หลังม่าน l Behide the scenes

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 99,006 Views

  • 958 Comments

  • 6,050 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5,649

    Overall
    99,006

ตอนที่ 1 : ฉากแรก l Pran talk

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 262 ครั้ง
    1 มิ.ย. 59

หลังม่าน l Behide the scenes


l ฉากแรก l
Pran l talk




เคยมีคนบอกผมว่าความลับไม่มีในโลก เมื่อไหร่ก็ตามที่ความลับรู้กันเกินสองคนขึ้นไปย่อมไม่นับว่าเป็นความลับอีกต่อไป 
ผมเป็นคนไม่ชอบมีความลับ ไม่รู้สึกว่าการต้องปิดบังอะไรสักอย่างเป็นเรื่องสนุก รังแต่จะมีเรื่องยุ่งยากตามมาไม่หยุดเสียมากกว่า
แต่ไม่รู้ทำไมตั้งแต่จำความได้ ผมก็มีความลับเรื่องหนึ่งติดตัวมาด้วยตลอด เป็นความลับที่รู้กันเกินสอง 
เป็นความลับที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด แต่ก็เป็นความลับที่จนถึงตอนนี้ผมก็ยังพยายามสุดความสามารถเพื่อไม่ให้ใครรู้

อาจจะเพราะกำลังกลัว…กลัวว่าหากความลับนั้นไม่ใช่ความลับแล้ว…บางสิ่งจะหายไป
   





“ปราณ! ระวังหลัง!!” 

ฟึ่บ! ตุบ!!

เสียงร้องตะโกนของไอ้ไวดังมาจากด้านหลัง ให้ผมเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณอัตโนมัติ 
ร่างของฝ่ายตรงข้ามพุ่งเลยตำแหน่งเดิมที่ผมยืนอยู่เมื่อครู่ไปอย่างรวดเร็ว และล้มกลิ้งไปที่พื้นเนื่องจากพลาดตำแหน่งปะทะที่ตั้งใจไว้ 

มันหันมาจ้องหน้าผมอย่างโกรธเคืองและพุ่งขึ้นมาหา หมัดที่กำแน่นจนสั่นง้างขึ้นเตรียมจะซัดเข้าที่สันกราม 
ผมฉวยจังหวะนั้นก้มลงนิดเอียงใบหน้าจนกำปั้นเฉียดไปแค่ปลายนิ้ว ก่อนจะสวนหมัดเข้าที่ใต้คางอีกฝ่ายแรงๆ 

ผมหอบหายใจและถอยเท้ามาหนึ่งก้าวเพราะใช้แรงกับการเคลื่อนไหวเมื่อครู่มากไป 


“มึง!”

พลั่ก!!

“อั่กก!”

“ปราณ!”

ผมคงพลาดไปที่ยืนเรียกสตินานไปหน่อยถึงได้ถูกโจมตีจากด้านหลัง เท้าหนักๆ ของใครสักคนกระแทกเข้ามาที่กลางหลังแรงๆ 
ตามด้วยหมัดหนักๆ ที่มุมปาก ผมล้มลงไปนอนและบิดกายเพราะความเจ็บปวดจากแรงกระแทกพื้นคอนกรีตแข็งๆ บริเวณแขน

เงยหน้ามองก็เจอไอ้ไวมันพุ่งเข้ามารั้งพวกวิดวะไว้และถีบออกไปไกลๆ  ผมถุยน้ำลายที่ผสมคาวเลือดลงพื้น 
ปาดของเหลวที่ริมฝีปากสะบัดออกลวกๆ และขยับตัวยืนอย่างยากลำบากด้วยความช่วยเหลือของเพื่อนซี้ข้างกาย

“ไวมึงไปช่วยเก้ก่อน!” 

ผมบอกไอ้ไว แล้วพยักหน้าไปทางเพื่อนอีกคน เมื่อหันไปเห็นเก้มันกำลังโดนฝ่ายตรงข้ามสองคนรุม
ไวยกรณ์พยักหน้าแล้วฟาดแข้งเข้าที่หน้าท้องของคู่ต่อสู้ก่อนจะก้าวขายาวๆ ไปทางนั้น

แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นผมแทบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอไม่ได้เมื่อหันมาแล้วพบกับหมาหมู่สามตัวแยกเขี้ยวรออยู่ 

ในเวลาแบบนี้ไอ้พวกเด็กที่สร้างเรื่องไว้มันหายหัวไปไหนกันหมดวะ!


“อะไร คนอย่างปราณ ปารกุลนี่หน้าซีดเป็นด้วยสินะ”

เจ้าของน้ำเสียงใบหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่างยกยิ้มที่มุมปาก ขยับตัวเข้ามาใกล้ มือยังสอดซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง 
ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยและหรี่ตามองอย่างอยากถามว่า ‘มึงจะเอายังไง?’

“ตัวแข็งไปแล้วเหรอไง”

หึ

ผมยิ้มมุมปากและส่งเสียงหัวเราะหึในคอ 

ผลั่วะ!!

ก่อนจะวาดหมัดซัดเข้าที่ข้างแก้มของคนตรงหน้าอย่างจังโดยไม่ให้สัญญาณ 
อีกฝ่ายหน้าหันไปตามแรงหมัดแต่รอยยิ้มสะใจยังคงประทับอยู่ที่มุมปาก

“ไอ้เชี่ยนี่!”

สุนัขรับใช้ข้างหลังมันร้อนตัวแทนลูกพี่มันเห่าดังลั่นแล้วจะกระโจนเข้าหาผม 
แต่ท่อนแขนสีกร้านแดดก็กางขึ้นมากันไว้ก่อนท่ามกลางแววตาไม่เข้าใจของคนพวกเดียวกัน

“อะไรวะภัทร”

“เดี๋ยวตรงนี้กูจัดการเอง”

ณภัทรพูดจบก็หันมายกยิ้มร้ายให้ผม รอยยิ้มแบบที่คุ้นเคยกันดีเพราะพบเห็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในสนามกำปั้นแบบนี้ 
แววตาประสานกันแบบที่ผมก็ยิ้มรับคำท้าแต่โดยดี เรามองกันอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งได้ยินเสียงตีระฆังดังก้องอยู่ในหัว 
และนั่นเป็นการมองหน้ากันครั้งสุดท้าย ก่อนที่ผมและมันจะกระโจนเข้าหากัน

หมัดแรกปะทะเข้าที่ท้องแต่ไม่ได้แรงจนจุก ผมจับท้ายทอยอีกฝ่ายแล้วตีเข่าเข้าที่หน้าท้องคืน 
ในจังหวะที่ใบหน้าเฉียดกันก่อนที่คนโดนเข่าจะทรุดลงไปนั่งกุมท้องที่พื้น

“มึงไม่ออมแรงเลย”

เจ้าตัวเอ่ยกระซิบลอดไรฟันจนผมต้องลอบอมยิ้ม มันดันกายขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งเข้ามาใหม่
อาศัยจังหวะที่ผมกำลังตั้งรับจากหมัดขวาเบี่ยงตัวไปทางตรงกันข้ามแล้วล็อคคอผมแน่น 
ผมเบ้หน้าเพราะอึดอัดด้วยขาดอากาศหายใจ รวบรวมแรงทั้งหมดทิ้งตัวและตวัดขัดขาอีกฝ่ายจนล้มคว่ำไปทั้งคู่ 
แลกหมัดกันอยู่อย่างนั้นจนหมดแรงกระเด็นไปคนละฝั่ง






“ไอ้เชี่ยเจ็บฉิบหาย”

ไวมันบ่นอุบสลับกับซี๊ดปากตอนที่ใช้ผ้าชุบน้ำบิดจนหมาดเช็ดตามแผลบริเวณหัวคิ้วตัวเอง

“ไม่เจ็บก็แย่แล้ว คิ้วแตกขนาดนั้น” คนพูดอย่างไอ้เก้ก็ไม่ต่างกัน ปากแตกช้ำเลือดแบบที่แค่ขยับปากกนิ่วหน้าเพราะเจ็บปวด

“แล้วนี่กอล์ฟมันไปไหน” ผมถามพลางหันมองหาเพื่อนสนิทในกลุ่มอีกคน เพราะตั้งแต่วงแตกเพราะเสียงอาจารย์ดังมาจากไกลๆ ผมก็ยังไม่เห็นมันเลย

“ตอนวิ่งกันเห็นมันนำน้องๆ ไปอีกทาง เดี๋ยวก็ตามมามั้ง” 

ไอ้น้องพวกนี้แม่งก็สรรหาแต่เรื่องไม่เว้นวันกันเลย แค่โปรเจคต์ที่กำลังทำอยู่มันยุ่งไม่พอใช่ไหมวะ ถ้าคราวนี้หัวข้อธีสีสกูไม่ผ่านนี่มีเรื่องแน่

“ตกลงคราวนี้มันเรื่องอะไร”

“กูไม่แน่ใจ” ไอ้เก้โคลงหัว “แต่เห็นมันพูดกันคร่าวๆ ว่าเด็กวิดวะปีสองมันมาแซวจะขอจับก้นน้องปีหนึ่งคณะเรา”

ไอ้เรื่องพวกนี้อีกแล้ว เมื่อไหร่อาจารย์มหา’ลัยเราแม่งจะยอมจัดงบประมาณซื้อตะกร้อมาครอบปากให้ไอ้พวกคณะโน้นเสียทีวะ 

พวกกูจะได้สงบสุขขึ้นไม่ต้องคอยไล่ตีหมาแบบนี้


“มึงโอเคปะเนี่ย แผลที่แขนเป็นทางยาวเลย ไปล้างน้ำก่อนไหม” อยู่ๆ ไอ้ไวก็จับแขนที่ผมกำลังกุมอยู่ไปดู 

“เดี๋ยวกูกลับไปทำแผลที่ห้องเลยก็ได้ เดินออกไปแค่นี้เอง”

“เดี๋ยวกูเดินไปด้วย เกิดเจอพวกปากเปราะอีกจะแย่เอา”

“สภาพพวกมันก็ไม่ต่างกันหรอก ป่านนี้หลบไปเลียแผลแล้วมั้ง”

“เออน่า ไอ้เก้มึงจะกลับเลยปะ” มันตัดบท แล้วหันไปพูดกับอีกคนที่ท้ายประโยค

“มึงกลับกันไปก่อนเลย เดี๋ยวกูนั่งอีกแป๊บ”

“เออ งั้นเจอกันพรุ่งนี้ อย่าลืมกลับไปแก้งานด้วย”

“มึงช่วยเลิกพูดถึงงานในเวลาที่ร่างกายกูกำลังจะพังแบบนี้ได้ปะเชี่ยไว”

ไวยกรณ์หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะซี๊ดปากเพราะแสบบริเวณที่แก้มขยับ พูดลากันอีกหน่อยผมกับมันก็เดินแยกออกมาด้วยกัน







อันที่จริงเปิดมาก็เจอพวกผมต่อยตีกันเหมือนหมูเหมือนหมาแบบนั้นก็อาจจะทำให้งงไปเสียหน่อย 
แต่ไอ้การยกพวกตีกันก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วสำหรับแก๊งหัวหน้าของสองคณะที่แม่งเหมือนไม่ถูกกันมาตั้งแต่รุ่นหนึ่ง

อย่าง’ถาปัตย์แบบพวกผม และไอ้พวกปากเปราะวิดวะอย่างพวกมัน 

ยิ่งพออยู่ปีสี่เป็นพี่โตสุดเวลารุ่นน้องมีปัญหาอะไรก็พุ่งมาบอกให้ต้องตามไปเช็ดไปล้างให้เสมอ 
บางครั้งแก๊งผมกับแก๊งตรงข้ามแม่งก็ไม่ได้มีปัญหากันโดยตรงหรอก 
เพราะหลายครั้งที่ระหว่างกำลังซัดกันจนล้มคว่ำเลือดพรากแบบนั้นก็ยังไม่รู้เหตุผลหรือเรื่องราวแน่ชัดเลยด้วยซ้ำ 

แต่เพราะศักดิ์ศรีมันค้ำคอ พอมีเรื่อง...พวกกูก็ต้องชนะ



“แผลที่คิ้วมึงอะ กูว่าพรุ่งนี้ระบมชัวร์”

ไวหันมามองหน้าผมก่อนจะยกมือขึ้นแตะหางคิ้วตัวเองแล้วสูดลมหายใจเข้า 

“เออกูพลาดไปหน่อย แม่งมาจากด้านหลัง”

“ท้องมึงเถอะเป็นไงบ้างวะ เห็นกุมแขนกุมท้องมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”

จะให้เป็นยังไงได้ละวะ ไอ้ภัทรแม่งต่อยซ้ำเข้ามาที่ท้องตอนจังหวะล้มลงไปที่พื้นในทีแรก ครั้งที่สองกะแรงกันพลาดจนได้แผลจริงจังมาเนี่ย

“ใต้ร่มผ้า” ผมยักไหล่ “ไม่เป็นไรหรอก”

“คนอย่างมึงต้องช้ำในตายเข้าสักวัน”

“งั้นมึงก็คงตายหน้าเละสินะ”

“เชี่ยปราณ”

ผมยิ้มบางเดินลัดตามถนนต้นไม้ของมหา’ลัยมาจนถึงด้านหลังที่เป็นจุดรวมหอนอก 

“มึง แวะซื้อข้าวเย็นแป๊บ” ไวยกรณ์ตีบ่าผมเบาๆ แล้วเดินนำไปทางร้านบะหมี่ “เล็กต้มยำพิเศษถุงนึงครับป้า มึงเอาปะ” พอสั่งเมนูประจำเสร็จก็หันมาถามผม

“ไม่อะ ปากมึงเหวอะขนาดนี้ยังเสือกจะทานของเผ็ด ไม่ดูสังขารตัวเอง”

มันหัวเราะ “เออกูซาดิสม์ แล้วนี่จะกินอะไร”

“ไม่รู้ดิ อิ่มหมัดแล้วมั้งเนี่ย” 

อีกฝ่ายยิ้มและพยักหน้าสองสามครั้งรับคำผมเหมือนตัดจบบทสนทนา หันไปมองหม้อน้ำซุปรอป้าเจ้าของร้านที่กำลังลวกเส้นใส่ถุงอยู่

“งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะมึง” 

ถึงหน้าหอผมแล้วไวมันก็เอ่ยปากลา เพราะมันอยู่ตึกถัดไปเลยต้องแยกกันตรงหน้าประตู ผมพยักหน้าส่งให้มันแล้วเดินผ่านประตูเข้าไปที่ลิฟท์ 
ยืนรออยู่ไม่นานประตูก็เปิดออก ผมก้าวเข้าไปยืนกดเลขชั้นของตัวเองและรอให้ประตูลิฟท์ค่อยๆ เคลื่อนตัวปิดลง 

“เดี๋ยว! ไปด้วย!”

แต่ในขณะที่มันกำลังจะปิดเสียงคุ้นหูก็ดังขึ้นก่อน ตามด้วยการเคลื่อนตัวออกของประตู
พร้อมใบหน้าช้ำเลือดของคนที่ผมเพิ่งตะลุมบอนด้วยเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตัวเจ้าปัญหามันยิ้มมุมปากแล้วแทรกตัวเข้ามายืนในลิฟท์ข้างๆ ผมและมองไปที่เลขชั้น ผมยาวระต้นคอที่รัดรวบไว้ข้างหลังดูกี่ทีก็รำคาญตา 
ใบหน้าที่แต้มรอยยิ้มกวนอารมณ์อยู่เสมอนั้นหันมาสบตาเมื่อลิฟท์ปิดสนิทเตรียมเคลื่อนห้องโดยสารขึ้นด้านบนแล้วเรียบร้อย

ภัทร ณภัทร หัวหน้าแกงค์ปีสี่ของคณะวิศวะ คู่ตีคู่ต่อยตลอดระยะเวลาสี่ปีที่อยู่มหา’ลัยของผม 
เป็นที่รู้กันว่าเมื่อไหร่เห็นพวกผมอยู่ในระยะรัศมีเดียวกันคือต้องมีเรื่อง เจอกันไม่ได้ต้องตั้งท่าจะฆ่ากัน 
ถ้าเปรียบกันผมก็คงเป็นไฟ ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นน้ำมัน ปะทะกันทีไรก็มีแต่พังกับบรรลัย 

ซึ่งมันน่าตลกดีที่พวกผมไม่ได้กัดกันแค่รุ่นลูก…แต่มันเริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่

พ่อแม่ผมกับพ่อแม่มันเป็นคู่แข่งทางธุรกิจกันมาตั้งแต่ผมยังไม่เกิด เรียกได้ว่าเกลียดกันเข้ากระดูกดำกระดูกแดง 
ก่นด่าสาปแช่งกันจนซึมเข้าสมองส่วนลึกของลูกๆ ตั้งแต่จำความได้ 

แล้วมันก็เหมือนสวรรค์ท่านแกล้งเมื่อดันมาอาศัยอยู่บ้านหลังติดกัน 
เรียนอนุบาลเดียวกัน ประถมเดียวกัน มัธยมเดียวกัน เจอหน้ากันทีไรก็แทบจะประเคนบาทาให้เป็นของขวัญ 
ความเกลียดชังจากผู้ใหญ่ส่งต่อมาให้เด็กอย่างพวกผมต้องพาลต่อยตีและเป็นคู่แข่งกันแม่งทุกเรื่อง 
ทั้งเรียน กีฬา พละกำลัง ทุกอย่างที่คิดออกคือกูต้องเหนือกว่า

แม่งยิ่งน่าหัวเราะเมื่อพอเข้ารั้วมหา’ลัยมา พวกผมก็ดันมาเรียนมหา’ลัยเดียวกัน 
ผิดก็ตรงที่แยกย้ายกันไปอยู่คณะคู่แข่งที่ตั้งอยู่ติดกันราวกับกำลังเชิญชวนให้ลงมือฆ่ากันเสียจะได้จบๆ ไป 
สถานการณ์ทุกอย่างช่างเอื้ออำนวยจนจะเปลี่ยนเป็นบังคับอยู่แล้ว

แทบจะเอาเท้าก่ายหน้าผากเมื่อรู้สึกได้ว่าชาตินี้ผมกับมันคงหนีกันไม่พ้น ต้องตามรังควานกันอยู่แบบนี้ทั้งชีวิต 
คิดดูแล้วมันก็น่าแปลกดีนะที่เกิดมาก็มีคนที่ถูกสร้างมาให้เกลียดจนเข้าไส้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้รู้จักกัน 

อยากเอาชนะตั้งแต่ยังไม่ได้เห็นหน้า


“มึงกินไรยัง”

ผมหลุดจากความทรงจำเก่าเปื้อนฝุ่นของตัวเองก็ตอนที่ไอ้หมาบ้าข้างๆ มันสะกิดเข้าที่บ่า

“ปากแบบนี้ให้กินอะไร” ผมว่าเสียงเรียบ เหลือบตามองใบหน้าที่มีแผลปริแตกพกช้ำไม่ต่างกันของอีกฝ่าย “กลับไปหยอดน้ำข้าวที่ห้องไปมึงอะ”

มันหัวเราะ ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยอากัปกิริยาแบบเดียวกับที่ทำให้เบื้องล่างกระตุกทุกครั้งที่มอง

“เดี๋ยวแบ่งให้มึงถ้วยนึง”

ผมกรอกตาไปข้างๆ อย่างเบื่อที่จะมองหน้าอีกฝ่าย ก็แหงล่ะ…วันนี้ผมแม่งซัดอยู่แต่หน้ามันจนเอียนไปหมดแล้ว


“เก็บไว้แดกเองเหอะ”








Tbc...



Afterday's talk
สวัสดีค่าาา ในที่สุดก็ได้ฤกษ์เปิดเรื่องใหม่~~~~
แถมคราวนี้ยังพิเศษกว่าตรงที่จับมือขี่คอมากับพี่เวสต์ เฮ้!

หลังจากซุ่มวางพล็อตกันมากว่าร่วมเดือน ก็ได้เวลาเปิดตัวลูกชายคู่ใหม่แล้วววว
ตื่นเต้นมากเลย เรื่องนี้เดย์พยายามมาก เพราะมาแบทเทิลกับนักเขียนมือฉมัง (ปาดเหงื่อ) 
หวังว่าทุกคนจะชอบกัน ยังไงก็ขอฝากนิยายเรื่องนี้เอาไว้ในใจทุกคนอีกเรื่องนะคะ ^^

ปล1. เดย์ขออนุญาตอ้างอิงสถาปัตย์ภายในแบบเรียนสี่ปีอย่างที่เดย์เรียนนะคะ อาจจะมีเพิ่มเติมนิดหน่อยจากความจริง
ปล2. ตั้งใจว่าจะลงกันทุกวันอังคาร ฉากต่อไปขอส่งต่อให้พี่เวสต์ค่าาาา  ฮรี่ <3

..
ใครเล่นทวิตฝากแท็ก #หลังม่าน ด้วยนะคะ 
ส่วนนี่เป็นเพจของ Afterday ค่ะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 262 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #956 mint_Byunny (@paokikujung123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 07:08
    แอบรักกันป่ะเนี่ย555
    #956
    0
  2. #862 ploy-p-ploy (@iamprettyployly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 17:26
    อุแง ทำไมมันมีออร่าความแฟนล่ะน้อ
    #862
    0
  3. #854 heykiki (@kmxiioxe_) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 23:11
    ฮั่นแน่ ชอบกันก็บอก หาเรื่องตีกันเฉย ๆ อะเปล๊าา ละเป็นศัตรูกันด้วยความจำเป็นอะ เกิดมาก็ต้องเป็นแล้ว งี้ 55555555555555 แอบน่ารัก
    #854
    0
  4. #697 hh_9094 (@9094_hh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:58
    มีความน่ารักในความบู๊
    #697
    0
  5. #644 Noey_CHP (@Noey_CHP) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 07:56
    มาแค่ตอนแรกก็น่าสนใจแล้ว >< ความสัมพันธ์ทั้งคู่ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ5555
    #644
    0
  6. #602 แคนต้าลูปปปป ^^ (@Canta_TT) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 18:37
    เราไปเห็นเรื่องนี้ในร้านหนังสือ สนใจมาก แต่ไม่มีเงินซื้อ เลยขอมาอ่านในเว็บแทน555555555555
    #602
    0
  7. #557 Quiqoang (@thancha233) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 14:29
    ถึงรุ่นพ่อรุ่นแม่กันทีเดียว คู่นี้ไม่ธรรมดา555555 ตีกันได้เจ็บปวดมาก
    #557
    0
  8. #527 LittleSwallow (@littleswallow) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 09:37
    ตอนแรกนึกว่าตีกันมาตั้งแต่รุ่นพี่ ที่ไหนได้ตั้งแต่รุ่นพ่อกันเลยทีเดียวว 55555
    ว่าแต่ความลับอะไรหนออ...
    #527
    0
  9. #183 justattempt (@thisisallfull) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 10:26
    โอ้เปิดเรื่องมาน่าสนใจ ชอบจังเลยค่ะไอแบบที่ต่อยกันไปมาแล้วกำปั้นก็นำพาให้เกิดความร๊า----- แค่ก
    #183
    0
  10. #168 -Shawty- (@tumbmong) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2559 / 03:54
    ความลับที่ว่ามันคืออะไรรร
    #168
    0
  11. #103 Purplenose (@purplenose) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 14:17
    ความลับนี่คือแอบกิ๊กกันใช่ไหมตอบมา โอ้ยตอนแรกเปิดมาเถื่อนๆ ตอนหลังๆทำไมแอบน่ารัก ไวนี่แอบชอบเพื่อนตัวเองด้วยไหมคะ #งานมโนของสาววาย 555555555
    #103
    0
  12. #53 peony_pink (@PeonyPink) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2559 / 08:57
    ต่อหน้าตีกันลับหลังกิ๊กกันปะเนี่ยยยย
    #53
    0
  13. #34 pannjed . (@pingmog) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 08:14
    ฮื่ออออ คืออออ อย่าให้รู้นะ
    #34
    0
  14. #1 ไม่ใช่ติ่ง (@feenfeen13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2559 / 03:33
    ความลับคืออะไรหว่าาา ติดตามค่าา
    #1
    0