปไหนแล้ว?”

“ไปส่งขึ้นบีทีเอสเฉย ๆ ”

“แฟนเฮียเหรอ?”

มันผิดปกติใช่ไหมล่ะ ทำไมต้องไปส่งกันด้วยวะ ไม่แฟนก็กิ๊กอะ บีทีเอสมันก็อยู่แค่ตรงนี้ ถ้าไม่ติดว่าฝนตกป่านนี้ผมก็เดินไปถึงแล้วเหมือนกัน เฮียอิ๊กไม่ตอบเอาแต่มองเมนูอาหารแล้วสั่ง สั่งของตัวเองไม่พอ สั่งเผื่อผมด้วย เชี่ยอะไรของมันเนี่ย ทำไมไม่ตอบคำถามล่ะ บอกมาสิว่าไม่ใช่ อธิบาย แก้ตัวมาสิ ไหนมันว่าชอบผมไง อย่าปล่อยให้ผมคาใจแบบนี้สิวะ


 “อย่าเมินผมดิเฮีย เรื่องวันก่อนผมขอโทษ ตอนนั้นตกใจจริง ๆ ”

“อืม”

“หายโกรธผมเหอะ”

“ไม่ได้โกรธ”

“ไม่ได้โกรธแล้วทำไมทำงี้อะ เราเป็นเหมือนเดิมไม่ได้เหรอ?”

“เก้า...” เฮียอิ๊กเรียกชื่อผม น้ำเสียงตอนนี้นุ่มขึ้นจนผมเผลอยิ้มออกมา ถ้ามีหางคงกระดิกไปด้วยแล้ว “...เคยได้ยินไหม คำว่ารักถ้าพูดออกมาแล้วมันไม่ทำให้ใกล้กัน ก็ห่างกัน”

“แต่...”

“ฉันรักนาย และมันจะไม่มีอะไรเหมือนเดิม ที่เหลือก็อยู่ที่นายแล้วว่าอยากให้ระหว่างเราเป็นยังไง”

เล่นโยนมาแบบนี้ผมจะทำอะไรได้ล่ะครับนอกจากก้มหน้า ไม่มีบทสนทนาเพิ่มเติมระหว่างผมกับเฮียกระทั่งอาหารถูกยกมาเสิร์ฟ ผมใช้ช้อนเขี่ยกินได้สองสามคำ ไม่ต่างจากคนฝั่งตรงข้าม จากทุ่มครึ่ง ไปสองทุ่มครึ่ง กระทั่งสามทุ่มครึ่ง พนักงานก็เดินมาบอกว่าร้านจะปิด ผมกับเฮียเลยลุกจากที่นั่งไปจ่ายเงินทั้ง ๆ ที่ละเลียดกินไปได้แค่คนละนิดเดียว ถามว่าดีใจไหมตอนที่ได้ยิน แหม มีคนชอบก็ดีกว่ามีคนเกลียด แต่ผมไม่รู้จะทำตัวยังไงนี่หว่า ผมไม่อยากเป็นตุ๊ดนี่ แค่อยากอยู่กับเฮียเท่านั้นเอง

ผมควรเลือกยังไง ควรทำตัวแบบไหนระหว่างผมกับมันถึงจะดีที่สุดล่ะวะ...




ฝนซาลงแล้วหลังจากผมกับเฮียออกจากอเวนิวใกล้ออฟฟิศ 
แต่เฮียยังขับรถช้ากว่าปกติเพื่อมาส่งผมที่หอ ทว่าครั้งนี้เฮียไม่เอารถไปจอดในลานอย่างที่ชอบทำ เพียงแต่สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ตรงประตูทางเข้าบ่งบอกว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วนับจากวันนั้น

เฮียอิ๊กคงไม่ขึ้นไปที่ห้องผมอีกแล้ว


“...เฮีย”
ผมเรียกอีกฝ่าย อึดอัดจริง ๆ เหมือนคนปวดขี้แต่ขี้ไม่ออก เฮียอิ๊กคำรามรับคำในลำคอและยังคงไม่ยอมมองหน้าเหมือนก่อนหน้านี้ 


“ผมไม่อยากให้เราเป็นแบบนี้เลยว่ะ”

“ฉันก็ไม่อยาก”

“ผมไม่เข้าใจ ทำไมเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้วะ”

เฮียเงียบไปแต่ถอนหายใจยาวแทน ผมมองเสี้ยวหน้าของคนขับรถที่เบือนออกนอกกระจกเพื่อเค้นหาคำตอบ เราเล่นสงครามเย็นในรถแคบ ๆ อยู่นาน ก่อนผมจะหมดความอดทนกระชากไหล่ให้มันหันกลับมามองผม

เราสบตากันภายใต้ความเงียบเป็นครั้งแรก ก่อนเฮียจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ผมเรื่อย ๆ รสสัมผัสเมื่อกลีบปากแตะกันวูบแรกเป็นสิ่งที่ผมอธิบายไม่ถูก ผมหลับตาลง ได้กลิ่นเมนทอลของบุหรี่นอกที่เฮียชอบสูบและอ่อนหวานลุ่มลึกเมื่อถูกบดเบียดเข้ามาแนบแน่นยิ่งกว่าเก่า

ผมไม่ได้ขัดขืน เพียงแต่จับบ่ามันเอาไว้

“อื้อ...”

ความนุ่มชื้นของริมฝีปากหยุ่นทวีความรุนแรงขึ้นตามอารมณ์วูบไหว ปลายลิ้นอ่อนสอดแทรกเข้ามากวาดต้อนผมให้เคลิบเคลิ้มไปกับรสหวานเย็น ๆ ของอีกฝ่าย ลมหายใจร้อนผ่อนกระทบหน้า ก่อนเฮียจะเอียงคอและกดท้ายทอยผมให้ลึกกว่าเดิม ผมไม่ได้จูบตอบแต่ยังปล่อยให้เฮียจูบ ดูดดึงริมฝีปากไปและขบกัดเบา ๆ ด้วยฟันเรียง กระทั่งเฮียเป็นฝ่ายถอนปากออกไปเอง ผมก็เผลอหอบหายใจเพราะหัวใจมันเต้นแรงจนเจ็บไปหมด


“ขอโทษ.. แต่ ถ้านายรังเกียจฉัน เราก็ไม่ควรมาสนิทกันอีก”

“...ผะ...ผม...”

“ฉันรู้ว่านายไม่ได้ชอบผู้ชาย เพราะงั้นเราก็ควรทางใครทางมันสิวะ”

“ก็ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่ผมชอบเฮียนี่! จู่ ๆ เฮียมาบอกว่าคิดกับผมอย่างอื่นที่ไม่ใช่พี่น้องผมก็สับสนสิวะ ให้เวลาผมหน่อยสิ! ผมไม่รู้หรอกนะว่ามันต่างกันยังไง แต่ผมอยากมีเฮียอยู่ด้วย อยากให้เฮียมารับไปกินข้าว อยากให้เฮียโทรมา อยากให้เฮียดูแลผมเหมือนเมื่อก่อน ผมไม่รู้หรอกว่ามันเหมือนกับที่เฮียรู้สึกไหม แต่ถ้าเฮียไม่อยากให้ผมจีบมิลค์เฮียก็ห้ามจีบผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน ผมเหงา ผมไม่มีเฮียแล้วผมรู้สึกว่าไม่เหลือใคร เฮียเข้าใจผมบ้างเซ่!!”

ผมไม่รู้เหมือนกันว่าเอาจากไหนพล่ามออกมา แต่พอพูดได้ประโยคเดียวคำอื่น ๆ ก็พรั่งพรูเหมือนก๊อกแตก ผมร้องไห้ด้วย โคตรเชี่ยอะ น้ำตาหยดแหมะ ๆ เลย เฮียอิ๊กไม่พูดอะไร มันหัวเราะแต่ก็น้ำตาไหลเหมือนกัน สรุปใครขี้แงกันครับงานนี้

“อีกอย่าง อึก...ผ...ผม...ก็ไม่ได้รังเกียจที่เฮียจูบด้วย มันแค่...”

จบประโยคนั้นผมก็ยกแขนตัวเองขึ้นมาป้ายน้ำตาลวก ๆ หน้าเห่อร้อนไปหมด ซวยแล้วไอ้เก้า พูดอะไรออกไปวะมึง


“...โอเค ฉันขอโทษที่ใจร้อนเกินไป ไม่เอา ไม่ร้องแล้ว”

“มึงก็ร้องเหมือนกันแหละวะ!”

“......ก็ดีใจนี่”

ผมเม้มปากเข้าหากัน กรรมของเก้า กู เพิ่งตกใจไอ้เชี่ยไอซ์เป็นเกย์ไปหมาด ๆ ไม่อยากจะยอมรับเลยว่าผมก็ก้าวขาไปข้างนึงแล้วเหมือนกัน ผมไม่รู้หรอกว่ามันถูกหรือเปล่า ดีหรือเปล่า แต่ผมโคตรเกลียดตัวเองเวลาที่เอาแต่คิดถึงเรื่องของเฮียเลย ผมไม่อยากเดา ไม่อยากสงสัยว่ามันอยู่ที่ไหน อยู่กับใคร และตอนนี้มันรู้สึกอะไร ผมกระวนกระวาย ไม่เคยรู้สึกสงบสักนาทีเวลาที่ต้องรู้สึกว่า ผมกับมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

อีกอย่างคือมันเจ็บด้วย เวลาที่เห็นเฮียอยู่กับใครที่ไม่ใช่ผม เวลาที่เฮียให้ความสำคัญกับใครคนอื่น นอกจากผม

ผมอยากให้มันอยู่ใกล้ ๆ ยิ้มให้แล้วก็อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านี้ ผมอาจจะรักมันมานานแล้วก็ได้ ไม่รู้โว้ย แต่ผมโคตรชอบเวลาที่เราอยู่ด้วยกันเลย ไม่อยากจะยอมรับหรอกว่า ความรู้สึกแบบนี้อาจเป็นสิ่งที่หลบอยู่ในใจภายใต้หน้ากากของพี่น้องระหว่างผมกับมัน ความรู้สึกที่เฮียมันบอกผมผ่านสายตา ว่าระหว่างเรามันไปไกลกว่านั้นกันมานานแล้ว


เราอาจไม่ใช่แค่พี่น้องกันมานานแล้ว…



“เมื่อกี๊เจ็บมั้ย?”เฮียถามพลางใช้นิ้วหัวแม่มือลูบปากผม  “ขอโทษ ทำให้จูบแรกไม่ประทับใจเลย”

“เออสิวะ”

ผมใช้หลังมือถูปากตัวเองลวก ๆ มองอีกฝ่ายที่ไม่มีทีท่าจะสลดสักนิดด้วยหางตา“ไปโกนหนวดมาด้วย มันเจ็บ”


เฮียอิ๊กหัวเราะ ก่อนยืดตัวมาจูบผมที่หน้าผาก “รับทราบ คืนนี้เราดีกันแล้วนะ”

“เออ”

“พรุ่งนี้เจอกันที่ออฟฟิศหรือจะให้มารับ”

“ไปเองได้น่า”

“แล้วเบอร์ที่ขอมัณฑนาไว้น่ะ อย่าให้เห็นว่าโทรโดยที่ไม่มีธุระ เห็นดีกันแน่”

“เออ ๆ รู้แล้ว มีอะไรจะสั่งอีกไหม จะกลับขึ้นห้องแล้ว ง่วง”

“บอกรักมาเดี๋ยวนี้”

ไอ้เฮี้ยยยยยยย ผมยื่นมือไปยันหน้ามันที่ยื่นมายิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยสุดแขน เฮียอิ๊กหัวเราะเบา ๆ พลางยีหัวผมจนยุ่ง ผมมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกที่เต็มอิ่มอยู่ในอก ยิ้มแบบนี้แหละที่ทำให้ผมอุ่นใจ รอยยิ้มของเฮียที่เป็นของผม  คิดแล้วเขินวุ้ย ใจแตกใหญ่แล้วไอ้เก้า


“ขึ้นห้องดีกว่า”

“ไม่ชวนค้างด้วยเหรอ เมื่อก่อนล่ะชวนจัง”

“ไม่!” ขอเตรียมตัวเตรียมใจก่อนครับ กลัวโดนคิดบัญชีย้อนหลัง “กลับไปเลยเฮีย ขับรถดี ๆ”

เฮียอิ๊กหัวเราะหึหึ แล้วหยิกแก้มผมแรง “อืม ปล่อยไปก่อนก็ได้ ฝันดีตัวแสบ”

ผมรีบเปิดประตูลงมาก่อนมันเปลี่ยนใจ ยืนโบกรถให้เฮียกลับรถง่าย ๆ และก่อนรถยุโรปจะเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณนั้นก็รีบไปเคาะกระจกเอาไว้ 

“หืม?” เฮียอิ๊กลดกระจกข้างคนขับ ผมเลยกระซิบเสียงเบา ๆ ผ่านช่องว่างนั้นไป  

“ฝันดีเฮีย พรุ่งนี้เจอกัน”

เฮียอิ๊กยิ้มแก้มปริก่อนเคลื่อนรถออก ผมยืนส่งจนไฟท้ายหายลับไปในท้องถนนยามรัตติกาลแล้วจับหัวใจตัวเองที่ยังเต้นแรงเบา ๆ



เขิน... โคตรเขินจนอยากจะกรี๊ดเลย



“นั่นแหน่ะ” ทว่าเสียงกระเซ้าท้าทายอำนาจมืดก็เอ่ยลอยมากับลม ผมหันไปมองแหล่งกำเนิดโดยเฝ้าภาวนาในใจว่าคงไม่ใช่ไอ้เด็กห้อง 1206 ที่เห็นฉากเมื่อกี๊ตั้งแต่ต้นจนจบ

...แต่ก็ไม่ พระเจ้าไม่เคยได้ยินเสียงของกรุณาผู้อาภัพ


“ผมบอกแล้วว่าเฮียไม่ได้จีบน้องสาวพี่”

รุ่นน้องร่วมหอที่ผมไม่อยากเจอที่สุดในสามโลกยืนสวมกางเกงบอลเสื้อกล้ามพิงเครื่องซักผ้าหลิ่วตาล้อ พอเห็นผมหน้าถอดสีมันก็ยิ่งหัวเราะชอบอกชอบใจก่อนผิวปากกลับขึ้นห้องตัวเองไป 

ไอ้เชี่ยแซน กุเกลียดมึง เกลียดรอยยิ้มหยันของมึง! ไอ้เลว! ไอ้เด็กแก่แดด! ขอให้เมียไม่ให้เอาไปสองเดือน! บังอาจมาแซวกู ไอ้ชั่ว!!!!! ฮือออ แซวกูทำไม กูเขิน ไอ้ชั่วววววว!





END

สวัสดีกะเจ้าาา 
เรื่องนี้ใส ๆ มั้ยล่ะ เฮียอิ๊กเป็นสุภาพบุรุษฮะ ไม่ใช่ชายโฉดแบบไอ้แซน เก้าเลยรอดตัวไป
ปล. รักคนอ่านมากเหมือนเดิม  :กอด1:

แถมSD ให้ดูนิดนึง อีเก้าน่ารักมาก 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ -west- จากทั้งหมด 14 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 มกราคม 2561 / 09:32
    เก้ามันซื่อออออออ 65555555
    #11
    0
  2. #10 jaune (@janaphis) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 13:23
    ฮือออ น่ารักมั่กกกก
    #10
    0
  3. #9 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มีนาคม 2560 / 22:30
    555 เก้าน่ารักอะ
    #9
    0
  4. #8 pikipinocchio (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2560 / 15:28
    รู้แจ่มแจ้งแล้วเนอะเก้าเนอะ
    #8
    0
  5. #7 joy6004 (@cpimpat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 18:43
    ตามอ่านนิยายของไรท์เตอร์ครบทุกเรื่องแล้ว เย้!!! ชอบทุกเรื่องเลยค่ะ แต่งได้ดีมากๆ เราชอบพล้อตเรื่องที่ไม่เคยซ้ำกันเลย มีเหตุมีผลในตัวมันเอง ขอบคุณนะคะที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่าน เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #7
    0
  6. #6 tellvoeii (@nasara61) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มกราคม 2560 / 04:01
    โอยยยชอบมากเลยค่ะะพี่เว็สส
    #6
    0
  7. #5 lk-czsoung (@lk-czsoung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 23:11
    เก้าน่ารักมาก เฮียก็เทคแคร์เกิ๊นนนน ชอบบบบ
    #5
    0
  8. #4 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 12:55
    นังเก้านี่ซื่อบื้อเหมือนนังน้องว่านเลย ขำ 5555555555555 โอ๊ยตอนแรกไม่ชอบแต่ตอนนี้หมั่นไส้แบบเอ็นดู บ้าๆบอๆเออให้อภัย
    #4
    0
  9. วันที่ 4 มิถุนายน 2559 / 23:54
    อยากอ่านเรื่องของสี่คนนี้อีกอ่า
    น่ารักๆ
    จริงๆอยากอ่านของคนอื่นด้วยนะ ฮ่าๆ
    #3
    0
  10. #2 กะปิ
    วันที่ 1 มิถุนายน 2559 / 15:43
    น่าร๊ากกกกกกกก^^
    #2
    0
  11. #1 graciejirada (@graciejirada) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 23:35
    ชอบค่ะ มีอีกไหมคะ ^^
    #1
    0